“ฉันไม่ได้ถูกกัด เชื่อฉันเถอะนะ…”
ตอนที่เซี่ยปู้เอ้อร์หันมาคุยอะไรบางอย่างกับโก่วเม่ย ใครบางคนก็พูดประโยคนั้นออกมาที่ระเบียงทางเดินด้านนอก และทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อออกไปดูและพบว่า ผู้พูดก็คืออู๋เสีย อาจารย์สาวที่อยู่กับอีกกลุ่มนั่นเอง
“ฮ่าๆ คุณครูอู๋เสียนี่เอง ทำไมไม่มีใครช่วยคุณเลยนะ ท่าทางเมื่อกี้หายไปไหนนะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เดินพูดออกมาอย่างมีความสุข เขาได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเห็นาแบนแขนของคุณครูสาว จังหวะนั้นอู๋เสียหันกลับมาชูแขนให้เด็กหนุ่มดูว่า “ปู้เอ้อร์ เธอก็เห็นใช่ไหม มือของครูโดนกระจกหน้าต่างบาด ไม่ได้ถูกซอมบี้กัดสักหน่อย”
“ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ผมเห็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่กำลังโกรธเพราะถูกขับไล่…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เอนตัวยืนพิงกำแพงแล้วยิ้มกว้าง อันที่จริง าแบนแขนของอู๋เสียดูไม่เหมือนาแจากการถูกซอมบี้กัดเลย แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าคุณครูสาวจะไม่เป็ไรในเมื่อมีเืไหลออกเยอะขนาดนั้น นอกจากนี้ จ้าวหงซินก็ไม่ได้ช่วยเหลือเธอเลยแม้แต่น้อย เขาได้แต่ยืนมองนิ่งเฉยไม่พูดอะไรสักคำ
หวังเอ้อโกวพูดออกมาว่า “ไม่ต้องใหรอก ครูอู๋ เราแค่จะให้คุณเข้าไปอยู่ในห้องคนเดียว ไม่ได้ปล่อยให้คุณไปตายสักหน่อย เมื่อมีคนมาช่วยเราแล้ว เราจะปล่อยคุณออกมา แบบนี้มันจะดีต่อตัวคุณเองและดีต่อทุกคนด้วยนะ”
“ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว ฉันกลัว ให้ฉันอยู่ด้วยคนเถอะ…”
อู๋เสียส่ายศีรษะน้ำตานองหน้า ตัวสั่นั้แ่หัวจรดเท้า แต่ไม่มีใครกล้ามองเธออีกแล้ว ถ้าอู๋เสียกลายร่างเป็ซอมบี้ เธอก็จะต้องตาย แต่ในทันใดนั้นเฉินจิงฮัวก็รีบออกหน้าว่า “ไม่ต้องกลัวครูอู๋ ฉันจะอยู่เป็เพื่อนคุณเอง”
“เฉินจิงฮัว หยุดทำตัวเป็คนดีสักทีได้ไหม ลืมไปแล้วหรอว่าเมื่อกี้เธอทำอะไรปู้เอ้อร์…”
ซงเจี่ยเหวินพูดขึ้นจากด้านหลัง เฉินจิงฮัวมองดวงตาที่ฉายแววโกรธแค้นของเซี่ยปู้เอ้อร์ หลังจากที่เด็กหนุ่มจูบเธอ เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก แต่เื่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ต้ายุ้ยโถวยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ครูอู๋ ผมจะเข้าไปอยู่เป็เพื่อนครูเอง แค่ครูมัดมือเอาไว้ก็พอแล้ว”
“ต้ายุ้ยโถว นายจะบ้าหรือไง เธอเป็แม่นายได้เลยนะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองเด็กหนุ่มร่างอ้วนด้วยความปวดหัว ดูเหมือนว่าต้ายุ้ยโถวจะชอบหญิงสาวแบบไม่เลือกประเภทเลยจริงๆ แต่ต้ายุ้ยโถวก็ตอบกลับมาว่า “มันไม่ใช่แบบนั้น ครูอู๋ดีกับฉันมาตลอด ตอนนี้กำลังเธอเดือดร้อนฉันคงนิ่งเฉยไม่ได้ แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่ได้จะกลายเป็ซอมบี้ ฉันต้องกลัวอะไรล่ะ”
“ขอบคุณมากนะ ยุ้ยโถว ขอบคุณมาก…”
อู๋เสียวิ่งเข้ามาซบไหล่ต้ายุ้ยโถวพร้อมกับร้องไห้ หลังจากปลอบโยนกันอยู่ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มร่างอ้วนก็ประคองคุณครูเข้าไปในห้อง เซี่ยปู้เอ้อร์โบกมือออกคำสั่งว่า “โก่วเม่ย ตามเข้าไปทำแผลให้อู๋เสีย อย่าให้ไอ้อ้วนทำอะไรพิเรนท์เด็ดขาด”
“รับทราบจ้า”
โก่วเม่ยสะบัดผมหางม้าและตามทั้งสองคนเข้าไปภายในห้อง ในตอนนี้บางคนยังไม่รู้ว่าเขาคือเด็กหนุ่มที่ปลอมตัวเป็ผู้หญิง แต่หนึ่งในคนที่รู้ก็คือหลี่เสว่จู๋ เธอส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจว่า “มีแต่พวกคนไม่ปกติทั้งนั้น แบบนี้จะไปรอดไหมเนี่ย”
“หลี่เสว่จู๋ เธอดูแลตัวเองให้ดีเถอะ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียน ไม่มีใครยอมอะไรเธอหรอกนะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันไปพูดกับหลี่เสว่จู๋ด้วยความเ็า เด็กสาวชะงักกึกและหันมามองเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเซี่ยปู้เอ้อร์ในตอนนี้อารมณ์เย็นลงแล้ว และน่าจะพูดคุยกับเธอได้เหมือนคนปกติ แต่ซงเจี่ยเหวินก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนว่า “ปู้เอ้อร์ ตามครูมา ครูมีอะไรจะพูดกับเธอ”
“อะไรครับ”
เซี่ยปู้เอ้อร์เห็นว่าเฉินจิงฮัวไม่ทันสังเกตมองเขา เด็กหนุ่มจึงแอบเข้าไปในห้องห้องหนึ่งกับซงเจี่ยเหวิน หลังจากนั้น นอกจากซงเจี่ยเหวินจะปิดประตูห้องแล้ว เธอยังพาเขาตรงไปยังห้องน้ำอีกด้วย ซงเจี่ยเหวินพูดออกมาว่า “ยิ่งคิดถึงเื่นี้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งผิดปกติมากเท่านั้น เหมือนมีใครสักคนคอยบงการ ทำให้เราไม่ได้ออกไปจากที่นี่เลยนะ”
“เื่นั้นผมรู้แล้วครับ แต่ผมไม่กล้าบอกใคร…”
สีหน้าของเซี่ยปู้เอ้อร์เคร่งเครียดขึ้นตอนที่พูดว่า “มีคนกลายเป็ซอมบี้จำนวนมาก ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป สังคมได้ตื่นตระหนกแน่ๆ วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือปล่อยให้ผู้รอดชีวิตทั้งหมดตายอยู่ที่นี่ ถ้าเรารออยู่ที่นี่ต่อไป ก็ไม่มีใครมาช่วยหรอกครับ”
“ครูมีทางออกแล้ว…”
ซงเจี่ยเหวินจับมือของเด็กหนุ่มกระซิบว่า “ครูได้ยินหวังเอ้อโกวพูดว่าเขาจอดรถไว้ที่ชั้นล่างของโรงแรม เขารีบหนีมาเลยไม่ได้เอากุญแจรถมาด้วย ถ้าเธอหนีซอมบี้ไปที่นั่นได้ เราก็น่าจะขับรถหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย”
“ทำไมไม่บอกผมก่อนหน้านี้ล่ะครับ ไม่งั้นเราได้ไปกันนานแล้ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์หัวเราะด้วยความประหลาดใจ แต่ในทันใดนั้นซงเจี่ยเหวินก็รีบยกมือปิดปากเขาไว้ “อย่าเสียงดังไปสิ รถบรรทุกคนได้แค่ไม่กี่คนเองนะ ถ้าคนอื่นรู้ว่าเราได้ไป แต่พวกเขาไม่ได้ไป โดยเฉพาะกับจ้าวหงซิน เขาก็คงลากให้เรามาตายด้วย แทนที่จะปล่อยเราไป”
“งั้นก็ไม่ต้องบอกพวกหวังเอ้อโกวสิครับ ไปกันเถอะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ลูบไล้สะโพกของเธอด้วยความภาคภูมิใจ ซงเจี่ยเหวินยืดตัวขึ้นอย่างมีความสุข ดวงตาหวานเยิ้มก่อนที่จะจูบเขา แต่ในขณะที่เธอสอดลิ้นเข้ามาในปากของเด็กหนุ่ม เซี่ยปู้เอ้อร์ก็รีบหันหน้าหนีพูดว่า “ครูซง อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ ถ้าครูเฉินมาเห็นเข้า ผมจะมีเื่เอาได้”
ซงเจี่ยเหวินตกตะลึงกับสองประโยคสุดท้าย น้ำตาไหลนองหน้าด้วยความโกรธ “เธอหมายความว่ายังไง เธอคิดจะคบกับเฉินจิงฮัวจริงๆ เหรอ ฉันไม่สวยเท่าหล่อน หรือฉันไม่ดีตรงไหน เธอพูดออกมาสิ”
“ซงเจี่ยเหวิน มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ก็ว่าหายไปไหน…”
ทันใดนั้น เฉินจิงฮัวเปิดประตูเข้ามาและก็ต้องยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง เหมือนเห็นว่าซงเจี่ยเหวินกำลังจะกินคนอย่างไรอย่างนั้น แต่ซงเจี่ยเหวินก็เดินออกไปจากห้องน้ำด้วยความไม่พอใจทันที หลังจากที่ะโใส่หน้าเธอว่า “เธอจะแกล้งทำตัวเป็คนดีไปถึงไหน มีใครไม่รู้บ้างว่าเธอทำอะไรอยู่ ระวังตัวเองให้ดีเถอะ แย่งของคนอื่นไประวังกรรมจะตามสนอง”
“นี่เธอ…”
เฉินจิงฮัวถึงกับพูดอะไรไม่ออก แต่ซงเจี่ยเหวินเดินออกจากห้องไปไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว เฉินจิงฮัวก้าวปราดๆ เข้ามาในห้องน้ำพูดด้วยความโกรธว่า “เซี่ยปู้เอ้อร์ เธอเป็อะไรของเธอ สำนึกผิดชอบชั่วดีไม่มีจริงๆ ใช่ไหม ทำไมถึงยุ่งเกี่ยวอยู่กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแบบนี้อีก!”
“แอ๊ด…”
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบปิดประตูห้องน้ำทันที เฉินจิงฮัวก็หยุดพูดทันทีเช่นกัน เธอถอยไปยืนติดผนังด้วยความใ “เธอจะทำอะไร ฉันเป็ครูของเธอนะ อย่าทำให้เื่มันยุ่งยากเลย เื่ของเรามันเป็ไปไม่ได้”
“ครูจะกลัวอะไรครับ ผมยังไม่กลัวเลย ครูคือนางฟ้าของผม ผมรักครูจะตาย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ตบฝ่ามือเข้ากับกำแพงและยิ้มกว้าง เฉินจิงฮัวผลักเขาออกด้วยความหวาดกลัว “เธอไม่เหมาะสมกับครูหรอก ครูอายุมากกว่าเธอตั้ง 7 ปี เด็กอย่างเธอเหมาะสมกับหลี่เสว่จู๋มากกว่า เห็นเธอตามจีบหลี่เสว่จู๋มาตลอดนี่”
“ครูรู้ไหมว่าทำไมผมถึงตามวอแวเธอ ครูคิดว่าผมชอบเธอจริงๆ เหรอ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์เอนตัวยืนพิงอ่างล้างมือ สีหน้าของเขาบอกถึงอารมณ์ที่เศร้าหมองอย่างที่สุด เขากล่าวต่อว่า “ผมไม่เคยบอกเื่นี้กับใครนอกจากโก่วเม่ย แต่มันก็ไม่สำคัญแล้วล่ะถ้าผมบอกครูตอนนี้ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยู่รอดถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า”
“ปู้เอ้อร์ มันเื่อะไรกัน ถ้าเธอไม่ได้ตามติดหลี่เสว่จู๋เพราะว่าชอบเขา แล้วทำไม…”
เฉินจิงฮัวขยับเข้ามาหาเขาด้วยความสงสัย เซี่ยปู้เอ้อร์ให้คำตอบว่า “ครูก็รู้ว่าครอบครัวผมเป็ยังไง หลังจากผมเกิดได้ไม่นาน แม่ผมก็ไปอยู่อเมริกาคนเดียว ผมได้เจอแม่อยู่สองครั้งตอนเป็เด็ก ส่วนพ่อผมก็เป็อันธพาลที่ไม่อยู่บ้านเลยตลอดทั้งปี คุณปู่ก็เลยเป็คนที่เลี้ยงผมมาตามลำพัง”
“แล้วมันเกี่ยวกับหลี่เสว่จู๋ตรงไหนล่ะ”
เฉินจิงฮัวมีสีหน้าไม่เข้าใจ เซี่ยปู้เอ้อร์จ้องมองตาเธอขณะบอกว่า “เกี่ยวโดยตรงเลยละครับ พ่อของหลี่เสว่จู๋เป็ตำรวจ 4 ปีก่อนเขาเจอพ่อผมและใช้พ่อผมเป็สายตำรวจ แต่ 2 ปีก่อนพ่อเธอหายตัวไป แล้วพ่อผมก็กลายเป็ผู้ร้ายที่โดนตำรวจออกหมายจับ”
“เป็ไปได้ยังไงกัน…”
เฉินจิงฮัวยกมือปิดปากด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เซี่ยปู้เอ้อร์ทำได้เพียงถอนหายใจ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ครั้งสุดท้ายที่พ่อผมโทรมาหา พ่อบอกว่าเขาโดนตำรวจหักหลัง พ่ออยากจะหนีไปต่างประเทศ ผมก็เลยเข้าหาหลี่เสว่จู๋เพื่อจะหาพ่อเธอให้เจอ มีเพียงแต่การหาตัวพ่อเธอให้เจอเท่านั้น ถึงจะกำจัดมลทินให้พ่อผมได้”
“แบบนี้นี่เองผลการเรียนของเธอถึงตกขนาดนี้ เื่นี้คงส่งผลกระทบต่อจิตใจเธอมากสินะ”
เฉินจิงฮัวกุมมือเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่จะลูบศีรษะเขาพูดเสียงเศร้าว่า “เธอเคยเป็ความภาคภูมิใจของโรงเรียนเรา เธอเคยสอบได้ที่ 1 ของประเทศ ภาษาอังกฤษของเธอดีกว่าครูอีก ครูโทษตัวเองมาตลอดที่ผลการเรียนของเธอตกต่ำ”
“ไม่ใช่เพราะเื่พ่อผมหรอกครับ แต่เป็เื่ของแม่ผมมากกว่า”
เซี่ยปู้เอ้อร์หยุดชะงักด้วยความจุกอก “แม่บอกไว้ตอนผมอายุ 6 ขวบว่า ถ้าผมอยากจะเจอแม่ ก็ให้ผมตั้งใจเรียนให้หนัก ผมจะได้ไปเจอแม่ที่อเมริกาในอนาคต ผมก็เลยตั้งหน้าตั้งตาเรียนภาษาอังกฤษ แต่ 3 ปีก่อน พ่อก็บอกผมว่าแม่ไม่เคยออกจากประเทศจีนไปไหนด้วยซ้ำ ความพยายามที่ผมทุ่มเทไปมันเสียเปล่าทั้งหมด”
“...”
เฉินจิงฮัวพูดไม่ออกด้วยความตกตะลึง ก่อนที่จะกอดเขาไว้ในอ้อมแขน น้ำตาไหลออกมาแทบจะพร้อมๆ กับน้ำตาของเซี่ยปู้เอ้อร์ คุณครูสาวพบว่าเธอแทบไม่รู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ถึงภายนอกเขาจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ภายในกลับต้องแบกรับความกดดัน ที่มาพร้อมกับความลับน่าปวดใจเป็อย่างยิ่ง