บทที่ 6: เริ่มมีความเชื่อใจ!
"ท่านอาจารย์ ข้ารู้สึกร้อนเล็กน้อยเ้าค่ะ..."
ซูฉางเกอกำลังครุ่นคิดว่าจะสอนเคล็ดเทียนหยวนให้เฟิ่งหว่านชิงอย่างไรดี เพราะพร์ของนางในตอนนี้ย่ำแย่เกินกว่าปกติ หากปล่อยให้นางคลำทางศึกษาเคล็ดวิชาชั้นนภาด้วยตนเอง คงจะลำบากแน่
ทันใดนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของเฟิ่งหว่านชิง ซูฉางเกอจึงลืมตาขึ้นมอง เห็นเพียงใบหน้าขาวนวลของนางที่เต็มไปด้วยรอยแดง ดวงตางดงามฉายแววเลื่อนลอย นางจ้องมองเขาโดยไม่กะพริบตา ท่าทางดูอ่อนแอและบอบบางน่ารังแกยิ่งนัก
ยาเม็ดทะลวงระดับได้ผลแล้วหรือ?
ซูฉางเกอรู้สึกยินดี แต่ภายนอกยังคงพยักหน้าอย่างเ็า
"ท่านอาจารย์ หรือว่าเป็เพราะยาของท่านล้มเหลว ข้าถึงกำลังจะตาย..."
เฟิ่งหว่านชิงรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ พลังิญญาในร่างเริ่มพลุ่งพล่านอย่างไม่อาจควบคุม พลังิญญาอันร้อนแรงไหลเวียนอยู่ระหว่างท้องและหน้าอก ราวกับกำลังถูกแผดเผา
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซูฉางเกอก็หมองลง
ลูกศิษย์ตัวน้อยคนนี้ไม่เชื่อใจเขาจริง ๆ ด้วย
"นั่นคืออาการของพลังิญญาที่กำลังรวมตัว หลังจากทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว พลังิญญาในร่างของเ้าจะไม่สามารถนำไปเปรียบกับ่รวบรวมปราณได้เลย แล้วก็ต่อให้ร้อนเ้าก็ต้องอดทนไว้ ห้ามถอดเสื้อผ้า!"
เมื่อเห็นเฟิ่งหว่านชิงเริ่มไม่อยู่นิ่งและพยายามจะดึงชุดรัดรูปสีขาวตัวนอกออก ซูฉางเกอก็รีบห้ามปราม แม้ภายใต้ชุดนั้นจะมีผ้าคลุมห่อหุ้มอยู่ แต่ก็ไม่อาจปิดบังรูปร่างอันยอดเยี่ยมของเฟิ่งหว่านชิงได้ เขาไม่กล้าดูเด็ดขาด
มิฉะนั้นคงได้กลายเป็อาจารย์เดรัจฉานจริง ๆ !
"เ้าค่ะ!"
เมื่อได้รับคำสั่งจากซูฉางเกอ เฟิ่งหว่านชิงก็ไม่กล้าขยับตัวส่งเดช นางฝืนทนความร้อนรุ่มในร่างกาย พยายามทำจิตใจให้สงบและหายใจรับพลังิญญาจากฟ้าดิน
ครั้งนี้การทะลวงระดับของเฟิ่งหว่านชิงเป็ไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางความร้อนรุ่มที่ไร้สิ้นสุด พลังบำเพ็ญของนางค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย จนทำลายคอขวดของ่ฝึกปราณขั้นที่เก้าได้สำเร็จ และก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงระเรื่อยังคงมีความยินดีหลังการทะลวงระดับปรากฏอยู่ นี่เป็ครั้งแรกที่เฟิ่งหว่านชิงรู้สึกดีใจจากใจจริงนับั้แ่มาถึงนิกายเซียนกระบี่เมฆา!
ยาของท่านอาจารย์สำเร็จจริง ๆ ด้วย ยาที่มีโอกาสสำเร็จเพียงสามส่วนกลับทำได้สำเร็จ หรือว่าท่านพ่อท่านแม่บน์จะคุ้มครองนางกันนะ?
ฟู่ว!
นางผ่อนลมหายใจยาว เฟิ่งหว่านชิงกำหมัดขาวนวล ััได้ถึงความอัดแน่นของพลังิญญาภายในร่างกาย
นางเงยหน้าเล็ก ๆ มองไปยังซูฉางเกอ ในดวงตามีความรู้สึกแปลกใหม่ผุดขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ั้แ่เมื่อวานนางรู้สึกว่าท่านอาจารย์เปลี่ยนไปเล็กน้อย อย่างน้อยก็ดูอ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนมาก
[ติ๊ง! ค่าความรู้สึกดีของเฟิ่งหว่านชิง +10 มอบรางวัลสุ่มให้โฮสต์ 10 แต้มคนเลว]
[แต้มคนเลวปัจจุบัน: 70]
[ระบบมอบหมายภารกิจ : ขณะนี้เฟิ่งหว่านชิงเริ่มมีความเชื่อใจในตัวโฮสต์ โปรดใช้สันดานคนระยำหลอกลวงนางต่อไป เพื่อเพิ่มระดับความเชื่อใจให้สูงขึ้น]
[เมื่อระดับความเชื่อใจถึงจุดที่กำหนด โฮสต์ต้องทำลายความเชื่อใจนั้นด้วยมือตนเอง เพื่อให้นางเอกเฟิ่งหว่านชิงได้ััถึงความเ็ปจากการถูกคนที่เชื่อใจที่สุดหลอกลวง เพื่อเพิ่มระดับการเข้าสู่ด้านมืด!]
[ภารกิจสำเร็จ : รางวัล 10,000 แต้มคนเลว, 1,000 ค่าโชคชะตา / ภารกิจล้มเหลว : หัก 10,000 แต้มคนเลว, ลด 1,000 ค่าโชคชะตา]
ซูฉางเกอ "..."
ภารกิจของระบบเฮงซวยช่างอำมหิตนัก!
อีกอย่าง ที่ว่าหลอกลวงนางนี่หมายความว่าอย่างไร?
สิ่งที่ตนทำอยู่ในตอนนี้ เรียกว่าหลอกลวงเฟิ่งหว่านชิงได้ด้วยหรือ?
นี่คือการช่วยนางต่างหาก!
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาใสซื่อที่เริ่มเต็มไปด้วยความเชื่อใจของเฟิ่งหว่านชิง ในใจของซูฉางเกอกลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างยิ่ง
เขาไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวงเฟิ่งหว่านชิงจริง ๆ ทั้งหมดเป็ความผิดของระบบเฮงซวย
หวังว่าในอนาคตหลังจากลูกศิษย์ของตนเข้าสู่ด้านมืดแล้ว จะลงมือกับอาจารย์คนนี้เบา ๆ หน่อยนะ
"ท่านอาจารย์ ข้าทะลวงระดับสำเร็จแล้วเ้าค่ะ"
เฟิ่งหว่านชิงยิ้มจนตาหยี ความดีใจทั้งหมดแสดงออกมาทางใบหน้าเล็ก ๆ นั้น
"อะไรกัน แค่ทะลวงระดับสร้างรากฐานเล็กน้อย ก็เริ่มลำพองใจจนลืมตัวแล้วหรือ ความสามารถระดับเ้า ในนิกายเซียนกระบี่เมฆามีอยู่เกลื่อนกลาด"
ซูฉางเกอแค่นเสียงเ็า สีหน้ากลับมาเ็าอีกครั้ง
เื้ัความเชื่อใจทุกส่วน ย่อมมีความหลอกลวงอันลึกซึ้งซ่อนอยู่
วันหน้าอย่าได้โทษอาจารย์เลย อาจารย์เองก็จนใจ
เมื่อเห็นว่าซูฉางเกอดูเหมือนจะไม่พอใจ เฟิ่งหว่านชิงรีบหุบยิ้มบนใบหน้าทันที นางเพียง้าแบ่งปันความดีใจกับซูฉางเกอเท่านั้น แต่กลับลืมไปว่าในใจของซูฉางเกอ นางยังคงเป็ลูกศิษย์ที่ย่ำแย่คนหนึ่ง
การกินยาเม็ดทะลวงระดับหนึ่งครั้ง ไม่ต่างจากการผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นล้างไขกระดูก ในตอนนี้ชุดรัดรูปของเฟิ่งหว่านชิงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหอม กลิ่นกายจาง ๆ ขจรขจายไปทั่วห้องฝึกตน
ซูฉางเกอขมวดคิ้ว แม้กลิ่นจะหอมมาก แต่ก็ยั่วยวนเกินไป เกือบลืมไปว่าเฟิ่งหว่านชิงมีร่างกายที่มีกลิ่นหอมพิเศษมาแต่กำเนิด เมื่อมีเหงื่อออกร่างกายจะส่งกลิ่นหอม และกลิ่นนี้ยังเย้ายวนใจอย่างยิ่ง
หากไม่ใช่เพราะเขามีระดับพลังบำเพ็ญสูง คงแทบจะต้านทานไม่ไหว
"การฝึกตนวันนี้พอแค่นี้ เ้ากลับไปชำระร่างกายให้สะอาดเสีย"
ซูฉางเกอเหลือบมองเฟิ่งหว่านชิงแล้วเอ่ยเตือน
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เฟิ่งหว่านชิงจึงเพิ่งรู้สึกตัว ใบหน้าสวยนวลเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อด้วยความอายทันที นางเข้าใจว่าท่านอาจารย์ต้องสังเกตเห็นความผิดปกติในร่างกายของนางแน่ ๆ
สิ่งนี้เป็มาแต่กำเนิด ลบออกไม่ได้ ท่านอาจารย์ต้องเกลียดนางมากขึ้นแน่เลย...
ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนางคงไม่สามารถฝึกตนกับท่านอาจารย์แบบนี้ได้อีก และห้องฝึกตนแห่งนี้ ท่านอาจารย์คงไม่ให้นางเข้ามาอีกแล้ว...
ภายใต้สายตาที่ดูเรียบเฉยของซูฉางเกอ เฟิ่งหว่านชิงที่หัวใจยังคงกระวนกระวาย ได้ทำความเคารพตามแบบฉบับศิษย์อย่างถูกต้องต่อซูฉางเกอ จากนั้นจึงจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
การได้ฝึกตนในสถานที่ที่มีชีพจริญญาเกื้อหนุนและมีพลังิญญาฟ้าดินหนาแน่นเช่นนี้ ในใจของเฟิ่งหว่านชิงย่อมรู้สึกไม่ยินยอม
เพราะการฝึกบนพื้นหญ้าด้านนอก นอกจากพลังิญญาที่ดูดซับได้จะต่ำแล้ว ความเร็วในการฝึกยังช้ามากอีกด้วย
แต่เมื่อคิดว่าท่านอาจารย์ได้เมตตาเป็พิเศษให้นางฝึกที่นี่หนึ่งครั้ง แม้ในใจจะอาลัยแต่ก็ไม่กล้าคาดหวัง และยิ่งไม่กล้าเอ่ยปากขอซูฉางเกอในเื่นี้
จนกระทั่งร่างของเฟิ่งหว่านชิงหายลับไปจากห้องฝึกตน ซูฉางเกอจึงผ่อนลมหายใจยาว ระงับความร้อนรุ่มจาง ๆ ในใจลง
ทั่วทั้งห้องฝึกตนยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นกายเย้ายวนที่เฟิ่งหว่านชิงทิ้งไว้ ซูฉางเกอรู้สึกรังเกียจตัวเองอย่างรุนแรง
เฟิ่งหว่านชิงไม่เพียงแต่เป็ลูกศิษย์ของเขา แต่ยังเป็จักรพรรดินีผู้โเี้ไร้ปรานีในอนาคต เขาช่างกล้ามีความคิดเช่นนั้นได้อย่างไร?
ต่อให้เพียงนิดเดียวก็ไม่ได้!
รำคาญว่าชีวิตตนเองยาวเกินไปหรือ?
อยากหาที่ตายงั้นรึ?
อีกด้านหนึ่ง เฟิ่งหว่านชิงที่กลับมาถึงเรือนข้างไม่กล้าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า รีบต้มน้ำเพื่อชำระเหงื่อหอมบนร่างกายให้สะอาด
นางแช่น้ำอยู่นาน จนกระทั่งไม่ได้กลิ่นหอมประหลาดนั้นแล้ว จึงผ่อนลมหายใจยาว ใบหน้าจิ้มลิ้มอดไม่ได้ที่จะกลับมากลัดกลุ้มอีกครั้ง
วันนี้ต่อหน้าท่านอาจารย์ช่างน่าอับอายเหลือเกิน!
เดิมทีท่านอาจารย์ก็ไม่ชอบลูกศิษย์อย่างนางอยู่แล้ว ตอนนี้คงยิ่งเกลียดนางมากขึ้นไปอีก ทั้งที่เคยบอกว่าจะสอนเคล็ดวิชาชั้นนภาให้นาง แต่สุดท้ายกลับไม่พูดถึงเลย คงเป็เพราะรังเกียจนางแน่ ๆ ...
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
เฟิ่งหว่านชิงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
เมื่อไม่ได้รับคำสั่งจากซูฉางเกอ นางจึงได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วนอกห้องฝึกตน ไม่กล้าเข้าไปข้างใน
ในอดีต เพียงแค่นางทำสิ่งใดให้ซูฉางเกอไม่พอใจเพียงเล็กน้อย ย่อมต้องถูกทุบตีอย่างหนัก ในใจของนางจึงหวาดกลัวการถูกตีไปเสียแล้ว
"เอ๊ะ นั่นไม่ใช่ลูกศิษย์ขยะของผู้าุโซูหรอกหรือ?"
"จะว่าไป หน้าตาสะสวยไม่เบาเลยนะ เสียดายที่ได้ยินว่าพร์ย่ำแย่เกินไป หลังจากผู้าุโซูรับนางเป็ศิษย์ก็แทบไม่เคยสนใจนางเลย สงสัยคงรอให้การประลองใหญ่ของนิกายจบลงก่อน แล้วค่อยกำจัดนางออกไปล่ะมั้ง"
ทันใดนั้นมีเสียงหยอกล้อดังมาจากด้านหลัง ใบหน้าของเฟิ่งหว่านชิงเปลี่ยนสี นางหันไปมอง เห็นศิษย์พี่สองคนที่สวมชุดฝึกตนของยอดเขาหลักของนิกายกำลังเดินผ่านและนินทานางอยู่
เฟิ่งหว่านชิงหดมือเข้าไปในแขนเสื้อ กำหมัดแน่น
ในใจของท่านอาจารย์ คิดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?
เมื่อการประลองใหญ่ของนิกายจบลง จะขับไล่นางออกจากสำนัก!