เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉิงินอนไม่ค่อยหลับได้แต่นอนมองซือเย่ในอ้อมกอดกลัวว่านี่จะเป็ความฝันที่ตื่นมาแล้วเธอจะหายไป
“อือ พี่กลัวว่าตัวเองจะฝันไปใช่มั้ย” ซือเย่พูดทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่
“จะไม่ให้กลัวได้ยังไงกัน” ฉิงิกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“เรายังอยู่ด้วยกันค่ะ เพราะพี่ เมื่อคืนน้องถึงได้หลับสบายมาก ๆขอบคุณนะคะ จุ๊ฟ” ซือเย่จูบลงบนริมฝีปากหนา
“อรุณสวัสดิ์เย่เอ๋อร์ของพี่”ทั้งคู่พากันไปอาบน้ำและทำธุระส่วนตัวและเดินจับมือกันลงมายังห้องรับประทานอาหารที่มีแม่บ้านและพี่ฉีรออยู่แล้ว
“อาหารเช้าวันนี้เป็ข้าวต้มกุ้งที่คุณหนูชอบนะครับหากคุณชาย้าอะไรหรือชอบอาหารแบบไหนเป็พิเศษบอกผมได้เลยครับผมจะให้แม่บ้านจัดการให้”
เทียนฉีที่เมื่อคืนได้คุยกับพ่อของตนเื่ว่าที่เขยของตระกูลหลิวแล้วก็เตรียมการต้อนรับและได้สั่งงานบรรดาการ์ดกับแม่บ้านทุกคนในคฤหาสน์ให้ช่วยกันสังเกตความชอบและไม่ชอบเพื่อจะได้รับใช้ได้อย่างถูกต้อง
“ผมชอบเหมือนซือเย่เลยครับ แต่รบกวนขออเมริกาโน่ร้อนแก้วหนึ่ง เอ่อถ้าเป็ดีแคฟได้จะดีเลยครับ” ฉิงิเอ่ยอย่างเกรงใจไม่ใช่เพราะเื่มากแต่อดีตเป็เพราะซือเย่ห่วงเื่สุขภาพของเค้ามากและเปลี่ยนกาแฟทั้งหมดเป็แบบดีแคฟจนชินไปแล้ว
“ไม่มีปัญหาครับ”เทียนฉีตอบรับก่อนจะพยักหน้าให้แม่บ้านที่ยืนรออยู่แล้วไปจัดการ
“เดี๋ยว่สาย พี่ฉีนัดช่างที่ห้องเสื้อมาให้ซือเย่หน่อยนะคะพี่ิไม่มีเสื้อผ้าติดมาเลย”
“เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อเองก็ได้ไม่ต้องลำบากหรอก” ฉิงิบอกเพราะเกรงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจครับคุณชาย เดี๋ยวผมจัดการให้ไม่เกินเที่ยงถ้าช่างมาถึงแล้วผมจะไปเรียนให้ทราบครับ”
เมื่อเทียนฉียืนยันฉิงิก็ได้แต่ขอบคุณ
หลังรับประทานอาหารเสร็จซือเย่ก็พาฉิงิเดินทัวร์รอบบ้านแม้จะรู้ว่าตระกูลหลิวนั้นรวยและมีอำนาจขนาดไหน ก็ไม่เท่ากับการได้เดินอยู่ในคฤหาสน์ที่ซ่อนตัวอยู่บนเขาแห่งนี้ด้วยตัวเองฉิงิรู้จากเทียนฉีว่านอกจากบ้านใหญ่ที่พ่อกับแม่ของซือเย่อยู่แล้วยังมีคฤหาสน์ที่มีขนาดเล็กกว่าหลังนี้ของซือเย่อีกสามที่กระจายตัวกันอยู่บนพื้นที่เขาทั้งลูก ซึ่งแน่นอนว่าเป็พื้นที่ส่วนบุคคล
“เหมือนพี่กำลังฝันอยู่เลย” ผมมองซือเย่ที่นั่งอยู่บนชิงช้าริมน้ำตกไม่คิดว่าจะได้กลับมาเห็นรอยยิ้มอันสดใสของภรรยาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเพราะอะไรขอบคุณที่ให้โอกาสเขาได้แก้ตัว
“น้องสวยใช่มั้ยล่า คิก” ซือเย่หัวเราะ
“ขออภัยครับ ช่างเสื้อที่นัดไว้มาถึงแล้วครับคุณชาย” เทียนฉีเดินเข้ามาบอก
“งั้นไปกันค่ะ”ซือเย่ลงจากชิงช้าก่อนจะเข้ามาจูงมือผมแล้วเดินนำไปยังห้องรับรองซึ่งความจริงเป็ตึกที่แยกออกมาจากตัวบ้านโดยมีทางเชื่อมถึงกันแบ่งแยกบ้านออกจากการรับแขกเพิ่มความเป็ส่วนตัวมากขึ้นซึ่งฉิงิชอบมากเพราะบ้านจะมีแค่คนในครอบครัวเท่านั้น
จะต้องบอกว่าไงดีรู้นะว่าซือเย่คงไม่นัดช่างที่ธรรมดามา แต่นี่ก็ดูจะเวอร์เกินไปสักหน่อยเคธี่ดีไซเนอร์ชุดชื่อดังของห้องเสื้อแบรนด์เคธแบรนด์ที่โด่งดังไปทั่วโลกแม้จะเป็ราชวงศ์ยังต้องต่อคิวเพื่อให้ได้เจอกับเคธี่
“ไฮ ซือเย่”
“เคธ คิดถึงมากกก ขอบคุณที่มานะ”ผมมองภรรยากับเคธี่กอดกันก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ
“อ๊ะ เคธ นี่พี่ิ แฟนเราเอง กำลังจะแต่งงานกัน”
“โอ้ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เคธี่เป็เพื่อนสนิทของซือเย่”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมเดินเข้าไปก่อนจะจับมือทักทาย
“งั้นที่พี่ฉีบอกว่า้าเสื้อผ้าผู้ชายแบบครบเซ็ตคือของพี่ิใช่มั้ย”ซือเย่พยักหน้าก่อนที่จะบอกความ้าแบบรวดเร็วพร้อมหยิบคอลเล็คชันที่เคธี่นำมาเปิดแล้วชี้ทันที
“ขอทุกแบบเลย ชุดอยู่บ้าน ไปข้างนอก กึ่งทางการ ชุดทางการ อ้อได้เตรียมอันเดอร์แวร์มาให้ด้วยหรือเปล่า”
“เอามาสินี่ถ้าไม่บอกว่าเป็แฟนกันจะคิดแล้วนะว่าเธอไปลักพาตัวคุณชายที่ไหนมาขังไว้ที่นี่น่ะ”พูดจบทั้งซือเย่และเคธี่ก็หัวเราะกัน
“พี่ิมีแบบที่ชอบมั้ยคะ” เคธี่หันมาถามความเห็น
“เอาที่เราเห็นว่าดีเลย พี่ไม่มีความเห็น” แม้คำตอบที่บอกไปจะเป็แบบนั้นแต่สายตาและท่าทางของฉิงิไม่มีความไม่พอใจอยู่เลยยิ่งเพิ่มความประทับใจให้เคธี่มากที่แฟนของเพื่อนยอมขนาดนี้
กว่าที่จะเลือกแบบเสื้อผ้ากันเสร็จก็กินเวลาจนเกินมื้อเที่ยงไปเกือบชั่วโมงวันนี้จึงมีแขกร่วมโต๊ะอาหารกลางวันทำให้บรรยากาศดีมาก ๆฉิงิที่รู้ว่าซือเย่เป็คนอารมณ์ดีอยู่แล้วยิ่งอยู่กับเพื่อนยิ่งทำให้มีแต่รอยยิ้มและเมื่อถึงเวลาที่ต้องคุยงานซือเย่ก็เด็ดขาดไม่แพ้กัน
“สาขาใหม่ที่จะเปิดต่างประเทศมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเดี๋ยวไว้่นี้จะเข้าไปดูให้บ่อยขึ้นนะ”
“จะไปมีปัญหาอะไรล่ะ ไว้ว่าง ๆค่อยไปดูก็ได้เดี๋ยวส่งเอกสารมาให้ทางพี่ฉีเหมือนเดิมนะส่วนชุดเซตไหนที่มีอยู่แล้วเดี๋ยวเคธให้คนจัดมาส่งให้เลยนะคะ ส่วนชุดที่ต้องตัดพวกสูทเคธขอเวลาหน่อยจะเร่งให้ค่ะ ไปแล้วนะไว้เจอกัน”
“ได้ไว้เจอกัน เดี๋ยวโทรหา”ซือเย่กับฉิงิยืนส่งเคธี่ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในบ้าน
“เดี๋ยวพี่ไปโทรคุยกับเหวินเปาหน่อยนะ ป่านนี้นั่งเครียดแย่แล้ว”
“จริงด้วย พี่ิจะพาเหวินเปามาที่นี่ก็ได้นะคะ เดี๋ยวให้พี่ฉีส่งคนไปรับถ้าพี่ออกมาแล้วไม่พาเหวินเปาออกมาด้วยคงโดนเล่นงานหนักแน่ ๆ” ใช่โดนหนักแน่ก็เหวินเปาน่ะเป็ทั้งเลขาและคนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือตอนที่อยู่ตระกูลเกาน่ะสิ
“เอาเป็ว่าพี่โทรคุยก่อน แล้วเดี๋ยวคงต้องรบกวนพี่ฉีส่งคนไปรับด้วยนะครับ”
“ไม่มีปัญหาครับคุณชายคุณชายบอกให้คุณเหวินเปาเปิดแผนที่มายังเขาหลิวไท่ได้เลยครับเดี๋ยวผมบอกกับการ์ดที่หน้าประตูตรงตีนเขาให้”
‘บอส บอสอยู่ไหน ผมจะเป็บ้าแล้วตอนนี้ในบริษัทเค้าลือกันถึงขั้นว่าท่านประธานจะยกตำแหน่งรองประธานให้คุณชายชีเซินแล้วไล่บอสออก’ทันทีที่ฉิงิต่อสายหาเลขาเ้าตัวก็รับสายทันทีราวกับรออยู่แล้ว
“ขับรถมาหาที่เขาหลิวไท่ เตรียมเสื้อผ้ามาค้างสักสองสามวัน อ่อส่งใบลาของนายด้วยหรือจะส่งใบลาออกเลยก็ได้”
‘บอสหมายความว่ายังไง’
“มาถึงแล้วเดี๋ยวเล่าให้ฟัง” พูดจบฉิงิก็ไม่รอฟังอะไรอีก กดวางสายทันที
“พี่เหวินเปาต้องช็อกมากแน่ ๆ”ซือเย่เดินเข้ามาในห้องหนังสือที่ฉิงิเข้ามาคุยโทรศัพท์
“จริงสิเดี๋ยวน้องเรียกคนเข้ามาแต่งห้องนอนกับห้องนี้ใหม่นะคะห้องนี้ก็ทำเป็ห้องทำงานเราสองคนไปเลยเผื่อได้กลับมาจะได้ไม่ต้องเอางานเข้าไปในห้องนอน”เพราะเธอเป็คนที่ค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัวมากแถมห้องของเธอก็ควรมีแต่พี่ิที่ได้เข้าไปสิ
“คิก น้องทำให้พี่รักน้องเพิ่มขึ้นอีกแล้วใช่มั้ยล่า”ดูจากหน้าตาและหูที่ขึ้นสีแดงเข้มของพี่ิแล้วก็เดาได้ไม่ยากว่าเ้าตัวก็รู้ถึงความคิดนี้เช่นกัน
จะโทษใครได้ล่ะกลับมาครั้งนี้ทำให้ตัวเธอจะไม่ยอมเสียเวลาในการแสดงความรักไปแม้จะเพียงเสี้ยววิ
“พี่ฉี เรียกคนเข้ามาดูห้องนี้ให้หน่อยค่ะ ซือเย่จะทำเป็ห้องทำงาน”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเรียกนักออกแบบมาคุยให้เร็วที่สุดครับ”โชคดีที่ตระกูลหลิวมีคนงานทุกประเภทเป็ของตนเอง ไม่ว่าจะสร้าง จะออกแบบ จะซ่อมก็เรียกได้ว่าเป็คนภายในทุกคนเพราะั้แ่รุ่นปู่ทวดต่างก็ให้ความสำคัญในการพัฒนาแรงงานคนและเรียนรู้ที่จะซื้อใจคนงานให้ภักดีกับตระกูลความลับของขุมอำนาจที่แท้จริงแล้วคืออะไร กำลังคนยังไงล่ะไม่ใช่เพียงแค่กำลังแต่ตระกูลหลิวส่งเสริมทักษะและพัฒนาทุกคนอยู่เสมอแม้แต่แม่บ้านก็ยังสามารถพูดได้ถึงสี่ภาษา
เหวินเปาที่ขับรถมาถึงที่เขาหลิวไท่ตามคำสั่งเ้านายก็กำลังมึนงงและสับสนมากเพราะเส้นทางที่จะขึ้นไปยังเขาได้มีเพียงเส้นทางเดียวและตอนนี้ตรงหน้าของเขาก็คือรั้วประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่มีการ์ดเฝ้าอยู่จำนวนหนึ่งและ ป้ายที่เขียนบอกชัดเจนถึงอาณาเขตตระกูลหลิว!
“คุณเหวินเปาใช่มั้ยครับ” การ์ดที่เห็นว่ารถของเขาจอดอยู่ด้านหน้าสักพักแล้วไม่ยอมเคลื่อนเข้าไปเดินเข้ามาถาม
“อะ เอ่อ ใช่ครับ พอดีเ้านายของผมนัดมาที่นี่แต่น่าจะผิดพลาด”
“เดี๋ยวรบกวนคุณเหวินเปาเอารถไปจอดที่ตึกด้านนั้นได้เลยนะครับเดี๋ยวจะมีเ้าหน้าที่พาขึ้นไปครับ” เหวินเปามองตามไปยังทิศที่การ์ดบอกก็เจอกับอาคารหลังใหญ่ที่ตอนแรกไม่ได้สังเกตเห็นตัวตึกคล้ายอาคารสำนักงานที่ด้านล่างเปิดโล่งเป็ลานจอดรถในร่ม
เมื่อจอดรถเรียบร้อยเหวินเปาก็ถูกพาขึ้นรถตู้ขนาดสี่ที่นั่งพร้อมด้วยประตูไฟฟ้าหรูจนเ้าตัวนั่งเกร็งไม่กล้าแตะต้องอะไรเหวินเปาถูกพาขึ้นมาส่งที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่บนเขาที่จัดและตกแต่งได้ราวกับหลุดมาอยู่ในนิยาย
“เชิญคุณเหวินเปาด้านนี้ครับ คุณชายรออยู่แล้ว”เหวินเปาที่กำลังอึ้งกับความใหญ่โตและสถานที่ที่มีขนาดใหญ่กว่าคฤหาสน์ตระกูลเกาไม่รู้กี่เท่าไม่ได้สนใจว่าคุณชายคนที่รออยู่จะเป็บอสของตน
“บอส!”เมื่อเข้ามาในห้องเหวินเปาก็ต้องอุทานเสียงดังเมื่อเห็นเ้านายของตนกำลังนั่งอ่านไอแพดอยู่ภายในห้องซึ่งข้างๆ มีผู้หญิงสาวสวยนั่งอ่านหนังสืออยู่
“มาแล้วหรอ นั่งก่อนสิ” ฉิงิบอก
“งั้นเดี๋ยวซือเย่ไปรอข้างนอกนะ”
“อยู่ด้วยกันนี่แหละ” ฉิงิเรียก เพราะมาถึงขนาดนี้แล้วเค้าไม่คิดจะปิดบังอะไรภรรยาอีก
“นี่หลิวซือเย่ภรรยาฉัน”
“บอสว่าอะไรนะ บอสไปแต่งงานเมื่อไหร่แล้วคุณท่านรู้เื่หรือยัง แล้ว..”เหวินเปางงไปหมด บอสจะมีภรรยาได้ยังไงก่อนหน้านี้ตอนที่แซวกันเล่น ๆเื่หาแฟนเ้าตัวยังมาค้อนจนไม่กล้าเข้าหน้าไปหลายวัน
“ใจเย็น ๆ เรากำลังจะจดทะเบียนกันส่วนที่เรียกนายมาวันนี้ก็เพราะเื่บริษัท ฉันจะยื่นเื่ลาออกพรุ่งนี้”
“มีเื่อะไรเกิดขึ้นแล้วผมยังไม่รู้หรือเปล่าครับ”เหวินเปากลับมานิ่งสงบก่อนจะถามออกมา
ซือเย่กุมมือให้กำลังใจฉิงิยิ้มรับก่อนจะค่อย ๆเล่าเื่ที่โจชัวแอบไปนัดแนะกับเพื่อนที่เขาเป็คนดีลไว้และดันให้ชีเซินเป็คนไปตกลงครั้งสุดท้ายแทนพร้อมกับบอกเื่ที่ถูกบีบให้แต่งงานกับลูกสาวหุ้นส่วนของบริษัทแลกกับการได้ทำงานต่อไป
“นี่มันอะไรกัน ท่านทำเหมือนบอสไม่ใช่..”แม้เหวินเปาไม่ได้พูดออกมาแต่ทุกคนย่อมเดาได้