ปรัชญามองเห็นพี่สาวของคู่หมั้นมานั่งรอที่โซฟาหน้าลิฟท์ชั้นล่างสุด เขาเดินมาถึงเลยรีบกระแอมทันที
“คุณพร้อมแล้วใช่มั้ยครับ” ปรัชญากล่าว
“ใช่ค่ะ ดิฉันพร้อมแล้ว พวกเราไปกันเถอะค่ะ” พิมพ์มาลาพูดอย่างเหนื่อยใจ
ปรัชญามองเห็นสีหน้าของพิมพ์มาลาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ในตอนนี้ผู้หญิงคนนี้มีสีหน้าเครียดมีแววตาโกรธแค้นมากกว่าที่จะดีใจที่จะได้พบสามีที่จากกันมานานถึงเจ็ดปี
“คุณพิมพ์มาลาครับ ถึงแล้วครับ” ปรัชญาเห็นเธอเหม่อลอยจึงรีบเรียก
“อ้อ ค่ะ ขอโทษค่ะ ฉันตื่นเต้นไปหน่อยค่ะ” พิมพ์มาลากล่าวด้วยความใ
หลังจากทั้งสองลงจากรถ ปรัชญาจึงว่า “พวกเราไปกันเลยดีกว่าครับ”
ปรัชญานำทางเข้าไปพบซานฟรานทันที สักพักก็มีบอดี้การ์ดมาดักหน้าเขา
“สวัสดีครับคุณปรัชญา คุณซานฟรานออกไปพบลูกค้าซึ่งเป็งานเร่งด่วนมากครับ จึงให้คุณพิมพ์แขเข้าไปรอในห้องทำงานของคุณซานฟรานเสียก่อน ส่วนคุณก็กลับไปก่อนได้เลยครับ”
ปรัชญารู้สึกเป็ห่วงพิมพ์มาลา เลยหันไปมองเธอ
“ฉันอยู่รอได้ค่ะ คุณปรัชญากลับไปก่อนเลยนะคะ ไม่ต้องเป็ห่วงฉันค่ะ” พิมพ์มาลารีบพูด
“ก็ได้ครับ หากมีอะไร คุณก็โทรหาผมก็แล้วกัน งั้นผมไปก่อนนะครับ”
ปรัชญาอยากอยู่รอเป็เพื่อน แต่ยังไงทั้งสองคนก็เป็สามีภรรยากันมาก่อน มันเป็เื่ที่เขาไม่สมควรจะยุ่งจริงๆ เขามองไปที่บ้านของซานฟราน แต่ก็ตัดใจขับรถออกจากบ้านทันที
พิมพ์มาลาเดินตามบอดี้การ์ดเพื่อไปรออยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของซานฟราน ในตอนนี้เธอยืนหันหน้าไปทางหน้าต่างที่มีระเบียงเพื่อมองออกไปด้านนอก ยืนคิดอะไรอยู่คนเดียวในระหว่างที่กำลังรอซานฟรานอยู่ เวลาผ่านไปนานราวหนึ่งชั่วโมง ก็มีเสียงผู้ชาย เขาพูดเป็ภาษาอังกฤษ
“คุณทิ้งผมไปแล้ว คุณกลับมาหาผมอีกทำไม แค่นี้คุณยังทำให้ผมเจ็บไม่พออีกหรอ” ซานฟรานพูดด้วยความเจ็บช้ำ
พิมพ์มาลาหันกลับไปตามเสียง พร้อมกับถือปืนจ่อไปที่เขา
“คุณเป็ใคร คุณไม่ใช่พิมพ์แขนี่ แล้วคุณ้าอะไรกันแน่ คิดจะฆ่าผมงั้นหรือ” ซานฟรานพูดด้วยความใ
พิมพ์มาลาพูดเป็ภาษาอังกฤษ “ฉันคือพิมพ์มาลา พี่สาวของพิมพ์แข คุณเป็คนวางยาพิษพิมพ์แขใช่มั้ย คุณคิดฆ่าเธอทำไม เธอไปทำอะไรให้คุณ คุณรู้มั้ยในตอนนี้เธอมีสภาพเป็ผัก หากไม่ได้ยาแก้พิษ อีกหนึ่งเดือนเธอก็จะตาย”
“อะไรนะ คุณพูดอะไร ผมไม่เห็นจะรู้เื่ ผมไม่เคยคิดร้ายต่อเธอ ผมไม่ได้เป็คนวางยาพิษเธอ เดี๋ยวก่อนสิ นี่เธอไม่ได้ทิ้งผมไป แต่เธอได้รับพิษอย่างนั้นหรือ มันเป็พิษอะไร ทำไมป่านนี้ยังช่วยเธอไม่ได้” ซานฟรานถามอย่างเป็ห่วงด้วยใจจริง
“ฉันไม่เชื่อคุณหรอก ตอนฉันมารับตัวน้องสาวที่อเมริกา เธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาลมีสภาพเป็เ้าหญิงนิทรา ส่วนคุณก็หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ คุณอย่าเสแสร้งจะดีกว่า ถ้าไม่อยากตาย ก็ส่งยาแก้พิษมา” พิมพ์มาลายังคงขู่แม้ปืนจะไม่มีลูกะุ
“หากคุณไม่เชื่อ คุณก็ยิงผมได้เลย เพราะถึงคุณจะยิงผมจนพรุนไปทั้งตัว ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าพิมพ์แขได้รับพิษอะไร และผมก็ไม่มียาแก้พิษให้ด้วย” ซานฟรานพูดด้วยความมุ่งมั่น อย่างไม่กลัวตาย
พิมพ์มาลารู้ว่าจนหนทาง เธอยอมลดมือลง พร้อมกับคุกเข่าขอร้องชายตรงหน้า “ฉันขอร้องเถอะค่ะ ได้โปรดช่วยน้องสาวของฉันด้วย ฉันจนหนทางจริงๆ ไม่เพียงแต่น้องสาวเท่านั้น หลานชายฉันซึ่งเป็ลูกของคุณก็ได้รับพิษด้วยเช่นกัน ดังนั้นทั้งสองแม่ลูกมีสภาพเป็ผัก หมอพยายามยื้อชีวิตพวกเขาไว้ แต่บอกว่าคงยื้อได้อีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น”
ซานฟรานเดินเข้าไปประคองให้พี่สาวภรรยาลุกขึ้นและรีบพูดว่า “อะไรนะ ผมมีลูกชายด้วยงั้นหรือ คุณบอกว่าทั้งพิมพ์แขและลูกของผมได้รับพิษ แต่ผมไม่ได้เป็คนวางยาพิษเธอจริงๆ ในตอนนั้นมีจดหมายจากพิมพ์แขซึ่งมีใจความว่าขอเลิกกับผม ส่วนตัวเธอก็หนีหายจากผมไปเลย” ซานฟรานไม่พูดเปล่าเขาไปหยิบจดหมายที่เก็บไว้เป็เวลา 7 ปี แล้วส่งให้พี่สาวภรรยาอ่าน
“มันไม่ใช่ลายมือของน้องสาวฉันค่ะ” พิมพ์มาลานำภาพจดหมายที่เขียนเป็ภาษาอังกฤษของน้องสาวที่เธอถ่ายเก็บไว้ใน facebook มาแสดงให้เขาดู
“จริงด้วย แล้วมันเป็ฝีมือใคร ใครกล้าหลอกผมแบบนี้” ซานฟรานเปรียบเทียบแล้วมันไม่ใช่จริงๆ
“ใครเป็คนนำจดหมายมาให้คุณงั้นหรอคะ” พิมพ์มาลากล่าว
“ใช่แล้วครับ คาริด้า ต้องเป็คาริด้าแน่ๆ เธอเป็คนนำจดหมายมาให้ผมกับมือ ไม่น่าเลย ผมน่าจะตรวจสอบก่อนว่าเป็ลายมือของพิมพ์แขหรือเปล่า” ซานฟรานกล่าว
“เธอเป็ใคร งั้นหรอคะ แล้วเธอเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” พิมพ์มาลาสงสัย
“บางทีอาจจะเป็ฝีมือเธอก็ได้ครับ เธอเป็ญาติห่างๆ ของผม แต่ผมรู้สึกได้ว่าเธอแอบรักผม แต่เพราะน้องชายของผมก็รักเธอ ดังนั้นผมจึงพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธอ แต่ทว่าไม่ว่าผมจะไปชอบพอผู้หญิงคนไหน เธอก็จะคอยกันท่าไม่ให้ผู้หญิงเ่าั้มายุ่งเกี่ยวกับผมได้อีก”
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีคะ น้องสาวกับหลานชายเหลือเวลาไม่มากแล้ว” พิมพ์มาลากล่าวอย่างกังวล
“งั้นพวกเรามาทดสอบกัน จะดีมั้ยครับ คุณต้องแกล้งมาเป็แฟนใหม่ของผม เพื่อทำให้คาริด้าหึงและเผยธาตุแท้ออกมา จนกระทั่งคิดวางยาพิษอีกครั้ง” ซานฟรานบอกแผน
“มันจะได้ผลงั้นหรอคะ” พิมพ์มาลายังกังวล
“ผมยอมรับว่าไม่มีหลักฐานเอาผิดคาริด้า และอันที่จริงเื่พิษนั้น ผมก็ยิ่งไม่มีเบาะแสเลย พวกเราต้องลองเสี่ยงทำวิธีนี้ไปก่อน แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็จะหาผู้เชี่ยวชาญเื่พิษมาช่วยอีกแรงครับ” ซานฟรานพูดด้วยใจจริง
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ฉันจะลองเชื่อใจคุณสักครั้ง เพราะตอนนี้ฉันก็หมดหนทางแล้ว และอันที่จริงปืนก็ไม่มีลูกค่ะ ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หากคุณคิดฆ่าน้องสาวฉัน คุณก็ฆ่าฉันไปได้เลย เพราะคงไม่มีอะไรจะไปสู้กับคุณได้แน่นอน” พิมพ์มาลายอมเสี่ยงชีวิต
“ผมสาบานก็ได้ครับ ผมรักพิมพ์แขมาก ผมไม่มีวันทำร้ายเธออย่างแน่นอน และตอนนี้ลูกกับเมียยังอยู่ใน่วิกฤติ ผมยิ่งต้องหาทางช่วยพวกเขาให้เร็วที่สุดครับ ยอมเชื่อผมสักครั้งนะครับ ในวันพรุ่งนี้ให้คุณย้ายมาอยู่กับผมที่นี่ไปก่อน เพื่อแสดงละคร หากคุณไม่ไว้ใจผม ก็ให้คุณพาเพื่อนมาอยู่ด้วยก็ได้ครับ” ซานฟรานยืนยัน
“ก็ได้ค่ะ วันพรุ่งนี้ฉันจะย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่ และพาเพื่อนมาด้วยหนึ่งคน ส่วนวันนี้ เอ่อ….”
“เดี๋ยวผมให้คนของผมไปส่งคุณก่อนครับ แล้ววันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงผมจะให้คนของผมไปรับคุณเอง” ซานฟรานกล่าวอย่างเข้าใจ
“ขอบคุณค่ะ งั้นวันนี้ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พิมพ์มาลาเดินจากออกมาทั้งๆ ที่ยังคงมีความคลางแคลงใจ แต่เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ ต้องยอมเชื่อใจเขาไปก่อน
ซานฟรานมองพี่สาวภรรยาเดินออกไป ด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ทั้งดีใจที่ภรรยาของตนไม่ได้ทิ้งตนไปอย่างที่คิด ดีใจที่ตนมีลูกชาย แต่ทว่าเขาต้องทุกข์ใจอย่างมากที่ทั้งลูกและภรรยาก็ต้องมารับเคราะห์ถูกพิษจนมีสภาพเป็ผัก และเสียใจมากที่เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจะต้องหายาแก้พิษให้เจอ ซานฟรานจึงจ้างบอดี้การ์ดฝีมือดีคอยติดตามคาริด้าทุกฝีก้าว และให้รายงานทุกครั้งว่าเธอพบใครที่ไหน ด้วยวัตถุประสงค์ใดบ้าง