" ใกล้แล้ว อดทนไว้ลูกพ่อ เนื้อใกล้เข้ามาแล้ว" ชายหนุ่มอุ้มแมวน้อยสีฟ้าไว้ในอ้อมแขน เขากล่าวออกมาในสภาพที่ท้องร้องโครกคราก
โรซ่าเดินทางตามหาแหล่งอาศัยของม่อนคุงมาได้4วันแล้ว วันแรกที่เขาจับปลาตัวใหญ่มาได้ พวกเขาก็กินกันไม่เหลือ เนื้อแห้งที่ตุนเอาไว้ก็หมดไปั้แ่เมื่อคืน ครั้นจะออกล่าสัตว์เขาก็ไม่เห็นมันสักตัว ตอนนี้ในตะกร้าเหลือเพียงผลไม้หยินหยางเพียง5ลูกเท่านั้น ส่วนผลไม้หยินหยางโรซ่ารู้สึกว่ายิ่งกินก็ยิ่งหิว แถมรสชาติและกลิ่น มันไม่ค่อยถูกปากของเขาสักเท่าไหร่ โรซ่าเลยต้องซุกมันไว้ในตะกร้าเช่นเดิม
นับั้แ่เช้าพวกเขายังไม่ได้กินอะไรกันเลย นี่ก็บ่ายเข้าไปแล้ว หากโรซ่าหาอาหารไม่ได้ เ้าแมวน้อยคงต้องลำบากแย่
ลำพังแค่เขาก็ยังพอทนได้ ส่วนทางด้านลุงจางก็ยังดูสบายดี เขาดูไม่มีท่าทางว่าจะหิวหรือท้องร้องออกมาด้วยซ้ำ
"ลุงจางไม่หิวหรือครับ?? แย่เลยผมดันหยิบเนื้อมาน้อยซะด้วยสิ ลุงจางทนลำบากหน่อยนะครับ " โรซ่าเอาเนื้อแห้งติดตัวมาไม่มาก เขาคิดว่า แค่หาต้นไม้สมุนไพรในละแวกบ้านไม่จำเป็ต้องเอาข้าวของติดมาเยอะ หากหาอาหารไม่ได้จริงๆก็แค่กลับบ้านมันก็เท่านั้น
"ไม่ขอรับ ตอนเข้าด่านฝึกตน ข้าเคยอดได้นานกว่านี้ อีกอย่างข้ายังย่อยเนื้อปลาเทวะไม่หมดเลยขอรับ มันให้พลังมากกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะเลยขอรับ บางทีกว่าข้าจะย่อยหมดคงต้องใช้เวลาอีกนาน ห่วงก็แต่เ้าหนูม่อนคุง ปลาระดับเทวะคงจะทำให้พลังในร่างปะทุ ยังดีที่กินไปเพียงเล็กน้อย หากมันบรรลุตอนอยู่ในเขตอาคมข้ามแดนคงจะเป็เื่แย่ แต่มันคงจะไม่ใช่เื่ใหญ่เพราะมีท่านโรซ่าอยู่ด้วย ถึงต่อให้เจอทัณฑ์์มันก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า~ ไอหยา~เ้าหนูนี่วาสนาดีนักแล เห็นทีสาวกเช่นข้าคงอยู่เฉยไม่ได้ "
ลุงจางตอนมาถึงเขตแดนเขาก็เตรียมตัวไว้พร้อม เขาหยิบพลองคู่ใจ กับหน้าไม้ที่ท่านเซียนทำให้ก่อนออกเดินทาง เขานำพวกมันมาถือไว้ในมือทั้งสองข้าง หากอาคมเขตแดนทำงาน เขาหวังเพียงว่ามันจะช่วยปกป้องคุ้มครองพวกเขาได้ แต่มันก็ไม่ได้เป็ไปอย่างที่เขาคิด เพราะอาคมเขตแดนมันไม่ทำงาน แถมัสายฟ้าก็พลันหลบหนีหายไปอีก ซ้ำที่ตลกร้ายกว่านั้น คือท่านเซียนยังได้พักค้างแรมท่ามกลางเขตแดนทัณฑ์์อีกด้วย คืนนั้นลุงจางเอาแต่มองท้องฟ้าด้วยความหวาดระแวง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่พบอะไรผิดปกติ มันเป็คืนที่เงียบสงบจนเขายังรู้สึกขนลุก...
ส่วนอาคมด่านที่สอง... สุดยอดอาคมที่เผ่ามนุษย์หวาดกลัวเป็ที่สุด มันเป็อาคมหลอนประสาท ที่สามารถล่อลวงจิตใจจนดวงจิตดับสลาย หากมนุษย์ผู้ใดมีมารในใจอาคมจะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แม้แต่ระดับเทวะยังาเ็สาหัสจากมัน....
และก็เช่นเดิม มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านเซียนเดินผ่านมันไปอย่างหน้าตาเฉย บรรยากาศที่หมองหม่นจากเขตแดนพลันสดใสขึ้นมาในทันที
"ทัณฑ์์อะไรกันลุงจาง ลุงอย่าพูดเื่น่ากลัวแบบนั้นสิ แล้วนี่ลุงจางเคยฝึกตนด้วยเหรอ ใช่การนั่งสมาธิเดินจงกรมเหมือนของผมหรือเปล่าครับ" โรซ่าดูจะสนใจการฝึกตนของโลกนี้เป็พิเศษ เขาไม่รู้ว่าคนธรรมดากับผู้ฝึกตนต่างกันอย่างไร บางทีชาวบ้านธรรมดาเช่นลุงจางอาจจะเคยศึกษาพวกมันมาบ้าง สำหรับโรซ่าแล้ว หากใครบินไม่ได้เขาจะเหมารวมว่าเป็คนธรรมดาทั้งหมด ซึ่งตัวเขาเองไม่รู้ตัวเลย ว่าต้นเหตุที่ทำให้คนอื่นๆบินไม่ได้ก็คือตัวโรซ่าเอง ไม่ใช่ว่าลุงจางหรือคนอื่นไม่อยากเหาะเหินเดินอากาศ แต่เพราะมันทำไม่ได้ พวกเขาเลยจำเป็ต้องเดินเท้าเอา...
ย้อนกลับไปใน่แรกที่มีขอทานนามว่าโรซ่าปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้าน ่นั้นยังพอมีผู้คนเหยียบอาวุธเหาะเหินเดินอากาศให้เห็นอยู่ร่ำไป แต่แล้วทุกอย่างก็ผันแปร กฎเกณฑ์ฟ้าดินแปรปรวนเพียงเพราะคำพูดเดียวของชายผู้หนึ่ง ชายคนนั้นกล่าวออกมาลอยๆ บินกันเข้าไปแต่อย่ามาบินเหนือหัวข้านะ หากข้าเห็นขอให้มันหัวทิ่มดินขาชี้ฟ้า สาธุ สาธุ สาธุ...อิจฉาเว้ยยย
นับแต่นั้นมาโรซ่าก็เห็นทุกคนเป็เพียงคนธรรมดาทั่วไป เพียงเพราะ....พวกเขาบินไม่ได้
ทางด้านลุงจางพอได้ยินคำถามเื่ฝึกตน เขาก็ร่ายยาวภาษาแร็ปเปอร์จนโรซ่าต้องนวดขมับ ซึ่งแน่นอน....เขาฟังไม่ทันอีกเช่นเคย
"เมี้ยว!!! เมียว ม่าว" [ข้าััได้ ครอบครัวของข้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ท่านโรซ่าท่านต้องระวังตัวด้วยนะเ้าคะ]
"หิวแล้วใช่ไหมม่อนคุง เมี้ยวเมี้ยว~ รอก่อนนะข้าจะรีบหาเหยื่อมาให้เดียวนี้แหละ "โรซ่าเกาพุงน้อยๆของม่อนคุง เขายกมันขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ ก่อนจะวางมันไว้บนหัวของเขา
ม่อนคุงสติได้เตลิดล่องลอยไปไกล พอรู้สึกตัวมันก็ถูกวางเอาไว้บนศีรษะของโรซ่าเสียแล้ว
"เมี๊ยวววววววว~ มาว แง้ววว..." [กรี๊ดดดด~ O (≧∇≦) O ท่านจูบข้าด้วยล่ะ แฮกแฮก~คิกคิก " ขนของม่อนคุงเปลี่ยนเป็สีฟ้าอมชมพู มันเป็การแสดงออกของเผ่าพันธุ์นาง หากมีความสุข มีความรัก หรือ ตื่นเต้นดีใจสีของขนจะค่อยๆเปลี่ยนไป ยิ่งมีความรู้สึกมากสีขนก็จะยิ่งเข้มขึ้น ตามปกตินางจะไม่ชอบอยู่ในร่างนี้ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของนาง แต่นางได้เปลี่ยนความคิดนั้นไปแล้ว นับั้แ่นางได้พบกับโรซ่า.....
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
หลังจากาาั์สามตาได้ออกคำสั่ง เหล่าสมุนต่างหัวเราะเหี้ยมเกรียมชวนขนหัวลุก บางตนเลียริมฝีปากน้ำลายไหลหยดย้อยเป็ทาง พวกมันต่างจ้องมองกลุ่มแมวน้อยตัวผู้ด้วยความกระหายเื โดยเฉพาะาาเขี้ยวครามที่ฝูงนักล่าต่างหมายตากันไว้ ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือลูกแมวตัวสุดท้องดันเป็เพศชายเสียอีก
ทางาาั์สามตามันไม่มีความสงสารหรือเห็นใจใดๆในตัวของลูกแมวน้อยเลย มันเพียงแสยะยิ้มตรงมุมปาก ภาพของเหล่าแมวสาวต่างขอร้องอ้อนวอนมองดูครอบครัวถูกประหัตปะาชีวิตทำให้มันรู้สึกตื่นเต้น....แต่ทว่า
.....
กรี๊กกกกกกก~
"อะไรกัน~~"
" ว๊ากกกก"
เสียงร้องระงมดังขึ้นทั่วท้องฟ้า ความโกลาหลเกิดขึ้นในหมู่นักล่า เพราะจู่ๆกลุ่มปีศาจที่ลอยอยู่บนอากาศ ต่างพากันดิ่งลงมาดุจใบไม้ร่วง พวกมันตกกระทืบพื้นเสียงดัง ตุบ ตุบ ~เสียงคล้ายะเิหลายลูกถูกทิ้งลงมาจากบนท้องฟ้า ร่างหลายร่างต่างพากันดิ่งพสุธา รวมถึงวิหคตัวขนาดมหึมา มันกระพือปีกเสียงดังพึ่บพั่บ มันพยายามประคองตัวให้ลอยเหนืออากาศ ปีกขนาดใหญ่ตีต้านลมจนเกิดเป็พายุฝุ่นดินกระจายทั่วบริเวณ เศษหินดินทรายใบไม้ใบหญ้าต่างปลิวหมุนวนเวียน บดบังสายตาของผู้ที่ยืนอยู่บนพื้น
เพียงเสี้ยววินาที เสียงวัตถุขนาดใหญ่ได้ตกกระทบพื้นเสียงดังตู้มม~ พร้อมกับแรงลมที่ได้ปัดเป่าเศษฝุ่นให้จางหายไป...
ภาพเบื้องหน้า ได้สร้างความตื่นใแก่าาั์สามตา...ลูกสมุนรวมถึงสัตว์อสูรที่มันเลี้ยงไว้ บัดนี้หัวของพวกมันทิ่มพื้นดินส่วนขาก็ตั้งชี้ฟ้า บางตัวคอหัก บางตัวหัวเละ แต่โดยรวมแล้ว พวกมันมีท่าทางเหมือนกันหมด ซ้ำร้ายที่น่าหวาดกลัวกว่านั้น คือปีศาจทุกตนได้กลับคืนสู่ร่างเดิมของมัน....รวมถึงตัวาาั์เองด้วย
"มันเกิดอะไรขึ้น พวกเ้าเล่นตลกอันใดกัน" าาั์ในร่างของวัวกระทิง3ตา หันมาตวาดถามกลุ่มแมวน้อยที่มีสีหน้าตื่นใ พอสังเกตเห็นใบหน้าของพวกปีศาจแมวที่ดูจะใไม่แพ้กัน มันจึงขมวดคิ้วมุ่น มันรู้สึกถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามา จู่ๆขนทั่วกายก็พลันลุกชัน แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากแนวชายป่าฝั่งเขตแดน
าาั์สามตาก้มมองเสือดำที่สำรอกเืออกมาจากปาก ก่อนจะหันมองไปทางชายป่า สุดท้ายมันตัดสินใจ เปิดใช้ดวงตาที่สาม ฉับพลันภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็สีขาวดำ มันไหลเวียนพลังส่งไปยังดวงตาเพื่อสำรวจสิ่งปริศนาที่มันก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
แต่ดูเหมือนการใช้ดวงตาเพื่อตรวจจับจะเป็สิ่งที่ไม่ควรกระทำ... ครั้งนี้มันตัดสินใจผิดเสียแล้ว!!...
โพล๊ะ~ เสียงทุ้มๆดังออกมาจากดวงตาที่สามของาาั์ มันได้กรีดร้องโหยหวนพลางเอาหัวโขกกระแทกพื้นดินซ้ำๆ เพื่อบรรเทาความเ็ป
ภายในป่าทึบแรงกดดันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าด้วยความเร่งรีบได้ดังขึ้นมา พร้อมการปรากฏตัวของมนุษย์สองคน และแมวอีกหนึ่งตัว
"เร็วเข้า!! เนื้ออยู่ไม่ไกลแล้ว...นั้นไง!!! เนื้อวัวตัวใหญ่... " โรซ่าวิ่งตามเสียงอึกทึกครึกโครม จนได้มาเจอกับฝูงเนื้อที่เขาตามหา
โดยไม่ต้องรอให้โรซ่าบอก ลุงจางก็คว้าหน้าไม้ยิงออกไปในทันที ลูกศรแหวกว่ายผ่านอากาศเสียงดังฟิ้ว~ มันลอยละลิ่วมุ่งตรงไปยังวัวสีดำขนาดใหญ่
ทางาาั์สามตาััได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต มันตัดสินใจะเิพลังพร้อมกับวิ่งหลบหนี ทว่าความเร็วของมันเชื่องช้าลงหลายเท่าตัว เสมือนมีพลังบางอย่างฉุดรั้งไม่ให้มันขยับเคลื่อนไหว มันรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ พลังลึกลับที่ว่ามันต้องมาจากศรดอกนั่นเป็แน่ าาั์ไม่มีทางเลือก มันคายยันต์คุ้มกายออกมาจากปาก.....
เพียงเศษเสี้ยววินาที ก็ปรากฏม่านแสงป้องกันลูกศรได้อย่างฉิวเฉียด..... ปัง~ เสียงปะทะของม่านพลังและลูกศรจากหน้าไม้ดังกึกก้อง พร้อมกับการแตกกระจายของม่านพลังเสียงดัง เพล้ง~
าาั์สามตาไม่พูดอะไร มันหันหลังวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อจะหลบหนีจากยอดฝีมือ...
กลุ่มคนประหลาดพวกนี้แข็งแกร่งกว่ามันหลายเท่า ลำพังเทวะเทียมขั้น1เช่นมัน หากอยู่ต่อก็รังแต่จะตายเปล่า แถมดวงตาที่สามยังได้รับาเ็หนักจนพลังต่อสู้ของมันหายไปหลายส่วน ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือหลบหนี..มันต้องหลบหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
วัวกระทิงไหลเวียนลมปราณมาที่เท้าทั้งสี่ของมัน จนปรากฏเป็เปลวเพลิงสีแดงปกคลุมเท้า มันคิดว่าหากวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดบางทีมันอาจจะหนีพ้น.....เพียงแต่มันคาดไม่ถึงว่ามันจะประเมินความสามารถของศัตรูต่ำเกินไป....
"หยุดดดดดด!! หยุดเดี๋ยวนี้ ยังไงวันนี้ม่อนคุงของข้าต้องได้กินเนื้อ "
.
.
.
.
.