“อื้ม ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว เข้ามาก่อนสิ” เทพธิดาหัวทองเชื้อเชิญเสวียนหู่แห่งอี้โจว
“ลูกค้าหรือ” หงเจี้ยนหยางไม่ค่อยเข้าใจคำที่สตรีประหลาดผู้นี้ใช้
“แล้วสหายของเ้าไม่ได้มาด้วยกันหรือ” เทพธิดาผมทองถามถึงกุนซือจาง
“..เขา มีงานสำคัญที่ต้องทำ” ชายหนุ่มโกหก ที่จริงแล้วจางป๋อเหวินยังโกรธเื่ที่เขาข่มขู่ไม่หาย วันนี้เขาจึงจำเป็ต้องมาหาเทพธิดาลำพัง
“ไม่เป็ไร อย่างน้อยเ้าก็มาแล้ว วันก่อนข้าทำให้เ้าไม่พอใจจนเข้าใจผิด อย่างไรข้าก็เป็หมอ ข้าจึงคิดว่าควรกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของตัวเองสักหน่อย ตามข้ามาสิ”
หญิงสาวเดินนำหน้า พาชายหนุ่มตัวสูงออกจากโรงรักษาโกโรโกโสของนาง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณโล่งแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากตรอกซิ่วสือ แม้จะไม่กว้างมาก แต่เพียงพอให้ผู้คนมารวมตัวกันทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ที่นั่น หงเจี้ยนหยางเห็นเครื่องเล่นหลายชนิดที่ทำจากไม้รูปร่างประหลาด มีทั้งเสา ขื่อ กำแพง กล่องสี่เหลี่ยม และคานสำหรับปีนป่าย เด็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
หลายคนไม่มีขา บางคนต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ บางคนมีเท้าไม้ต่อจากขาข้างที่ขาด สตรีอีกหลายคนกำลังจับราวไม้ฝึกเดิน ทุกคนล้วนเป็คนพิการ ไม่มีใครปกติ
ในบรรดาผู้คนที่พิกลพิการ มีชายคนหนึ่งโดดเด่นที่สุด เขาปราดเปรียวว่องไว วิ่งผ่านสิ่งกีดขวางราวกับเป็เื่ง่ายดาย ทั้งะโและปีนป่ายเครื่องเล่นประหลาดพวกนั้นอย่างเชี่ยวชาญ แม้ว่าเขาจะมีเพียงแขนเดียว
“ที่นี่คือศูนย์กายภาพบำบัดที่ข้าคิดค้น ผู้คนที่นี่เคยเดินไม่ได้ หรือไม่ก็เคยเสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ทุกคนล้วนมีชีวิตใหม่ได้หากไม่ยอมแพ้ พวกเขาบางคนป่วยหนักกว่าเ้านัก แต่ก็กลับมาเดินได้ ดังนั้น..”
“ชายผู้นั้น..” หงเจี้ยนหยางพูดแทรกระหว่างที่เทพธิดากำลังอธิบายถึงสิ่งที่นางทำ
“อ้อ เขาชื่อ..”
“จงหว่าน” ชายหนุ่มพูดแทรกอีกครั้ง เขาจำชายแขนเดียวผู้นั้นได้ ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นายกองมากฝีมือ แต่ต้องถูกหามส่งกลับบ้านเพราะเกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในสนามรบ เนื่องจากท่านหมอให้ความเห็นว่าเขาไม่อาจเป็ทหารได้อีก
หงเจี้ยนหยางเดินเข้าไปใกล้ มองดูจงหว่านใช้มือเพียงข้างเดียวะโจากเสาคานไปยังหอคอยขนาดเล็กที่สร้างจากซากไม้เก่า ชายหนุ่มจงใจเตะใส่เสาหอคอยอย่างแรง เสาต้นนั้นแตกหักทันที
“นี่!!! ทำบ้าอะไรเนี่ย” เทพธิดาส่งเสียงใจากด้านหลัง
แต่หงเจี้ยนหยางไม่ใส่ใจเสียงของหญิงสาว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างชายแขนเดียวผู้ซึ่งะโไต่อย่างคล่องแคล่วไปตามหอคอยที่กำลังโน้มเอียงใกล้จะล้มลงอย่างใจเย็น เด็กๆ หลายคนต้องวิ่งหนีจ้าละหวั่น
“ใครมันกล้าทำลายเครื่องมือบำบัดของท่านเทพธิดากัน!” ชายแขนเดียวะโลงมาถึงพื้นก็วิ่งเข้าไปปล่อยหมัดใส่ชายตัวใหญ่หนวดเครารุงรัง ผู้ซึ่งมีท่าทางคล้ายโจร
แขนข้างเดียวของจงหว่านถูกเหวี่ยงออกไป แต่อดีตแม่ทัพเพียงปัดออกเท่านั้น ไม่ได้โจมตีกลับ ชายสองคนปะทะอยู่ไม่กี่กระบวนท่า จงหว่านก็จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็ใคร
“แม่ทัพหง!” จงหว่านคุกเข่าลง ยกมือข้างเดียวของเขาขึ้นระดับอก ทำท่าคารวะ
“ลุกขึ้นเถิด” หงเจี้ยนหยางโน้มตัวลงไปแตะไหล่ของอีกฝ่าย
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้น
“เ้ายังดู..แข็งแรงดี ทั้งยังคล่องแคล่วมากขึ้น”
“ขอรับ ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพที่ส่งค่าเลี้ยงดูให้ทุกปี”
“ไม่ต้องเรียกข้าเช่นนั้น ข้า..ไม่ได้เป็แม่ทัพอีกแล้ว..”
“...” จงหว่านได้ข่าวเื่ที่เสวียนหู่แห่งอี้โจวพ่ายแพ้แล้ว แต่เขาเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา จึงไม่อาจไปหาเพื่อแสดงความเสียใจ
“ที่แท้เ้าก็เป็ถึงแม่ทัพ เฮ้อ เอาเถอะ ถึงตอนนี้ไม่ได้เป็แม่ทัพแล้วแต่ยังมีเงินใช่ไหม รบกวนท่านแม่ทัพจ่ายค่าเสียหายให้ข้าด้วยนะ จะให้ดี ท่านควรจ่ายค่าทำขวัญให้เด็กๆ พวกนั้นที่ท่านทำให้พวกเขาหวาดกลัวด้วย” เทพธิดาพูดขัดบทสนทนา
“ท่านเทพธิดา” จงหว่านก้มหัวลงทำความเคารพสตรีผมสองสี
“...” หงเจี้ยนหยางทำเพียงยื่นถุงเงินของเขาให้หญิงสาว
“ถุงเงินของเ้า เบาเพียงนี้เชียวหรือ” หญิงสาวรับถุงเงินไป ชั่งน้ำหนักด้วยมือแล้วขมวดคิ้วถาม
“...” หงเจี้ยนหยางเริ่มหน้าแดง เขาคล้ายจะจำได้ว่าไม่ได้เอาเงินใส่ถุงเงินนานแล้ว ไม่รู้ว่าในถุงเงินของเขายามนี้มีเงินเท่าไรด้วยซ้ำ
“สามเหรียญทองแดง!! นี่เ้าเป็แม่ทัพแน่หรือ” เทพธิดาเทเงินในถุงออกมาไว้บนฝ่ามือแล้วได้แต่ใกับจำนวนเงินในนั้น
“เอ่อ..” จงหว่านก็ไม่รู้ว่าควรทำสีหน้าอย่างไรกับเหตุการณ์ชวนอึดอัดนี้
“..เ้าค่อยไปเก็บจากจวนของข้าก็แล้วกัน” เขาตอบพร้อมยื่นป้ายประจำตัวให้
บุรุษผู้ซึ่งมีฐานะเป็ขุนนางขั้นกั๋วกง และเคยเป็แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ จับคอเสื้อจงหว่านและลากเขาเดินออกไปจากที่นั่นด้วยกัน แสร้งทำคล้ายเขาไม่รู้สึกอับอายที่ไม่มีเงินติดตัว ราวกับการทำลายเครื่องมือบำบัดของเทพธิดาไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร
“..ถ้าจ่ายด้วยเครดิตข้าคิดดอกเบี้ยแพงนะ” หญิงสาวะโไล่หลัง
วันนั้นหงเจี้ยนหยางไม่ได้ทำกายภาพบำบัดกับเทพธิดา เพราะเขามัวแต่พูดคุยกับจงหว่านอยู่นาน เมื่อใกล้มืดเทพธิดาจึงไล่พวกเขากลับบ้าน พร้อมกับแผ่นกระดาษที่เขียนรายละเอียดการทำกายภาพบำบัดเพิ่มเติม
เสวียนหู่แห่งอี้โจวได้รู้ว่าปัจจุบันจงหว่านหาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ แม้เขาจะมีเพียงมือเดียว แต่ยังคงแข็งแรง เงินที่หาได้ก็ไม่ได้มาก แต่ยังเลี้ยงครอบครัวได้เพราะเงินรายปีที่จางป๋อเหวินคอยส่งให้
จงหว่านได้พบกับเทพธิดาเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเขาแทบทำอะไรไม่ได้ จากนายกองที่เก่งกาจกลายเป็เพียงคนไร้ค่า จิตใจห่อเหี่ยวทำงานไม่ไหวหลบอยู่แต่หลังบ้าน ทุกวันต้องให้ภรรยาคอยหาเลี้ยงครอบครัว
เทพธิดาเป็คนรักษาเขา ทั้งยังสอนการใช้ชีวิตที่มีเพียงแขนเดียวให้เขา สอนวิทยายุทธ์แบบแปลกใหม่ให้ด้วย นางเรียกว่าฟรีรันนิ่ง หลังจากฝึกเป็ปี จงหว่านก็ไม่ต้องหลบซ่อนอยู่บ้าน เขาสามารถปีนต้นไม้และล่าสัตว์ได้ กระทั่งวิ่งไปตามหลังคาบ้านได้อย่างปกติ
ระหว่างที่นั่งรถม้ากลับจวน หงเจี้ยนหยางมองดูแผ่นกระดาษในมือ ตัวหนังสือที่บ่งบอกว่าคนเขียนมีความมั่นคงและความมั่นใจสูง สายตากวาดผ่านคำว่าฝังเข็มลดความเ็ป แต่ในหัวของเขากลับปรากฏภาพสตรีผมสีทองกำลังลูบไล้หน้าท้องของเขาอย่างหลงใหล
“เทพธิดาหรือ..” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ
ชายหนุ่มรู้ว่าจงหว่านเป็คนซื่อสัตย์มาก ไม่มีทางโกหกเขา แม้เขาจะตัดสินใจทำตามวิธีรักษาของสตรีประหลาดผู้นั้น แต่ในใจยังไม่เชื่อว่านางเป็หมอวิเศษ จนเขาได้เห็นสิ่งที่จงหว่านทำ
หงเจี้ยนหยางยกมือมาบีบขมับและนวดถูไปมา เขาคล้ายดื่มสุรามามากจนไม่ได้ััอารมณ์ผ่องใสนานแล้ว ในหัวคล้ายจะมึนเมาแม้วันนี้เขายังไม่ได้ดื่มสักจอก
“แต่ข้าไม่ได้แขนขาด..” เขาหวาดกลัวว่าการมีความหวังจะทำร้ายเขาอีกครั้ง หากการรักษาไม่ได้ผลเขาจะรับมืออีกไม่ไหว
หลายเดือนมานี้เขาทำการรักษากับหมอหลายคน ทำมาแล้วทุกวิธี แม้แต่ฝังเข็มตามที่เทพธิดาเขียนเขาก็ทำมาแล้ว แต่เขาก็ยังคงเจ็บข้อมือทุกครั้งที่จับดาบใหญ่ หากจับอาวุธคู่กายไม่ได้ เขาก็ไม่อาจเป็แม่ทัพได้อีก
แต่สภาพร่างกายและจิตใจของจงหว่านก็ทำให้เขาแอบคาดหวังอย่างไม่อาจควบคุม หงเจี้ยนหยางคาดหวังมาก..