ม่อเหอตี้ไปเรียนที่สถาบันเค่อเฉิงในเช้าวันนี้ด้วยความรื่นเริงเต็มหัวใจ ก้อนตำลึงเงินในถุงผ้าใบเล็ก เขาใช้เชือกคล้องคอไว้อีกที นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเด็กชายวัยสิบสี่
หลังเลิกเรียนเขาตรงดิ่งไปยังร้านขายเครื่องเขียน “เซียวเหยา” ที่อยู่เลยหน้าประตูสถาบันไม่ไกล
ร้านนี้จำหน่ายเครื่องเขียนและของใช้สำหรับนักศึกษา เมื่อสองปีก่อนมีกระเป๋าใส่ตำราที่ทำโดยช่างฝีมือออกมาจำหน่ายอยู่รุ่นหนึ่งเป็ที่นิยมของเหล่าบัณฑิตและนักศึกษาในสถาบันเค่อเฉิงยิ่งนัก
ม่อเหอตี้เองก็อยากได้ แต่ราคาของมันก็เกินกว่าที่คนในครอบครัวธรรมดาอย่างเขาจะซื้อได้ เด็กชายจึงได้แต่มายืนชมและลูบคลำอยู่บางคราว
“เถ้าแก่ ข้าเอากระเป๋าใบนี้ขอรับ”
“เ้าหนุ่ม มีเงินมาซื้อแล้วหรือ? เห็นมาแวะลูบคลำั้แ่ปีที่แล้ว ดีใจด้วยนะ” เถ้าแก่ร้านเครื่องเขียนมองดูเสื้อผ้าและข้าวของที่เด็กชายใช้แล้วก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายฐานะเป็เช่นไร?
“เป็เงินพี่ชายข้าน่ะขอรับ”
“ดีๆ ข้าจะลดให้เ้าเป็พิเศษก็แล้วกันนะ” เถ้าแก่วัยกลางคนมองเด็กหนุ่มด้วยความเมตตา เ้าเด็กผู้นี้น่ารักและสุภาพน่าเอ็นดู ทุกคราวที่มายืนเมียงๆ มองๆ กระเป๋าก็จะขออนุญาตเถ้าแก่ก่อนและบอกตามตรงว่าตนเองอยากได้แต่ยังไม่มีเงินซื้อ
เถ้าแก่มองเงินหนึ่งตำลึงที่เด็กชายยื่นมาให้ แล้วทอนเงินให้พร้อมทั้งเตือนให้เขาเก็บเงินทอนกลับไปคืนที่บ้านให้ดี
“เ้ามีถุงใส่เงินไหมเล่า? ถ้าไม่มีเดี๋ยวข้าจะให้เ้าสักถุงก็แล้วกัน”
ม่อเหอตี้ค้อมศีรษะกล่าวขอบคุณเถ้าแก่ที่ยืนถุงใส่เงินทอนให้
“เ้ารักษาเงินให้ดีๆ เล่า เก็บกลับไปคืนพี่ชายให้ครบล่ะ”
“ข้ายังอยากได้แท่นฝนหมึกกับตำราอีกสองสามเล่มที่ยังไม่มีด้วยขอรับ”
“เอาสิ เ้าเลือกได้เลย วันนี้ข้าจะลดราคาให้เ้าทุกอย่าง”
ม่อเหอตี้สะพายกระเป๋าใบใหม่เลือกตำราด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข กระเป๋าใบเก่าของเขาเป็ของที่ได้มาจากความกรุณาของเพื่อนบ้าน มันถูกท่านแม่ซ่อมปะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่มีที่จะซ่อมแล้ว เถ้าแก่เห็นเขายืนมองกระเป๋าใบเก่าก็ยิ้ม
“ดูท่า แม่ของเ้าจะซ่อมกระเป๋าให้จนเต็มกลืนแล้วกระมัง”
“ขอรับ ในที่สุดข้าก็กระเป๋าใบใหม่เสียที ไม่ต้องสะพายไปคอยพยุงไปเพราะกลัวว่าก้นมันจะทะลุอีกแล้ว”
“ของทุกอย่างก็ย่อมมีอายุขัยของมัน ทิ้งเสียเถิด อย่าไปยึดมั่นถือมั่นให้มาก แล้วก็ใช้กระเป๋าใบใหม่ให้คุ้มค่า”
เด็กชายยิ้มกว้างก้มศีรษะอีกครา “ขอบคุณเถ้าแก่จางมากขอรับ”
“ขอให้เ้าได้เป็บัณฑิตสมกับที่มารดาของเ้ารอคอยก็แล้วกัน”
“ขอรับ ข้าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน”
เด็กชายได้สิ่งที่ตนเองปรารถนามานานก็นึกอยากจะอวด ขณะเดียวกันก็คิดหาวิธีบอกมารดาเื่กระเป๋าใบใหม่ หากมารดารู้ว่าเขารับเงินมาจากคุณชายรองอู๋ก็คงจะโมโหเพราะยังมิได้ทำประโยชน์แต่กลับรับเงินคนผู้นั้นมา
คนที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ก็คงจะมีเพียงพี่สาวคนรองเท่านั้น ม่อเหอตี้ตรงไปยังร้านขายยาสมุนไพรที่ม่อเสี่ยวถงทำงานอยู่ พี่สาวของเขากำลังง่วนกับการจัดยาสมุนไพรที่เพิ่งเข้ามาใหม่ พอได้ยินเสียงทักของน้องชายก็รีบหันไปดู
“เสี่ยวตี้ เหตุใดจึงแวะมาหาข้าได้?”
“พี่เสี่ยวถง ท่านออกไปคุยกับข้าสักครู่ได้หรือไม่?”
ม่อเสี่ยวถงหันไปดูหน้าหลงจู๊จี้ผู้ดูแลร้าน คนผู้นั้นจึงพยักหน้าให้
“เ้าไปคุยกับน้องชายเถิด ข้าให้เวลาครึ่งเค่อ”
“เ้าค่ะ”
ม่อเสี่ยวถงเดินนำหน้าน้องชายไปด้านหลังร้าน นางหันกลับไปดูเด็กชายที่กระมิดกระเมี้ยนผิดปกติ
“บอกข้ามา เ้าไปทำสิ่งใดผิดจึงได้มาหาข้าเพื่อให้แก้ปัญหา?”
“พี่รู้ทันข้าอีกแล้ว”
“ข้ากับเ้าโตมาด้วยกัน เ้าคิดเช่นไรมีหรือข้าจะไม่รู้?”
“อือๆ ข้าพูดก็ได้” เด็กชายปลดกระเป๋าสะพายออกแล้วยื่นให้พี่สาวดู “ข้าซื้อกระเป๋าใหม่แล้วนะขอรับ”
ม่อเสี่ยวถงทำตาโต “นี่มันกระเป๋าราคาแพงที่เ้าอยากได้นี่? ไปเอาเงินที่ใดมาซื้อ?”
“ข้าสารภาพก็ได้ ข้าได้เงินมาจากคุณชายคนที่มาส่งพี่ชิงฉือน่ะสิ”
ม่อเสี่ยวถงได้ยินก็เบิกตาโพลง
“คุณชายรองอู๋ เมื่อคืนท่านแม่บอกว่าเขาพาพี่ชิงฉือไปส่งที่บ้านเรานี่?”
“ขอรับ คุณชายรูปงามผู้นั้นล่ะ”
“เ้ารู้หรือไม่? นั่นคือคุณชายรองอู๋ บางคนก็เรียกเขาว่าท่านหมออู๋ ความจริงเขาเป็เ้าของร้านยาสมุนไพรที่ข้าทำงานนี่ล่ะ”
เมื่อเช้าหลังจากที่เสี่ยวถงตื่นขึ้นมา ท่านแม่ของนางก็เล่าเื่คุณชายรองอู๋ให้ฟังด้วยความตื่นเต้น ม่อฮูหยินดีใจที่บุตรชายมีสหายร่ำรวยและนิสัยดีมาส่งถึงที่บ้าน ม่อเสี่ยวถงจึงได้บอกกับมารดาว่าบุรุษรูปงามผู้นั้นคือคุณชายรองอู๋ บุตรชายของคหบดีอู๋ เ้าของร้านยาสมุนไพรที่นางทำงานอยู่
ม่อเหอตี้ที่ตื่นทีหลังจึงไม่ได้ฟังสิ่งที่พี่สาวบอกกับมารดา เด็กชายกุมเงินที่ตนเองเก็บไว้แล้วเร่งรับประทานอาหารเช้า เพื่อออกไปเรียนอย่างร่าเริง
“ไอหยา! ร้านยานี่มีตั้งสิบสาขาทั่วเมืองหลวงนะขอรับ”
“ไม่เพียงเท่านี้น่ะสิ มีตั้งหลายสาขาทั่วแคว้นิ”
“มิน่า! ท่านแม่บอกว่าคุณชายรองอู๋ร่ำรวยมาก”
“ถูกต้อง นี่คือหนึ่งในครอบครัวคหบดีของแคว้นิเลยล่ะ” พี่สาวพยักหน้า “เหตุใดคุณชายรองอู๋จึงได้มอบเงินให้เ้า?”
ม่อเหอตี้หน้าซีดลงเล็กน้อย เื่ของคุณชายรองอู๋กับพี่ชายของเขา เดิมทีควรเก็บไว้เป็ความลับ แต่...ความลับช่างเป็เื่คับอกเสียจริง
“เขาให้ข้าเอาไว้เป็ค่ารักษาความลับน่ะขอรับ”
เด็กชายจึงสารภาพความจริงให้กับพี่สาวฟัง ม่อเสี่ยวถงตกตะลึง นางเคยได้ยินเื่ซุบซิบเกี่ยวกับอู๋หยางที่เป็ต้วนซิ่วมาบ้าง และรู้ว่าบุรุษผู้นั้นเป็ที่หมายปองของคุณหนูและคุณชายสกุลใหญ่มากมาย
“นี่เขา...เขาชอบพี่ชิงฉือจริงๆ หรือ?”
ม่อเหอตี้ก็มิได้ไร้เดียงสา เื่ความรักระหว่างบุรุษเขาเคยได้ยินศิษย์พี่และสหายร่วมห้องพูดถึงหลายคราว เด็กชายเคยแอบไปอ่านนิยายรักของ ต้วนซิ่วอยู่ในหอสมุดสถาบันเค่อเฉิงอยู่บ่อยๆ แต่พอเห็นอู๋หยางจูบหน้าผากพี่ชายคนโตของตน เขาเองก็ใมิใช่น้อย
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ดูจากที่เขาเช็ดตัวให้พี่ชิงฉือแล้ว คุณชายรองอู๋ดู ใส่ใจอย่างมากขอรับ”
“ไม่ได้ๆ เขาเป็คุณชายฐานะร่ำรวย ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะจริงใจกับพี่ชายของเรา เห็นทีข้าต้องบุกไปพบคุณชายรองอู๋สักหน่อย”
ม่อเสี่ยวถงจับข้อมือน้องชายจูงไปขอลางานกับหลงจู๊จี้ ใบหน้าของหญิงสาวดูมีความยุ่งยากใจ จนหลงจู๊วัยกลางคนต้องเอ่ยอนุญาต
“หลงจู๊จี้ ข้าขอความช่วยเหลือท่านสักอย่างสิเ้าคะ”
“หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง ข้ายินดีช่วย เ้าบอกมาสิ”
“ข้าอยากไปขอพบท่านหมออู๋ ท่านช่วยเขียนจดหมายให้ข้าเข้าไปในคฤหาสน์สกุลอู๋ได้หรือไม่เ้าคะ?”
“คุณชายรองอู๋น่ะหรือ?”
“เ้าค่ะ ข้ามีเื่สำคัญต้องไปขอพบ”
หลงจู๊จี้ลงมือเขียนจดหมายแล้วยื่นให้กับลูกจ้างสาวโดยมิได้ซักไซ้ต่อ เขาคิดว่าเด็กหญิงอาจจะมีความจำเป็ที่ไม่อาจจะเอ่ยปาก
“เ้าไปเถิด ไม่ว่าเ้าคิดจะทำสิ่งใดก็ขอให้สำเร็จด้วยดี”
ม่อเสี่ยวถงกล่าวขอบคุณแล้วรีบพาน้องชายตรงไปยังคฤหาสน์สกุลอู๋
บ่าวรับใช้หน้าประตูคฤหาสน์อ่านจดหมายที่รับรองโดยหลงจู๊จี้แล้วก็เชิญหญิงสาวกับเด็กชายสกุลม่อเข้าไปรอที่ศาลาใหญ่
“พวกเ้ามาได้ถูกเวลาเสียจริง คุณชายรองวันนี้อยู่ที่เรือนใหญ่พอดี รอตรงนี้ก่อนข้าจะไปเรียนท่านพ่อบ้านให้”
อู๋หยางได้ยินว่ามีสองพี่น้องสกุลม่อมาขอพบตนจึงรีบออกไปหา ม่อเสี่ยวถงได้เห็นคุณรองชายอู๋ครั้งแรกถึงกับตกตะลึง
‘คำร่ำลือถึงรูปโฉมที่งดงามราวเทพเซียนของบุรุษผู้นี้นับว่าไม่เกินเลย หล่อเหลาสูงส่งยิ่งหากเป็คู่รักกับพี่ชายของข้าก็คงดูดีนัก’
หญิงสาวพอนึกได้ก็รีบหยิกตนเอง พี่ชายของนางเป็บุรุษ อู๋หยางก็เป็บุรุษ ไม่ควรจะแต่งงานกันสักนิด ท่านแม่ของนางอยากจะได้หลานตัวน้อยเอาไว้เชยชม หากพวกเขารักกันจริงๆ ท่านแม่ก็คงจะผิดหวัง
ม่อเหอตี้รีบกระตุกชายเสื้อพี่สาว ม่อเสี่ยวถงได้สติรีบค้อมศีรษะคารวะ อู๋หยางอย่างนอบน้อม บุรุษตรงหน้าคือเ้านายคนหนึ่งของนางเช่นกัน
“พวกเ้านั่งก่อนสิ”ชายหนุ่มผายมือเชิญ สาวใช้ที่เดินตามมาด้านหลังถือถาดที่มีขนมสองจานกับกาน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะ
ม่อเหอตี้เห็นขนมในจานก็น้ำลายแทบจะหกออกมา เขาเคยเห็นขนมพวกนี้ในร้านขนมหลัวหลัวแต่ไม่มีเงินพอจะซื้อกิน อู๋หยางเห็นท่าทางของเด็กชายก็ยิ้มน้อยๆ
“เ้าเองสินะเสี่ยวตี้ นั่งลงกินขนมเสียก่อนสิ ถ้าเ้าชอบเดี๋ยวข้าจะให้บ่าวรับใช้ห่อให้กลับบ้าน เอาไปฝากม่อฮูหยินด้วย”
***********************

