บทที่ 28 ซื่อตรงและเปิดเผย ไม่ต้องกลัว
ภายในถ้ำพำนัก
ซูฝานแนบหูกับประตูหิน คอยฟังเสียงที่ดังมาจากด้านนอก
"ความสามารถของชายชราผู้นี้ยังพอใช้ได้อยู่ เขาบรรลุถึงขอบเขตแปรลักษณ์แล้ว"
สุนัขดำตัวใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ
"ยังไม่ทันเห็นตัวคนเลย แล้วท่านรู้ถึงพลังบำเพ็ญเขาได้อย่างไร"
ซูฝานตกตะลึง
"เหลวไหล ข้าเป็ใครกัน? เพียงแค่ลมหายใจที่เขาปล่อยออกมา ข้าก็สามารถตัดสินพลังบำเพ็ญของเขาได้แล้ว"
สุนัขดำตัวใหญ่กลอกตามองเขา แล้วพูดอย่างสนุกสนานว่า "เสี่ยวฝานฝาน เ้ามีวิธีรับมือหรือไม่?"
"แน่นอนว่ามี"
"หากข้าไม่มีแผนการรับมือ ข้าจะกล้าไปปล้นห้องเก็บสุราของเขาหรือ"
ซูฝานสูดหายใจลึก จัดเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนให้เรียบร้อย แล้วเปิดประตูหินเดินออกไป
เมื่อเห็นซูฝานเดินออกมา เหลิ่งเยว่ก็ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างนอบน้อม "ท่านผู้เฒ่าตี๋ เขาชื่อซูฝาน มีาแที่หัวไหล่ซ้าย"
ผู้เฒ่าตี๋เงยหน้ามองไปที่ซูฝาน เมื่อเห็นคราบเืบนไหล่ของซูฝาน จึงถามว่า "เป็เขาหรือไม่"
"ท่านผู้เฒ่ากำลังถามถึงผู้ใดหรือ"
ทุกคนต่างรู้สึกสงสัย
"เจี๊ยก ๆ"
ในชั่วขณะถัดมา
ภูตวานรน้อยตัวหนึ่งก็ะโออกมาจากด้านหลังของผู้เฒ่าตี๋ มันนั่งยอง ๆ อยู่บนบ่าของเขา จ้องมองซูฝานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการท้าทายและความหยิ่งผยอง
"ไอ้ตัวตลก พวกเราได้พบกันอีกแล้ว"
"ประหลาดใจหรือไม่?"
"คาดไม่ถึงใช่หรือไม่?"
"ให้ตายสิ! เ้าลิงนี้ กลับเป็สัตว์ิญญาของท่านประมุขตำหนักอาญางั้นรึ?"
ซูฝานรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ผู้สนับสนุนเื้ัมันช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
ลิงป่าแย้มยิ้มเ้าเล่ห์ พลางผงกศีรษะให้ผู้เฒ่าตี๋
"เ้าหัวขโมยชั่วช้า!"
ผู้เฒ่าตี๋โกรธจัด ก้าวเท้าเข้าไปหาซูฝาน แล้วเตะออกไปทันที ร่างของซูฝานลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับถ้ำอย่างแรง
เท้าที่เตะมานั้น ทำให้เืลมในร่างของซูฝานปั่นป่วน รสคาวเืพลันพุ่งขึ้นมาที่ลำคอ แล้วกระอักออกมาเป็เืสด ๆ
ครั้งนี้ผู้เฒ่าตี๋ยังปรานีไว้ หากไม่เช่นนั้น ด้วยพลังของเขา เพียงบาทาเดียวก็สามารถเตะซูฝานให้ตายคาที่ได้
"ร่างิญญาไร้ค่าที่หยิ่งผยองผู้นี้ ไปก่อเื่ชั่วช้าอันใดเข้า ถึงทำให้ท่านผู้เฒ่าตี๋โกรธถึงเพียงนี้"
"เมื่อครู่ตอนที่ข้าอยู่ในถ้ำ ได้ยินท่านผู้เฒ่าตี๋กล่าวว่ามีคนขโมยสุราของเขา"
"หรือว่าโจรขโมยสุราจะเป็เขาผู้นี้?"
ทุกคนต่างตกตะลึงด้วยความสงสัย
เหลิ่งเยว่วิ่งเข้าไปในถ้ำ กล่าวด้วยความโกรธว่า "ซูฝาน รีบคุกเข่าขอขมาท่านผู้เฒ่าตี๋เดี๋ยวนี้! แล้วก็เอาสุราที่เ้าขโมยมาออกมาให้หมด!"
ประมุขตำหนักอาญาผู้นี้ มิใช่ผู้ที่จ้าวอวี่จะเทียบได้
แม้แต่เหล่าผู้าุโจากแต่ละยอดเขา อย่างสวี่ซานอินและเซวียฉางซาน ก็ยังไม่กล้าแสดงความไม่เคารพต่อหน้าผู้เฒ่าตี๋
ซูฝานคลานลุกขึ้น มือกุมบริเวณที่เ็ป กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้ขโมยสุราของท่านผู้เฒ่ามานะ"
"ไม่ได้ขโมยรึ?"
ผู้เฒ่าตี๋ทำหนวดชี้ตาถลน ตวาดว่า "แล้วสุราในห้องเก็บสุราเล่า? หรือว่าผีมาขโมยไปเสียแล้ว?"
"ศิษย์ไปที่ห้องเก็บสุราจริง และได้เห็นไหสุราเ่าั้ด้วย แต่ศิษย์ไม่ได้เอามาจริง ๆ"
กล่าวถึงตรงนี้
ซูฝานดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงร้องเสียงดัง "หลี่โหย่วเต๋อ ใช่แล้ว ต้องเป็เขาแน่ ๆ"
ที่จริงแล้ว ไม่ว่าเขาจะเอามาหรือไม่ เขาก็ต้องโดนซ้อมอยู่ดี
เพราะภูตวานรตนนั้นเห็นเขาเข้าไปในห้องเก็บสุรา เช่นนั้น ผู้เฒ่าตี๋ก็จะมาตามหาเขาแน่
และเพราะคิดได้เช่นนี้ ซูฝานจึงเปลี่ยนความคิด ในเมื่อต้องถูกตีอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ขอแบ่งครึ่งไปเสียดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกตีเปล่า ๆ
"หลี่โหย่วเต๋อ?"
"ก็คือสหายของเ้าคนนั้นใช่หรือไม่?"
ผู้เฒ่าตี๋ถาม
เหลิ่งเยว่ขมวดคิ้ว ‘ไฉนถึงเกี่ยวข้องกับหลี่โหย่วเต๋ออีก’
"ใช่แล้ว ๆ"
ซูฝานผงกหัวหงึกหงัก แล้วส่ายหน้าพลางกล่าว "ไม่ใช่ขอรับท่านประมุข ศิษย์ไม่ได้เป็พวกเดียวกับเขา"
"พูดแต่ประเด็นสำคัญ!"
ผู้เฒ่าตี๋ตวาดด้วยความไม่พอใจ
"ขอ ๆ ๆ"
"ตอนนั้นหลี่โหย่วเต๋อบอกว่า สุราพวกนั้นอาจจะเป็ของล้ำค่า และชวนให้ข้าแบ่งกันคนละครึ่ง แต่ศิษย์ไม่กล้ารับ"
"แค่คิดก็รู้ว่าสุราพวกนั้นต้องมีเ้าของแน่นอน ดังนั้นตอนนั้นศิษย์จึงจากมาทันที เหลือเพียงหลี่โหย่วเต๋อคนเดียวอยู่ที่นั่น"
"ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ศิษย์ไม่ทราบจริง ๆ ขอผู้เฒ่าตี๋พิจารณาด้วย"
ซูฝานรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น
"ถูกต้องแล้ว!"
นี่คือจุดประสงค์ที่เขาให้หลี่โหย่วเต๋อหลบหนีไป
ให้หลี่โหย่วเต๋อมารับเคราะห์แทน
เพียงแค่หลี่โหย่วเต๋อหนีไป ในสายตาของทุกคนก็จะมองว่าเป็การหลบหนีคดี เมื่อถึงตอนนั้นย่อมจะเชื่อว่าสุราถูกเขาขโมยไป
ส่วนซูฝาน ก็จะสามารถหลุดพ้นจากเื่นี้ได้อย่างปลอดภัย
"จะมาหลอกกันรึ?"
"หึ ๆ ๆ!"
"ข้าก็ทำเป็เหมือนกัน"
เหลิ่งเยว่ถามอย่างสงสัย "แล้วเหตุใดพวกเ้าถึงต้องไปที่ห้องเก็บสุราของท่านผู้เฒ่าตี๋? แล้วพวกเ้ารู้ได้อย่างไรว่าห้องเก็บสุราของเขาอยู่ที่ใด?"
"สัตว์วิเศษของท่านผู้เฒ่าตี๋..."
ซูฝานมองภูตวานรที่นั่งยอง ๆ อยู่บนบ่าของผู้เฒ่าตี๋แล้วกล่าวว่า "มันขโมยถุงเก็บของของหลี่โหย่วเต๋อมา พอดีข้าได้พบกับหลี่โหย่วเต๋อ ข้าจึงช่วยเขาตามหามัน"
"พวกข้าตามรอยมันมาจนเจอห้องเก็บสุรานี่"
ซูฝานหยิบถุงเก็บของออกมา ยื่นไปตรงหน้าผู้เฒ่าตี๋ ก้มหน้าพลางกล่าว "ท่านผู้เฒ่า หากท่านไม่เชื่อ โปรดตรวจดูด้วยตัวท่านเองว่าในถุงเก็บของของศิษย์มีสุราอยู่หรือไม่"
ผู้เฒ่าตี๋คว้าถุงเก็บของมา ค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วพลางกล่าว "เหตุใดจึงมีศิลาิญญามากมายเช่นนี้?"
"นั่นเป็ส่วนแบ่งที่หลี่โหย่วเต๋อมอบให้ข้าขอรับ"
"เมื่อเช้าตอนที่ข้าประลองกับสวีเจียวเจียว เขาเปิดโต๊ะพนันที่ลานประลอง ข้าชนะไปหลายหมื่น"
ซูฝานตอบตามความจริง
ผู้เฒ่าตี๋จ้องมองสีหน้าของซูฝานตลอดเวลา แต่กลับไม่พบร่องรอยการโกหกแม้แต่น้อย
"ศิษย์ยังมีถุงเก็บของอีกสามใบ เชิญท่านตรวจสอบทีละใบเถิด"
"ไม่เป็ไร"
"อย่างไรเสีย ไข่มุกปราณโลหิตก็หายไปแล้ว"
"ทั้งเตาหลอมราชันมารและถุงเก็บของที่บรรจุสุราก็อยู่ในทะเลปราณของต้าเฮยโก่ว ให้เขาตรวจค้นได้ตามสบาย"
เมื่อผู้เฒ่าตี๋ตรวจดูถุงเก็บของเสร็จ เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น
ซูฝานก้าวไปปิดประตูหินของถ้ำ หันกลับมามองเหลิ่งเยว่ พลางยิ้มกล่าวว่า "ศิษย์พี่หญิง ท่านหันหลังให้ข้าก่อน"
เหลิ่งเยว่หันกลับไป
ซูฝานถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว ยืนเปลือยกายอยู่ต่อหน้าท่านผู้เฒ่าตี๋
"หากท่านผู้เฒ่ายังไม่เชื่อ ท่านสามารถค้นที่พำนักของศิษย์ได้"
กล่าวจบ ซูฝานก็ถอยไปด้านข้าง แล้วหยิบเสื้อผ้าที่อยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่
"ค้น!"
ผู้เฒ่าตี๋เอ่ยปาก
ภูตวานรเริ่มค้นหาทั่วถ้ำในทันที
ถ้ำนี้มีขนาดเพียงเล็ก ทั้งยังไม่มีหีบหรือตู้อะไร ดังนั้นจึงค้นหาได้อย่างรวดเร็ว
"เ้าไม่ได้เอาไปจริง ๆ หรือ?"
ผู้เฒ่าตี๋จ้องมองซูฝาน พลังกดดันที่มองไม่เห็นกดทับเด็กหนุ่ม
"ข้าเปล่าจริง ๆ ขอรับ"
"ศิษย์ไม่ได้โง่เขลาถึงเพียงนั้น จะกล้าแตะต้องของของผู้ทรงพลังได้เยี่ยงไรกัน?"
ซูฝานกล่าวตอบอย่างว่าง่ายและซื่อตรง
"ถือว่าเ้าไม่ใช่คนโง่ แม้จะไม่รู้เื่อะไรเลย แต่ก็ยังตัดสินใจได้ว่าไม่ควรแตะต้องสุราพวกนั้น"
"แต่ถึงเ้าจะไม่ได้หยิบมัน เ้าก็มีส่วนร่วมด้วย!"
แววตาของผู้เฒ่าตี๋เต็มไปด้วยประกายเย็นเยียบ
"ขอท่านประมุขพิจารณาด้วย!"
"ศิษย์เพียงแค่ไปช่วยหาถุงเก็บของของหลี่โหย่วเต๋อกลับมาเท่านั้น ศิษย์กับหลี่โหย่วเต๋อไม่สนิทสนมกันเลย พบหน้ากันเพียงสองครั้งเท่านั้น"
"หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้ ต่อให้หลี่โหย่วเต๋อมอบศิลาิญญาให้ศิษย์ทั้งหมด ศิษย์ก็ไม่กล้าไปช่วยเขาหรอกขอรับ"
ซูฝานก้มหน้าลง รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ผู้เฒ่าตี๋หันไปมองเหลิ่งเยว่แล้วถามว่า "หลี่โหย่วเต๋อเป็ศิษย์ของยอดเขาใด"
"ดูเหมือนจะเป็ยอดเขาที่สอง"
เหลิ่งเยว่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ
ผู้เฒ่าตี๋จ้องมองที่ซูฝาน แล้วกล่าวว่า "รอให้ข้าตามหาหลี่โหย่วเต๋อและสืบสวนให้กระจ่างก่อน หากพบว่าเ้าโกหก เ้าคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น!"
ซูฝานยืดตัวตรงแม้จะมีร่างเล็ก ทว่าตอบอย่างหนักแน่นว่า "ศิษย์พูดด้วยความจริงใจ ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น"
"หวังว่าจะเป็เช่นนั้น"
ผู้เฒ่าตี๋แค่นเสียงเ็าออกมาก่อนจะหมุนตัวจากไป
ภูตวานรที่อยู่บนบ่าของเขาทำท่าทางขู่ใส่ซูฝานอยู่หลายที
ราวกับจะบอกว่า
"ไอ้ตัวตลก เื่นี้ยังไม่จบ ข้าาาวานรจะต้องกลับมาชำระแค้นกับเ้าแน่"
ซูฝานจ้องมองภูตวานรตัวนั้นด้วยสายตาดุดัน แล้วค้อมกายคำนับ "ขอส่งท่านประมุข"
หลังจากที่ผู้เฒ่าตี๋จากไป เหลิ่งเยว่ก็ปิดประตูหินดังปัง แล้วจ้องมองซูฝานด้วยสายตาโกรธเคือง
ซูฝานยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับเด็กน้อยที่กระทำความผิด
"เ้าช่างก่อเื่ไม่เว้นแต่ละวันจริง ๆ กล้าไปยั่วโทสะท่านผู้เฒ่าตี๋ถึงเพียงนี้ เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่?" เหลิ่งเยว่ตวาดด้วยความโกรธ
"ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้ตั้งใจไปยั่วโทสะท่านผู้เฒ่าตี๋เสียหน่อย แต่เป็เ้าลิงน้อยตัวนั้นต่างหากที่มาก่อกวนพวกเรา หากมิใช่เพราะลิงน้อยตัวนั้นขโมยถุงเก็บของของหลี่โหย่วเต๋อไป พวกเราจะพบห้องเก็บสุราได้อย่างไรกัน?"
ซูฝานกล่าวด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ
"ที่จริงแล้ว ล้วนเป็เพราะลิงตัวนั้นก่อเื่ทั้งสิ้น"
"เ้ายังกล้าแก้ตัวอีก!"
เหลิ่งเยว่ตวาดเสียงเ็า
"ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ต่อไปข้าจะไม่ทำอีก"
ซูฝานที่รู้กาลเทศะรีบก้มหัวขอโทษทันที อ่อนน้อมราวกับลูกแกะน้อย
เหลิ่งเยว่ขยี้หน้าผากอย่างอ่อนแรงพลางถาม "เ้าบอกข้ามาตามตรง เ้าขโมยสุราของท่านผู้เฒ่าตี๋มาจริงหรือไม่"