ณ ด้านหน้ากระท่อมของซือคงอี้หวงยามนี้ ได้ปรากฏร่างของวานรอัคคีกับร่างของอมนุษย์หมูป่าราว ๆ สี่ห้าตัวขึ้น พวกมันดูฉุนเฉียวเป็นอย่างมาก แถมยังโวยวายเสียงดังลั่น อย่างไม่ไว้ไมตรีผู้เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี่
"เฮ้ย...!! ไอ้เด็กเวร แกอยู่ในนั้นใช่ไหม ออกมาให้พวกข้าจัดการซะดี ๆ"
"ใช่ ๆ อย่ามัวแต่หดหัวอยู่ไม่เช่นนั้นพวกข้า…"
"พวกเจ้าจะทำอันใดกับกระท่อมข้ากระนั้นหรือ ยงซัน อู่เฉิน"
ยังไม่ทันที่เจ้าอมนุษย์หมูป่านามว่า อู่เฉินจะกล่าวจบ เสียงราบเรียบของ ซือคงอี้หวงก็ได้เอ่ยขึ้น ก่อนที่ตัวของชายชราในชุดเทาจะก้าวเดินลงมาจากกระท่อมด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม และมิรู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ที่ท่าทางอันดูก้าวร้าวรุนแรงของเหล่าสัตว์อสูรฟ้าดินเหล่านี้ที่แสดงออกก่อนหน้า ถึงได้พลันหายไปอย่างรวดเร็ว
"อ้าว พวกเจ้าเป็นอันใดไป ข้าถามมิได้ยินรึ ว่าพวกเจ้า จะ..ทำ..อันใดกับ..กระท่อมของข้า." ซือคงอี้หวงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยโดยเน้นประโยคท้าย แม้นเป็นเพียงการกล่าวถามที่ดูธรรมดายิ่ง ทว่า..พวกสัตว์อสูรฟ้าดินที่อยู่ตรงนั้นบางตัวกลับพลันรู้สึกถึงอันตรายไม่ต่างจากตอนโดนคุกคาม สัญชาตญาณในการเอาตัวรอด และป้องกันของพวกมันบางตัวจึงถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
"เจี๊ยกกก..กกกก..!!" วานรอัคคีตัวหนึ่งดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าตื่นกลัวสุดขีด ก่อนที่มันจะกำพลองในมือแน่น และพลันพุ่งเข้าไปเล่นงานซือคงอี้หวงด้วยความดุร้าย ก่อนที่ในยามนั้น เสียงของเจ้า ยงซัน ที่ดูเหมือนจะพี่ใหญ่ และหัวหน้าของมัน ได้ร้องห้ามสุดเสียง ทว่า…ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
เจ้าวานรอัคคีตัวนั้นพุ่งเข้าไปหาซือคงอี้หวงพร้อมกับเงื้อพลองขึ้นเหนือหัวเพื่อจะโจมตี
ซือคงอี้หวงในยามนั้นมิได้มีท่าทางตกใจ หรือคิดจะตอบโต้แม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างแช่มช้า ๆ จากนั้นก็เอ่ยว่า
"ใจร้อน สมเป็นสัตว์อสูรเผ่าอัคคี ทว่า…ด้วยการโจมตีที่เต็มไปด้วยโทสะเช่นนี้ ต่อให้เป็นเย่เหม่ยก็คงหลับตาหลบได้ เจ้าลิงน้อยเอย อย่ามัวแต่เที่ยวเล่นนักเลย จงหมั่นฝึกฝนให้มากกว่านี้เถิด"
เมื่อซือคงอี้หวงกล่าวจบวานรอัคคีตัวที่พุ่งเข้าไปเล่นงาน ก็นอนหมอบอยู่บนพื้นดินแน่นิ่งไปเรียบร้อย มิมีผู้ใดล่วงรู้ว่า ในพริบตานั้นเกิดอันใดขึ้น
"นะ นี่หรือฝีมือของมนุษย์ที่ผู้อาวุโสเผ่าเรากำชับนัก กำชับหนาว่าอย่าได้มายุ่ง หรือมารบกวนเด็ดขาด ร้ายกาจยิ่งนัก" เจ้ายงซันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะคิดในใจ ทว่า…ในตอนนั้นเองที่เจ้า เจ้า อู่เฉิน ก็ได้ส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนจะกระทืบเท้าด้วยความดีอกดีใจ และกล่าวขึ้นว่า
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ร้ายกาจ ร้ายกาจสมคำที่ผู้อาวุโสเคยเล่าให้ฟัง แต่เพียงแค่จัดการเจ้าลิงกังขนแดงได้ตัวเดียว ก็ใช่ว่าจะรับมือข้า กับนักรบในเผ่าตัวอื่น ๆ ได้ เฮ้ย..! ไอ้ยงซัน แกกับพวก]b’ถอยไปห่าง ๆ เดี๋ยวข้าจะแสดงความแข็งแกร่งของเผ่าอมนุษย์หมูป่าให้…!!!"
เจ้าอู่เฉินหัวร่อ พร้อมกับหันไปบอกพวกวานรอัคคี ทว่า มันยังพูดไม่ทันจะจบ ก็พลันเกิดเสียงดังโครม คล้ายมีบางอย่างขนาดใหญ่พุ่งไปกระแทกกับต้นไม้ และพอทุกคนหันไปดูก็ได้พบกับ ร่างของเจ้าอมนุษย์หมูป่าตัวหนึ่งที่เคยยืนอยู่ข้างกายเจ้าอู่เฉิน ไปนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นเรียบร้อย
"คิดจะมาหาเรื่องท่านปู่ข้าหรือ ไอ้หมูโง่ ไอ้ลิงงี่เง่า ฝีมือเท่าหางอึ่งเช่นพวกเจ้า ไม่ต้องถึงมือท่านปู่หรอก แค่ข้าก็เหลือเฟือแล้ว…" ผู้เอ่ยขึ้นหาใช่ใครอื่น เย่เหม่ย หลานสาวของ ซือคงอี้หวงนั้นเอง
และด้วยการกระทำของนางนี่เอง ที่ทำให้อู่เฉินกับพรรคพวกอมนุษย์หมูป่าของมันโมโหเดือดดาลจนถึงขีดสุด
"หนอย…. นังเด็กบ้า กล้าดียังไงมาทำร้ายพวกข้า แกตายยยย..ยยยย….!!" เจ้าอู่เฉิน คำรามลั่นก่อนจะเร่งโคจรจิตปราณทั่วร่าง จากนั้นก็พลันพุ่งเข้าใส่เย่เหม่ยพร้อมดาบเล่มใหญ่ในมือ พวกของมันตัวอื่น ๆ ก็ทำตามเช่นกัน
อาวุธขนาดใหญ่มากมายถูกเหวี่ยง ถูกฟันใส่ร่างบาง ๆ ของเด็กสาวอย่างน่าสะพรึงกลัว ทว่า…ก็มิมีสักชิ้นที่จะโดนตัวนาง อย่าแต่โดนผิวของเย่เหม่ยเลย แค่เฉียดโดนเสื้อผ้าก็ยังไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ เย่เหม่ยนั้น เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายลม
มันเร็วขนาดที่พวกวานรอัคคีซึ่งว่องไวเป็นอันดับต้น ๆ ของเผ่าสัตว์อสูรฟ้าดิน ที่ดูเชิงอยู่ตรงนั้น ก็ยังต้องอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
"นางเป็นมนุษย์แน่หรือ...? เหตุใดจึงเคลื่อนไหว คล่องแคล่ว รวดเร็วปานนี้ เผลอ ๆ จะเร็วกว่าพวกข้าเสียอีก นี่มันเป็นไปไม่ได้.." เจ้าวานรอัคคีตัวหนึ่งครุ่นคิดในใจด้วยความหวั่นวิตก ผิดกับเจ้า ยงซันที่ยืนมองเย่เหม่ยด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่แววตานั้นดูแข็งกร้าวยิ่งนัก
"พี่ใหญ่ แล้วแบบนี่พวกเรา…" เจ้าวานรอัคคีตัวหนึ่งเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่เจ้ายงซัน จะยกแขนขึ้นเพื่อสื่อว่า ยามนี้ยังไม่ควรผลีผลามทำอันใด...
ตัดกลับมาที่การต่อสู้ของเย่เหม่ยกับ พวกของเจ้าอู่เฉิน ยามนี้ พวกอมนุษย์หมูป่าเริ่มเหนื่อยหอบ เหงื่อกาฬไหลซึมเปียกทั่วร่าง เสียงหายใจเริ่มขาดช่วง ผิดกับเย่เหม่ยที่ยังเคลื่อนไหวไปมารวดเร็วอย่างสบายใจ แถมมิมีท่าทีจะเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำนางยังเอามือป้องปากทำท่าทางหาวหวอด คล้ายรู้สึกเบื่อหน่ายการต่อสู้ในครั้งนี้
ทว่า…ด้วยท่าทางเช่นนี้ของนาง มันก็มิได้ต่างอันใดกับกับดูถูกฝีมือของเจ้าอู่เฉิน และพรรคพวกของมัน
"โธ่โว้ยยยยย นังเด็กบ้า...าาา อย่ามาดูถูกพวกข้านะ วันนี้ถ้าข้าไม่ได้ถลกหนังเจ้ามาแกล้มเหล้า ข้าไม่ขอมีชีวิตอยู่" เจ้าอู่เฉินดวงตาสาดประกายแห่งความโกรธแค้นแดงก่ำ ก่อนจะแหกปากคำรามลั่น จากนั้นก็พลันพุ่งเข้าเล่นงานเย่เหม่ยสุดกำลัง
คร่านี้….ทั่วร่างของมันห่อหุ้มไปด้วยจิตปราณสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงความเร็วกับพละกำลังเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายส่วนมันเร็วจนสามารถคว้าแขนเสื้อของเย่เหม่ยขาด แต่นางก็ก้าวถอยออกมาได้ทันทวงที
ซือคงอี้หวงที่ยืนมองอยู่เบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงโอ้ และพึมพำขึ้นเบา ๆ
"เคล็ดวิชาอมนุษย์หมูป่าคลั่งหรือ...? ดูท่าทางเจ้าอู่เฉินคงจะโกรธจัดเลยสินะ แต่ว่า…จากที่เห็น มันน่าจะฝึกได้เพียงแค่ขั้นสี่ เพราะถ้าฝึกจนถึงขั้นห้าขึ้นไปผู้ฝึกจะสามารถครองสติและดึงพลังออกมาได้มากกว่านี้ แต่จะว่าไป..แบบนี่ก็ดีเพราะเย่เหม่ยเองก็จะได้ประสบการณ์ในการต่อสู้ครั้งนี้ไปด้วย"
เมื่อกล่าวจบซือคงอี้หวงก็แย้มยิ้มอย่างพึ่งพอใจก่อนที่มันจะพยักหน้าอย่างแช่มช้า ๆ
ส่วนเย่เหม่ยในยามนี้ แม้นจะเสียเปรียบเล็กน้อย แต่ทว่า…นางมิได้รู้สึกเป็นกังวลอันใดเลย แถมยังเผยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นออกมาอีกด้วย..
"วิเศษนัก ตั้งแต่ข้าย้ายมาอยู่กับท่านปู่ในป่าแห่งนี้ ก็ยังไม่เคยเจอการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นเลยสักครั้ง คราวนี้ถูกใจข้าเป็นบ้า"
ดวงตาของเย่เหม่ยวาวโรจน์ สาดประกายแห่งความยินดี ก่อนที่นางจะกระโดดถอยหลังหมุนตัวไปยืนบนกิ่งไม้
"ถ้าเช่นนั้น ข้าเองก็ควรจะเอาจริงบ้างแล้ว เพลงหมัดธารามังกรทลายเก้าขุนเขา...!!"
เย่เหม่ยตั้งท่าร่าง พร้อมโคจรจิตปราณสีฟ้า ให้ไหลวนเคลื่อนไปทั่วกายราวกับเป็นสายน้ำหลายสาย ก่อนที่นางจะใช้เท้าถีบยอดไม้ และพลันพุ่งตรงไปหาเจ้าอู่เฉินที่ยืนอยู่เบื้องล่าง...
จบบท