ขณะจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกำลังนั่งครุ่นคิด ซีนั่วค่อยๆ ได้สติรู้ตัว ทันทีที่ลืมตาพลันมองไปยังหีบบนพื้นเป็นอันดับแรก เมื่อพบว่าหีบวางอยู่บนพื้นโดย ‘ผนึกเดิมไม่เปลี่ยนแปลง’ โซ่เหล็กยังคงไร้ร่องรอยความเสียหาย มังกรกึ่งมนุษย์พลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลิกกายอย่างเงียบเชียบพลางหยัดกายลุกขึ้น
ซีนั่วเดินมาตรงหน้าหีบก่อนจะลูบสำรวจหนึ่งรอบ ตามด้วยยกขึ้นพิจารณาน้ำหนัก
ตนเคยชินกับการนอนกลางวัน ทว่าเมื่อก่อนมักหลับตื้นอย่างยิ่ง ทันทีที่มีความเคลื่อนไหวตนจะรู้สึกตัวตื่นในทันที เพียงแต่ครานี้คล้ายกับตนจะหลับลึกเกินไป กระทั่งจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเข้ามาแล้วกลับยังมิได้ยินเสียง โชคดีที่หีบมิเป็นอันใด มิเช่นนั้นความผิดของตนคงจะมหันต์เสียแล้ว
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อที่อยู่ด้านหลังซีนั่วหรี่ดวงตา มุมปากหยักยก ขอเพียงไปถึงตรอกขี้เถ้า ตนย่อมมีวิธีส่งหีบไปยังมือของไป้ย่า
ทันใดนั้นหนึ่งเสียงดังสนั่นได้ขัดจังหวะความคิดของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงบนพื้นดิน ถึงขั้นทำให้หัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างโขกผนังรถม้า ซีนั่วหยัดยืนไม่มั่นคง ทำได้เพียงจับผนังรถม้าจึงสามารถรักษาสมดุลเอาไว้ได้
“…?! เกิดอันใดขึ้น?!”
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกุมหน้าผากที่โขกผนังเสียจนปูดขึ้นมา ใช้หนึ่งฝ่ามือยันพื้นดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนผลักประตูรถม้าออกเพื่อมองดูด้านนอก
“……!!”
“เกิดอันใด..?!”
ซีนั่วกระโดดออกจากรถม้าตามหลังจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ทันใดนั้นถึงกับเบิกตากว้างยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าที่ปรากฏภายในเสี้ยววินาทีมิเพียงแต่คล้ายกับจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ ทว่ายังมิต่างกับโม่จ้าน เจียนั่วและลาถีเท่อที่อยู่บนเขาลูกเล็กไม่ไกล
ลาถีเท่อกระโดดลงจากรถม้าก่อนเก๋อจือหนึ่งก้าว ทว่ากลับต้องตกตะลึงเสียจนชะงักค้างอยู่กับที่ เก๋อจือที่กระโดดตามลงมาจึงชนเข้าหนึ่งที
“เป็นอันใดๆ?! สิ่งใดระเบิดเสียแล้ว?…เอ่อ อา!!!”
เก๋อจือรู้สึกราวกับตนชนเข้ากับกำแพงและเกือบถูกดีดกลับเข้ารถม้า เด็กหนุ่มผมแดงคลานขึ้นมาโดยที่มีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว ครั้นสังเกตเห็นสถานการณ์บริเวณเชิงเขาตนถึงกับร้องออกมาเสียงดังทันที
“มิได้การ นั่นคือจอมเวทขั้นสูงธาตุดิน ขบวนใหญ่มีอันตรายเสียแล้ว!!!”
สิ้นเสียง เชิงเขาพลันเริ่มเอียงโดยเห็นได้ด้วยตาเปล่า— สาเหตุที่พวกเขาไม่กี่คนเบิกตาอ้าปากค้างเป็นเพราะผืนดินบริเวณเชิงเขากลายเป็นหลุมเลนอย่างกะทันหัน รถม้าสิบกว่าคันและเหล่าทหารรับจ้างค่อยๆ จมลงด้านในโดยมิอาจทำสิ่งใดแม้แต่น้อย
ลาถีเท่อเป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา เขากระโจนไปแกะเชือกผูกรถม้าบนต้นไม้ด้านข้าง โม่จ้านกับเจียนั่วสบตาซึ่งกันและกันพลันเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายในทันที เจียนั่วตบบ่าของเก๋อจือ เก๋อจือรีบร่ายวงเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นมา ธาตุลมจำนวนมากพรั่งพรูเข้าสู่ด้านใน โอบล้อมรอบกายเก๋อจือผ่านทางคทาเวท
โม่จ้านแบกเก๋อจือขึ้นบนหลังก่อนทำการกระโดดลงจากยอดเขา ธาตุลมสีเขียวอ่อนโอบล้อมคนทั้งสอง การกระโดดลงจากที่สูงมิต่างอันใดกับการกระโดดร่มทำเอาผู้อื่นอกสั่นขวัญแขวน ทว่าเจียนั่วกับลาถีเท่อดูราวกับว่าจะมิได้แยแสความปลอดภัยของสหายแม้แต่น้อยและพากันบังคับรถม้ามุ่งหน้าลงเขา
เก๋อจือกอดคอโม่จ้านไว้แน่น รักษาแรงขับเคลื่อนของพลังเวทธาตุลมอย่างเปลืองแรง พยายามสุดความสามารถเพื่อให้พายุคลั่งชะลอความเร็วลงสู่พื้น ทางด้านโม่จ้านปิดเปลือกตาครึ่งหนึ่ง พยายามสัมผัสถึงทิศทางการหลั่งไหลของพลังเวท ครั้นคนทั้งสองลงมาถึงครึ่งเขา โม่จ้านพลันสั่นสะท้านไปทั้งกาย หัตถ์สลัวพลันปรากฏขึ้น ร้องคำรามเสียงดังฝ่าเสียงสายลมจนพอจะเข้าไปถึงภายในหูของเก๋อจือ
“ตรงหน้าทางฝั่งขวามือ ประมาณสองร้อยเมตร! เก๋อจือ!!”
“รู้แล้ว!! แค่กๆๆ—-!!”
สายลมพรั่งพรูเข้าสู่ปาก ทำเอาเก๋อจือสำลักมิเบา กล้ามเนื้อบนท่อนแขนขึงตึงยิ่งนัก พยายามควบคุมทิศทางโดยประมาณ คนทั้งสองที่ตัวแนบชิดติดกันมิต่างกับว่าวชำรุด ถูกสายลมพัดเสียจนเอียงไปเอนมา พยายามลอยไปยังจุดมุ่งหมายอย่างสุดความสามารถ
และในยามนี้ ลาถีเท่อบังคับรถม้ามุ่งตรงไปยังเชิงเขา เจียนั่วกึ่งคุกเข่าอยู่บริเวณประตูรถม้า มือข้างหนึ่งคว้าขอบรถม้า อีกข้างหนึ่งกำหอกเงินไว้มั่น ดวงตามิต่างกับนกเหยี่ยวทั้งสองข้างกวาดมองสถานที่ตั้งค่ายกลางแจ้งชั่วคราว พยายามมองหาจุดที่ตนสามารถแสดงทักษะความสามารถ
หลุมเลนบนพื้นที่ตั้งค่ายกลายเป็นหนองน้ำไปเสียแล้ว เหล่าทหารรับจ้างที่ร้อนรนเสียจนมิรู้จะทำอย่างไรจมลงในโคลนกว่าครึ่งตัวพลางร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่น เจียนั่วชำเลืองมองออกไปไม่ไกล พบว่าซีนั่วได้เริ่มร่ายเวทธาตุลม ผนวกกับพลังเวทธาตุไฟที่อาจหาญของจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อ สามารถทำให้ดินโคลนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทธาตุดินถูกเผาจนแห้งและพัดจนสงบลง ล้อรถม้าคุ้มกันมิได้จมลงไปแต่อย่างใด สามารถรักษาความปลอดภัยของสิ่งของชั่วคราว
รถม้าหยุดลงบนเส้นขอบของพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยพลังเวทธาตุดิน เจียนั่วกระโดดขึ้นสูงพลางร้องคำรามหนึ่งเสียง ซัดหอกเงินไปยังใจกลางอาณาเขต เกราะสีเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ พลังธาตุน้ำแข็งสีน้ำเงินแผ่ปกคลุมจนเกิดเป็นหมอกควันปกคลุมรอบชุดเกราะ กอปรกับท่วงท่าแข็งแรงงดงามของเจียนั่ว ช่างเปี่ยมด้วยกลิ่นอายมิต่างกับเทพสงคราม
“สวบ!! เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…”
หอกยาวควบแน่นด้วยพลังเวทกรีดผ่านอากาศ พุ่งตรงไปปักลงใจกลางหนองน้ำเหนียว พลังธาตุน้ำแข็งเปี่ยมพลังมหาศาลพลันกดข่มพลังธาตุดินเอาไว้ อีกทั้งยังบีบบังคับให้พลังธาตุดินที่ถูกโอบล้อมกลายเป็นชั้นน้ำแข็ง จุดที่ถูกหอกซัดปักลงไปกระจายกลายเป็นลายดอกกุหลาบไม้เลื้อยขนาดใหญ่ ไอเย็นแผ่ซ่านสี่ทิศ ขยายจากจุดเล็กเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้โคลนในหนองน้ำ รวมไปถึงเหล่าทหารรับจ้างถูกแช่แข็งอยู่บนพื้นดิน ขัดขวางมิให้ร่างกายจมดิ่งลงไปได้เป็นการชั่วคราว
โม่จ้านจดจ้องไปยังเนินดินซึ่งเต็มไปด้วยวัชพืชผสมปนเปกันโดยไม่ละสายตา เก๋อจือหอบหายใจหลังลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคง โม่จ้านรีบสาวเท้าเข้าไปด้านหน้า หัตถ์สลัวพลันขยายใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่า ตบลงไปด้านล่างโดยม้วนเอาสายลมเข้าไปด้วย พลังมหาศาลทุบลงบนพื้นดินจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง’ ถึงขนาดทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เนินเล็กสูงประมาณคนสามคนถูกฟาดเสียจนแบนราบ จอมเวทสองคนที่สวมเสื้อคลุมจอมเวททั้งกลิ้งทั้งคลานเพื่อหนีไปด้านข้างอย่างจนตรอก ทว่าจอมเวทธาตุลมผู้หนึ่งที่หลบอยู่ด้านหลังหนีมิทันการ ทำได้เพียงถูกฝ่ามือใหญ่ฟาดเสียจนกลายเป็นเนื้อบดท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง
แน่นอนว่าที่เหลืออีกสองคนก็หนีมิพ้นการลงทัณฑ์ของฝ่ามือใหญ่เช่นกัน — จอมเวทธาตุน้ำชุดคลุมสีน้ำเงินผู้หนึ่งเป็นจอมเวทระดับกลางเช่นกัน เพียงแต่กลับถูกฝ่ามือใหญ่ทำให้ตกใจกลัวเสียจนขาอ่อน ไม่มีกระทั่งเวลาวาดวงเวทย์ให้เต็มวงกลับถูกฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปเต็มแรง ยามนี้เห็นได้ชัดว่าจอมเวทธาตุดินที่เหลืออยู่คือจอมเวทระดับสูงแล้ว สติปัญญาและจิตใจเชื่องช้าเสียจนมิอาจหลบพ้นจึงร่ายเวทหมอกฝุ่น ซ่อนกายอยู่ภายในนั้นพร้อมทั้งร่ายเวทธาตุดินขนาดใหญ่
หากเป็นการต่อสู้ทั่วไป นี่ย่อมต้องเป็นวิธีที่ดีอย่างยิ่ง ทว่าด้วยเพราะศัตรูที่เขาเผชิญหน้าคือโม่จ้านที่ไม่ว่าจะขอบเขตการโจมตีหรือความเร็วล้วนแต่เป็นเลิศ ดังนั้นกระบวนท่าที่ควรได้ผลเต็มร้อยจึงไร้ผลเสียแล้ว —— หัตถ์สลัวพลันยื่นออกไปด้วยขนาดที่ขยายใหญ่ที่สุด เพียงควานเข้าไปในม่านฝุ่นก็สามารถจับจอมเวทที่เบิกตาอ้าปากค้างไว้ในมือเสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว หัวหน้ากลุ่มโจรพลันกระโดดออกมาจากพุ่มไม้ ทันใดนั้นพลันออกคำสั่งให้คนนับร้อยพุ่งเข้าหาจุดตั้งค่าย เหล่าทหารรับจ้างหวาดกลัวทว่ากลับอับจนหนทาง —- ตนถูกแช่แข็งไว้บนพื้น มิอาจขยับเขยื้อน ต่อให้ในมือถืออาวุธแล้วจะทำสิ่งใดได้เล่า?
จี๋เอ่อร์ป๋อเท่อกับซีนั่วหมายจะเข้ามาช่วยเหลือ กลับถูกเข็มน้ำแข็งของเจียนั่วขวางฝีเท้าที่เพิ่งจะก้าวออกมาเอาไว้ การกระทำป่าเถื่อนมิคล้ายกับกำลังเตือนสติคนทั้งสอง กลับดูคล้ายจะเป็นการตักเตือนคนทั้งสองว่า — ‘อย่าได้ย่างกรายเข้าสู่อาณาเขตต่อสู้ของข้า’
เป็นไปตามคาด เจียนั่วพุ่งเข้าหากลุ่มโจรเหล่านั้น อัศวินผู้ห้าวหาญกระโจนขึ้นสูงอีกครั้งและใช้กลอุบายเดิม ครั้นหอกซัดด้ามที่สองปักลงสู่พื้น พื้นดินภายในอาณาเขตหลายร้อยเมตรพลันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งอย่างสิ้นเชิง คนของทั้งสองฝ่ายถูกแช่แข็งไว้ที่เดิมพร้อมๆ กัน เพียงแต่พวกโจรน่าสังเวชกว่าอยู่บ้าง เนื่องจากถูกเจียนั่วแช่แข็งจนกลายเป็นรูปแกะสลักน้ำแข็ง หัวหน้าโจรที่เบิกตาอ้าปากค้างฝืนโจมตีพันธะชั้นน้ำแข็งจนแตก ทว่าเมื่อคิดจะสาวเท้าวิ่งหนีกลับถูกเด็กหนุ่มเผ่าหมานที่ไล่ตามมาซัดหนึ่งหมัดเข้าใจกลางสันหลังและกระอักเลือดตายในทันที
เวลาไม่ถึงสิบห้านาที คนทั้งสี่สามารถจัดการกองโจรกลุ่มใหญ่นับร้อยคนจนหมดสิ้นต่อหน้าเหล่าทหารรับจ้างที่มิอาจขยับเขยื้อน
ซีนั่วกับจี๋เอ่อร์ป๋อเท่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ภายในใจก่อเกิดระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก—- การร่วมมือของคนทั้งสี่ไร้ซึ่งช่องโหว่ เสริมข้อได้เปรียบของแต่ละคน เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดภายในเวลาที่สั้นที่สุด กองโจรขนาดใหญ่ที่มีจอมเวทขั้นสูงหนึ่งคน จอมเวทระดับกลางสองคนและนักรบหนึ่งคนถูกคนทั้งสี่สังหารมิต่างกับหั่นผักหั่นปลา อีกทั้งยังเหลือเชลยเอาไว้อีกหนึ่งคน