นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๑
กานต์ใจนทำอะไรไม่ถูก สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการเข้าไปกอดอินทร แม้เขาจะััลำตัวของอินทรได้เป็ปกติ แต่ร่างที่จางลงกว่าคนปกติ ทำให้กานต์ใจเสีย... “พี่อิน!! พี่อิน!!”
“พี่รู้สึกแปลกๆ พิกล เหมือนจะปวด จะร้อน จะชา ไปทั้งตัวยังไงก็รู้” อินทรพยายามอธิบาย
“พี่อย่าเป็ไรนะ”
อินทรกอดกานต์ แต่หัวใจเขาเ็ปเหลือเกิน “กานต์ พี่.. พี่..”
“พี่ต้องอยู่กับกานต์นะ”
...
ภาพหลวงพ่อชราในโบสถ์ที่อยุธยา แว่บเข้ามาในสมองของกานต์ .. “คนเรานี่ พอมีวาสนาต่อกัน ต่อให้มีอะไรมาขวางกั้น สุดท้ายก็ต้องได้พบกัน แต่จะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่บุญที่กรรมที่ทำกันมา” ..
... ปบ็
ทั้งภาพและคำพูดของหลวงพ่อช่วยให้กานต์ได้คิด กานต์พยายามตั้งสติก็ไม่นานมานี้ พอเขาตั้งสติได้ เขาก็แก้ปัญหาได้นี่นา กานต์ถาอินทร “มันเริ่มเมื่อไหร่อะพี่”
“เมื่อสักครู่นี้เอง”
..หรือว่า.. การเลิกคิดถึงการเขียนเื่นี้ .. จะส่งผลกับอินทรขนาดนี้.. กานต์คิด .. แสดงว่าเราเลิกคิดที่จะเขียนบทละครเื่นี้ไม่ได้ .. ถ้าเลิก ..ก็จะมีผลกับพี่อินขนาดนี้
"ตอนนี้พี่ปวดแสบ ปวดร้อน ไปทั้งตัวเลยกานต์"
กานต์กอดพี่อินไว้แนบกับตัวเขา และพยายามตั้งสติ.. คิด..คิดแบบตอนที่เขาอยากเขียนบทะครเื่นี้ .. ในจินตนาการของกานต์ .. ฉากต่างๆเริ่มแจ่มชัดขึ้น ..
กลวิธีเล่ารื่องราวที่เหมาะสมกับเื่ ‘ทาสรักทาสใจ’ ร้อยเรียงขึ้นในจินตนาการของกานต์ด้วยความคิดสร้างสรรค์อันงดงามของเขา ..
กานต์จินตนาการว่าฉากนั้นเป็แบบนั้น ฉากนี้จะเขียนอย่างนี้ ฉากโน้นจะเล่าเื่ตรงนั้นด้วยวิธีย้อนอดีต จะทำให้ผู้ชมติดตามด้วยการทิ้งปมปัญหาไว้ กานต์คิดไปสารพัดอย่าง ...
...
“กานต์ กานต์ครับ” เสียงอินทรเรียกสติกานต์กลับมา “กานต์จะกอดพี่อีกนานมั้ย”
กานต์ลืมตามองอินทร ซึ่งตอนนี้พี่อินกลับมาเป็ปกติแล้ว “เอ่อ.. กานต์ขอกอดพี่อินอีกครู่นะครับ”
อินทรไม่ตอบ แต่เอื้อมมือเขามากอดกานต์ไว้
...
อินทรจุมพิตที่เส้นผมกานต์อย่างละมุน
กานต์รับรู้ความรู้สึกนั่นได้ เขาจึงกระชับอ้อมแขนตนกอดพี่อินของเขาเป็การการตอบแทน
.. ใจต่อใจสื่อถึงกันผ่านร่างกายที่ัักัน .. นั่นน่าจะบอกความรู้สึกให้กันและกันรู้อย่างดีที่สุด
กานต์รู้อีกอย่างเกี่ยวกับอินทรแล้ว นั่นคือ..เขาจะเลิกจินตนาการถึงอินทรไม่ได้ หากเขาเลิกจินตนาการถึง อินทรอาจจะจางลง.. จางลง.. จนหายไปจากโลกนี้เลยก็ได้
อินทรกอดกานต์อย่างอิ่มเอมในความสุข แล้ว..บางอย่างในร่างกายเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลง อินทรรีบคลายวงแขนที่กอดกานต์ออกเขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง “พี่ไปหาตาคำยายเล็กดีกว่า”
“ทำไมล่ะพี่อิน กานต์ยังอยากกอดพี่อยู่เลย”
“พี่.. พี่ไม่ดีกว่า” อินทรลุกขึ้นยืน แต่ต้องค้อมตัวเล็กน้อย เพราะส่วนกลางของลำตัวไม่เป็ใจ จึงเปลี่ยนการยืนไปเป็นั่งเก้าอี้ที่มุมหนึ่งของห้อง
แม้จะยืนเพียงครู่เดียว แต่ก็นานพอที่กานต์ก็สังเกตเห็นได้ว่า อะไรเกิดขึ้นบริเวณตรงนั้นของอินทร กานต์จึงแกล้งถาม “อ้าว.. ไหนตะกี๊บอกกานต์ว่า จะไปหาตาคำยายเล็กไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ แต่พี่นั่งพักตรงนี้สักครู่ดีกว่า”
“งั้นกานต์นั่งด้วย” กานต์ตั้งใจแกล้งพี่อินกานต์จึงเดินไปนั่งลงบนตักอินทร
“โอย!!” อินทรร้องขึ้นทันที
กานต์รีบลุกขึ้นยืน ถามหน้าตาย “พี่อินเป็ะไรไปเหรอ”
อินทรเองก็รีบลุกไปยืนจนทำให้เป้าที่ตุงดูชัดมาก
มันชัดมากจนกานต์ต้องมอง
อินทรเอามือกุมเป้าตนเอง “รู้ทั้งรู้ ยังมาแกล้งพี่อีก”
กานต์ยิ้มให้ “แหม.. พี่อิน”
แต่ในแววตาอินทรที่มองกานต์ มันใส ซื่อ บริสุทธิ์ จนกานต์คิดว่าเขาต้องเป็คนเริ่มต้นเื่แบบนั้นแน่ๆ
“ที่จริง .. เราก็ .. มีความรู้สึกดีดีต่อกัน” กานต์พยายามหาคำพูด “แล้ว.. เรา.. ก็เริ่มมีอารมณ์อย่างนั้นต่อกัน..”
“กานต์พูดถึง .. ดำฤษณา (อ่านว่า ดำ-ริด-สะ-หนา) .. เหรอ?” อินทรถามขึ้นตรงๆ
กานต์ใที่ได้ยินคำนี้ เขาไม่ได้ใช้คำนี้จนลืมไปเสียสนิท .. ดำฤษณา (อ่านว่า ดำ-ริด-สะ-หนา) .. คำโบราณที่หมายถึงความปรารถนา ความเสน่หา หรือจะแปลว่า ตัณหา ความใคร่ ความอยาก ก็ได้
“ใช่พี่” กานต์ตอบพี่อินของเขาและหาคำที่จะรุกต่อที่สุภาพที่สุด “เรา..ช่วยกัน.. อะไร.. แบบนั้นได้”
“กานต์” อินทรเรียกชื่อกานต์เป็การตัดบท “กานต์ให้เวลาพี่อีกหน่อยสิ ขอพี่ทำใจกับความรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายก่อนนะ” อินทรขอความเห็นใจ
“แต่ร่างกายพี่ไม่เห็นด้วยนะ ร่างกายพี่พร้อม.. แล้วนะ” กานต์พูดไป ก็ยิ้มเขินๆ ไปด้วย
“น่า.. กานต์.. ไว้วันที่พี่ทำใจยอมรับได้ พี่จะไปหากานต์เอง นะ.. นะ.. ” อินทรรู้จักวิธีอ้อนแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่มันก็ได้ผลเสียด้วย
กานต์พยักหน้ายอมรับ “ก็ได้ แต่วันนี้กานต์ขอจูบพี่เป็การมัดจำก่อนนะ”
“เอ่อ.. ” อินทรคิด .. มันก็ไม่น่าเกลียด .. ถ้าจะลองดูบ้างนะ “แค่จูบนะ”
กานต์พยักหน้ารับ
อินทไม่วายระแวง “ห้ามมากกว่าจูบนะ”
กานต์ทั้งพยักหน้า ทั้งยิ้มรับ
อินทรจึงยิ้มให้กานต์อย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็อินทรทั้งเขินทั้งอาย ทั้งประหม่า เพราะไม่เคย และกำลังทำใจยอมรับ
กานต์เดินเข้าไปใกล้ตัวอินทร จน.. เกือบตัวจะชิกกัน แล้วกานต์ก็ยืดตัวขึ้นใช้แขนของเขาโน้มคออินทรลงมา
อินทรหลับตาปี๋
“พี่อินครับ”
อินทรตัดสินใจลืมตามองกานต์
สายตาทั้งคู่ประสานกันตลอดเวลาที่ใบหน้ากานต์เข้าไปใกล้ใบหน้าอินทร จนใบหน้าทั้งสองแทบจะแนบชิดติดกัน อินทรหลับตา ปล่อยให้ริมฝีปากชมพูสวยของกานต์ประทับลงที่ริมฝีปากงามได้รูปของเขา
ความที่อินทรไม่เคยจูบใครมาก่อนเลย เขาจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร อินทรจึงหลับตานิ่งเฉย มิได้ขยับริมฝีปาก แต่เขาก็มิได้ขัดขืนอะไร ปล่อยให้กานต์จูบเขา อย่างที่ควรจะเป็
เมื่อริมฝีปากทั้งสองประกบกัน.. ครู่หนึ่ง
อินทรเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย กานต์จึงจูบที่ริมฝีปากล่างของอินทรอย่างดูดดื่ม อินทรรู้สึกดีเหลือเกินที่กานต์ััริมฝีปากล่างเขาอย่างนั้น เขาจึงจูบที่ริมฝีปากบนของกานต์ตอบ ชั่วครู่.. อินทรก็เริ่มััริมฝีปากบนของกานต์อย่างดูดดื่มแบบเดียวกับที่กานต์ทำให้เขา
มือของทั้งสองเริ่มััเรือนร่างกันและกัน ลูบไล้กันและกันไปตามแรงปรารถนาที่กำลังคุกรุ่นในหัวใจ
กานต์ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามที่หนั่นแน่นทั่วทั้งแผ่นหลัง..และหน้าอกของอินทร.. มันปลุกเร้าความรู้สึกของอินทรจนกระเจิดกระเจิง
ฝ่ามืออินทรััไปตามส่วนสัดของกานต์ ลำตัวลีนๆ แต่มีเนื้อหนังพองามของกานต์ ก็ที่ทำให้ความรู้สึกอินทรเตลิดไปถึงไหนต่อไหนเช่นกัน
...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น!!
มันเรียกสติอินทรกลับมา!!
เขาผละออกจากอ้อมแขนของกานต์ และยืนทบทวนว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น รสจูบ.. ความสิเน่หาจากรสััของริมฝีปาก.. เรียวลิ้น..สร้างความรู้สึกที่แสนมหัศจรรย์จริงๆ
คิดได้อย่างนั้น.. อินทรก็รู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัว.. ทั่วทั้งใบหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมา นี่เป็จูบแรกในชีวิตของเขา เป็จูบที่ดูดดื่มและทำให้ความรู้สึกแห่งความเป็ชายแผ่ซ่านไปทั่วตัว
กานต์เองก็รู้สึกดีเหลือเกินกับรสจูบในครั้งนี้..มันแช่มช้อย.. นุ่มนวล.. ชวนใจให้ตราตรึง.. เขาโกรธคนที่โทรศัพท์เข้ามาขัดจังหวะอันแสนโรแมนติคของเขาเหลือเกิน แต่ก็ต้องเดินไปหาโทรศัพท์เพื่อรับสาย
“น้องกานต์ครับ” เสียงจากปลายสายดังขึ้นทันทีที่กานต์กดรับสาย “พี่วุธคุยกับทางผู้ใหญ่ในสถานีเรียบร้อยแล้วนะครับ เราเดินงานต่อได้เลยครับ” เสียงวรวุธลิงโลดด้วยความดีใจ
“ครับ” กานต์ตอบสั้นๆไม่ได้ยินดียินร้ายกับข่าวนี้เลย
“งานของเรายังอยู่ที่ช่องเดิมนะครับ ไม่ได้ย้ายไปไหน พี่ชี้แจงจนเขาเข้าใจทุกอย่างและยินดีให้ป๊อกปิติเป็พระเอกเหมือนเดิมครับ”
“ครับ” กานต์ตอบแบบเดิม
“ส่วนบท ‘วดี’ ทางช่องอยากให้น้องเมเมทินีแสดง เค้าบอกว่า.. อยากให้น้องเมลองแสดงบทแบบนี้ดูบ้าง พี่เห็นว่าน้องเมก็ตรงคาแรกเตอร์วดีอยู่ ก็เลยไม่ขัดอะไร”
“ครับ” กานต์ตอบสั้นเท่าเดิม
“เราน่าจะเริ่มถ่ายทำกันในอีกวันสองวันข้างหน้านี้นะครับสรุปแน่อนแล้วพี่จะบอกไปนะครับ ตอนนี้ทีมงานกำลังเคลียร์คิวต่างๆให้ลงตัวอยู่ ได้เื่ชัดเจนยังไงพี่แจ้งอีกทีนะครับ”
“ครับ” กานต์ตอบแบบเดิมตลอด
จนวรวุธรู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่เป็มิตรบางอย่างของกานต์ ..เราทำอะไรให้กานต์ไม่พอใจอะไรหรือเปล่านะ? .. วรวุธถามตัวเอง แต่ก็ไม่มีคำตอบ
แต่ทางที่ดี.. ตอนนี้.. อย่าเพิ่งวุ่นวายกับน้องกานต์ดีกว่า เมื่อคิดได้อย่างนั้น เขาจึงตัดบทวางสายโดยไม่ได้ถามจู้จี้อะไรกับกานต์มากไป
...
เมื่อสิ้นสุดการสนทนา กานต์ก็เดินกลับมาหาอินทร แต่เขาไม่อยู่เสียแล้ว อินทรคงอายมากแน่ๆ กานต์คิด ไม่เป็ไรนะกานต์.. วันนี้ได้จูบแล้ว.. วันต่อไปต้องพัฒนาให้มากกว่านี้..คิดได้เท่านั้นกานต์ก็เขินตัวเองจนหน้าแดง
“เื่ไปกองถ่ายน่ะ ขอพี่กานต์ให้เราหรือยัง” อ้อเซ้าซี้กร เมื่ออยู่กันสองคน
“ยัง!! ต้องรอให้มีคิวถ่ายทำมาก่อนสิ แล้วค่อยขอ ไปขอตอนนี้มันยังไงไม่รู้”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าเราไม่ได้ไปนะ จะป่วนชีวิตนายให้วุ่นวายสุดสุดไปเลย”
กรมองหน้าอ้อ เขาไม่ชอบวิธีการแบบนี้ มันเหมือนไม่ใช่เพื่อนคุยกับเพื่อน “นี่..อ้อ นายหัดเป็คนนิสัยแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ฮะ!!” กรอารมณ์เสียใส่อ้อทันที
อ้อนึกได้ว่าใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนเป็อ้อนต่อ “ก็เราอยากไปมากนี่นา นะ นะ นะ”
“เออ เออ ก็บอกว่าเดี๋ยวขอพี่กานต์ให้ เดี๋ยวขอให้ อย่ามาจู้จี้กับเราแบบนี้นะ เราไม่ชอบ” กรมองหน้าอ้ออย่างจริงจัง แล้วก็ลุกจากอ้อไป ปล่อยให้อ้อนั่งอยู่คนเดียว
นี่เราเอาแต่ใจมากไปหรือ? .. อ้อถามตัวเอง และก็ตอบตัวเองไม่ได้ ก็บางทีอ้อเอาแต่ใจตัวเองมากกว่านี้ กรก็ยังเออออตามอ้อนี่นา ไม่ได้อารมณ์เสียใส่อ้อแบบนี้นี่ คิดไปอ้อก็ยิ่งไม่เข้าใจเพื่อนที่กลายเป็คนรักในใจเขาเพียงฝ่ายเดียว
วรวุธส่งคิวการถ่ายทำวันแรกมาให้กานต์และป๊อกปิติในไลน์ที่พวกเขาอยู่ร่วมกัน คิวส่วนใหญ่คือ ป๊อกที่ต้องแสดงอินทรในอารมณ์ต่างๆ ใน่วัยต่างๆโดยมีนักแสดงอาวุธโสมารับบท คุณพ่อ เ้าคุณปู่ และคุณหญิงย่า
..“ผมไปติวการแสดงกะครูโชมาแล้ว และมั่นใจขึ้นมาหน่อยเดียว ยังไงตอนถ่ายพี่วุธต้องช่วยผมด้วยนะ” .. ป๊อกไลน์เข้ามารายงานตัวและขอคะแนนสงสารจากผู้กำกับการแสดง
..“เออน่า พี่ไม่ทิ้งเอ็งหรอก น้องกานต์คนเขียนบทก็ไปช่วยอีกทั้งคน เอ็งจะห่วงอะไรอีกว้า”.. วรวุธไลน์ตอบป๊อกไป หวังให้กานต์อ่านแล้วจะรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาสักหน่อย
..การเป็คนเขียนบท .. ที่ต้องวิเคราะห์ตัวละครให้เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรรู้สึกแบบไหน มีความ้าเช่นไร จึงพูดอะไรออกมา ..จนเขียนเป็ตัวอักษรออกมาได้นี่ .. มันทำให้เราเข้าใจมนุษย์จริงๆ นะ ..โดยเฉพาะมนุษย์อย่างวรวุธกับป๊อกปิติ .. กานต์คิดในใจ ..ต้องขอบคุณการเรียนละครจริงๆ กานต์อมยิ้มกับตัวเอง เขาไม่ได้ตอบไลน์ของทั้งสองคนนั้น ปล่อยให้สองคนนั้นพร่ำพรรณนากันไปเรื่อยๆ
กานต์ดูคิวการทำถ่ายทำแล้ว ก็แอบคิดไปเองว่า การถ่ายทำคงไม่เสร็จในหนึ่งวันเป็แน่กานต์จึงจัดเตรียมเสื้อผ้าไปสำรองด้วย หากจะต้องมีการค้างคืน แล้วถ่ายทำในวันรุ่งขึ้นอีกวัน ซึ่งกานต์ไม่ลืมที่จะไลน์บอกกรน้องรักเื่การเตรียมเสื้อผ้าไปสำรองด้วย
กรอ่านและเข้าใจข้อความที่พี่ชายบอกมา เขาจึงไลน์กลับไปถามเื่อ้อ ...“อ้อมันอยากไปกองถ่ายด้วยอะ สามารถมั้ย?” ...
...“ก็ได้นะ ไปกันสี่คนนี่แหละกรกับอ้อจะได้อยู่กับพี่อิน ตอนพี่ไปทำงาน” ...
...“ขอบคุณครับพี่ ผมจะรีบไปบอกมัน มันต้องดีใจแน่ๆ”...
...“ให้มันเอาเสื้อผ้าไปเผื่อด้วยนะ” ...
กรส่งสติ๊เกอรับทราบมาให้พี่ชาย
กานต์หยิบกระเป๋าเดินทางใบเก่งออกมา ซึ่งก็คือกระเป๋าใบที่กานต์เคยใช้ตอนที่ไปดูโลเคชั่นกับวรวุธนั่นเอง กานต์ชอบใช้ใบนี้เป็พิเศษ เขาเริ่มจัดของใส่กระเป๋า
กานต์พบ ‘ปากกาด้ามเก่า’ และ ‘สมุดโน้ตเล่มเล็กๆสีเืหมูเข้มจนเกือบดำ’ อยู่ในซอกหนึ่งในกระเป๋า!!
กานต์นึกได้ในวินาทีนั้นเลยว่า ของทั้งสองชิ้นนี้แหละที่เป็สื่อพาอินทรมาหาเขา แล้ว.. ภาพในเช้าวันนั้น ผุดขึ้นมาในความคิดกานต์อีกครั้ง
กานต์เห็นภาพตัวเองเปิดสมุดโน้ตเล่มนั้น จำได้ว่าตัวเองได้กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้อะไรบางอย่างลอยมาแตะปลายจมูก แล้วจึงเริ่มเขียนบทละครโทรทัศน์ โดยให้อินทรเปิดประตูจากข้างนอกเข้ามาในห้องโถง อินทรมองทีละมุมทีละมุมให้สมกับที่คิดถึงจนทั่วทั้งห้อง เพราะเขาจากบ้านนี้ไปหลายปี
เมื่อกานต์เขียนเสร็จ .. ประตูห้องโถงกลางของตัวบ้านก็เปิดออกแล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นตามจินตนาการของเขาไม่ผิดเพี้ยน
กานต์จัดวางให้ของทั้งสองอยู่ที่เดิม เขาไม่อยากขยับอะไรเลย เพราะกลัวว่าถ้าเขาทำให้บางอย่างเปลี่ยนไป อินทรอาจจะเปลี่ยนไป..หรือหายไปอีกก็ได้!!
เมื่อกานต์จัดของทุกอย่างเข้าที่แล้วปิดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว กานต์รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง วดีและคนอื่นๆในเื่คงไม่ออกมาจากวรรณกรรม ถ้าเขาไม่ได้เขียนอะไรลงไปในสมุดโน้ตเล่มนั้น
กานต์คิดอย่างนั้น!!
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ กานต์ชวนอินทรออกไปเดินคุยกันที่หน้าบ้าน ปล่อยให้กรอยู่ในตัวบ้านคนเดียว
แสงจันทร์ส่องผ่านทิวไม้มายังบริเวณที่ทั้งสองนั่งด้วยกัน ดูราวเป็ภาพในฝันของใครหลายๆคน
“กานต์มีอะไรจะคุยกับพี่หรือ?”
“วันสองวันนี้ พวกเราต้องไปกองถ่ายละครกันนะพี่อิน”
อินทรหน้าเสีย
“แต่ไม่มีนักข่าวเหมือนอย่างวันนั้นหรอกพี่อิน พี่อินไม่ต้องกลัวนะ”
อินทรยิ้มออก
“วรวุธสัญญาว่ะจัดที่อยู่ให้เราอย่างมิดชิด พี่อินคงไม่ได้เจอคนเยอะๆหรอกครับ”
“พี่ไม่ได้กลัว แค่ไม่อยากพบเจอคนพวกนั้น เขาชอบถาม และแย่งกันถามจนคนตอบไม่รู้เลยว่าจะตอบคำถามใครก่อนดี”
“แล้ว.. เวลากานต์ไปทำงาน พี่อินก็อยู่กับกรกับอ้อนะครับ”
อินทรพยักหน้ารับ
กานต์หอมแก้มอินทรฟอดใหญ่
“อีกละ ทำไมชอบหอมแก้มพี่”
“ไม่ใช่แค่แก้มนะครับพี่อิน กานต์อยากหอมพี่อินทั้งตัวเลย”
“เอ่อ... ไม่ดีมั้ง?” อินทรเองก็เริ่มสองจิตสองใจ ครั้งก่อนแค่จูบปาก ยังตรึงตาตรึงใจขนาดนี้ ถ้าจูบกันทั้งตัวล่ะ .. จะรู้สึกอย่างไร? .. และรู้สึกเพียงใด? ..
“พี่อินคิดอะไรอยู่เนียะ”
อินทรสะดุ้ง “ปละ.. เปล่า!!”
“เริ่มอยากให้กานต์หอมทั้งตัวแล้วใช่ไหมล่ะ”
“ไม่ใช่ซะหน่อย” อินทราตอบไม่ตรงความจริง
“งั้นกานต์ขอหอมแก้มพี่นะ”
อินทรนิ่งคิดไปชั่วครู่ เขาก็พยักหน้ายอมให้กานต์หอมแก้ม
กานต์ขยับตัวเข้สประชิดอินทร แล้วเขย่งตัวหอมแก้มอินทรฟอดใหญ่
จนอินทรยิ้ออกมาด้วยความเขินอาย
กานตืกระซิบที่หูอินทร “หอมแก้มแล้ว ขอจูบด้วยนะ”
“หืมมมม” อินทรมองกานต์ “อย่าดีกว่ากานต์ เพิ่งกินอาหารมาอิ่มๆ ในปากมีกลิ่นอะไรบ้างก็ไม่รู้”
“งั้นคืนนี้.. แปรงฟันแล้ว ก่อนนอน ขอกานต์จูบพี่อินนะครับ”
“เอ่อ... ไม่รู้สิ” พูดจบ อินทรก็ลุกขึ้นเดินจากกานต์ไปด้วยท่าทีแปลกๆ
กานตมองตาม ยังอดที่จะยิ้มออกมาไมได้
..รสจูบนั่นได้สร้างความวูบไหวให้อินทร .. จนจารึกในใจเขาไปแล้ว ..รสจูบ.. ทำให้เกิดการถวิลหา .. อินทรเริ่มรู้สึกถึงปรารถนาในรสัั ..จนไม่กล้าที่จะออกปากห้ามกานต์อย่างหนักแน่นอีกแล้ว .. เมื่อไม่กล้าห้าม .. อินทรจึงได้แต่เดินหลบหน้าออกไป.. ทั้งที่ในใจรู้สึกตรงกันข้าม
กานต์มองตามแผ่นหลังอินทรไปจนหายลับตา เขายิ้มและบอกตัวเองว่า..การจูบไม่ได้ยากอย่างที่เคยคิดไว้แต่แรก
ถ้าได้จูบกันแล้ว .. ต่อไปก็ไม่ยาก.. ที่จะมากกกว่านั้น!! กานต์คิดได้อย่างนั้น เขาก็อมยิ้มถึงความสุขสมที่จะมีในไม่ช้า
อีกความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวกานต์ทันที ..เมื่ออินทรเริ่มมีความรัก .. ปรารถนาในรัก .. เขาก็เริ่มมองโลกเป็สีเทาน่ะสิ ..แสดงว่าตอนนี้พี่อิน .. เริ่มมองโลกเปลี่ยนไป!!
คิดได้เท่านั้น .. กานต์ก็ใจหาย ...
แล้วถ้า.. ถ้าอินทรได้ร่วมรัก .. เขาจะกลายเป็ตัวละครที่มองโลกในแง่ร้าย.. ทุกอย่างรอบตัวดูย่ำแย่ .. โหดร้ายไปเสียทั้งหมดนี่นา ..
ในพ็อกเก็ตบุ๊คก็บอกไว้ชัดเจน!!
ทำยังไงดีล่ะ กานต์ชอบพี่อิน..รักพี่อิน เพราะเขาเป็อินทรแบบที่เป็อยู่ทุกวันนี้ แล้วถ้าเขาเปลี่ยนไปล่ะ .. กานต์จะยังรักเขาหรือไม่ .. หรือจะรักอย่างไรที่จะไม่ต้องเ็ปจนต้องฆ่าตัวตายอย่างในวรรณกรรม
คิดเื่นี้ขึ้นมา ความสุขของกานต์เมื่อครู่..ก็หายไปจากตัวเขาทันที!!
จบตอน ๑๑