ตอนที่ 18 ตารางฝึกยอดมนุษย์
ติ้ง!
หลังจากโอหยางซินส่งข้อความไปได้ไม่นาน เสียงการตอบกลับข้อความก็ดังขึ้น
โอหยางซินรีบเปิดอ่านทันทีเพราะเธอเองก็สงสัยเหมือนกันว่าสิ่งที่เขียนอยู่หมายความว่าอะไร แต่ทันทีที่เปิดอ่านโอหยางซินก็ขมวดคิ้วของเธอ
หลินฟานเห็นแบบนั้นจึงถามขึ้นว่า
“ ได้ความว่ายังไงบ้าง? “
“ …ในนี้เขียนว่ามีโชคอะไรสักอย่าง อย่างเช่น โชคลาภ โชคดวง หรือไม่ก็โชคชะตา ทางนั้นแปลออกมาได้ไม่ชัดเจนค่ะ แต่ก็ยังมีเขียนอีกอย่างเอาไว้อีก รู้สึกมันจะเกี่ยวกับการปลดผนึกหรือผนึกอะไรบางอย่าง และที่น่าสงสัยที่สุดคือจำนวนที่หมายถึง 5 “
โอหยางซินตอบคำถาม
หลินฟานได้ยินดังนั้น เขาก็เอามือแตะคางของตัวเองเพื่อทำความเข้าใจ หลินฟานเริ่มคิดในใจว่า
‘ โชคงั้นเหรอ? ตอนแรกคิดว่ามันจะเขียนว่าความหวังแห่งโฮโมเซเปียนส์แบบที่เราได้ยินระบบประกาศซะอีก หรือนี่อาจจะเป็การแปลความหมายผิด เพราะความหวังอาจถูกแปลว่าเป็โชคก็ได้
‘ ส่วนผนึกก็น่าจะเกี่ยวกับแหวน แต่… ผนึกอะไร?
‘ จำไม่เห็นได้เลยว่าบนโลกมีอะไรผนึกเอาไว้ด้วย และตอนสวมระบบก็บอกแค่ว่าเป็มรกดของโฮโมเซเปียนส์ และยังมีตัวสิ่งที่หมายความว่า 5 เขียนเอาไว้อีก หมายความว่า มีตระกูลที่ได้รับหน้าที่แบบตระกูลหลินอีก 5 ตระกูลงั้นเหรอ แต่! หากเป็แบบนั้นจริงๆ ตระกูลหลินกับอีก 5 ตระกูลต้องติดต่อกับบางสิ ไม่ใช่ว่าอยู่คนละโลกสัก…
‘ เดี๋ยวก่อน! ถ้าคิดถึงเื่วันแห่งการพบเจอที่ต่างออกไปล่ะ วันแห่งการพบเจออาจไม่ใช่ให้สิ่งมีชีวิตต่อสู้กันเพื่อแข็งแกร่งขึ้นอย่างเดียว แต่ถ้าหากว่า มันคือโอกาสที่จะทำให้ตระกูลที่ความหวังของโฮโมเซเปียนส์มาเจอกันด้วยล่ะ
‘ ถ้างั้นก็มีโอกาสเป็ไปได้สูงว่าเราตัวเลข 5 คือตัวเลขมรดกของโฮโมเซเปียนส์ทั้งหมด แต่ทำไมต้อง 5? อีกอย่าง เราจะฟันธงไม่ได้ว่าสิ่งที่คิดจะเป็เื่จริงทั้งหมด ดูเหมือนความจริงยังคงอยู่อีกไกล ตอนนี้คงทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากรอให้วันแห่งการพบเจอมาถึง ‘
หลังจากตกอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นาน หลินฟานก็ตัดใจในการไขปริศนา ตอนนี้เขายังมีชิ้นส่วนของจิกซอน้อยเกินไป คิดมากไปตอนนี้อาจจะไปผิดทางจนไม่รู้ความจริงก็ได้
เมื่อรู้ว่าควรรอให้วันแห่งการพบเจอมาถึงแทนการเดาแบบสุ่มๆ หลินฟานก็ไม่พยายามคิดเื่ของมันอีก หลินฟานหันมองไปทางโอหยางซินที่กำลังนั่งมองตัวเองอยู่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเราแทบไม่ได้อะไรเลย แต่ในอนาคตคงมีชิ้นส่วนให้พวกเราประกอบมากกว่านี้ ผมคิดว่าวันโลกาวินาศกับของที่อยู่ในกล่องไม้ลึกลับนี่ต้องมีอะไรเชื่อมกันแน่ๆ เพราะงั้นเราควรพักเอาไว้ก่อน และกลับมาหาข้อมูลของมันหลังวันโลกาวินาศมาถึงดีกว่า “
“ ฉันเองก็คิดแบบนั้นคะ “
โอหยางซินพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อตกลงเื่นี้กันได้ หลินฟานก็เริ่มพูดความตั้งใจเริ่มแรกทันทีว่า
“ คุณเรียนบริหารมาคุณคงรู้จักระบบปกครองแบบฟิวดัลใช่ไหม ผม้าให้คุณออกแบบระบบปกครองที่คล้ายๆ กับระบบปกครองแบบฟิวดัล “
“ หมายความว่ายังไงค่ะ??? “
โอหยางซินสงสัย
หากหลินฟานบอกให้เธอออกแบบระบบปกครองแบบฟิวดัลให้ เธอจะไม่สงสัยอะไรเพราะหากวันโลกาวินาศมาถึงระบบชนชั้นเป็สิ่งที่จำเป็ ระบบปกครองแบบยุคกลางของมนุษย์เป็สิ่งที่จำเป็
ระบบปกครองสมัยใหม่ที่ใช้กันอยู่ในตอนนี้ ไม่สามารถเอาไปใช้ในวันโลกาวินาศที่เปรียบเหมือนยุคมืดของมนุษย์ได้ โอหยางซินรู้เื่นี้ดี แต่อยู่ๆ ก็มาบอกให้ออกแบบระบบปกครองที่คล้ายๆ กัน ต่อให้เป็ใครก็ต้องสงสัยอยู่แล้วเพราะหากใช้ระบบเดิมจะง่ายกว่าการออกแบบใหม่เยอะ ทำไมต้องออกแบบใหม่ด้วย?
หลินฟานเริ่มอธิบายว่า
“ ก่อนอื่นผม้าเปลี่ยนระบบชนชั้นเป็หมายเลข เช่น ขุนนางยศบารอน ขุนนางยศไวท์เคาท์ ขุนนางยศเอิรล์ เปลี่ยนเป็ สมาชิกระดับที่ 1 ระดับที่ 2 ระดับที่ 3
“ เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนคำเรียกเป็เพราะไม่้าให้คนคิดว่าตัวเองกลายเป็ขุนนางจริงๆ หากเราตั้งชื่อสวยหรูแบบยุคสมัยก่อน พวกที่ระดับสูงก็จะคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่นๆ
“ แต่เื่ระบบอำนาจยังคงเดิม เช่น สมาชิกระดับ 1 สามารถซื้ออาคารเพื่อทำธุรกิจในเขตปลอดภัยได้ ระดับ 2 สามารถซื้อเพิ่มได้อีกแล้วทำธุรกิจอย่างอื่นได้ ยิ่งระดับสูงขึ้นคนคนนั้นก็จะสามารถทำอะไรได้หลากหลายขึ้นในเขตปลอดภัย
“ อีกเื่ก็คือระบบเงินตรา ในวันโลกาวินาศพวกเราคงไม่สามารถใช้เงินกระดาษมาแลกเปลี่ยนกันได้ ผม้าให้คุณออกแบบวิธีใช้จ่ายแบบออกมา จากนั้นก็เื่ระบบปกครองและระบบระเบียบในเขตปลอดภัย เื่พวกนี้ผมไม่ถนัด คุณสามารถคิดมาแล้วเอามาให้ผมตัดสินใจได้
“ สิ่งที่ผม้าหลักๆ ก็คืออย่างที่บอกไป ส่วนเื่อื่นๆ คุณสามารถเพิ่มเข้ามาได้ตามเห็นสมควร “
หลินฟานไม่ถนัดเื่บริหารเมืองเท่าไหร่นัก ชาติที่แล้วเขาก็ไม่มีเมืองอยู่ในการดูแล ส่วนเหตุผลที่หลินฟานไม่มีเมืองนะหรือ แน่นอนเป็เพราะว่ามันน่ารำคาญยังไงล่ะ
เมื่อคุณมีเมืองคุณก็ต้องบริหารจัดการ แถมยังต้องคอยรับมือกับคลื่นซอมบี้ แถมยังต้องคอยรับมือกับกลุ่มโจร และยังต้องระแวงว่าจะโดนลูกน้องทรยศตอนไหน หลินฟานเห็นคนเก่งๆ ตายเพราะพยายามสร้างเมืองมาเยอะ เพราะงั้นชาติที่แล้วเขา หลินฟานเลยเลือกเป็หัวหน้ากลุ่มขนาดกลางๆ
แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว ชาติที่แล้วหลินฟานใช้ชีวิตอยู่ในวันโลกาวินาศแบบไร้จุดหมาย เขาถามตัวเองทุกวันว่าวันๆ ต่อสู้กับซ่อมบี้ไปเพื่ออะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น
ตอนนี้หลินฟานมีเป้าหมายที่ต้องทำ หลินฟานเริ่มมีความหวังว่าสักวันเขาจะสามารถแก้แค้นพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศได้ เพราะงั้นเขาจะี้เีแบบเดิมไม่ได้ เขาต้องสร้างกองกำลังของตัวเองให้ครอบคลุมไปทั้งโลก จากนั้นก็นำกำลังรบที่มีไปตะบันหน้าพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศ
โอหยางซินพยายามทำความเข้าใจอยู่สักพัก จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า
“ ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณหลิน้าแล้ว ถ้างั้นฉันเสนอให้สร้างระบบกรมขึ้นมาด้วย อย่างเช่น กรมทหาร กรมตำรวจ กรมบริการ และก็กรมต่างๆ แบบนั้นจะทำให้การบริหารง่ายขึ้นเยอะ
“ และจากที่ฉันคิดเอาไว้ คุณหลินคงไม่หยุดแค่สร้างเขตปลอดภัยแห่งเดียว เพราะงั้นพวกเราน่าจะจัดตั้งระบบเ้าเมืองขึ้นมา เ้าเมืองที่ถูกจัดตั้งขึ้นจะดูแลแค่เื่บริหารทั้งหมดในเขตปลอดภัยนั้น แบบนั้นเมืองน่าจะพัฒนาเร็วกว่าการปกครองจากส่วนกลางแล้วออกคำสั่งไป แต่เ้าเมืองก็จะได้ดูแลแค่เื่บริหารเท่านั้น ส่วนเื่ทหารและกองกำลังติดอาวุธทั้งหมด ทั้งหมดจะรับฟังแค่ส่วนกลาง
“ หรืออธิบายง่ายๆ ผู้ที่ควบคุมกองกำลังติดอาวุธทั้งหมดก็คือคุณหลิน แต่… “
“ วิธีแบบนี้มันคือการปกครองแบบเผด็จการ และฉันอาจจะถูกจารึกว่าเป็คนโหดร้ายในหน้าประวัติศาสตร์ “
หลินฟานเป็คนพูดเอง
โอหยางซินพยักหน้า สิ่งที่หลินฟานพูดออกมาเป็เื่ที่ถูกต้อง เมื่อคนคนเดียวมีอำนาจทุกอย่าง คนคนนั้นก็จะถูกเรียกว่าเผด็จการ และผู้ที่เป็เผด็จการบนโลกก็ไม่มีใครเลยสักคนที่ถูกจารึกชื่อว่าทำเื่ดีๆ เอาไว้
แตกต่างจากโอหยางซินที่กำลังทำหน้าเป็กังวล หลินฟานไม่ได้ทุกร้อนอะไรกับเื่นี้เลย เขาไม่้าเป็คนดี เขาไม่้าให้คนมานับถือั้แ่แรกอยู่แล้ว เป้าหมายชีวิตก่อนของเขาคือทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอด เป้าหมายชีวิตนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เขาได้เพิ่มเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เข้าไปด้วย อย่างเื่การไปล้างแค้นพวกที่ทำให้เกิดวันโลกาวินาศ
“ เื่นั้นไม่ต้องกังวล ผมไม่สนใจมันอยู่แล้ว “
หลินฟานพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
โอหยางซินได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าให้เบาๆ เธอรู้สึกชื่นชมในการเตรียมใจของหลินฟานมากๆ คงมีคนไม่มากที่จะยอมถูกมองว่าเป็เผด็จการแบบนี้
หลังจากนั้นทั้งสองก็แลกเปลี่ยนความคิดกันอีกหลายชั่วโมงเพื่อสร้างระบบปกครองขึ้นมา ซึ่งระบบส่วนมากหลินฟานเป็คนเสนอและให้โอหยางซินพยายามคิดต่อยอดมันอีกที แต่ความจริงแล้ว เื่ที่หลินฟานเสนอมันก็คือความคิดที่เขาเอามาจากเมืองของโอหยางซินในอนาคตทั้งนั้น
หรืออธิบายง่ายๆ หลินฟานกำลังเอาความคิดของเธอมาแนะนำเธอ และเมื่อสิ่งที่หลินฟานเอามาแนะนำมันเป็ความคิดของโอหยางซิน โอหยางซินก็ทำความเข้าใจเื่ที่หลินฟาน้าจะสื่อได้ง่ายๆ สิ่งนี้ส่งผลให้การวางแผนบริหารลื่นไหลเป็อย่างมาก
“ เท่านี้ก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณหลินจะเก่งเื่การบริหารขนาดนี้ ั้แ่เด็กจนโตคนที่ตามความคิดของฉันทันก็แทบไม่มีเลย ส่วนคนที่มีความคิดไปไกลกว่าฉันจนแนะนำฉันได้ ก็มีคุณหลินคนแรกเลยค่ะ “
โอหยางซินพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม
หลินฟานอยากบอกว่า ฉันก็เอาความคิดของเธอมาเหมือนกัน แต่หลินฟานไม่สามารถพูดแบบนั้นได้ หลินฟายพยักหน้าตอบรับแล้วพูดว่า
“ คุณควรหาคนที่ถนัดด้านต่างๆ เอาไว้ให้เยอะที่สุด พวกวิศวกรด้านต่างๆ ก็จำเป็เหมือนกันเพราะในวันโลกาวินาศพวกเราจะได้รับพิมพ์เขียวสร้างสิ่งต่างๆ มา หากสามารถทำได้ คุณก็ควรดึงตัววิศวกรทั่วทั้งโลกมาเลย “
โอหยางซินยิ้มแบบมีเลศนัยแล้วตอบว่า
“ เื่นั้นคุณหลินไม่ต้องเป็ห่วง ก่อนจะถึงวันโลกาวินาศฉันจะเชิญวิศวกรชั้นแนวหน้าของโลกในด้านต่างๆ มางานที่จะจัดขึ้นที่มณฑลหลินหนาน พอวันโลกาวินาศมาถึงเราก็จะได้พวกนั้นมาทำงานให้ง่ายๆ “
หลินฟานไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจของเขากำลังคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็คนที่ฉลาดจริงๆ เป็แบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะสามารถสร้างเมืองที่เป็หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ แถมยังมีกำลังทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาถึง 1,000,000 คน
หลินฟานเงียบสักพักแล้วพูดขึ้นว่า
“ ถ้างั้นวันนี้พวกเราก็พอแค่นี้กันก่อน มีเื่อะไรตัดสินใจไม่ได้ หรือมีเื่อะไรที่สงสัยคุณสามารถโทรหาผมหรือมาหาได้ตลอดเวลา “
“ ค่ะ “
หลังจากนั้นโอหยางซินก็ออกจากห้องไป
ตอนนี้หลินฟานคิดว่าตัวเองไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรอีกแล้ว ตอนนี้เข้าได้ออกแบบระบบปกครอง ได้ซื้อทรัพยากรเตรียมเอาไว้ ได้เตรียมแผนดึงทหารมาเป็รากฐานเอาไว้ ทุกอย่างเรียบร้อยหมด
หลังจากนี้เขาก็แค่รอให้ตระกูลต่างๆ ส่งของมาให้เพราะความเข้าใจผิดว่าเขากำลังจะทำากับรัฐบาลกลาง
ด้วยเื่ทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้ หลินฟานมั่นใจว่าเขาต้องเป็ผู้นำกลุ่มที่เตรียมตัวได้ดีที่สุดในโลกแน่ๆ และเมื่อรู้ว่างานต่างๆ เรียบร้อย หลินฟานก็มีความคิดที่จะสร้างให้ร่างกายตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
ใจจริงเขาอยากได้หุ่นแบบเดิมก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่กลับคืนมา แต่เื่แบบนั้นคงเป็ไปไม่ได้ เพราะร่างกายของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่จะเติบโตได้แบบข้ามคืน และเมื่อรู้ว่าตัวเองต้องออกกำลังกายเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น หลินฟานจึงคิดตารางการฝึกขึ้นมาแบบง่ายๆ นั่นก็คือ
วิดพื้น 100 ครั้ง!
ซิทอัพ 100 ครั้ง!
สควอท 100 ครั้ง!
วิ่ง 10 กิโลเมตรต่อวัน!
นอนไม่เปิดแอร์!
ยกน้ำหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกายแบบเอาเป็เอาตาย!
นี่คือตารางที่หลินฟานตั้งค่าเอาไว้ว่าต้องฝึกให้ได้ทุกวัน หรือมากกว่า และต้องฝึกมันจนกว่าจะถึงวันโลกาวินาศ ในวันโลกาวินาศ มนุษย์ทุกคนจะได้ระบบมาพร้อมกับเพิ่มค่าพลังต่างๆ บวกเพิ่มให้เท่าตัว เช่น จากที่เคยยกของได้ 10 กิโลกรัม ก็จะเป็ 20 กิโลกรัม ระบบจะทำให้มนุษย์แข็งแกร่งกว่าเดิมเท่าตัวจากทุนเดิม
ซึ่งก็หมายความว่า ยิ่งร่างกายคุณแข็งแกร่งก่อนเกิดวันโลกาวินาศมากเท่าไหร่ คุณก็จะได้เปรียบคนอื่นๆ มากเท่านั้น หลินฟานรู้เื่พวกนี้ดีเพราะงั้นหลังจากวันนี้ไปจนถึงวันโลกาวินาศ เขาจึงวางแผนฝึกแบบเอาเป็เอาตายในทุกๆ วัน