ละอองไอน้ำลอยฟุ้งคลุ้งทั่วห้องน้ำ ราวกับม่านหมอกบางที่บดบังโลกภายนอก ร่างแบบบางของอ้ายฉิงยืนใต้สายน้ำอุ่นที่ไหลผ่านเรือนผมสีดำยาวสลวย ปล่อยให้ละอองน้ำชะล้างทั้งเหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าจากความฝันอันยาวนานออกจากร่างกายอย่างเชื่องช้า มือเรียวถูสบู่ไปตามลำคอ ไหล่ และแขนอย่างใจเย็น กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ลอยคลุ้งปะปนกับไอน้ำ ทำให้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศนุ่มนวล
เมื่ออาบน้ำเสร็จ เธอพันผ้าขนหนูสีขาวรอบตัว เดินอย่างสงบไปยังโต๊ะเครื่องแป้งหลังใหญ่ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอุ่นที่สาดกระทบกระจก เผยผิวเนียนสะท้อนแสง เธอหวีผมช้า ๆ ดวงตาสะท้อนเงาของตัวเองด้วยความเงียบสงบ ก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมกลิ่นโปรดมาแตะเบา ๆ ที่ข้อมือและลำคอ
จากนั้นจึงเปิดตู้เสื้อผ้า มือหยิบชุดเดรสผ้าบางเนื้อดีสีแดงออกมาอย่างไม่ลังเล สีของชุดกลมกลืนกับแสงยามเช้าที่สาดเข้ามา ช่วยขับให้เธอดูสง่าโดยไม่ต้องพยายาม
ในกระจก อ้ายฉิงไม่ใช่แค่หญิงสาวที่กำลังแต่งตัว—แต่เป็ใครคนหนึ่งที่กำลังเตรียมใจออกไปเผชิญโลกใบเดิม...ด้วยหัวใจใหม่ที่แน่นิ่งและเยือกเย็นกว่าครั้งไหน ๆ ลำดับเหตุการณ์ที่เธอทบทวนและจดบันทึกไว้ ย้อนกลับมาทบทวน เพื่อที่จะวางแผนการในการรับมือต่อไป
คลิ๊ก……… เสียงของประตูนิรภัยดังเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบในโถงทางเดิน หญิงสาวเปิดประตูออกด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่มั่นคง แสงจากกระจกในโถงทางเดินสาดเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่นับสิบอยู่ตรงหน้าราวกับรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขายืนนิ่ง ใส่สูทสีดำสนิท แว่นกันแดดปิดดวงตาไว้แม้ในเวลายังเช้าอยู่ หน้าเรียบเฉยเหมือนรูปปั้นไม่มีชีวิต แต่แผ่รังสีอันตรายบางอย่างที่ััได้ชัดเจน
หญิงสาวเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มบาง ๆ "สวัสดีคร่าา พวกพี่ๆ … "
บอดี้การ์ดยิ้มตอบทักทายคุณหนูคนเล็กสุดรักสุดหวงของบ้านตระกูลฟู่ ตระกูลเก่าแก่ ร่ำรวยมหาศาล และมีบริษัทในเครือที่เกี่ยวพันในทุกๆ ฝ่าย เหล่าบอดี้การ์ดพยักหน้าแล้วขยับตัวเล็กน้อย เปิดทางให้เธอเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ การเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำ เกือบไร้เสียง ราวกับเงาที่มีชีวิต
ร่างแบบบางก้าวเข้าประตูลิฟโดยไม่มองกลับหลัง ส้นรองเท้าดังแกร่งบนพื้นหินอ่อน หัวใจของเธอเต้นช้าและหนักแน่นเหมือนรู้ว่าทุกย่างก้าวต่อจากนี้...ไม่มีทางถอย
อ้ายฉิงลงไปขึ้นรถคันหรูที่ทีมพี่ๆ ทีมบอดี้การ์ดนำมาจอดรถไว้อยู่ด้านล่างคอนโดย่านใจกลางเมือง
“คุณหนูวันนี้จะไปที่ไหนดีครับ”
“อ้ายฉิงอยากไปขับรถวนในเมืองคะ” เธออยากไปดูสภาพความเป็ไปในปัจจุบันของตัวเมือง
“ได้ครับ คุณหนู”
ขบวนรถสุดหรูสี่คัน ขับตามกันไปบนถนนที่ทอดยาวสู่ตัวเมือง รถค่อยๆ แล่นช้าๆ เพื่อให้คุณหนูของพวกเขาได้ค่อยๆ ชมบรรรยากาศรอบๆ ตัวเมือง
ยามเช้าในตัวเมืองเริ่มต้นขึ้นพร้อมเสียงแตรรถยนต์ที่แว่วมาแต่ไกล เสียงฝีเท้าคนจำนวนมากเร่งรีบบนฟุตบาทปูนซีเมนต์ที่เริ่มร้อนขึ้นตามแสงแดดที่ไต่ขอบฟ้า ทุกทิศทางเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา—พ่อค้าแม่ขายเรียกลูกค้าเสียงเจื้อยแจ้ว กลิ่นหอมของกาแฟสดจากร้านข้างทางลอยปะปนมากับกลิ่นขนมปังอบใหม่ แท็กซี่วิ่งสวนกันบนถนนสายหลัก ผู้คนในชุดสูทเดินเร็วราวกับแข่งกับเวลา นักเรียนกลุ่มใหญ่หัวเราะคิกคักอยู่หน้าเซเว่นข้างตึกเก่า รถเมล์คันใหญ่จอดชั่วครู่ก่อนจะเคลื่อนไป พร้อมเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องตามหลัง
ป้ายไฟ LED โฆษณาเปล่งแสงสีสันสดใสเหนือทางเดินลอยฟ้า ขณะที่เสียงเพลงจากร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าดังผสานกันเป็จังหวะของเมือง—ยุ่งเหยิงแต่มีชีวิตชีวา ทุกซอกซอยล้วนเต็มไปด้วยจังหวะของผู้คนที่ไม่เคยหยุดเดิน ที่นี่ไม่มีคำว่าเงียบ มีเพียงความคึกคักที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเมืองให้เต้นต่อไป...ไม่มีวันหยุด
บรรยายกาศที่แสนคิดถึง แต่ไม่คุ้นเคยในความทรงจำ ดวงตากลมโตมีน้ำใสๆ ล้ออยู่ในดวงตาที่แดงระเรื่อ อ้ายฉิงกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่คลอเต็มดวงตาออกไป
ในห้างสรรพสินค้าครบวงจรสุดหรูย่านใจกลางเมือง
เสียงส้นรองเท้าสูงกระทบพื้นหินแกรนิตดังกริ๊ก ๆ อย่างเป็จังหวะ หญิงสาวในชุดเดรสผ้าบางเนื้อดีสีแดงหรูหราเดินผ่านตู้โชว์ร้านแบรนด์เนมในห้างหรูใจกลางเมือง ดวงตากลมโตใต้แว่นกันแดดกรอบทองไล่มองสินค้าทีละชิ้นด้วยความชำนาญราวกับนักสะสมมืออาชีพ พร้อมด้วยเหล่าบอดี้การ์ดร่างโตเดินติดตามอีกเป็พรวน
ร่างแบบบางของอ้ายฉิงเดินแบบไม่รีบร้อน ท่าทางสงบ มั่นใจ และอ่อนช้อย สายตาของพนักงานหน้าร้านเปล่งประกายทันทีที่เห็นเธอเดินเข้าไป ทั้งด้วยความเคารพ อย่างคุ้นเคย...และรู้ดีว่าอีกไม่นานจะได้หยิบถุงแบรนด์ใหญ่โตส่งให้
“รบกวนห่อให้ด้วยนะคะ” เสียงหวานเจือรอยยิ้มเล็ก ๆ ขณะที่เธอหยิบกระเป๋าหนังแท้ผู้ชายจากชั้นวางที่เลือกไว้มาส่งให้ ก่อนหันไปหยิบกล่องนาฬิกาแบรนด์หรูอีกสองเรือนให้พนักงานรับไป
ระหว่างเดินต่อไปในห้าง เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับกลิ่นหอมละมุนจากเคาน์เตอร์น้ำหอมที่ลอยมากระทบจมูก เธอหยุดยืนเช็กโทรศัพท์มือถือที่เคสยังเป็รุ่นลิมิเต็ดสีหวาน ก่อนจะหยิบลิปสติกใหม่ออกมาเติมเบา ๆ ที่ริมฝีปาก—ราวกับทุกการเคลื่อนไหวล้วนถูกคิดคำนวณมาแล้วอย่างประณีต
แผนการต่อจากนี้ของเธอต้องใช้เม็ดเงินในการดำเนินการมหาศาล แล้วเงินจะมาจากไหนละ ถ้าไม่ใช่ที่จะขอจากป๊าและพี่หนิงเฉิง กระเป๋าหนังแท้ผู้ชายและนาฬิกาแบรนด์หรู เป็ใบเบิกทางชั้นดีกับสิ่งที่เธอจะทำ แล้วเงินที่ใช้ซื้อของทั้งหมดมาจากไหนละ…….. ก็เงินของป๊ากับพี่หนิงเฉิงอยู่ดี
ฮรี่ๆๆๆๆ ฮรี่ๆๆ เสียงหัวเราะสดใสดังขึ้นเบาๆ
เรียกสายตาจากบอดี้การ์ดร่างั์รอบตัวได้เป็อย่างดี (คุณหนูของเราคิดอะไรแปลกๆ อีกแล้วซินะ เดี๋ยวคงจะมีเื่บันเทิงในตระกูลฟู่ตามมาอีกไม่ใช่น้อย)
อ้ายฉิงคิดในใจ “อัฐยายซื้อขนมยาย เงินป๊า ซื้อของให้ป๊า และก็ขอเงินป๊า” “ใครจะฉลาดเท่าคุณหนูอ้ายฉิงคนนี้อีก ….. คุณหนูอ้ายฉิงนี่ ฉลาดจริงๆๆๆๆๆๆๆๆ”
………. (ป๊าหนิงเทียน : ทำไมขนลุกแปลกๆ)
……….. (เกอหนิงเฉิง : ทำไมลางสังหรณ์เหมือนจะมีเหตุให้เสียเงินก้อนใหญ่)
……….. (ทีมพี่ๆ บอดี้การ์ด : ขอให้คุณท่านและคุณชายโชคดีนะครับ)