โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 17 เดิมพันด้วยชื่อเสียง

    ตอนที่ 17 เดิมพันด้วยชื่อเสียงเมื่อได้ยินเซิงห่าวพูดว่าตัวเองไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น หลินเหยาโกรธจนแทบจะกระโดดขึ้น โชคดีที่เขาตอบสนองได้ทันเวลา ทำให้คนอื่นไม่ทันได้ยินเข้าจ้องมองไปเซิงห่าวที่มีสีหน้าที่ไม่แยแสอะไร หลินเหยากดเสียงให้ต่ำลงแล้วพูดว่า: "นายเคยพนันมาก่อนหน้านี้ไหม?""ไม่เคย" เซิงห่าวตอบกลับไปอย่างเรียบเฉย เมื่อหลินเหยาได้ยินดังนั้นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อหลินเหยาเตรียมตัวจะยื่นมือออกไปเพื่อตีเซิงห่าว ฟางเฉียนโหรวก็ได้ดึงมือของหลินเหยาเอาไว้แล้วพูดว่า: "เซิงห่าวเขาต้องมีหนทางแน่นอน เธออย่าพึ่งรีบร้อน"ภายในใจของฟางเฉียนโหรวจริงๆแล้วนั้นรู้สึกกังวลใจมาก แต่ในเวลานี้ เพียงแค่เปิดเผยความขี้ขลาดตาขาว คนที่แพ้จะต้องเป็นพวกเขาอย่างแน่นอน เรื่องราวระหว่างเซิงห่าวกับเฉิงจื่อหาว ฟางเฉียนโหรวรู้เรื่องนั้นเป็นอย่างดี ถ้าหากว่าแพ้แล้วละก็ ก็ไม่รู้ว่าเฉิงจื่อหาวจะยังก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก เมื่อมองเห็นสีหน้าที่อ้อนวอนของฟางเฉียนโหรวแล้ว หลินเหยาก็ไม่ได้โกรธอีกต่อไป เมื่อมองไปทางเซิงห่าวอีกครั้ง ก็ได้แต่ก้มหัวลงแล้วถอนหายใจออกมา"พวกคุยยังจะพนันกันอยู่ไหม?" ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มพูดคุยกัน เฉิงจื่อหาวก็อยู่ข้างๆมองพวกเขาอยู่ตลอด เพราะกลัวว่าพวกเขาจะทำเรื่องที่ไม่ควรทำลับหลังตัวเองเมื่อได้ยินอย่างเลือนรางว่าความจริงแล้วเซิงห่าวนั้นเดิมทีไม่สามารถพนันหินได้ ภายในใจของเฉิงจื่อหาวก็มีความรู้สึกภูมิใจขึ้นมา ดูเหมือนว่า วันนี้คงจะหาค่าขนมให้ตัวเองได้มากพอดู"พนันสิ ทำไมจะไม่พนันละ" เธอถลึงตาใส่เฉิงจื่อหาวไปครั้งหนึ่ง หลินเหยาได้ลากเซิงห่าวไปที่แร่ดิบที่อยู่ข้างหน้า เดินไปด้วยแล้วก็พูดพึมพำไปด้วยคิดไม่ถึงว่านายจะเป็นคนที่ค่อนข้างซื่อสัตย์มาก ในความเป็นจริงแล้วก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อย นายมองไม่เห็นว่านายจะมีโอกาสยืนขึ้นได้อีกหรือไม่ ตอนนี้เรื่องนี้ก็ไม่มีหนทางอื่นแล้ว ฉันช่วยนายพนันแล้วกัน นายอยู่ข้างหลังแล้วค่อยดูเอาไว้ได้ฟังหลินเหยาที่ค่อยพูดพึมพำอยู่ใกล้ๆ ทันใดนั้นภายในใจของเซิงห่าวก็รู้สึกซาบซึ้งใจ แม้ว่าหลินเหยาจะมีนิสัยราวกับคุณหนูเอาแต่ใจ แต่ในความจริงแล้วก็เป็นคนที่มีจิตใจดีคนหนึ่ง เมื่อก่อนตัวเองมองเห็นแค่ด้านเดียวมากจนเกินไป“มาฟังที่ฉันพูด อยู่ในช่วงเวลาของความเป็นความตายอย่างนี้แล้ว นึกไม่ถึงว่านายจะทึ่มขนาดนี้”เมื่อสังเกตเห็นเซิงห่าวเหม่อลอย หลินเหยาก็ออกแรงดึงแขนของเซิงห่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เพื่อให้เขาตั้งใจฟังในสิ่งที่ตัวเองพูด“ในเมื่อนายไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ในวันนี้ได้พอดี ฉันจะพูดถึงการพนันหินให้นายได้ฟังสักหน่อย เว้นแต่ว่านายจะไปท้าพนันกับคนอื่นไปทั่ว ถูกคนอื่นหลอกลวงเอาก็คงไม่รู้ตัว”ความจริงแล้วในสายตาของเซิงห่าว เเร่ดิบพวกนี้ได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาหมดตั้งนานแล้ว เขาไม่มีทางที่จะถูกหลอกได้หรอก แต่ก็สังเกตได้ถึงความใจดีของหลินเหยา และเพื่อที่จะปิดบังความไม่เหมือนใครของตัวเอง เซิงห่าวก็นั่งยองๆลงตามการกระทำของหลินเหยา แล้วฟังหลินเหยาพูดอย่างอดทน“แร่ดิบของหยกเจไดต์มีอยู่สองชนิด แร่ดิบภูเขาและแร่ดิบละเอียด แร่ดิบภูเขาถูกขุดมากจากภูเขาโดยตรง รูปร่างค่อนข้างขรุขระ คาดเดาได้ยาก โดยทั่วไปไม่ค่อยมีคนใช้แร่ดิบภูเขาในการพนัน วัสดุละเอียดคือหลังจากหินผุกร่อนแล้วก็กลิ้งพัดไปตามแรงลม จนมีรูปทรงที่ค่อนข้างจะกลมมนกว่า ตอนนี้แร่ดิบหินที่อยู่ข้างหน้าเรา พื้นฐานแล้วล้วนแต่เป็นแบบวัสดุละเอียด แต่ว่า ก็ยังมีแร่ดิบภูเขาอยู่บ้างไม่กี่อัน อย่างเช่นก้อนนั้น”เมื่อมองไปในทิศทางที่นิ้วของหลินเหนาชี้ไป มีหินรูปร่างที่ผิดปกติก้อนหนึ่ง ปรากฎอยู่ตรงหน้าของเซิงห่าวความจริงแล้วเมื่อตอนที่เซิงห่าวเดินมาถึงที่นี่ ก็ได้สังเกตเห็นหินก้อนนี้ อยู่ในกองหินที่กลมมนพวกนั้น มันอยู่ตรงนั้นด้วยการแยกเขี้ยวยิงฟันข่มขู่ ก็เหมือนกับนายพลผู้ไม่เคยยอมพ่ายแพ้เซิงห่าวจ้องมองอย่างตั้งใจไปที่ขอบและมุมของแร่ดิบภูเขาก้อนนั้น ด้านหน้าของเขานั้นค่อยๆเริ่มปรากฎรัศมีของสีสันหลากหลายที่ส่องแสงระยิบระยับ ผ่านพื้นผิวของวัสดุภูเขา สีทั้งสี่ที่ประกบเข้าด้วยกันปรากฏอยู่ตรงหน้าของเซิงห่าว“ถ้าหากหยกเจไดต์มีหลายสีอยู่ด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นตกลงแล้วมันดีหรือไม่   ดี?”หลินเหยาที่กำลังจะอธิบายคุณภาพสีของหยกเจไดต์ให้เซิงห่าวฟัง เมื่อได้ยินคำถามนี้ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง: "ทำไมอยู่ๆถึงถามคำถามนี้ละ?"“แค่อยากรู้ เพราะว่าฉันเห็นเธอพูดถึงที่สีของหยกเจไดต์เป็นสีเดียวทั้งหมด หรือว่าหากมีหลายสีอยู่ด้วยกันคือหยกเจไดต์ที่ไม่ดี ดังนั้นก็เลยไม่พูดถึง”“ที่นายพูดนั้นผิดแล้ว มันไม่ใช่เพราะว่าหยกเจไดต์ที่มีหลากหลายสีนั้นไม่ดีดังนั้นเลยไม่ได้พูด แต่เป็นเพราะว่าสายพันธุ์มันค่อนข้างที่จะหายาก พูดได้ว่ามันยังไม่จำเป็น สำหรับนายในตอนนี้ที่จะพูดถึงมัน สิ่งที่จำเป็นที่ต้องรีบเข้าใจตอนนี้คือพื้นฐาน ดังนั้นฉันก็เลยยังไม่ได้อธิบายให้นายฟัง”เมื่อได้รู้ว่าเซิงห่าวได้ฟังความรู้ของหยกเจไดต์ที่ตัวเองได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ หลินเหยาก็รู้สึกมีความสุขเล็กน้อย เมื่อก่อนนั้นไม่ค่อยมีคนตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่ตัวเองพูดเท่าไรนัก แต่ทว่าสิ่งที่หลินเหยาไม่รู้คือ ความจริงแล้วเพราะว่าเซิงห่าวเห็นสิ่งที่อยู่ภายในแร่ก้อนนั้นก็ถึงได้ถามคำถามนั้นไป แต่ไม่ใช่เพราะว่าได้ฟังสิ่งที่ตัวเองพูดเธอรู้สึกพอใจอย่างมากที่เซิงห่าวเชื่อฟัง หลินเหยายิ้มแล้วพูดขึ้น: “ในเมื่อนายถามขึ้นมาแล้ว อย่างนั้นฉันแนะนำให้สักหน่อย สีของหยกเจไดต์ที่พบได้บ่อยนั้นมีแดง เขียว ม่วง ขาว เหลือง ไม่กี่ประเภทนี้ ถูกคนในวงการเรียกว่ายินดีมีวาสนามากสมบัติ”เมื่อเซิงห่าวได้ฟังแล้วตัวเองก็รู้สึกว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ กำลังเตรียมที่จะฟังต่อ ในทันใดนั้นหลินเหยาก็หยุดลง“หลังจากนั้นละ ทำไมเธอไม่พูดต่อ”หลินเหยาเพียงแต่มองไปที่ขวดน้ำในเมื่อของเซิงห่าวอย่างไม่สบอารมณ์: “ฉันหิวน้ำ นายควรจะให้ฉันได้ดื่มน้ำสักหน่อยจะได้พูดต่อได้”เขาพึ่งตระหนักได้ว่าเสียงของหลินเหยานั้นแหบแห้งไปเล็กน้อย เซิงห่าวยิ้มออกมาอย่างรู้สึกขอโทษ เปิดน้ำในมือของตัวเองแล้วส่งให้หลินเหยาไม่มีเวลามาสนใจว่าเป็นน้ำของใคร หลินเหยายกน้ำขึ้นดื่มเอื้อกๆลงไปครึ่งขวด หลังจากนั้นก็เริ่มพูดต่อ: "ที่นายพูดถึงหยกเจไดต์ที่มีหลายสีอยู่ด้วยกัน ถ้าหากมีสามสีอยู่พร้อมกันแล้วละก็ ในวงการจะเรียกกันว่าหยกเจไดต์ฝูลู่โซ่ว พบเห็นยากเป็นอย่างมาก ถ้าหากมีสี่สีอยู่พร้อมกันแล้วละก็ ก็เรียกว่าฝูลู่โซ่วสี่ มีห้าสีแล้วละก็ ก็คือฝูลู่โซ่วสี่ไฉ แต่ว่าพวกนี้ต่างก็พบเห็นได้น้อยมาก เธอรู้แค่เล็กน้อยก็พอแล้ว  ตอนนี้พวกเราดูแร่หินกันต่อเถอะ ถ้ายังเลือกไม่ดีมันจะสายเกินไป”เมื่อหลินเหยาเผยแพร่ความรู้เบื้องต้นให้กับเซิงห่าวแล้ว เฉิงจื่อหาวเลือกหินได้เรียบร้อยนานแล้ว เพียงแค่รอให้เซิงห่าวหยิบเอาแร่ดิบของตัวเองไปตัดเท่านั้น“พวกคุณเลือกเสร็จหรอยัง ฉันรอมานานมากแล้วนะ” เมื่อสังเกตได้ถึงความตึงเครียดของฟางเฉียนโหรว เฉิงจื่อหาวก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าในความเป็นจริงแล้วเดิมทีเซิงห่าวพนันหินไม่เป็น เขาก็เริ่มเอ่ยปากกระตุ้นเซิงห่าว“เลือกเสร็จแล้ว” เซิงห่าวลุกขึ้นมาขยับเล็กน้อย ชี้ไปที่แร่ดิบที่มีมุมเหลี่ยมเต็มไปหมดก้อนนั้นแล้วพูดขึ้นว่า: “อันนี้แหละ”เมื่อได้ยินดังนั้นก็นึกไม่ถึงว่าเซิงห่าวจะเลือกวัสดุภูเขาที่ต้องไม่มีอะไรอยู่ในนั้นอย่างแน่นอนก้อนนั้น หลินเหยาตบไปที่หลังของเซิงห่าวด้วยความโกรธ: “ไม่ใช่ พวกเราไม่เอาก้อนนี้ เซิงห่าวนายนี่โง่หรือไง หินก้อนนี้มันไม่มีอะไรหรอก”“เลือกแล้วห้ามเปลี่ยน คุณยืนยันจะเอาก้อนนี้ อย่าแพ้แล้วกลับไปร้องไห้ขี้มูกโป่งละ” เมื่อเฉิงจื่อหาวมองเห็นหินที่เซิงห่าวชี้ไปนั้น ก็รู้สึกว่าครั้งนี้ตัวเขานั้นมันยากมากที่จะไม่ชนะจริงๆเขาชำเลืองมองเฉิงจื่อหาวอย่างไม่สบอารมณ์นัก รู้ว่าภายในใจของเขามีแผนเล็กๆอยู่ เซิงห่าวรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่าตลก รอให้ถึงตอนที่เปิดแร่ดิบ ไม่รู้ว่าเฉิงจื่อหาวจะยังภูมิใจได้ขนาดนี้อยู่ไหม เธอโน้มน้าวใจครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่มีประโยชน์ สีหน้าของหลินเหยามืดมนจนแทบจะมีน้ำหยดออกมา“เหยาเหยาอย่าโกรธไปเลย ฉันเชื่อว่าเซิงห่าวต้องมีวิธีของตัวเองแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำอย่างนี้ได้” เมื่อตระหนักได้ว่าหลินเหยาไม่มีความสุขฟางเฉียนโหรวก็ค่อยๆลูบหัวของหลินเหยา แล้วพูดปลอบใจเธอเบาๆต่างคนต่างนำแร่ดิบของตัวเอง เดินไปยังสถานที่ที่ทำการเปิดหินออก....