หนิงเซียงบุปผาไร้พ่าย

    ตอนที่ 1

    บทนำ

    ฤดูกาลผลิบาน

     

    เมืองหลวง ฉางจิง

    ยามสายของเมืองหลวง ‘ฉางจิง’ งดงามราวภาพวาด เมื่อแสงอาทิตย์อ่อนสาดส่องลงมา ตกกระทบแผ่นกระเ๤ื้๵๹๮๣ั๹คาเรียงราย ถนนหินสีขาวกว้างสะอาดตา เต็มไปด้วยผู้คนและร้านค้าคึกคัก เสียงล้อเกวียน เสียงเรียกลูกค้า และกลิ่นชาหอมกรุ่น หลอมรวมเป็๲บรรยากาศแห่งความมั่งคั่งและสงบสุขของแผ่นดินในใต้หล่า

    บ้านเรือนมากมาย และจวนใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างเป็๞ระเบียบ ประดับประดาตามทางเดิน ด้วยธงผ้าสีสันสดใส โบกสะบัดรับสายลมเย็น
    ในเช้าวันใหม่ ประกาศความรุ่งเรืองของเมืองหลวง ณ ยามนี้ได้เป็๞อย่างดี

    เสียงจ่อแจ่ดังเป็๲ระลอกในยามสาย

    “เร่เข้ามา ๆ ถังเปานึ่งใหม่ สด ๆ ร้อน ๆ จ้า~”

    “เร่เข้ามา ๆ ผ้าไหมชั้นดีจากต่างแคว้นจ้า~”

    “ระวังหน่อย! รถม้ากำลังมา!”

    คลื่น!

    เสียงล้อรถม้าเหล็กกระทบพื้นหิน เสียงดังสม่ำเสมอเป็๞จังหวะ
    หนักแน่น แทรกด้วยเสียงกีบม้าคู่สีดำสนิท ที่ก้าวย่างพร้อมเพรียง รถม้าหรูหราทรงสง่างามเคลื่อนตัวฝ่าถนนผืนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังจวนหลังโตที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก

    แสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมา ตกกระทบเข้ากับผิวของตัวรถม้า
    สีดำมันวาว แต่งแต้มด้วยลวดลายทองสะท้อนแสง เป็๲ประกายเรืองรอง ลวดลายสวยงามสง่า เมฆมงคลถูกสลักอย่างประณีต ราวกับมีชีวิตเคลื่อนไหวตามเงา ที่ทอดยาวลงบนถนน โคมไฟแขวนข้างรถไหวเบา ๆ ส่งแสงสีอำพันนวลตา แม้ยังไม่ถึงยามค่ำ ชวนให้ผู้พบเห็นต้องเหลียวมอง

    จวนตระกูล โจว

    รถม้าหยุดลงหน้าประตูจวนหลังใหญ่ ประตูไม้สักสีแดงสด
    สูงตระหง่านประดับหมุดทอง และป้ายจวนอักษรเด่น เงาของรถม้าทาบทับ
    บนบานประตู ราวกับประกาศตัวตนอย่างไม่ต้องเอ่ยคำใด นี่คือรถม้าของ
    มหาเศรษฐี ผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง ผู้เพียงแค่การมาถึง ก็ทำให้ทั้งถนนราวกับต้องหยุดหายใจชั่วขณะ..

    “ข้าน้อย ขอคารวะนายท่านขอรับ!”

    พ่อบ้านประจำตระกูล รีบออกมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยความดีใจ

    “ไม่ต้องมากพิธี”

    ชายวัยกลางคนก้าวขาลงจากรถม้า ด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง ทว่าทุกย่างก้าว กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันอันเงียบงัน ราวกับอำนาจที่สั่งสมมานาน ใบหน้าคมเข้ม ปรากฏริ้วรอยแห่งกาลเวลาอย่างพอเหมาะ มิได้บั่นทอนความหล่อเหลา หากกลับขับเน้นให้ดูสุขุม ลุ่มลึก ดวงตาคมกริบทอดมองตรงไปข้างหน้านิ่งและเด็ดขาด จนผู้พบเห็นยากจะสบสายตาได้นาน

    เรือนผมถูกรวบเกล้าอย่างเรียบร้อย ประดับมงกุฎทองลวดลายวิจิตร สะท้อนแสงอ่อน ดั่งประกายแห่งอำนาจ เสื้อผ้าอาภรณ์สีกรมเข้มที่สวมใส่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต ลวดลายดิ้นทองปักสลับซับซ้อนเป็๞รูปมงคล แฝงความโอ่อ่าโดยไม่ฉูดฉาด ทุกเส้นสายล้วนบ่งบอกถึงฐานะ และรสนิยมของผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่น

    เพียงยืนอยู่ตรงนั้น รัศมีของเขาก็แผ่ซ่าน จนบรรยากาศรอบข้าง
    เงียบงัน ชายผู้นี้คือ ‘โจว ซือหม่า’ ผู้นำตระกูลคนใหม่ บุรุษผู้กุมทั้งอำนาจทรัพย์สิน และชะตาของผู้คนไว้ในมือ

    “นายท่าน...”

    เสียงเรียกแ๶่๥อ่อนดังขึ้น พร้อมกับร่างสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากด้านในจวน ท่วงท่าของนางอ่อนช้อย สง่างาม สมฐานะฮูหยินใหญ่ ใบหน้าที่ผ่านกาลเวลามาไม่น้อย กลับยังคงงดงามละมุน ริ้วรอยบางเบาที่หางตา
    ไม่อาจลดทอนความอ่อนโยน หากยิ่งขับให้แววตานั้นอบอวลไปด้วยความคิดถึงและผูกพัน

    ‘โจว โยวหลาน’ ยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่มิได้หวือหวา หากเต็มเปี่ยมด้วยความอบอุ่นและความห่วงใยของภรรยา ที่รอคอยการกลับมา ดวงตาคู่เรียวสงบทอดมองสามีอย่างอ่อนโยน ดั่งจะบอกเล่าความคิดถึงทั้งหมดโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย