"ขออภัยด้วย ถ้าข้าเดาไม่ผิดเมื่อสักครู่คงไม่ใช่ศิษย์เอกของสำนักท่าน" เลี่ยงจินหันมาทางเฟยหลง
"ถูกต้องแล้ว...ข้ามิรู้ระดับวรยุทธของท่าน ว่าอยู่ระดับใด ด้วยเกรงว่าศิษย์ข้าจะทำให้ท่านาเ็ได้ จึงมิได้ใช้ให้ศิษย์เอกของสำนักประลองกับท่านโปรดอภัยด้วย" เฟยหลง ไม่คิดว่าวรยุทธ ของผู้มาเยือนจะสูงส่งถึงเพียงนี้
"มิได้ๆ ข้าก็พอใจความสามารถเขาในระดับหนึ่ง หากแต่ผู้คิดปองร้ายข้า ฝีมือเหนือยิ่งกว่าข้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และหากข้ามิอาจเอาชนะด้วยผู้ที่มีระดับที่มือที่สูงกว่าแล้ว... ข้าคงต้องสร้างความได้เปรียบจากการใช้จำนวนคนมากกว่าในการรับมือ" เลี่ยงจินบอกแผนการให้รู้ เฟยหลงจะได้ไม่คลางแคลงใจ
"แสดงว่าท่าเคยปะทะฝีมือ กับคนที่คิดปองร้ายท่านมาก่อนแล้ว พวกท่านรู้จักกันมาก่อนหรือไม"เฟยหลง สงสัยยิ่งนักว่าเป็ใคร
"เคยสิ เขาคือศิษย์พี่ของข้าเอง แต่ว่าวันนี้ไม่สะดวกที่จะเล่าให้ท่านฟัง" เลี่ยงจินเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา จนกว่าเขาจะตัดสินใจว่าจ้างสำนักคุ้มภัยนี้
"ไม่เป็ไร ข้าเข้าใจดี" เฟยหลงมิคาดคั้นต่อ
"ดี..ถ้าเช่นนั้น เราเริ่มประลองต่อเถอะ" เลี่ยงจินต้องรีบตัดสินใจว่าจะจ้างสำนักคุ้มภัยนี้ดีหรือไม่
"ถ้าเช่นนั้น หนิงเฟิ่ง...เ้าประลอง" เฟยหลงสั่ง แต่หาได้สั่งสิ่งใดเพิ่มเติม นั่นหมายความว่า อนุญาตให้ใช้ได้ทุกกระบวนท่า
"เชิญ น้องหนิงเฟิ่ง โปรดออมมือให้ข้าด้วย" เลี่ยงจินยิ้มอย่างใจเย็น คราวนี้คงได้รับรู้ฝีมือที่แท้จริงของสำนักคุ้มภัยเสียที
หนิงเฟิ่งเลือกใช้กระบี่ และเพลงกระบี่ัทะยาน ซึ่งเป็วิชาประจำสำนักที่มีทั้งหมดห้าขั้น แต่ละขั้นมีเพียงสิบห้ากระบวนท่าเท่านั้น ั้แ่เขาฝึกมาจนสำเร็จถึงขั้นที่สาม นอกจากอาจารย์แล้วยังไม่เคยมีใครรับมือเขาได้ถึงห้ากระบวนท่า แต่เนื่องจากบุรุษที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ สามารถเอาชนะศิษย์ฝีมือระดับกลางของสำนัก ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท หนิงเฟิ่งจึงเริ่มใช้กำลังภายในั้แ่ขั้นที่สาม
"ข้าใช้กำลังเจ็ดส่วนแล้ว ท่านโปรดระวัง" หนิงเฟิ่งร้องเตือนเพราะไม่อยากให้คู่ต่อสู้าเ็
"ไม่เป็ไร เชิญท่านลงมือได้เลย" เลี่ยงจินหาได้สะทกสะท้านไม่
เพียงสามท่าของเพลงกระบี่ัทะยาน ก็สามารถทำให้เลี่ยงจินต้องชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว แม้ว่าจะดูเหมือนตกเป็รอง แต่เลี่ยงจินก็ยังสามารถตั้งรับอยู่ได้
ปราณกระบี่ของทั้งคู่ เริ่มส่งผลต่อศิษย์ของสำนักที่เฝ้าดูการประลอง จนผู้ที่มีกำลังภายในเข้มแข็ง ต้องเกร็งพลังต้านไว้ มิฉะนั้นอาจได้รับาเ็ ส่วนที่เหลือต้องต้องถอยห่างไปอีกเกือบสิบก้าว
"ท่านให้เกียรติข้าถึงเพียงนี้ ข้าขอเอาจริงบ้างนะ ฮ่าๆ" เหมือนเจอสิ่งที่พึงพอใจ เลี่ยงจินหัวเราะออกมา พร้อมแสดงกำลังที่เก็บไว้ออกมาเจ็ดส่วนเช่นกันทำให้ความเร็วและปราณกระบี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหนิงเฟิ่งต้องเปลี่ยนจากกระบวนท่ารุก มาเป็ตั้งรับ
หนิงเฟิ่งถูกคมกระบี่ไล่ฟันมาจนหลังยันติดกับเสา หมดทางถอยหนี จึงต้องเก่งลมปราณรับสุดกำลัง แต่หาต้านทานกำลังของฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ กระบี่นั้นกระเด็นหลุดมือไป เลี่ยงจินจึงได้หยุดมือ และเก็บกระบี่เข้าในฝัก
"ขอบคุณที่ยั้งมือ" หนิงเฟิ่ง เกิดอาการตระหนก หัวใจเต้นรัว หน้าถอดสี ั้แ่เกิดมา เขายังไม่เคยรับมือกระบี่ที่รุนแรงรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน หากเป็การต่อสู้จริง ศีรษะของเขาคงหลุดจากบ่าไปแล้ว
"ขอบคุณน้อง หนิงเฟิ่ง ที่ชี้แนะ" เลี่ยงจิน ถึงแม้จะพอใจในฝีมือศิษย์ ของสำนักคุ้มภัยนี้ หากแต่ว่ายังขาดประสบการณ์ ในการต่อสู้ที่ต้องเอาชีวิตกันจริงๆ
เฟยหลง รู้สึกพอใจกับฝีมือศิษย์เอกของสำนัก เพียงแต่ว่ามันยังเร็วเกินไป ที่เขาจะต้องมาประลองฝีมือกับยอดฝีมือระดับนี้
