บทที่ 4 ถ่ายท้อง (รีไรต์)
ทางด้านไฉ่ซื่อนั้น เมื่อนางนำน้ำแกงไก่มาเคี่ยวกับแป้งธัญพืชหยาบ กลิ่นหอมกรุ่นก็อบอวลไปทั่วกระท่อมหญ้า นับว่ายังเป็โชคดีที่กระท่อมหลังนี้ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ยามปกติไร้ผู้คนสัญจรผ่านไปมา จึงไม่มีใครได้กลิ่นหอมนี้
ไฉ่ซื่อและบุตรชายทั้งสามต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความอิ่มเอมใจ นานเหลือเกินแล้วที่พวกเขาไม่ได้กินจนอิ่มหนำเช่นนี้ เมื่อมีเสบียงกรังพกไว้ข้างกายใจก็ไม่หวาดหวั่น ชีวิตเริ่มมองเห็นแสงแห่งความหวัง ทุกคนต่างก็มีเรี่ยวแรงจะขยับขยายทำมาหากิน
ก่อนจะเอนกายพักผ่อน พวกเขาช่วยกันขุดหลุมใต้กองหญ้าแห้งในกระท่อมเพื่อฝังซ่อนเสบียงเอาไว้ แล้วจึงนำหญ้าคาแห้งมาปูทับไว้หนา ๆ อีกชั้นหนึ่ง
ยามค่ำคืน แม้ไร้ซึ่งเตียงเตาและผ้าห่มผืนหนา ทว่าทุกคนกลับนอนเบียดเสียดกันอยู่ในกองหญ้า ไฉ่ซื่อโอบกอดเสี่ยวหยวนเป่าไว้ในอ้อมอก ต้าเป่านอนอยู่ริมสุด ตามด้วยซานเป่าและเอ้อร์เป่าที่นอนเรียงกันเพื่ออาศัยไออุ่นจากกันและกัน
เสี่ยวหยวนเป่าซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของไฉ่ซื่อพลางดูดนิ้วน้อย ๆ ของตนไปด้วย ร่างมนุษย์นี่ช่างอบอุ่นเสียจริง!
อยู่ที่นี่ ดูเหมือนทุกคนจะรักใคร่เอ็นดูนางยิ่งนัก
หากเป็ในปรโลก ท่านพ่อพญายมมักจะยุ่งวุ่นวายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่มีเวลามาเล่นกับนางเลย ยามปกตินางจึงทำได้เพียงกลั่นแกล้งพวกผีตัวน้อย ๆ ซ้ำยังถูกท่านพ่อตีอยู่บ่อยครั้ง
ช่างน่าเบื่อนัก!
ทว่าที่นี่มีทั้งท่านแม่และเหล่าพี่ชาย ช่างครึกครื้นเหลือเกิน!
นางเริ่มจะพึงใจในโลกใบนี้เสียแล้ว
นางไม่อยากกลับไปอีกแล้ว...
นางจะต้องปกป้องคนเหล่านี้ไว้ให้ได้!
นางจะเปลี่ยนเส้นตายในบัญชีเป็ตายของพวกเขา!
โดยเริ่มจากชีวิตใหม่ของเสี่ยวหยวนเป่านี่แหละ!
ภายนอกกระท่อม ลมเหนือพัดโบกหวีดหวิว ทว่าคนในครอบครัวที่อิ่มท้องต่างหลับสนิทอยู่ในกองหญ้าอย่างแสนสุข มีเพียงเสี่ยวหยวนเป่าที่ลืมตากลมโตคู่สวยมองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกใบใหม่อย่างไม่รู้เบื่อ จนกระทั่งถึงยามไก่โห่ นางจึงได้ม้วนตัวหลับปุ๋ยไป
วันรุ่งขึ้น เมื่อเสี่ยวหยวนเป่าตื่นขึ้นมา ทุกคนในบ้านต่างก็ตื่นไปทำงานกันหมดแล้ว
ต้าเป่าเข้าป่าไปั้แ่มืด ส่วนไฉ่ซื่อและเอ้อร์เป่าก็กำลังวุ่นอยู่กับการทำงานอยู่ด้านนอกเหลือเพียงซานเป่าที่คอยเฝ้าน้องสาวอยู่ข้างกาย
“พี่สาม!”
“น้องสาว ตื่นแล้วหรือ ท่านแม่รอเ้าไปกินข้าวอยู่นะ”
เพียงได้ยินคำว่ากินข้าวเสี่ยวหยวนเป่าก็ลิงโลดทันที
ยัยหนูตัวน้อยที่มีผมแกละสองข้างผ่านการนอนมาทั้งคืนจนฟูฟ่อง ดูไปดูมาคล้ายกับลูกสิงโตตัวน้อยที่แสนจะน่าเอ็นดู
“พี่สาม ท่านเป็อันใดไปหรือ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” นางสังเกตเห็นท่าทางแปลกประหลาดของซานเป่า ใบหน้าของเขาแดงก่ำคล้ายกำลังกลั้นสิ่งใดอยู่
“ข้าไม่ได้เป็อะไรหรอก เมื่อวานข้าแค่กินอิ่มเกินไปหน่อย”
เสี่ยวหยวนเป่าทำหน้าสงสัย “กินอิ่มแล้วไม่สบายหรือเ้าคะ”
“ไม่ใช่... คือว่า กินอิ่มแล้วข้าอยากถ่ายท้อง...” ซานเป่าอธิบายพลางพยายามเบ่งกลั้นอุจจาระไว้อย่างสุดแรง
“เช่นนั้นท่านก็ไปถ่ายเสียสิ!” เสี่ยวหยวนเป่ายิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
ใบหน้าแดงซ่านถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงไม่ยอมไปถ่ายท้องเสียเล่า
“หรือว่าท่านถ่ายไม่ออก”
“ไม่ใช่! ข้าถ่ายไม่ได้! ตราบใดที่ไม่ถ่ายท้อง ท้องก็จะไม่หิว เมื่อไม่หิวก็จะได้ไม่ต้องกินเสบียง...”
แม้ตอนนี้ในบ้านจะมีเสบียงครึ่งถุง ทว่าหากกินจนหมดสิ้นจะทำเยี่ยงไร เขาเพียงคิดว่าหากตนกินน้อยลงสักนิด ย่อมช่วยประหยัดเสบียงให้ครอบครัวได้บ้าง เพื่อจะได้เหลือไว้ให้น้องสาวได้กินนาน ๆ
เสี่ยวหยวนเป่าเพิ่งเคยได้ยินเื่พรรค์นี้เป็คราแรก นางกะพริบตาปริบ ๆ พลางเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “จริงหรือ ผู้ใดบอกท่านกัน”
นางมักจะหิวบ่อย ๆ หรือเป็เพราะนางถ่ายท้องบ่อยเกินไปกันนะ
ซานเป่าตอบ “อืม... ท่านย่าบอกมา...”
ไฉ่ซื่อที่ทำงานอยู่ด้านนอกได้ยินบทสนทนาของลูก ๆ ก็พลันรู้สึกสะทกสะท้อนใจยิ่งนัก
แม่เฒ่าทังช่างไม่ใช่คนจริง ๆ!
ถึงขั้นใช้อุบายหลอกลวงทำร้ายเด็ก ๆ ได้ลงคอ
ไฉ่ซื่อรีบเดินเข้ามาในกระท่อมทันที “ท่านย่าของลูกหลอกลวงทั้งนั้น ไม่มีเื่เช่นนั้นหรอก การกลั้นถ่ายท้องจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วย ในอดีตเคยมีคนทำเช่นนี้จนเกือบจะสิ้นชีพมาแล้ว! อย่าไปเชื่อคำนาง ซานเป่า รีบไปถ่ายท้องเสียเถิด เสี่ยวหยวนเป่า ลูกอย่าไปฟังพี่ชายเ้าเพ้อเจ้อ พี่ชายลูกถูกหลอกแล้วล่ะ”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของยัยหนูวัยสามขวบพลันผ่อนคลายลง นางถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางโล่งอกโล่งใจ
“ข้าจะฟังท่านแม่ ท่านย่าคือคนเลว”
“คนเรากินอาหารเข้าไป ย่อมต้องถ่ายออกมา ท้องที่หิวนั้นเป็เพราะร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารไปใช้เติบโต ไม่ใช่เพราะลูกถ่ายทิ้งไปหรอกนะ ท่านย่าลูกหลอกลวงคน นางไม่ใช่คนดี เด็ก ๆ ต้องกินเสบียงให้มากถึงจะเติบโตขึ้นได้ เข้าใจหรือไม่”
ยัยหนูตัวน้อยขานรับอย่างกระตือรือร้น “เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่!”
ซานเป่าย่อมเชื่อฟังไฉ่ซื่ออยู่แล้ว เมื่อฟังคำอธิบายจบ เขาก็รีบดึงกางเกงวิ่งรี่ไปยังห้องสุขาทันที เขากลั้นมาค่อนวัน ช่างเป็ความทรมานที่แสนสาหัสยิ่งนัก
ช่างเป็ภาพที่ทั้งชวนขันและชวนเวทนาในคราเดียวกัน
ไฉ่ซื่อจัดการล้างหน้าล้างตาให้เสี่ยวหยวนเป่า รอจนซานเป่าถ่ายท้องเสร็จเรียบร้อย นางจึงเริ่มตั้งโต๊ะอาหารเช้าให้เด็ก ๆ ทว่าในตอนนั้นเอง พลันมีเสียงฝีเท้าดังมาจากภายนอก
“ไฉ่ซื่อ พวกเ้าพากันย้ายออกมาอยู่ที่นี่ สุขสบายดีหรือไม่เล่า”
ขบวนคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในบริเวณกระท่อม นำโดยแม่เฒ่าทัง ตามติดด้วยทังเหล่าต้าและทังเหล่าเอ้อร์ ไฉ่ซื่อที่กำลังขุ่นเคืองเื่ที่แม่เฒ่าทังหลอกเด็ก ๆ เมื่อเห็นพวกนางมาถึงที่นี่ ใจก็พลันกระตุกวูบ
นางรีบกันเสี่ยวหยวนเป่าไว้ข้างหลังด้วยเกรงว่าลูกสาวจะหวาดกลัว ทว่าเสี่ยวหยวนเป่ากลับชะโงกหัวน้อย ๆ ออกมาดู ดวงตากลมโตคู่นั้นไร้ซึ่งแววขี้ขลาดแม้แต่น้อย
ซานเป่าที่เพิ่งเสร็จธุระเดินออกมาพอดี เขาจ้องเขม็งอย่างระแวดระวัง “พวกท่านมาทำอะไรที่นี่”
แม่เฒ่าทังปั้นหน้ายิ้มระรื่น ในมือถือหัวมันเทศเหี่ยว ๆ สองสามหัว รวม ๆ กันแล้วน้ำหนักคงไม่ถึงครึ่งชั่ง
“กระท่อมหลังนี้มุงได้ไม่เลว ดูท่าจะอยู่สบายทีเดียว ข้าเป็ย่าแท้ ๆ ของพวกเ้านะ! กลัวว่าพวกเ้าจะหิวโหย จึงจงใจนำเสบียงมาส่งให้ถึงที่”
ซานเป่าหาได้หลงกลไม่ “ถุย! พังพอนมาสวัสดีปีใหม่ไก่ ช่างไร้ซึ่งเจตนาดี!”
เสี่ยวหยวนเป่าที่ซ่อนอยู่หลังไฉ่ซื่อเลียนแบบพี่ชายทันที นางพ่นลมปากใส่ “ถุย! คนเลว!”
ใบหน้าของแม่เฒ่าทังแข็งค้างไปทันที นางสำคัญผิดคิดว่าแม่ลูกกลุ่มนี้คงจะหิวโหยจนหน้ามืดตามัว เพียงนางนำเสบียงเน่า ๆ มาให้ พวกนางคงจะซาบซึ้งใจจนยอมส่งตัวเสี่ยวหยวนเป่าออกมาแต่โดยดี
จะได้รับตัวนางไปแบบเงียบเชียบ ไม่ให้ชาวบ้านต้องเอาไปนินทาให้เสียชื่อเสียง ทังเหล่าต้าเหลือบมองไปเห็นขนไก่ป่ากองหนึ่งอยู่หลังกองหญ้า เขาจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงริษยาว่า
“ท่านแม่ ท่านดูนั่นสิ มีขนไก่ป่าอยู่ตรงนั้น ต้าเป่าคงจะล่าไก่ป่ากลับมาได้ แอบกินกันเองที่บ้านโดยไม่คิดจะส่งไปกตัญญูต่อท่านแม้แต่ชามเดียว”
แม่เฒ่าทังได้ยินดังนั้นก็ยิ่งเดือดดาล คิดในใจว่าไอ้พวกหมาป่าตาขาวเ่าั้เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ แอบกินของดีลับหลังนาง!
เมื่อถูกจับได้ นางก็คร้านจะเสแสร้งอีกต่อไป
“ไป! ไปลากยัยเด็กตัวดีนั่นออกมา ข้าจะพานางไป!”
ทังเหล่าต้าและทังเหล่าเอ้อร์ได้รับคำสั่ง ก็พุ่งตรงเข้าไปยังกระท่อมหญ้าหมายจะจับตัวเด็กน้อย
ไฉ่ซื่อโอบกอดเสี่ยวหยวนเป่าไว้แน่นสุดชีวิต
“พวกท่านจะทำอะไร จะจับน้องสาวข้าไปไหน” ซานเป่าะโถาม
“เ้ายังจะถามอีกรึ ข้ารับเงินจากตระกูลหวังมาแล้ว ย่อมต้องส่งคนไปให้เขา วันนี้เป็ฤกษ์ฝังหวังเทียนโกว จะปล่อยให้เสียฤกษ์ไม่ได้เด็ดขาด...” แม่เฒ่าทังกล่าวอย่างถือดี
ไฉ่ซื่อรู้สึกราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า “ท่านแม่! พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ท่านไม่มีสิทธิ์ขายเสี่ยวหยวนเป่า!”
“เ้าเป็อันใด ข้าเป็ย่าแท้ ๆ ของนาง ส่วนเ้าเป็เพียงแม่เลี้ยง มีสิทธิ์อันใดมาสะเออะพูด! เหล่าต้า เหล่าเอ้อร์ จัดการเสีย! ผู้ใดขวางให้ตีมันให้ยับ!”
ทังเหล่าต้าและทังเหล่าเอ้อร์ดาหน้าเข้าไปพร้อมกัน
เอ้อร์เป่าเห็นท่าไม่ดี รีบะโบอกซานเป่า “น้องสาม! รีบไปตามท่านผู้นำหมู่บ้านมาเร็วเข้า! บอกว่าบ้านเรากำลังจะเกิดเื่ฆ่ากันตายแล้ว!”
ซานเป่าไม่รอช้า รีบวิ่งออกไปทันที
ลำพังหญิงหม้ายและลูกน้อย มิอาจเป็คู่ปรับของทังเหล่าต้าและทังเหล่าเอ้อร์ได้เลย พละกำลังที่มีมิเพียงพอจะปกป้องน้องสาวได้
ทำได้เพียงต้องหาคนมาช่วยเท่านั้น
โดยปกติท่านผู้นำหมู่บ้านจะไม่สอดส่องเื่ภายในครอบครัวผู้อื่น แม้การแยกบ้านแล้วถูกรังแกก็นับเป็เื่ในบ้าน แต่หากจะถึงขั้นเสียชีวิต ผู้นำหมู่บ้านย่อมมิอาจนิ่งเฉย
ไฉ่ซื่อกอดเสี่ยวหยวนเป่าไว้แนบอก พลางกรีดร้อง “ใครก็ตามอย่าหวังจะแยกลูกสาวไปจากข้า เว้นแต่พวกเ้าจะฆ่าข้าให้ตายเสียก่อน!”
ทังเหล่าต้าคว้าแขนเสี่ยวหยวนเป่าได้ก็ออกแรงกระชากอย่างรุนแรง “ส่งนางมาซะ! นังหญิงโฉด!”