บทที่ 61 ปั่นกระแส
“เรื่องแค่นี้ก็ต้องให้อธิบาย?”
“เอ่อ........” เชษมองดูคนเป็นนายที่เหมือนอารมณ์ขึ้นกะทันหันด้วยความโง่งม
“ก็อย่าทำให้ปลายฝนรู้ก็พอ” คำพูดสั้นๆได้ใจความออกมาจากปากของคนเป็นนาย สุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่พวกลูกน้องที่ต้องทำงานนี้ให้มิดชิด หากคุณชายรองรู้เรื่องนี้ นั่นหมายความว่าเป็นความผิดของพวกเขา
ทั้งๆที่คนออกคำสั่งเป็นคนให้พวกเขาทำเองแท้ๆ
ขณะที่ต้นหนาวกำลังพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ ปลายฝนที่คนเป็นพี่เข้าใจว่านอนหลับไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เด็กหนุ่มเอนกายพิงกรอบกำแพง ทำให้คนในห้องไม่ทันเห็นว่ามีใครอีกคนเข้ามาฟังบทสนทนาของพวกเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ คิ้วเรียวกระตุกขึ้นเล็กน้อยที่เห็นว่าคนเป็นพี่กำลังซ้อนแผนของเขาอย่างหน้าไม่อาย ทั้งๆที่เขาบอกแล้วว่าจะจัดการอีกฝ่ายเอง พี่ชายก็ยังหาผู้หญิงคนอื่นมาทำให้พีรพลไขว้เขว
แต่ก็นะ.....
เขาไม่รู้ว่าพี่ชายเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าผู้หญิงที่หามาจะทำให้คนอย่างพีรพลรักหัวปักหัวปำน่ะ แต่สำหรับเขาที่เคยคบกันมาหลายปี ผู้ชายอย่างพีรพลไม่มีทางที่จะรักใครจริงๆเพียงเพราะชอบในลีลาของอีกฝ่ายหรอก คนอย่างพีรพลที่เจอผู้หญิงและผู้ชายมากมายน่ะไม่ได้โง่ขนาดนั้น หากไม่ใช่เพราะปลายฝนรู้จักอีกฝ่ายมานานและรู้ว่าเจ้าตัวนั้นแพ้คนแบบไหน รวมไปถึงจุดอ่อนทุกอย่างของพีรพล เขาก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าแค่เสน่ห์ของตนเองจะทำให้อีกฝ่ายหลงรักได้หรือไม่
ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นคนที่รักตัวเองมากจนยากที่จะให้ใครเข้าไปก็ได้
หลังจากที่คนสำคัญของประเทศเข้าร่วมรับประทานอาหารเล็กๆกับกลุ่มคนในวงการบันเทิง วันรุ่งขึ้นก็มีข่าวประโคมกันหนาหูว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดโปรเจคซีรีย์เงินหนาขึ้นมาให้ผู้คนอยากจะรู้ว่ามันจะออกมาในแบบไหน ทั้งยังมีปาปารัซซี่มากมายที่รวบรวมคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงนั้นไปเปิดเผย
ดังนั้นนักแสดงและผู้กำกับจึงค่อยๆกลายเป็นที่สนใจมากขึ้น กระทั่งมีการคาดเดาด้วยซ้ำว่าใครจะได้รับบทพระนางของซีรีย์ใหม่นี้
“พี่ครับ วันนี้ผมไม่ไปบริษัทได้ไหมครับ” เด็กน้อยเอ่ยถามขณะนั่งกินอาหารมื้อเช้ากับคนเป็นพี่ ต้นหนาวชะงักไปเล็กน้อย เขาถึงกับวางช้อนส้อม เลิกกินอาหารแล้วคุยกับปลายฝนอย่างจริงจัง
ทำราวกับว่าเรื่องที่ปลายฝนไม่อยากไปกับเขานั้นเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างมาก
แม่บ้านที่รอดูแลอยู่ลอบมองหน้ากัน พวกเธอไม่รู้ว่าคุณชายรองเป็นอะไรขึ้นมาอีกแล้ว ได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าได้ดื้อดึงกับคุณชายใหญ่เลย บรรยากาศของบ้านเพิ่งดีขึ้นมาได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น พวกเธอปรารถนาให้มันคงอยู่ตลอดไปมากกว่า
“ทำไม” คนเป็นเจ้าบ้านเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาติดจะราบเรียบเล็กน้อย ฟังอย่างไรก็ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะนอนเล่นอยู่บ้านเท่านั้นเอง” ปลายฝนตอบกลับ น้ำเสียงของเขาสดใสและไร้ซึ่งพิรุธโดยสิ้นเชิง
อันที่จริงวันนี้เขาแค่อยากอยู่ปั่นกระแสของละครให้ดังยิ่งขึ้น แล้วก็ไล่อ่านคอมเม้นท์เกี่ยวกับพีรพลในช่วงนี้ด้วย ตัวเขานั้นได้สร้างแอคเค้าหนึ่ง ทำทีเป็นแฟนคลับของพีรพลและสนับสนุนผลงานของอีกฝ่ายจนโดดเด่น หลังจากนั้นก็วางแผนที่จะเปิดเผยความลับนี้ให้รู้อย่างไม่ตั้งใจ
ด้วยแผนการนี้จะทำให้พีรพลเข้าใจว่าเขานั้นแอบชอบอีกฝ่ายอย่างแท้จริง แต่ทว่าการดำเนินการตามแผนนี้นั้นมันค่อนข้างยาก หากพี่เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายมากเกินไป จะต้องห้ามไม่ให้เขาทำต่อแน่ๆ หรือไม่ก็อาจจะซ้อนแผนการกับเขาได้ ถ้าเกิดว่าเป็นดาวิกาอะไรนั่นที่ได้แสดงเป็นเจ้าของแอคเค้าแฟนคลับอันดับหนึ่งของพีรพล เขาก็ไม่รู้แล้วว่าหัวใจของชายหนุ่มจะเป็นของใคร
บอกตรงๆว่าเขานั้นก็เข้าขั้นแค้นฝังหุ่นเหมือนกัน อยากจะเอาคืนด้วยมือของตนเองมากกว่าให้คนอื่นทำให้
“ไปนอนเล่นที่ห้องพี่ได้ ถ้าโซฟาไม่พอ จะให้คนสั่งเตียงมาไว้ให้” ต้นหนาวไม่ยินยอมกับคำตอบนี้ เขาไม่ต้องการห่างจากน้องน้อยของเขาแม้แต่วินาทีเดียว อีกอย่างตอนที่เด็กน้อยไปนอนเล่นที่ห้องทำงานของเขามันก็ดีมาก เขาชอบมองน้องที่ใช้เวลาของตนเอง เขาชอบที่จะเห็นน้องในสายตา ชอบเห็นน้องกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ชอบที่น้องแอบงีบหลับ
ใช่ เขาต้องการพกน้องไปทุกๆที่ที่เขาไป
“มันไม่เหมือนกันนะพี่ นอนอยู่บ้านสบายกว่าเยอะเลย” ปลายฝนย่นจมูกของตนเองอย่างแง่งอน ต้นหนาวหรี่ตาลง เขารู้แล้วว่าน้องกำลังปิดบังอะไรจากเขาอยู่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมเจ้าตัวเล็กจะต้องพยายามขนาดนี้เพื่อให้นอนเล่นอยู่บ้านด้วยกันล่ะ
“เชษ เปลี่ยนประชุมเป็นประชุมออนไลน์ทั้งหมด นัดพบลูกค้าให้เลื่อนไปก่อน วันนี้ฉันจะทำงานที่บ้าน” สิ้นเสียงของต้นหนาว ปลายฝนก็เบะปากออกมาจริงๆแล้วตอนนี้
เขาอยากจะหลุดบ่นพี่ชายจอมหวงที่ตัวติดกับเขาตลอดเวลาออกมาอยู่แล้ว กระนั้นมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องแย่อะไรที่จะได้อยู่กับพี่ชาย สำหรับเขาหากว่าพี่ต้นหนาวทำงานอยู่ที่บ้าน เขาก็จะมีมุมเล่นของตนเองมากกว่า อย่างไรห้องทำงานของพี่ก็ใหญ่กว่าห้องทำงานที่บริษัท ดังนั้นจึงมีมุมให้เขาซ่อนสิ่งที่ตนเองทำอยู่ค่อนข้างมาก
“เอ่อ.....แต่วันนี้มีไปดูงานที่จะเข้า...”
“ส่งคนอื่นไป” ต้นหนาวโบกมือ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่นเลยแม้แต่น้อย ตัวเขานั้นสนแค่น้องชายตัวแสบที่พยายามจะอยู่ห่างจากสายตาของเขาเท่านั้น
“เอ่อ ครับ” เชษผู้ที่ต้องปรับเปลี่ยนทุกอย่างตามอารมณ์ของนายทั้งสองแทบจะร้องออกมา ตารางงานถูกปรับเปลี่ยนบ่อยครั้งแบบนี้ ตัวเขานี่แหละที่จะโดนทั้งขึ้นทั้งร่อง ใครจะกล้าด่าประธานกัน มีแต่เขานี่แหละที่จะโดนคนอื่นด่า ใครทำงานไม่ทัน ใครปรับแผนไม่ได้ ก็เอามาลงที่เขานี่แหละ เพราะเป็นคนสั่งทุกอย่าง
ให้ตายเถอะ เกิดมาเป็นไอ้เชษนี่มันต้องรับทุกอย่างขนาดนี้เลยไหม ถ้าไม่ใช่เพราะเงินเยอะจนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ แล้วก็ยังมีพระคุณกับเขาอีกด้วย เขาคงหนีหน้าไปนานแล้ว
แต่ก็นะ เขาก็เข้าใจอยู่นะว่าคนกำลังรักกำลังหลง แถมกว่าจะได้เขามาครอบครองก็แสนจะยากเย็น ถ้าไม่หวงไว้ให้ดี อาจจะเสียไปเมื่อไรก็ได้ สำหรับคุณชายรองเขาไม่ห่วงหรอก เจ้าตัวอาจจะไปหาคนอื่นได้ แต่กับเจ้านายของเขา ต่อให้ตายก็คงหันไปมองใครไม่ได้แล้วล่ะ
น่าสงสารเขานะครับ
เพราะอย่างนั้นก็ยอมๆไปหน่อยแล้วกัน
“จริงๆพี่ไปทำงานก็ได้นะ แต่ถ้าพี่อยู่ก็ดีเหมือนกัน ผมอยากกินเค้กด้วย ถ้าพี่ไม่กินจะได้กินส่วนของพี่” ปลายฝนกุมมืออย่างชอบใจ ท่าทางเด็กน้อยมีความสุขอย่างมากเมื่อพูดถึงเรื่องขนม สายตาของคนอายุมากกว่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความอ่อนโยนปรากฏขึ้นในดวงตาเมื่อเห็นว่าน้องไม่ได้ปฎิเสธที่เขาจะอยู่ด้วย
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมน้องต้องไม่อยากไปบริษัทกับเขา แต่ขอแค่น้องไม่ได้รังเกียจที่จะอยู่กับเขาก็พอ
“กินข้าวต่อเถอะ เรื่องขนมค่อยว่ากัน” ต้นหนาวหยิบช้อนขึ้นมา ตักอาหารตรงหน้าไปใส่จานปลายฝนอีกคำ ถึงว่าจะมีแต่ผักเป็นส่วนใหญ่เพราะกลัวว่าน้องจะร่างกายไม่แข็งแรงก็ตาม ทว่าเชฟระดับ 5 ดาวก็ไม่ได้ทำให้อาหารไม่น่ากิน กลับกัน...มันกลับทำให้เด็กดื้อที่ไม่ชอบกินผัก สามารถกินมันได้อย่างไม่อิดออดอีกด้วย
“กินอีกคำเดียวพอแล้วได้ไหมครับ อิ่มแล้ว” ปลายฝนมองดูข้าวที่ยังเหลืออีกครึ่งด้วยสายตาเศร้าๆ ทุกๆวันเขาจำเป็นต้องเก็บท้องไว้ใส่ขนมหวานอีกจำนวนมาก ดังนั้นข้าวเช้าจึงไม่จำเป็นสำหรับเขานัก
“ถ้าวันนี้กินไม่หมดก็ลดขนมหวานไปครึ่งหนึ่ง” ต้นหนาวไม่ได้บังคับ แต่เขายื่นข้อเสนอที่จะทำให้ปลายฝนไม่อาจจะหนีไปไหนได้ เด็กน้อยของเขาชอบกินขนมหวานเหมือนกับคนที่ไม่ได้กินนาน บางครั้งเขายังเห็นสีหน้าพออกพอใจของอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป
แม้ว่าเขาจะชอบมองดูท่าทางแบบนั้นก็ตามที ทว่าใจจริงก็เป็นห่วงเจ้าหนูน้อยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อครัวมีสูตรทำขนมที่มีประโยชน์เข้ามาแทนที่ ลดการใช้น้ำตาลและของอันตรายต่อสุขภาพ เขาคงไม่ยอมให้กินเยอะขนาดนี้แน่ๆ
“พี่อ่า งั้นผมกินข้าวก็ได้” ปลายฝนทำปากจู๋อย่างต้องการประท้วง มือเล็กๆของเขายังลูบท้องไปมาราวกับปลอบประโลมให้มันรับเอาอาหารเข้าไปเพิ่มอีกหน่อย
ท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่กำลังพยายามจะทำตามคำสั่งของผู้ปกครองนั้นทำให้ต้นหนาวหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู มือหนายื่นออกไปลูบผมนุ่มของน้องชาย เป็นภาพที่อบอุ่นน่าดูสำหรับใครหลายๆคน
แต่แน่นอนว่าสำหรับใครบางคนนั้นกลับรู้สึกต่างออกไป
เด็กหนุ่มที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงของบ้านมองไปยังคู่รักที่เป็นข้าวใหม่ปลามันด้วยความริษยา เขาเพิ่งได้รู้จากป้านิ่มว่าคุณชายใหญ่และคุณชายรองของบ้านนั้นได้เสียกัน กลายเป็นคู่ผัวตัวเมียกันแล้วเรียบร้อย เดิมทีนะโมยังคิดว่าคุณชายรองคงจะไม่ยอมรับความสัมพันธ์นี้ แต่กลายเป็นว่าเขาคิดผิดเสียนี่
ตอนที่เขาบอกเรื่องนี้กับเสี่ยเสือ อีกฝ่ายจึงได้ส่งเขากลับมาเพื่อที่จะได้แอบถ่ายภาพของทั้งสองคน เป้าหมายของเสี่ยเสือก็คือต้องการให้ภาพลักษณ์ของเหมันต์กับเหล่าบอร์ดบริหารนั้นดูไม่ดี
คนที่เอาน้องชายบุญธรรมซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆนั้นมาเป็นภรรยา คนแบบนี้ก็เหมือนกับพวกกินไม่เลือกหรือเปล่า? ตอนนี้เสี่ยเสือเหมือนจะเล่นประเด็นผิดศีลธรรมอันดี หรือไม่ก็ค่อยๆสร้างภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ของทั้งสองออกมาก่อน กระทั่งให้เขาสร้างเพจสำหรับแอนตี้ทั้งสองขึ้นมาด้วยซ้ำ
แชะ
ภาพถ่ายของสองคนที่แสดงออกถึงความใกล้ชิด พร้อมกันนั้นก็มีเหล่าแม่บ้านและคนงานจำนวนหนึ่งยืนล้อมรอบๆ คนตัวเล็กกดภาพนั้นลงในเพจแอนตี้ปลายฝนต้นหนาว ซึ่งลงไปพร้อมกับแคปชั่น
** รสนิยมคนบ้านนี้ ชอบแสดงความรักต่อหน้าคนมากมาย วันหลังจะถ่ายฉากร่วมรักที่เจ้าตัวบังคับให้ทุกคนมาคอยดูการแสดงให้เพิ่มเติม #ปลายฝนต้นหนาวอุบาศก์ (แนบรูป) **
- น่าเกลียดมาก นี่คือต้องการโชว์ให้คนอื่นเห็นด้วยหรอ
- จขกท.คงอยากอ้วก
- ใครอยากจะถูกบังคับให้มาดูอะไรแบบนี้ตลอดเวลากันวะ ยิ่งเป็นผู้ชายกับผู้ชายแล้วรู้สึกอยากจะอ้วก
- คนรวยก็แบบนี้ รสนิยมทางเพศเหมือนกับเดรัจฉาน
- คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ
- ดูหน้าผู้ชายคนนั้นสิ เขาดูเหมือนอมขี้มาเลย
- สงสาร
เมื่อรูปถูกลงไปก็มีคนเข้ามาคอมเม้นท์มากมาย แม้ว่าแรกๆจะมีแค่ไม่กี่คนและเป็นคนที่พวกเขาจ้างมาเพื่อให้ปั่นกระแสก็ตาม แต่พอเวลาผ่านไป ข่าวของปลายฝนและต้นหนาวที่กลายเป็นคนร่ำรวยติดอันดับโลก ชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนจะดีจนคนอิจฉา นั่นก็ทำให้เกิดผู้คนมากมายที่มีปมอยู่ในใจอยากจะออกมาด่าทอคนเพื่อระบายความคับแค้นใจ ระบายปมในใจของตนเองออกไปบ้าง
ไม่นานเพจนี้ก็เริ่มมีคนติดตามเป็นหลักพันคนเสียแล้ว ทุกคนทั้งหมดเหมือนเข้ามาเพื่อแสดงว่าคนทั้งสองคนนั้นมีจุดบกพร่องอย่างไรบ้าง เพื่อความสะใจส่วนตัวของตนเอง
ครั้งก่อนก็มีตอนที่ลงรูปปลายฝนคนเดียว ตอนนั้นก็มีคอมเม้นท์เสียๆหายๆมากมาย อย่างข่าวที่ปลายฝนนั้นถูกตระกูลอธิบรักขณกุลบอกว่าเป็นคนมีปัญหาทางจิต ก็ได้คนจากเพจนี้นี่แหละที่สุมไฟ เข้าไปด่าทออย่างสนุกปาก จนเมื่อกระแสน้ำเปลี่ยนไป ผู้คนมากมายก็เริ่มคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงเหมือนกับที่คนอื่นๆคอมเม้นท์
อันที่จริงนะโมก็ระแวงเหมือนกันในช่วงนั้น กลัวว่าคนของคุณชายใหญ่จะไล่ตามหาคนแล้วก็มาเจอเขา แต่ดูเหมือนว่าคนของคุณชายใหญ่ ที่จริงก็ไม่ได้เท่าไรนักหรอก อย่างน้อยๆก็ไม่รู้ว่าเขาคือเบื้องหลังของเพจนี้
ถ้านะโมรู้ความจริงที่ว่าความสามารถในการปิดบังตัวตนของเขานั้นกระจอกงอกง่อยและเพจนี้ก็ไร้สาระเกินกว่าที่ต้นหนาวจะสนใจแล้วล่ะก็...เขาก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก
แค่เพราะยังเป็นหมากตัวใหญ่อยู่ก็เลยไม่ปล่อยให้ถูกกินไปง่ายๆ ไม่ได้แปลว่าตนเองมีความสามารถมากจนให้คนอื่นเกรงกลัวได้หรอก
“น่าหมันไส้” นะโมพึมพำออกมา ขณะที่กำลังถ่ายรูปก็รู้สึกหงุดหงิดไปด้วย เขาแค่รู้สึกว่าทำไมคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของคุณชายใหญ่นั้นไม่ใช่เขา ทั้งๆที่เขาก็น่ารักและว่านอนสอนง่ายเหมือนกัน ก็แค่คุณชายรองมาก่อน ไม่ได้หมายถึงว่าคุณชายใหญ่จะต้องปักใจรักเสียหน่อยนี่
แต่ก็เท่านั้นแหละ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มีทางเห็นเขาในสายตา สู้เอาเวลาไปหาชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ไม่ดีกว่าหรือ? นอกจากนี้ถ้าเสี่ยเสือทำให้คุณชายใหญ่ถูกเหล่าคณะกรรมการของบริษัทตั้งข้อสงสัยและลดทอนอำนาจลงได้ เสี่ยเสือก็บอกว่าบริษัทที่คุณชายใหญ่อุตส่าห์ลงทุนและเหน็ดเหนื่อยมาตลอดนั้นก็จะกลายเป็นของเสี่ยส่วนหนึ่ง เพราะอย่างไรก็เป็นถึงญาติผู้ใหญ่ หากไม่มีส่วนแบ่งก็คงไม่ใช่
แน่นอนว่านะโมเชื่อแบบนั้น นี่ก็เป็นเพราะว่าเขานั้นไม่เข้าใจเรื่องราวของธุรกิจเลย แม้แต่ลุงสามที่บอกนะโมเองก็ยังรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่การหลอกให้เด็กหนุ่มได้ทำตามแผนของเขาได้ก็ถือว่าเป็นความฉลาดของเขาล่ะนะ
ทางลุงสามจากบ้านใหญ่คิดว่าหากเขาทำลายชื่อเสียงของเจ้าเด็กเหลือขอไปเรื่อยๆ สร้างกระแสแอนตี้เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายแล้วความรักของมันสองคนก็ไม่น่าเป็นไปได้ สำหรับตัวเขานั้นยังวางแผนที่จะเล่นสนุกกับหลานชายคนนี้ที่เขาอยากได้มาตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็กๆ ยิ่งได้เห็นตอนที่โตขึ้นมางดงามราวกับเทพธิดา เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าอีกฝ่ายควรจะเป็นของเขาสักครั้ง
เรื่องการสร้างความร้าวฉานนี่ ที่จริงก็ได้รู้มาจากใครอีกคนที่เสนอตัวขึ้นมาว่าเป็นศัตรูทางธุรกิจกับหลานชายตัวดี แน่นอนว่าถึงจะไม่สำเร็จก็ไม่ได้กระทบอะไรกับเขาอยู่แล้ว เพราะคนที่ลงมือก็คือนะโมหลานสาวใช้ในบ้านของหลานชายเอง แต่ถ้ามันสำเร็จขึ้นมา ไอ้แผนป่วนประสาทหลานชายที่อริเป็นคนเสนอมานี่ ก็อาจจะทำให้เหล่ากรรมการมีความเคลือบแคลงใจจริงๆ วันที่หุ้นราคาตกลงฮวบฮาบ คนที่มีเงินจะซื้อก็จะได้เตรียมพร้อมรวบอำนาจ ขอเพียงซื้อหุ้นมาไว้ในมือให้ได้มากกว่าประธานบริษัท หรือเป็นรองแค่เล็กน้อย อำนาจของอีกฝ่ายก็จะมากพอที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่างแล้ว
เพียงแต่สิ่งที่ลุงสามและอริที่ว่านั่นไม่รู้ก็คือ ตอนนี้ออเดรย์และอาเธอร์นั้นกำลังเที่ยวขอร้องให้คนในบริษัทขายหุ้นมาให้ตนเอง กระทั่งเสนอซื้อที่ราคาสูงกว่า 2 เท่าก็มี ขอเพียงใครบอกว่าจะขายเท่านั้นแหละ พวกเขาพร้อมที่จะจ่ายเต็มที่
เพราะเป็นแบบนี้แล้ว ยังมีใครคิดว่าจะมีโอกาสได้กว้านซื้อหุ้นอยู่อีกหรือ?
ในอนาคตมีแต่ราคาจะสูงขึ้นๆเท่านั้นเอง
................................