หลังจากจัดการส่ง "แขกไม่ได้รับเชิญ" กลับบ้านเก่าไปแล้ว บรรยากาศในบ้านเช่าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่มันเป็ความเงียบที่แฝงไปด้วยความกดดัน อาเฟยนั่งมองมู่หลันที่กำลังเก็บกวาดเศษซากความวุ่นวายด้วยสายตาครุ่นคิด เขาเริ่มสังเกตเห็นควันสีดำจางๆ ที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังของมารดา มันไม่ใช่ควันจริง แต่เป็ 'ไออัปมงคล' จากคำสาปสะกดิญญาที่เริ่มกัดกินพลังชีวิตของเธอ
'นอกจากจะทำให้ความจำเสื่อมแล้ว ยังคิดจะเอาชีวิตแม่ข้าด้วยรึ? ไอ้พวกมนุษย์ใจโฉด!' อาเฟยกัดฟันกรอด ดวงตาสีทองวูบผ่านไปในั์ตาเด็กน้อย
"แม่ครับ คืนนี้เฟยเอ๋ออาจจะนอนดึกหน่อยนะ พอดีต้อง 'ทำการบ้าน' ส่งครูน่ะครับ" เขาแสร้งโกหกหน้าตาย ทั้งที่ในหัวมีแต่แผนการบุกถล่มคฤหาสน์
มู่หลันลูบหัวลูกชายเบาๆ "จ้ะลูก แต่อย่าหักโหมนักนะ แม่รู้สึกว่า่นี้ลูกดูโตเกินตัวไปมากจริงๆ"
เวลา 23:30 น.
อาเฟยรอจนมู่หลันหลับสนิท เขาดีดนิ้วสร้าง 'เขตแดนแว่วเสียง' ล้อมรอบเตียงของแม่เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ิญญาเร่ร่อนหรืออาคมใดๆ เข้ามากล้ำกราย จากนั้นร่างเล็กจิ๋วก็ะโออกทางหน้าต่าง ทะยานไปตามหลังคาตึกแถวด้วยวิชาเบาตัวที่ดูราวกับลูกแมวสีดำที่พริ้วไหวไปตามลม
เพียงไม่นาน เขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ใจกลางเขตเมืองเก่า รั้วเหล็กดัดสูงท่วมหัวและลวดหนามไฟฟ้าดูน่าเกรงขามสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเซียนน้อยที่เคยปีนรั้วสวนทิพย์ไปขโมยท้อ์ สิ่งนี้มันก็แค่ของเด็กเล่น
ทว่า... ทันทีที่เท้าของอาเฟยแตะลงบนยอดรั้ว เขาก็ััได้ถึงแรงสั่นะเืในอากาศ
กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งลมดังแว่วมา ทั้งที่ไม่มีลมพัดแม้แต่นิดเดียว กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนศพโชยเข้าจมูก อาเฟยขมวดคิ้วพลางกวาดสายตามองไปที่สนามหญ้ากว้างหน้าบ้าน เขาเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กในชุดสีแดงนั่งยองๆ อยู่บนรูปปั้นพ่นน้ำ ดวงตาของเด็กคนนั้นแดงก่ำและไม่มีตาดำ
"กุมารทองรึ? ไม่ใช่สิ... นี่มัน 'พรายกระซิบ' สายดำชัดๆ" อาเฟยเปรยเบาๆ ภาษาที่ใช้กลับมาเป็กึ่งโบราณกึ่งสมัยใหม่ตามอารมณ์ของเซียนเฒ่าในร่างเด็ก "เฮ้! เ้าเปี๊ยก เ้าที่น่ะไปนอนซะ อย่ามาขวางทางพี่ชายเลย เดี๋ยวจะหาว่าข้าไม่รังแกเด็ก"
พรายกระซิบตัวนั้นแยกเขี้ยวที่เต็มไปด้วยคราบเื มันแผดเสียงร้องแหลมสูงที่คนธรรมดาไม่ได้ยิน แต่มันทำให้อากาศรอบตัวอาเฟยเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็หลุมพรางิญญาที่หมายจะดูดเขาลงไปในดิน
"หึ... เล่นของสูงซะด้วยนะ" อาเฟยหัวเราะหึๆ เขาไม่ได้หลบ แต่กลับล้วงเอา 'ลูกอมรสบ๊วย' ที่จิ๊กมาจากตลาดออกมาลูกหนึ่ง แล้วร่ายมนต์ใส่เพียงอึดใจเดียว ลูกอมนั้นก็เปล่งแสงสีม่วงนวล "ในเมื่อเ้าหิว ข้าก็มีของดีจะให้กิน!"
เขาสะบัดนิ้วดีดลูกอมเข้าปากพรายกระซิบอย่างแม่นยำ ทันทีที่ััลิ้น พลังเซียนที่ห่อหุ้มลูกอมก็ะเิออก กลายเป็โซ่ตรวนสีทองรัดร่างพรายตัวนั้นไว้จนขยับไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนสภาพิญญาอาฆาตให้กลายเป็เด็กชายหน้าตาน่ารักสะอาดสะอ้าน
"จงไปจุติใหม่ซะ อย่ามาเป็ทาสคนชั่วแถวนี้เลย!"
ร่างของพรายน้อยสลายกลายเป็ละอองแสงหายไปในทันที อาเฟยปัดมืออย่างสง่างาม "รายที่หนึ่งจบไป... ไหนดูซิ เ้านายของเ้าซ่อนหัวอยู่ที่ไหน"
เขาก้าวข้ามสนามหญ้าเข้าไปในตัวคฤหาสน์อย่างใจเย็น ประตูไม้บานั์เปิดออกเองด้วยแรงกดดันิญญา ภายในโถงกว้าง เสี่ยอำนาจนั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวเขื่อง ใบหน้าของเขามืดครึ้มและดูเคร่งเครียด ข้างกายเขามีชายในชุดชุดคลุมสีดำสนิท นั่งถือหัวกะโหลกที่สลักอักขระขอมโบราณเอาไว้ในมือ
"มันมาแล้วครับเสี่ย... ไอ้เด็กผีที่ทำลายวิชาของข้า" เสียงแหบพร่าของ 'อาจารย์กุ่ย' นักพรตสายดำตัวจริงที่เป็คนวางอาคมใส่แม่ของอาเฟยเอ่ยขึ้น
"จัดการมันซะอาจารย์! ผมไม่อยากให้มันมีชีวิตรอดไปเห็นแสงตะวันพรุ่งนี้!" เสี่ยอำนาจะโสั่ง ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัว
อาเฟยเดินกอดอกเข้ามากลางโถง ท่าทางหยิ่งยโสผิดกับไซส์ตัว "เฮ้อ... เสี่ยครับ ผมอุตส่าห์บอกให้เตรียมน้ำชาไว้รอ ทำไมถึงเตรียมไอ้แก่หนังเหี่ยวกับกะโหลกเน่าๆ นี่มาแทนล่ะครับ? มันไม่อร่อยเลยนะ"
"แก! ปากดีนักนะไอ้เด็กนรก!" อาจารย์กุ่ยลุกขึ้นยืนพลางชูกะโหลกขึ้นเหนือหัว ควันสีดำทะลักออกมาดั่งน้ำพุ กลายเป็รูปร่างของอสูรกายหลายสิบตนพุ่งเข้าใส่อาเฟย
อาเฟยยิ้มมุมปาก ั์ตาสีทองจรัสแสง "กฎ์บอกว่าห้ามฆ่าคน... แต่ไม่ได้ห้ามข้าถล่มบ้านเ้าจนราบเป็หน้ากลองนี่นา! เตรียมตัวเจอของจริงได้เลย ไอ้พวกมนุษย์หลังเขา!"
เขากระแทกเท้าลงบนพื้นหินอ่อนหนึ่งครั้ง พลังปราณเซียนแผ่กระจายเป็วงกว้าง จนโคมไฟระย้า้าสั่นะเืรุนแรง ศึกระหว่างเซียนจิ๋วกับจอมขมังเวทย์สายดำกำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!