ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    คำตอบของจักรพรรดิหญิง

            จักรพรรดิหญิงไม่รู้ว่าจะตอบจ้าวหลานยังไงดี นางเองก็ไม่รู้ว่าในอนาคตนางจะยังอยู่กับต้าหมิงหรือไม่ หรือว่าทั้งสองจะต้องแยกทางกัน

            “เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “แล้วถ้ามีหญิงสาวจำหนึ่งต้องการที่จะอยู่เคียงข้างเขาท่านจะยินยอมหรือไม่” จ้าวหลานกล่าว

            “แน่นอนข้าไม่คิดจะรั้งตัวเขาเอาไว้ขนาดนั้นเพราะไม่ว่าอย่างไรคนที่เห็นแก่ตัวแล้วนำพาเขาเข้ามายังสถานที่ววุ่นวายแบบนี้ก็เป็นข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “งั้นเหรอ” จ้าวหลานกล่าวพร้อมกับหลับตาลง

            “ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะทำให้เจ้าหวั่นใหวได้สินะ” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “ท่านดูถูกเขาเกินไป ในตอนนี้น่าจะมีหญิงสาวมากมายที่หวั่นใหวต่อเขาไม่น้อยแม้แต่พี่สาวของข้าที่มักจะไม่ค่อยเข้าหาผู้ชายแต่กลับพูดถึงเรื่องของต้าหมิงบ่อยครั้งและทุกครั้งที่ต้าหมิงพบเจอกับอันตรายนางก็จะเป็นคนแรกที่กังวลต่อความปลอดภัยของเขาถึงขั้นไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง ท่านคิดว่าตอนนี้ต้าหมิงมีอิทธิพลต่อพวกข้ามากน้อยแค่ใหนแล้วละ” จ้าวหลานกล่าว

            “…….”

            จักรพรรดิหญิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะนางเองก็รู้ดี ตั้งแต่รู้จักกับต้าหมิงมานางมักจะรู้สึกแปลกๆ สำหรับนางไม่ว่าชายหนุ่มพวกนั้นจะหล่อเหลาหรือทรงพลังเพียงใดก็ไม่สามารถทำให้นางรู้สึกสนใจได้เลย อย่างจักรพรรดิเหมันต์ซึ่งว่ากันว่าเป็นชายที่หล่อเหลามากและเขายังเคยตามจีบนาง

            แต่นางกลับไม่สนใจในตัวของจักรพรรดิเหมันต์เลยไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่สำหรับต้าหมิงนางกลับรู้สึกอยากจะจ้องมองดูเขาตลอดและสายตาของนางจะต้องหยุดที่เขาโดยไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้

            “ข้าคิดว่าท่านจักรพรรดิน่าจะรู้ตัวแล้ว ต้าหมิงนั้นต่างจากคนทั่วไปแม้ต้าหมิงจะหล่อเหลาแค่ใหนแต่มันก็ไม่พอที่จะทำให้ข้าหวั่นใหวได้แต่เพราะอะไรไม่รู้ข้ากลับรู้สึกว่าเขานั้นมีเสน่ห์เหลือเกินทุกครั้งที่เขาหยอกล้อข้าหัวใจของข้าก็จะเต้นแรงเสมอเพราะงั้นข้าคิดว่าในอนาคตข้าอาจจะเป็นคนหนึ่งที่ยินยอมอยู่ข้างกายเขา” จ้าวหลานกล่าว

            “เรื่องนั้นก็ปล่อยให้โชคชะตาตัดสินเถอะ” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับมองไปยังทิศทางที่ต้าหมิงจากไป

            ต้าหมิงที่กลับมายังที่พักของตนเองก็เริ่มบ่มเพาะอย่างจริงจัง ตราบใดที่ตนเองอยู่ในวังหลวงต้าหมิงสามารถใช้อำนาจของตนเองนำทรัพยากรจำนวนมากมาใช้ได้

            “ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าจอมเวทย์ระดับจอมพลนั้นแข็งแกร่งมากแค่ใหนและข้าไม่มีโอกาสแม้จะต่อต้านด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะอสูรมายาตนใหม่ของข้ามีพลังในการทะลวงการป้องกันทั้งหมดละก็ข้าคงถูกจับตัวไปแล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจัง

            ต้าหมิงเปิดตำราอสูรมายาหน้าที่สองออกและมองดูภากปักษาที่มีปากแหลมคมเหมือนกับดาบ ปักษาดาบวายุเป็นอสูรมายาธาตุลม ความเร็วของมันนั้นเหนือกว่าระดับขุนพลเสียอีก และด้วยขนาดตัวของมันในตอนนี้ยังไม่ใหญ่มากต้าหมิงจังไม่สามารถขี่อสูรตนนี้ได้

            “หลังจากที่ข้ากลายเป็นจอมเวทย์ระดับ 3 อสูรสายฟ้าคลั่งก็ตัวใหญ่ขึ้นมากจนตอนนี้มันมีความสูงเทียบเท่ากับข้าแล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            หลายวันต่อมาต้าหมิงยังคงบ่มเพาะอย่างหนักและหลังจากที่ต้าอาการบาดเจ็บหายสนิทแล้วต้าหมิงก็ถูกจอมพลสูงสุดชักชวนไปฝึกซ้อมกับค่ายทหาร ซึ่งต้าหมิงก็ไม่ปฏิเสธ

            “ยอดเยี่ยม การเคลื่อนใหวของเด็กคนนี้รวดเร็วและยื่นหยุ่นมาก บอกตามตรงถ้าร่างกายของข้าเป็นเหมือนกับเด็กคนนี้ละก็ข้าคงแข็งแกร่งกว่านี้” ขุนพลคนหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อมองไปยังต้าหมิงที่กำลังต่อสู้อยู่กับทหารคนหนึ่ง

            “ต้าหมิงเปรียบดั่งอัญมณีที่ยังไม่ถูกขัดเกลา ตัวเขาในตอนนี้สามารถเปล่งประกายได้มากกว่านี้อีก” จอมพลสูงสุดกล่าว

            “เป็นเรื่องจริง ผู้อัญเชิญส่วนใหญ่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้แบบนี้อย่างแน่นอน และข้าก็ยังไม่เคยเห็นผู้อัญเชิญคนใหนฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิด อย่างมากพวกเขาก็ฝึกฝนด้านความเร็วไว้หลบหนี” ขุนพลวัยกลางคนกล่าว

            หลังจากฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิดแล้วเหล่าทหารที่เป็นจอมเวทย์ระดับ 3-6 ก็ต้องตื่นตระหนกและชื่นชมต้าหมิงไม่ขาดสาย

            ต่อมาเมื่อเป็นการฝึกยิงธนูเหล่าจอมพลก็กลายเป็นคาดหวัง ตอนนี้พวกเขาต้องการจะดูว่าต้าหมิงพัฒนาไปถึงใหนแล้ว

            “ต้าหมิงข้าได้ข่าวว่าเจ้าสามารถยิงธนูได้ใกลเกินระยะ 500 เมตรได้แถมยังแม่นยำอีกด้วยวันนี้เจ้าช่วยแสดงให้พวกข้าเห็นได้หรือไม่” ขุนพลวัยกลางคนกล่าว

            “อืมข้าเองก็อยากจะเห็นเช่นกัน” ทหารหลายคนเริ่มแสดงความอยากรู้

            “ไม่มีปัญหา” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            จากนั้นขุนพลวัยกลางคนก็ใช้พลังเวทย์ส่งเป้ายิงพุ่งออกไปเกินระยะ 500 เมตรในพริบตา ซึ่งจุกที่เป้ายิงถูกส่งออกไปคือระยะ 600 เมตร ทหารหลายคนต่างกลืนน้ำลาย เพราะด้วยความสามารถของพวกเขาแค่ระยะ 3-4 ร้อยเมตรก็เป็นไปได้ยากแล้ว

            “ถ้าเจ้ายิงถูกตรงกลางเป้าข้าคนนี้จะมอบของดีให้เจ้า 1 อย่าง” ขุนพลวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา

            “ของดีงั้นเหรอ” ต้าหมิงเอียงคอด้วยสีหน้าสงสัย

            “เอาหูเขามานี่” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับกระซิบข้างๆหูต้าหมิง

            ในตอนนั้นเองใบหน้าของต้าหมิงก็ตื่นตระหนกความต้องการจะได้รางวัลพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            “ท่านคงไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ใหม” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าตื่นเต้น

            “แน่นอนข้าจะล้อเล่นเจ้าทำไมแต่ว่าเจ้าจะต้องปิดเป็นความลับห้ามบอกใครเด็ดขาด” ขุนพลวัยกลางคนกล่าว

            “ไม่มีปัญหา คอยดูข้าจะทำให้พวกท่านต้องตกตะลึง” ต้าหมิงรู้สึกมีพลังทันที

            ต้าหมิงนำธนูเวทย์ของตนเองออกมา ต้าหมิงไม่ได้ใช้ศรเวทย์แต่เป็นศรเหล็กธรรมดา ต้าหมิงดึงสายด้วยพลังทั้งหมดที่ตนมีพร้อมกับเล็งไปที่เป้าหมาย

            “ธนูนี่สร้างมากจากกระดูกสันหลังของสัตว์เวทระดับ 6 อีกาทมิฬซึ่งคนที่จะใช้ธนูนี้ได้จำเป็นต้องมีพละกำลังมหาศาลต่อให้เป็นจอมเวทย์ระดับขุนพลก็ใช่ว่าจะใช้ได้มีเพียงจอมเวทย์เสริมกำลังเท่านั้นที่สามารถง้างธนูออกได้ขนาดนี้” จอมพลสูงสุดกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            ดวงตาของต้าหมิงเหมือนกับเหยี่ยวที่มีสายต้ากว้างใกล แม้ระยะจะอยู่ห่างถึง 60 เมตรแต่ต้าหมิงกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ต้าหมิงเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงมีสานตาที่ดีกว่าคนอื่นๆ

            “ฟุบ!!!!!!!!!”

            พริบตานั้นเองศรก็ถูกปล่อยออกไปพร้อมกับลูกศรพุ่งผ่านอากาศและปักเข้ากลางเป้าหมายอย่างจัง เหล่าทหารพากันอ้าปากค้างทันทีพวกเขามีเคยคิดจะเชื่อเรื่องบ้าๆแบบนี้จนกระทั้งได้เห็นกับต้า เด็กอายุ 16 ปีกลับมีความสามารถขนาดนี้ถ้าต้าหมิงได้เข้าร่วมกองทัพละก็ด้วยความสามารถยิงธนูขนาดนี้ใครกันจะเข้าใกล้ตัวเขาได้

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน