เตงหม้อที่กำลังหมดลมหายใจ พอถูกนินทาซึ่งหน้าถึงกับกระเด้งกายขึ้นมาด่า
"แค่ก.แค่ก.ไอ้พวกเลว แกกล้าสาปแช่งข้า แสดงว่าเบื่อมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?" สองนายสิบทหารได้แต่ยิ้มแหยๆไม่กล้าสบตา
'หึ.ถ้าข้ารอดไปได้ละก็ จะชำระแค้นพวกมันอย่างสาสม' ในขณะที่เตงหม้อคิดแค้นอยู่ในใจ สายตากลับเหลือบเห็นชายแปลกหน้าที่กำลังจ้องมองมา เอทำไมเ้านี่.ดูช่างคุ้นตายิ่งนัก
หม่าเหลียงสบสายตารองแม่ทัพใหญ่ถึงกลับใจสั่นระรัว
'ไอ้เวรเอ๊ย.มันเห็นเราเข้าแล้ว โอมเพี๊ยง.นะโมพุทโธ นะโมธรรมโม ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บังตาอย่าให้มันจำลูกช้างได้เลย เพี้ยง' เนื่องจากสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ แค่โดนผลักเบาๆเห็นทีจะล้มทั้งยืน สิ้นเรี่ยวแรงจะต่อต้านขัดขืน
"เฮ๊ย.นั่นมัน! หม่าเลี่ยงนี่หว่า" เตงหม้ออุทานออกมา เมื่อปะหน้าไส้ศึกอย่างชัดเจนในระยะ 5 ก้าว จึงส่งเสียงร้องะโลั่น
"ไส้ศึกๆ ไอ้นี่มันคือไส้ศึก"
หม่าเหลียงได้ฟังสะดุ้งเฮือก
"ซวยแล้ว.เสือกจำกูได้ โอ้วแม่เ้า.สิ่งศักสิทธิ์ไม่ช่วยอะไรเล๊ย"
"ฮาา.ใช่มันจริงๆด้วย" ฉีเซินร้องคลอขึ้นเสียงสูง
"ไอ้สารเลว มึงหนีไม่พ้นมือกูแน่" เฉินหลงปล่อยมือที่ยึดจับแขนเตงหม้อลง แล้วพุ่งกายเข้าไปคว้าตัวไส้ศึกเอาไว้มั่น
หม่าเหลียงใพยายามสะบัดสองแขนที่กอดรัดด้วยแรงที่มี แต่กำลังกายของหัวหมู่ผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนัก ออกแรงดิ้นรนอยู่หลายครั้งก็ไม่อาจสลัดหลุดได้
"เรียบร้อย จับตัวมึงได้เสียที" เฉินหลงหัวเราะร่วนด้วยสมคะเน
ในขณะที่มนุษย์กำลังเสียสมาธิในการจับคนร้ายอยู่นั้น แม่เสือสาวเห็นได้ทีจึงออกแรงกระชากสุดแรง จนฉีเซินทานกำลังไม่ไหว ถึงกับเสียหลักล้มคว่ำแถไปกับพื้น
"อ๊ากกก.ช่วยล๊วยๆ เปียกแปะแฉะหมดแล้ว" เตงหม้อร้องไม่เป็ภาษามนุษย์ เนื่องจากกาย่ล่างััน้ำในลำธารที่เย็นเฉียบ
"น้องเฉินๆ มาช่วยท่านรองก่อน พี่ทานกำลังเสือไม่ไหวแล้ว" ฉีเซินที่ยุดร่างเตงหม้ออยู่นั้น กำลังถูกดึงลงน้ำไปอีกคนในไม่ช้านี้
เฉินหลงเห็นดังนั้นพลันใ จึงปล่อยตัวข้าศึกด้วยเสียดาย เนื่องจากสถานการณ์บีบบังคับ จึงจำต้องช่วยเ้านายของตนก่อน
ถือว่าเป็โชคดีของหม่าเหลียงอีกครั้ง ที่ทำให้เขาหนีรอดจากการถูกจับกุม ชายหนุ่มเป่าปากด้วยความโล่งใจ แต่ยังไม่วายแสดงทีท่าเยาะเย้ย ด้วยการถอยหลังโก้งโค้งบิดตูดไปมา
"นี่ท่านหัวหมู่ จับข้าสิเ้าคะ จับเลย จับเล๊ย อูยย อืมมๆซี้ดดๆ" ชายหนุ่มบิดก้นงอน ถูไถง่ามตูดของเฉินหลงครางกระเส่า
นายสิบทหารคั่งแค้นขบกรามแทบแหลกละเอียด คิดปล่อยมืออัดไอ้โรคจิตให้แบนแต๊ดแต๋
"ไอ้เฉิน มึงอย่าปล่อยมือเชียวน้าา ฮือๆเค้าขอร้อง" เตงหม้อร้องไห้อ้อนวอนสะอึกสะอื้น
"น้องเฉิน อดกลั้นเข้าไว้ อย่าได้หลงกลยั่วยุของมัน" ฉีเซินกล่าวเตือนสติเพื่อนเกลอ
เฉินหลงได้แต่ทำเสียงฟืดฟาดขุ่นแค้นเป็ที่สุด ไม่กล้าปล่อยมือจากตัวของรองแม่ทัพ
"ฮ่า.ฮ่า.ไม่จับเค้าแล้วใช่ไหม ตะ.เอง? ถ้างั้น.เดี๊ยนไปก่อนนะฮ๊ะ" หม่าเหลียงจีบปากจีบคอยั่วอารมณ์ แล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมา
"ก๊ากกๆๆๆ พวกมึงนี่กระจอกจริงๆว่ะ" แล้วค่อยๆลากเท้าจากไป
พรานหนุ่มใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงทางหลวง ชะเง้อมองไปก็เห็นฝูงม้าและกองผ้าเหลือง กำลังเกาะกลุ่มยืนเม๊ากันอยู่ แต่ครั้นพอเห็นหม่าเหลียงเดินออกมาจากราวป่า พวกมันก็กรูเข้ามาโอบล้อมอย่างแ่า หมายจับไส้ศึกเพื่อรับรางวัล
ในขณะนั้นเองเฉินหลงกับฉีเซิน ก็ลากร่างเตงหม้อออกมาพอดี โดยทิ้งเืสดๆลากเป็ทางยาว ที่แท้เฉินหลงร้อนรุ่มโกรธแค้นดั่งเพลิงกาฬ จึงทุ่มกำลังกระชากอย่างสุดแรง ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่จึงสามารถช่วยเ้านายได้สำเร็จ
แต่ก็ต้องแลกกับหน้าแข้งขวาที่หายไป เตงหม้อร้องลั่นป่าเมื่อรู้ว่าขาของตนขาด ทั้งเ็ปทั้งเจ็บแค้นจึงสลบไป พอลากท่านรองมาถึงถนนใหญ่ ได้เห็นไส้ศึกถูกทหารของตนล้อมไว้ เฉินหลงถึงกับฉีกยิ้มกว้าง
"ฮ่าๆ ไอ้สารเลว ในที่สุดมึงก็หนีกูไม่พ้นอยู่ดี"
"เยี่ยมมาก ทุกคนทำได้ดีมาก น้องเฉิน.พวกเราไปกระทืบไอ้ชั่วกันเถอะ" ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน แล้วปล่อยร่างท่านรองกระแทกพื้นอย่างแรงโดยไม่ใส่ใจ
ร่างเตงหม้อกระแทกกับพื้นหินอย่างจัง ด้วยความเ็ปทำให้มันกลับฟื้นคืนสติขึ้นมา เตงหม้องวยงงยันศอกเงยหน้าขึ้นมาอย่างสับสน กลับเห็นพยัคฆากำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ มันตะเบ็งเสียงเอะอะโวยวายทันที
"เสือๆ ช่วยกูด้วยๆๆ" เสียงสั่นระรัวซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
ทุกคนจึงหันหัวกลับมามอง พอเห็นเสือโคร่งตัวใหญ่เบิ้มตามมา ต่างแหกปากร้องเสียงหลง ส่วนฝูงม้าศึกพอได้กลิ่นสาปเ้าป่า ก็ตัวสั่นลนลานแตกตื่น แล้วสับเท้าวิ่งด้วยความเร็วแสง หายวับไปทันทีทั้งม้าทั้งคน
"ท่านรอง ระวัง" ฉีเซินร้องเตือนเมื่อเห็นเสือกระโจนเข้าใส่
สองหัวหมู่พุ่งทะยานเข้าไปช่วยเ้านาย แต่แม่เสือสาวว่องไวกว่า มันะโขึ้นคร่อมร่างนายทัพ แล้วอ้าปากโชว์เขี้ยววาววับจู่โจม เตงหม้อรีบยกแขนเข้ากางกั้น จึงถูกคมเขี้ยวพยัคฆ์กัดฝัง จนได้ยินเสียงกระดูกแขนแตก
"อ๊ากกก"
สองสหายได้แต่ยืนแข็งค้างไม่กล้าเข้าไปใกล้ เนื่องจากดวงตาเหลือกโปนสีเขียวมรกต ดั่งโคมไฟสาดรังสีสังหารออกมา
"อึ๋ย.แววตาเสือตัวนี้อำมหิตนัก จำเราจะอาศัยจังหวะนี้ หลบหนีไปก่อนดีกว่า" หม่าเหลียงกวาดสายตาไปทั่ว เพื่อหาม้าศึกสักตัวเพื่อขี่หนี
พลันเห็นม้าศึกตัวใหญ่สีเหลืองอำพัน ท่วงทีอาจหาญกำลังเมียงมอง อยู่ห่างไปราวหนึ่งร้อยก้าว ที่แท้ม้าศึกตัวนี้เป็ของเตงหม้อ มันเป็ม้าทะเลทรายมาจากเสเหลียง เคยปะกับหมาป่าบนทุ่งหญ้าอยู่หลายครั้ง จึงไม่ได้ขลาดกลัวเสือร้ายเหมือนอาชาทั่วไป
"ฮี่ๆ เสร็จโจร" หม่าเหลียงเอามือลูบปาก แล้วลากเท้าอย่างไวว่อง เมื่อคว้าบังเหียนได้ก็รีบพลิกตัวขึ้นหลังม้า ห้อตะบึงจากไปในทันที