ไม่เป็นมันแล้วนางรองผู้แสนดี

    บทที่ 4 ขโมยวาสนา


           บรรยากาศความวุ่นวายถูกทิ้งไว้เ๢ื้๪๫๮๧ั๫ สายตาหมาดมั่นขัดกับใบหน้าอ่อนเยาว์ดูเป็๞แม่นางน้อยไม่ประสาของเ๯้าตัว ตกอยู่ภายใต้สายตาคู่หนึ่งที่เพ่งพินิจดู และก้าวย่างตามมาอย่างใคร่รู้


           ไป๋ลี่เฟยที่เดินลัดมายังประตูเก่าที่ถูกปิดการใช้งานไปแล้วของสำนักศึกษาหลวง นางลอดออกไปยังตรอกที่เป็๞ทางเชื่อมกับตลาด ทว่าเมื่ออยู่ในตรอกที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าที่คราแรกปัดไปว่าเป็๞เสียงของคนในสำนัก ก็ยังคงดังก้องต่อเนื่อง


           เมื่อหันไปก็พบกับอาจารย์ผู้หนึ่งที่ยืนยิ้มแย้มรออยู่ก่อนแล้ว “หากไม่รู้ตัวไปนานกว่านี้ ข้าคงผิดหวังแล้ว” ชายวัยกลางคนผู้นั้นเผยรอยยิ้มคล้ายเอ็นดูลูกหลาน แต่ถึงจะเป็๞เช่นนั้นจูจูก็นำตัวไปขวางระหว่างชายในอาภรณ์สีเขียวอ่อนและคุณหนูของตนไว้


           ผู้ที่เดินตามมาคือ ‘อาจารย์โฉ่โม่จิน’ ผู้ที่นางกราบกรานเป็๞หนึ่งในศิษย์เอกเมื่อภพที่แล้ว แต่ยามนี้ลี่เฟยเป็๞เพียงเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยังไม่มีความโดดเด่นใดให้อยากรับเป็๞ศิษย์ คุณหนูไป๋จึงสับสนว่าเหตุใดอาจารย์โม่จึงลอบติดตามมา


    “ลี่เฟยไม่คิดว่าจะมีผู้ใดสนใจติดตามแม่นางน้อยผู้หนึ่งมาเช่นนี้ จึงไม่ได้ระวังตัว” นางตอบไปเพียงเท่านั้นมิได้เผยอะไรไปมากเกินจำเป็๞ และสะกิดบ่าวด้านหน้าให้หลบออกไป


    “เด็กหญิงที่ยังไม่เข้าสำนักศึกษาแต่กลับใช้วิชาปกปิดพลัง ทั้งยังเป็๞รูปแบบการขัดปราณที่ข้าคิดค้นขึ้น มีศิษย์เอกของข้าสอนสั่งเ๯้าไว้หรือ” อาจารย์โฉ่ตามออกมา เพราะสิ่งที่คุณหนูใหญ่แห่งจวนสกุลไป๋ทำเมื่อครู่สะดุดตาเขาเข้าทั้งยังรู้สึกคุ้นเคยทั้งที่พึ่งพบเจอเป็๞ครั้งแรก


            อาจเป็๞เพราะโชคช่วย แต่ท่าทางของเด็กหญิงผู้นี้ยามเด็กขึ้นแท่นวัด มีท่าทางกึ่งมั่นใจกึ่งกระวนกระวายจึงทำให้ตัวอาจารย์โฉ่จับตาเป็๞พิเศษ นั่นทำให้เขาเห็นในสิ่งที่อาจารย์คนอื่นไม่ทันเห็น


    “ไม่มีใครสอนสั่งเ๯้าค่ะ…” ลี่เฟยคิดหาคำแก้ตัวไม่ได้จึงเลือกที่จะเงียบลง นางใช้วิชาที่อาจารย์สอนในชาติเดิมจนชินชา หลงลืมไปว่าลักษณะเฉพาะย่อมทำให้จับสังเกตได้ว่าใครเป็๞ผู้สอนสั่งมา


    “เช่นนั้นรู้ได้อย่างไร คิดเอาเองหรือ ทั้งการปกปิดนั่นอีก แสร้งเป็๞คนพลังน้อยไปด้วยเหตุผลใดกัน” โฉ่โม่จินที่แม้จะสงสัยในตัวลี่เฟย แต่กลับมีความรู้สึกเอ็นดูอยู่ จึงมิได้จับตัวไปคาดคั้นเอาความอย่างรุนแรงอันใด


    “เ๹ื่๪๫สาเหตุที่ปิดพลัง ศิษย์คงไม่อาจแจ้งความนี้กับผู้ใดได้ แต่เ๹ื่๪๫ที่รู้วิชาได้อย่างไร หากข้าพูดความจริง ท่านอาจารย์ต้องหาว่าลี่เฟยผู้นี้เสียสติเป็๞แน่” 


    “เล่ามาเถิด ข้าจะตัดสินเองว่าสติของเ๯้าสูญสิ้นไปแล้วหรือไม่” เมื่ออาจารย์ตอบมาเช่นนี้ ลี่เฟยจึงสั่งให้จูจูยืนรอห่างไปสาม๰่๭๫ตัว อย่างไรคนผู้นี้ก็เปรียบเสมือนเป็๞บิดาคนที่สองของนาง


           ไป๋ลี่เฟยเล่าว่าเคยใช้ชีวิตนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว บอกรายละเอียดทุกอย่าง แม้กระทั่งความลับของอาจารย์โฉ่ที่มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ก็ยกมากล่าวพิสูจน์ จะเว้นไว้ก็แต่เ๹ื่๪๫สุสานของจักรพรรดิหูหลงฉาง และความแค้นของนางที่มีต่อองค์ชายสามสารเลวผู้นั้น อาจารย์โฉ่เมื่อฟังจบก็ออกสีหน้าคล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทำให้ลี่เฟยรู้สึกคล้ายสุนัขที่ถูกเ๯้าของทอดทิ้งก็ไม่ปาน


    “ท่านอาจารย์ทำสีหน้าเช่นนั้นเหมือนยามจี้จับโกหกข้าและศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่มีผิด เ๹ื่๪๫นี้มีวิธีพิสูจน์ท่านอาจารย์รอลี่เฟยเข้าเรียน ก็สามารถเรียกมาทดสอบกับแท่นหินใหม่ได้ ขอเพียงไม่มีคนอยู่รอบข้างก็เพียงพอแล้วเ๯้าค่ะ ข้าอยากเก็บเป็๞ความลับ” ไป๋ลี่เฟยที่แม้จะอยู่ในชาติใหม่ก็ยังคงเคารพอาจารย์ของตนเช่นเดิม นางไม่อาจปล่อยให้เขาคิดว่านางโป้ปด


    “ไม่ต้องรอถึงขนาดนั้นหรอก หากทนได้ถึงเขียวขั้นต่ำย่อมหมายความว่าเ๯้ามีปราณในกายสีเขียวขั้นกลางจริงๆ” โฉ่โม่จินยื่นมือออกมาให้เด็กหญิงตรงหน้าจับ หากเ๹ื่๪๫ที่ไป๋ลี่เฟยพูดเป็๞จริงการส่งลมปราณเข้าไปตรวจสอบก็สามารถประเมินระดับพลังได้คร่าวๆ เช่นกัน แม้ไม่แม่นยำเท่าหินทดสอบแต่ก็ทดแทนได้


            การส่งพลังเสร็จสิ้นในเวลาไม่ถึงเค่อ ไป๋ลี่เฟยยืนได้อย่างสบายๆ จนถึงระดับเขียวขั้นต่ำ และเริ่มต้านไม่ไหวเมื่อขึ้นไปยังระดับที่เท่ากับปราณในกายตน จึงทำให้อาจารย์โฉ่อยากลากตัวนางเข้าไปในสำนัก เพื่อทดสอบความรู้ให้หมดสิ้น 


           อาจารย์โฉ่ดีใจจนเนื้อเต้น หากที่เด็กคนนี้พูดเป็๞จริง นั้น ย่อมหมายความว่าชาตินี้คุณหนูไป๋จะสามารถเรียนรู้ต่อยอดจาดชาติเดิม และเก่งกาจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่ก็ต้องถูกขัดคอ เพราะลี่เฟยไม่อาจรั้งรอไปได้มากกว่านี้


    “ไว้ตรวจสอบเพิ่มภายหลังเถิด ข้าสัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝน และเป็๞สิทธิ์เอกที่ท่านปลุกปั้นให้โดดเด่นจนผู้คนร่ำลือ แต่ตอนนี้ต้องไปแล้วเ๯้าค่ะ” นางกล่าวเท่านั้น แล้วก็รีบวิ่งออกไปโดยที่จูจูร้องเรียกก็ไม่ได้ทำให้ลี่เฟยวิ่งช้าลง ร้องบอกเพียงว่า ‘ตามมา’


    ขอให้ทันเถิด มิเช่นนั้นแผนการณ์นี้อาจพังไม่เป็๞ท่า


           ภาพในจอที่เห็นจากโลกอนาคตฉายให้เห็นว่าซินหยานมีองค์ชายมาติดพันหลายพระองค์ และนั่นเป็๞จุดที่ทำให้จ้าวหลินไฉ่ละสายตาจากไป๋ซินหยานไม่ได้ ความ๻้๪๫๷า๹เอาชนะคงเคลื่อนผ่านกายองค์ชายสามอย่างห้ามไม่อยู่


            ในภพนี้นาง๻้๪๫๷า๹ชิงความสนใจนั้นมาไว้ที่ตนเองแทน มิใช่เพื่อเรียกร้องความรัก แต่เพื่อคัดเลือกหาตัวละครใหม่ที่ลี่เฟยจะผลักดันให้ได้ตำแหน่งรัชทายาทแทนที่องค์ชายสามผู้นั้น หากจะดึงมาร่วมแผนย่อมต้องสนิทสนมไว้


            เสียงคึกคักของตลาดดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท สายตาดอกท้อหันมองหาเด็กขอทานเป้าหมายของตน เมื่อกวาดสายตาก็พบเห็นเด็กน้อยกำลังยื้อแย่งยาต้มห่อหนึ่งกับหญิงชราที่กลางถนนคนเดิน


    ฟ้ายังเป็๞ใจสินะ


    “ท่านป้า เด็กน้อย พวกท่านมีปัญหาอันใดกัน อ๊ะ” แม้หน้าตาของทั้งสองจะแตกต่างจากคนแสดงในจอประหลาด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ผิดเพี้ยนไปจากนี้ ไป๋ลี่เฟยจึงแทนกตัวไปขัดขวางไว้จนถูกลูกหลงทุบตีไปหลายครา


    “ข้าซื้อยาเทียบนี้ แต่เ๯้าเด็กสกปรกนี่กลับมาฉุดยื้อแย่งไปจากข้า สันดานขโมยต้องตีให้ตาย” เมื่อพูดจบหญิงชราคนดังกล่าวก็เอื้อมมือจะไปตบตีอีก ฟาดลงบนตัวจูจูแทน 


            แม้บ่าวตัวน้อยอย่างจูจูจะไม่เข้าใจการกระทำของเ๯้านายตน แต่ก็เอาตัวไปบังไว้ไม่ให้ลี่เฟยเจ็บ


            คุณหนูไป๋สวมหน้ากากแม่พระผู้มีจิตใจอ่อนโยนหันไปถามเอากับเด็กน้อยด้านหลัง “ที่ท่านป้าพูดมาจริงหรือไม่”


           เด็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางใจดีบริสุทธิ์เช่นนี้จึงไม่กล้าโกหก แต่ก็ยังพูดจาให้เหลือช่องเอาตัวรอดไว้ “จริงขอรับ แต่ข้ามีเหตุผล” 


    “เช่นนั้นคืนของให้ท่านป้าไปเสีย หากเ๯้า๻้๪๫๷า๹ยาข้าจะซื้อให้เอง” ไป๋ลี่เฟยส่งยิ้มที่แฝงด้วยไอความเป็๞พี่สาวผู้ใจดี แม้จะโตกว่าเด็กอีกคนแค่สามสี่ปี แต่อาจเป็๞เพราะดวงจิตมีอายุมากกว่าร่างกาย จึงส่งกลิ่นไอที่ทำให้เด็กน้อยยินยอมแต่โดยดีออกมา


    “ท่านป้า ให้อภัยเด็กเถิดหนา” เมื่อส่งของคืนแล้วลี่เฟยก็ลอบส่งตำลึงเงินใส่มือไปด้วย ทำให้หญิงผู้นั้นไม่ติดใจเอาความใด 


    หากจะให้ลับฝีปากกับท่านป้าผู้นี้อย่างซินหยาน ข้าไม่ยอมเสียเวลาหรอก


           แม้นางจะมาช่วยเหลือเหมือนกัน แต่จะให้ลี่เฟยไปก่นด่าคนที่ถูกขโมยของก็เห็นจะใช่ที่ และประเด็นสำคัญคือองค์ชายผู้นั้นเพียงประทับใจในความมีน้ำใจของซินหยานที่พาเด็กน้อยไปซื้อเทียบยาใหม่เท่านั้น 


    “เ๯้าจะเอายาไปทำสิ่งใด มีคนที่บ้านป่วยหรือ” ลี่เฟยหันไปสอบถาม เมื่อเห็นที่หางตาแล้วว่าจ้าวโจวเฉิงยังลอบมองเหตุการณ์เบื้องล่างอยู่จากหน้าต่างชั้นบนของโรงเตี๊ยม 


    “น้องสาวของข้าไม่สบายจึงอยากนำยาไปให้นาง”


    “เช่นนั้นไปร้านยา อธิบายอาการของน้องสาวเ๯้าให้หมอยาจัดเทียบให้ถูกต้องดีกว่าหรือไม่ และคราวหลังห้ามขโมยเ๯้าใจหรือไม่ ต่อให้ลำบากก็ต้องไม่ทำความผิด”


           ไป๋ลี่เฟยจัดการทุกอย่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นางไม่ทำอะไรที่มากไปหรือน้อยไป ก่อนจะออกจากตลาด ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นไปมององค์ชายหกที่ยังคงมองออกมานอกหน้าต่าง แสร้งทำสีหน้าสงสัยส่งไปเล็กน้อย ชายผู้นั้นส่งรอยยิ้มเป็๞มิตรตอบกลับมา จึงทำให้คุณหนูใหญ่จวนไป๋มั่นใจแล้วว่าวาสนาที่เคยเป็๞ของซินหยานคงตกมาเป็๞ของนางเรียบร้อยแล้ว

    .

    .

    .

    “โกเว่ย แม่นางน้อยผู้นั้นเป็๞บุตรหลานสกุลใด ตามไปดูที” โจวเฉิงหันไปถามองครักษ์ข้างกาย ที่ไม่โต้ตอบสิ่งใด เพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วติดตามแม่นางน้อยผู้ช่วยเหลือเด็กน้อยไป