ตามคำสั่งของนายหญิงในเย็นของวันนั้นหลังช่วยเหลือเทียนเปาเป็ที่เรียบร้อย เอ้อหนานต้องมาซ่อมหลังคาที่จวนของฉางเฟยเพราะได้รับคำสั่งมาจากนายหญิง อุปกรณ์พร้อมจึงได้ลงมาลื้อหลงคากระเบื้องที่เสียหายออกก่อนจะเอาของใหม่มาเปลี่ยน แต่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนก็ต้องพบว่ามันไม่ได้เสียหายแค่แผ่นหรือสองแผ่นหากแต่มันเสียหายหลายแผ่นมาก
“โอ้ยยยย กำอะไรของข้าเนี่ย”ร้องเสียงหลงเมื่อพบเข้ากับความจริง
เทียนเปาออกจากห้องของเขามาด้วยโดยเอาหลินเฟยมาพร้อม นางมาเพื่อดูว่าอีกฝ่ายทำอะไรอีกทั้งอยากที่จะช่วย แต่นางไม่รู้หรอกว่าฉางเฟยนั้นกลับมาแล้ว
แววตาของชายหนุ่มกำลังจ้องมองนางอยู่ไม่ห่างนักจากที่นางอยู่ พร้อมกันนั้นยังมองไปยังบนหลังคาซึ่งมีเอ้อหนานกำลังซ่อมหลังคาจวนของเขาอยู่ด้วย คิดแล้วก็รู้สึกโกรธแค้นไม่หายที่ถูกเ้าเด็กรับใช้นั้นขัดจังหว่ะ วันนี้ขอล้างแค้นเสียหน่อยก็แล้วกัน
เดินออกมาจากที่ยืนทำให้เทียนเปาหันมามองและเริ่มถอยหนีทันทีต่อให้อีกฝ่ายจะยังอยู่ไกลก็ตาม นางหันกลับไปมองเอ้อหนานซึ่งดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ามีใครกำลังมา ฉางเฟยยกมือขึ้นเอานิ้วชี้แตะท่ปากเป็เชิงว่าให้เงียบ ก่อนจะก้มลงหยิบแผ่นกระเบื้องแผ่นหนึ่งขึ้นมา
นางรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรและอยากจะร้องบอกหากแต่อีกฝ่ายหันมามองนางอีกหน ฉางเฟยไม่รอช้าจัดการเหวี่ยงแผ่นกระเบื้องใส่เอ้อหนานทันที
เพ้งงง!!
“อร๊ากกกก! บ้าเอ้ย! บ้าชะมัด! พวกเ้าอย่าล่วงเส้ไอ้เ้ากระเบื้องบ้า!!”เสียงของเอ้อหนานดังลั่นเมื่อเขาเผลอทำแผ่นกระเบื้องหล่นลงไปกระทบพื้นเป็จังหว่ะเดียวกับที่แผ่นกระเบื้องที่ฉางเฟยเหวี่ยงใส่พุ่งไปกระทบกับจุดที่เขาเคยนั่งอยู่หากแต่อีกฝ่ายขยับเปลี่ยนที่ทัน มันเลยไม่โดนเอ้อหนานเลย
“บ้าเอ้ย...”ฉางเฟยสบถเสียงเบาก่อนจะก้มลงหยิบอีกแผ่นหมายจะทำซ้ำอีกหนและครั้งนี้มันต้องโดน เทียนเปาหันมองทั้งสองสลับกันอย่างเป็กังวลหนัก
“สงสัยข้าต้องใช้วิชาช่างเก่าแล้วใช่ไหมเนี่ย! ออกยากออกเย็นนัก”เสียงของเอ้อหนานบ่นก่อนจะใช้ค้อนในมือทำอะไรบางอย่าง
ย๊ากกกกก!!
แต่แล้วจังหว่ะที่ฉางเฟยจะทำการเหวี่ยงกระเบื้องใส่ เอ้อหนานจัดการใช้ค้อนไม้ขนาดใหญ๋ในมือกระทุ้งปลายกระเบื้องออกจนมันพุ่งลงไปหาฉางเฟยทำเอาเ้าตัวต้องหลบการพุ่งเข้าใส่แทบไม่ทัน และยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจเขาก็พบว่ามีแผ่นกระเบื้องอีกจำนวนมากกำลังพุ่งเข้ามาหาเขาแม้ว่าเขาจะพยายามหลบแต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะพุ่งเขามาตามไม่หยุด
“ออกไปซะ! ออกไป! ออกไป! ไอ้เ้ากระเบื้องบ้า!”เอ้อหนานก็ไม่ยอมหยุดกระหน่ำกระทุ้งแผ่นกระเบื้องออกเป็แถวๆ
เพ้ง เพ้ง เพ้ง เพ้ง!
เสียงแผ่นกระเบื้องที่พุ่งเข้าหาฉางเฟยแต่เขาหลบได้มันจึงไปกระทบพื้นจนแตกออกแผ่นแล้วแผ่นเล่า ฉางเฟยเห็นว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่จึงรีบคว้าเอาลำไม้ไผ่ที่อยู่ใกล้ๆมาควงเพื่อป้องกันการจู่โจมของอีกฝ่ายทันที ถึงแม้จะไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่การจู่โจมนี้ช่างยากนักที่จะสวนกลับ เพราะอีกฝ่ายไม่รู้ตัวว่าเขาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ
“ย๊า! คุ้นทะลวงหลังคา!!”
บึบบ!!
“ย๊า!!”เอ้อหนานใช้คุ้นทุบลงที่คานทำให้กระเบื้องหลายแถวลอยขึ้นก่อนจะจัดการกระหน่ำหวดค้อนใส่ปลายกระเบื้องส่งพวกมันเข้าไปหาฉางเฟยอย่างรวดเร็วและรุนแรงทำเอาฉางเฟยที่ต้องควงลำไม้ไผ่ป้องกันยังต้องค่อยๆก้าวถอยอย่างห้ามไม่ได้
เพ้ง เพ้ง เพ้ง เพ้ง!
เสียงการปะทะของทั้งสองดังสนั่นทำเอาคนโดยรอบต้องรีบวิ่งมาดูโดยเฉพาะนายหญิงและหัวหน้าตระกูลอย่างฉางโจ และเมื่อมาเห็นเหตุการณ์ก็ต้องรีบร้องเรียกทันที
“หยุดนะ!! นี้พวกเ้าทำอะไรกัน!!!”
เวลาผ่านมาไม่นานหลังการห้ามศึกของทั้งสอง พอฉางโจเริ่มถามถึงต้นเหตุทางฉางเฟยก็ไม่ได้ตอบอะไรและเมื่อหันกลับมาถามเ้าเด็กรับใช้
“เกิดอะไรขึ้นเอ้อหนาน ใยเ้าถึงคิดจะทำร้ายฉางเฟย”
“ข้ามิได้จะทำร้ายคุณชายนะขอรับนายท่าน!”รีบปฏิเสธทันที”ข้าเพียงต่ำลังซ่อมหลังคาห้องของคุณชายตามคำสั่งของนายหญิงเท่านั้น”
“จริงอย่างที่เขากล่าวท่านพี่”นายหญิงยืนยันคำพูดของเอ้อหนาน
“ซ่อมหลังคางั้นเหรอ? ทำไมถึงต้องไปซ่อมล่ะ”ฉางโจถามต่อ
“ก็เมื่อหลายวันก่อนฝนตก ห้องของคุณชายหลังคามันเสียทำให้น้ำไหลเข้าไปนองเต็มพื้นห้อง นายหญิงเลยบอกให้ข้าไปซ่อมเพื่อที่จะให้คุณชายอยู่ได้สบายขอรับ”ฟังแล้วก็มีเหตุผล”อีกอย่าง ตอนซ่อมข้าน้อยก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณชายไปอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่ และไปทำอะไรที่นั้น”พูดพร้อมหันไปมองฉางเฟยที่พอได้ยินก็ต้องหันมาจ้องทันที
“โกหก!! ท่านพ่อมันรู้ว่าลูกอยู่ตรงนั้น เ้าเด็กรับใช้นี้มันจะทำร้ายลูก!”
“คุณชายใส่ร้ายข้าเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะขอรับ ข้าน้อยบริสุทธิ์นะขอรับ!”ต่างฝ่ายต่างพูดทำให้ฉางโจต้องตบโต๊ะเสียงดังห้ามทั้งสองฝ่ายให้เงียบลง
“ท่านพี่... เื่นี้ข้าว่าให้มันจบลงแต่เพียงเท่านี้เถอะ”ผู้เป็ภรรยากล่าวบอก
“ท่านแม่ เ้าเด็กรับใช้นี้พยายามจะทำร้ายลูกนะ”ฉางเฟยพูดขึ้นบ้างพร้อมชี้ไปยังเอ้อหนาน
“นายหญิง ข้าน้อยเพียงแต่ทำตามหน้าที่ ข้าน้อยผิดด้วยหรือที่เอาแผ่นกระเบื้องเก่าออกแล้วไม่เห็นว่าคุณชายอยู่ตรงนั้น คุณชายเองก็น่าจะรู้ว่ามันไม่ปลอดภัยก็ไม่น่าจะเข้าไปยืนตรงนั้น”
“นี้เ้า! กำลังจะหาว่าข้า!!..”
“ข้ายังไม่ได้กล่าวหาคุณชายนะขอรับ ใยต้องมาใส่ร้ายข้าน้อยตลอดเลย ถึงข้าน้อยจะเป็บ่าวแต่ข้าน้อยก็รู้บุญคุณนายนะขอรับ! อะไรเสียหายก็ซ่อมแซมให้ใครเรียกใช้ก็ไปทำให้ ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่แต่คุณชายกลับมาหาว่าข้าน้อยจะทำร้ายคุณชายแบบนี้มันทำคุณบูชาโทษชัดๆ!”ทำเอาทั้งบ้านต่างพากันเงียบพูดอะไรไม่ออก
“ดูสิขอรับข้าน้อยทำงานหนักกว่าใครๆไม่เคยเรียกร้องค่าแรงเพิ่มหนำซ้ำไม่เคยบ่นอะไรเลยแต่กลับมาถูกใส่ร้าย ความยุติธรรมของข้าน้อยไม่มีจริงๆ”ทำท่าทำทางจะร้องไห้ออกมา ฉางเฟยเองก็พูดไม่ออก
“เอาล่ะๆ พอแล้ว!”เมื่อเห็นว่ามันเริ่มบานปลายฉางโจจึงรีบหยุดทุกๆอย่างเอาไว้ทันที ถ้าปล่อยไปหนักกว่านี้เอ้อหนานมันได้ร่ายยาวจนเขาเองสำนึกผิดไม่ทันแน่ๆ”เื่นี้ขอให้จบไว้แต่เพียงเท่านี้ ฉางเฟย”
“ข้า....”เจ็บใจก็เจ็บแต่เถียงสู้มันไม่ได้จริงๆ”ก็ได้ ครั้งนี้ข้ายอม”
“เอ้อหนาน! ครั้งหน้าเ้าก็ระวังๆด้วย จะทำอะไรก็ดูรอบข้างให้ดีๆ! เข้าใจมั้ย!”
“ขอรับ”
เมื่อเจรจาหย่าศึกของทั้งสองฝ่ายจบลงจึงได้พากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ใครหน้าที่มันต่อ เอ้อหนานพาเทียนเปากลับมายังห้องทันที
“บอกข้าทีว่าเ้าไม่เห็นคุณชายฉางเฟยจริงๆ”เทียนเปาถามเมื่อมาถึง
“ไม่เห็นข้าก็ตาถั่วเต็มที เพียงแต่ข้าแสร้งเป็ไม่เห็นเท่านั้นแหละ”
“ถึงว่า ใยกระเบื้องพวกนั้นถึงได้ตรงไปหาเขาทั้งหมดเลย”เอ้อหนานขำนิดๆทำให้เทียนเปายิ้มตาม
“เอาล่ะ เ้าจัดการอาบน้ำอาบท่าเสียให้เรียบร้อย เดี๋ยวข้าเองก็จะไปอาบน้ำเช่นกันแล้วจะเอาข้าวมาให้”
“อื้ม”พยักหน้ารับคำแล้วก็ไป
พรบค่ำ
ในคืนวันนี้ทางบ้านของตระกูลฉางจัดงานคล้ายวันเกิดของฉางซื่อซึ่งพึ่งจะเดินทางกลับมาถึงหลังออกไปทำธุระที่เมืองหลวงมา แขกผู้มาร่วมงานนั้นเยอะมากและล้วนแล้วแต่เป็ผู้หลักผุ้ใหญ่ของบ้านเมืองทั้งนั้น
เอ้อหนานมาทำหน้าที่ของตนเองคือการนำอาหารมาต้อนรับแขกอีกทั้งสุราและชาดื่ม ส่วนเทียนเปานั้นถูกพามาด้วยเพียงแต่ให้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเท่านั้นเพื่อให้เตรียมอาหารไว้รอเอ้อหนานมาเอาไปต่อ
ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดังอยู่ภายในงาน รวมถึงเสียงผู้คนที่มาร่วมงานนั้นดังไปทั่วพื้นที่ ฉางเฟยที่พึ่งจะออกมาและได้พบกับเหล่าสหายของเขา สายตาของชายหนุ่มดังบังเอิญไปเห็นเทียนเปาเข้า ในวินาทีนั้นเขาคิดอะไรบางอย่างออกทันทีเพียงแต่ยังไม่แสดงมันออกมา รอเพียงเวลาเท่านั้น
“เอาล่ะๆ!”เสียงของฉางโจดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกๆคน”คืนนี้ช่างเป็คืนที่พิเศษ เพราะเป็วันคล้ายวันเกิดของฉางซื่อบุตรสาวคนเล็กของข้า ข้าขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีให้กับนาง และเพราะเหตุนี้คืนนี้! ข้าฉางโจ! ขอเลี้ยงพวกท่านทั้งคืน!!”เสียงเฮดังลั่นไปทั่วงาน
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน แขกที่มาร่วมงานเริ่มพากันทยอยกลับบ้านของตนจึงเป็เวลาของเหล่าคนใช้ที่จะได้พักและกินอาหารและเครื่องดื่มที่เหลือกัน
เทียนเปาเองก็เช่นกัน เอ้อหนานนำเอาอาหารและเครื่องดื่มมาให้และนั่งกินอยู่กับนางพร้อมกับคนอื่นๆซึ่งร่วมโต๊ะกันอยู่ ต่างพากันพูดเื่ตลกบ้างร้องเพลงบ้างแต่ฉางโจก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะวันนี้เขายอมปล่อยให้วันหนึ่ง
เมื่อยิ่งดื่มเข้าไปมากก็เริ่มเมา ทุกๆคนเริ่มอยากที่จะนอนพักบางคนก็ฟุบหลับคาโต๊ะไป เอ้อหนานเองก็เช่นกันเมื่อเริ่มเมามากแต่ยังพอครองสติได้มองเทียนเปาที่หลับไปแล้ว จึงได้อุ้มนางมายังศาลาใกล้ๆก่อนจะวางนางลงบนพื้นและเอาผ้ามาคลุมห่มให้กับนาง ก่อนที่เขาจะนอนพักบ้าง
และในตอนนั้นเองที่ฉางเฟยปรากฏตัวออกมาเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าทางของตน อุตส่าห์ยอมอดนอนเพื่อรอโอกาสนี้โดยเฉพาะแถมเทียนเปายังอยู่ในที่ๆปลอดคนอีกต่างหาก อยู่ไกลซึ่งจวนใหญ่แถมอยู่ไกลซึ่งเหล่าคนใช้โดยที่เขาลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง
ฉางเฟยเดินเข้ามายังภายในศาลาไม้หลังเล็กซึ่งมีต้นไม้บังอยู่ทำให้คนภายนอกมองไม่เห็นว่าภายในมีอะไรหรือใครอยู่ สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาของฉางเฟยคือร่างที่นอนคลุมโปงอยู่ ไม่รอช้าชายหนุ่มรีบคร่อมร่างนั้นไว้ทันที ไม่แปลกที่จะมีการดิ้นขัดขืน
“ไม่ต้องกลัวไป...”พูดพร้อมลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆซึ่งฉางเฟยไม่ได้นึกเอะใจอะไรว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ร้องออกมา ไม่รอช้ารีบล่วงมือเข้าไปหมายจับตรงส่วนสำคัญของเด็กสาว
อึก!...
ฉางเฟยนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อจับอะไรได้บางอย่าง ชายผ้าห่มค่อยๆเลื่อนลงช้าๆปรากฏใบหน้าที่กำลังยิ้มหวานของ!
“เอ้อหนานนนน!!”