จิตรานุช ตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าตรู่ ลงมาทำอาหารเช้าช่วย จำเนียร แม่บ้าน แล้วกลับขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ซึ่งเธอจะต้องกลับไปทำงานแล้ว เพราะเด็กนักเรียนเปิดเทอมวันนี้เป็วันแรก
“นั่นแต่งตัวจะไปไหน?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ซึ่งออกไปวิ่งออกกำลังกายั้แ่เช้าเช่นกัน เอ่ยถามขึ้นเมื่อกลับขึ้นมายังห้องนอน แล้วเห็นภรรยาตัวน้อยกำลังแต่งตัว เหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก
“นุชจะไปทำงานค่ะ” จิตรานุช พูดโดยไม่หันไปมอง โดยก้มลงติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดี
“งานอะไร? ทำไมต้องทำ?” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง ที่เห็นคนตัวเล็กบอกว่าจะออกไปทำงาน ทำไมหญิงสาวจะต้องออกไปทำงานด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเขานั้นเป็ถึงระดับพ่อเลี้ยง สามารถเลี้ยงภรรยาได้เป็สิบๆ คนเลยก็ว่าได้
“ครูค่ะ นุชเป็ครูค่ะ ตอนนี้เด็กๆ เปิดเทอมแล้ว นุชก็ต้องไปทำงานสิคะ แล้วถ้านุชไม่ทำงานแล้วนุชจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายและใช้หนี้ให้พี่ภณล่ะคะ” จิตรานุช หันไปมองชายหนุ่มนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกให้รับทราบ แล้วขยับร่างบางทำท่าจะเดินผ่านคนตัวโตออกไปจากห้อง แต่ชายหนุ่มใช้มือใหญ่ดึงต้นแขนของเ้าหล่อนไว้ ให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
“เธอเป็เมียฉัน จะไปทำงานข้างนอกไม่ได้ ลาออกซะไอ้งานคงงานครูน่ะ ฉันไม่ให้ไปทำ” พ่อเลี้ยงกัณตภณ ฉุนขาดทันทีเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดออกมาอย่างนั้น ตะคอกกลับคนตัวเล็กออกไปเสียงดัง และเผลอบีบต้นแขนของหญิงสาวจนเจ็บ จนใบหน้าสวยหวานบูดบี้ขึ้นมาทันที
“พี่ภณ นุชเจ็บนะคะ” จิตรานุช ร้องบอกชายหนุ่มออกไป ชายหนุ่มจึงเริ่มรู้สึกตัวว่าได้บีบต้นแขนเล็กแรงเกินไปแล้ว จึงได้คลายมือใหญ่ออกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงจับไว้อยู่อย่างนั้น แล้วดึงร่างบางเข้ามาปะทะกับร่างแกร่ง ใช้มือใหญ่โอบรัดร่างบางให้เข้าหาตัว
“พี่ภณ ปล่อยค่ะ นุชไม่ลาออกค่ะ นุชจะไปทำงาน” จิตรานุช พยายามขัดขืนอย่างสุดกำลังเพื่อออกจากการโอบกอดของชายหนุ่ม
เมื่อคืนพอกิจกรรมบนเตียงได้จบสิ้นลงไป และคนตัวโตได้ผลอยหลับไปแล้ว จิตรานุช ซึ่งยังคงนอนไม่หลับคิดแล้วคิดอีก และตัดสินใจว่าจะต้องหาเงินมาใช้หนี้สิน คืนให้แก่คนที่กำลังหลับใหลนั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องมีหนี้สิน หรืออะไรต้องมาติดค้างกันอีก และเมื่อหากเธอใช้หนี้สินหมดแล้ว เธอจะไปจากเขาทันที จะได้ไม่ต้องรอให้เขาต้องมาไล่เธอไปในภายภาคหน้า หากว่าแฟนเก่าของเขากลับมาขอคืนดีด้วย
“ฉันไม่ให้ไปทำงานข้างนอกเด็ดขาด อยากทำงานมากนักใช่มั้ย ได้! จะให้ทำให้สมใจเลย แล้วอย่าได้มาโอดครวญแล้วกัน” ว่าแล้ว พ่อเลี้ยงกันตภณ ก็ก้มลงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง แล้วพาเดินเข้าห้องน้ำไป โดยไม่สนใจเสียงร้องประท้วงของคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งนั้นแต่อย่างใดไม่
“พี่ภณ จะทำอะไรคะ ปล่อยนุชลงค่ะ อย่าทำอย่างนี้นะคะ” จิตรานุช ร้องประท้วงให้คนตัวโตปล่อย ซึ่งพอเมื่อถึงในห้องน้ำชายหนุ่มก็ปล่อยคนตัวเล็กคงไปยืน พร้อมกับยื่นมือใหญ่ไปเปิดน้ำฝักบัวในทันที จึงทำให้น้ำไหลรินลงมากระทบร่างทั้งสองร่าง ที่ยังสวมชุดเสื้อผ้าอยู่นั้น เปียกปอนกันไปตามๆ กัน
“อุ้ย! พี่ภณ นุชเปียกหมดแล้วค่ะ” จิตรานุช อุทานออกมาด้วยความใ
“นี้คืองานที่เธอจะต้องทำ อาบน้ำถูหลังให้ฉัน” พ่อเลี้ยงกัณตภณ เอ่ยสั่งคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่ง ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงโกรธกรุ่นดุดัน พร้อมทั้งจ้องมองหน้าคนตัวเล็ก ด้วยสายตาดุเข้มด้วยอีกต่างหาก
“พี่ภณ!.. อื้ออ!..”
จิตรานุช ส่งเสียงร้องออกมาได้เพียงชื่อของคนตัวโตเท่านั้น ก็ถูกชายหนุ่มประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มไว้อย่างถือสิทธิ์ความเป็เ้าข้าวเ้าของ พร้อมทั้งมือใหญ่ก็ทำการดึงทึ้งเสื้อผ้าของหญิงสาวออกจากร่างบางไปด้วย พอร่างบางเปล่าเปลือยแล้วก็ค่อยหันกลับมาถอดเสื้อผ้าของตนออกไปบ้างจนหมดเช่นกัน
“ต่อไปนี้จะต้องมาอาบน้ำให้ฉันทุกวันเข้าใจไหม นี้คืองานอย่างหนึ่งของเธอ และขอห้ามอย่างเด็ดขาดห้ามออกไปทำงานนอกบ้าน”
เมื่อพ่อเลี้ยงกัณตภณ ถอดถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้ม จึงได้เอ่ยสั่งคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่ง ให้รับทราบถึงหน้าที่อีกอย่าง ที่คนตัวเล็กจะต้องทำ ก่อนจะก้มลงประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มนั้นอีกครั้ง พร้อมกับมือใหญ่ ก็ลูบไล้เนื้อตัวนวลเนียนละเอียดละออ ที่เปียกน้ำอย่างเสน่หาเป็อย่างยิ่งไปมา
ซึ่งกว่าหน้าที่ในการอาบน้ำให้คนตัวโตจะเสร็จสิ้นลงไป ก็กินเวลาไปเป็ร่วมชั่วโมงกว่าๆ เห็นจะได้ ซึ่งวินาทีที่อาบน้ำนั้นก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนอาบน้ำให้ใครกันแน่ เพราะชายหนุ่มเอาแต่ลูบไล้และเลยเถิดไปทำอย่างอื่นด้วย จนเรี่ยวแรงของคนตัวเล็กหดหายไปกว่าครึ่งกันเลยทีเดียว
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙