บทที่ 11 สิ่งมีชีวิตประหลาด
เมืองพอนเทียเป็เมืองใหญ่ที่มีผู้เล่นมารวมกันอยู่เป็จำนวนมากนอกจากอาคารบ้านเรือนจะเป็แบบยุโรปยุคกลางแล้วส่วนใหญ่ยังเป็อาคารสามหรือสี่ชั้นเกือบทั้งหมด การค้าขายของเมืองค่อนข้างคึกคัก แม้ที่นี่จะไม่ได้มีดันเจี้ยนระดับสูงอยู่เหมือนเมืองอื่น
ดันเจี้ยนที่นี่สามารถเก็บระดับได้อย่างมากก็สี่สิบแต่ถ้าเป็พื้นที่ด้านทิศเหนือของเมืองนั้นมีหลายแห่งที่เก็บระดับได้ถึงห้าหกสิบทีเดียวดังนั้นเมืองแห่งนี้จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่หลั่งไหลกันมาเก็บระดับและด้วยตัวเมืองที่มีขนาดใหญ่จึงเป็ที่ตั้งของกิลด์หลายกิลด์ด้วยกัน
ตัวเกมได้ประกาศเนื้อหาใหม่ของเกมคือาชิงปราสาทโดยแต่ละเมืองนั้นจะมีปราสาทตั้งอยู่ และกิลด์ไหนที่ได้ครองปราสาทจะได้รับผลประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็ภาษีจากผู้เล่นหรือได้ลงดันเจี้ยนลับของปราสาทตามที่ระบบแจ้งนั้นแต่ละดันเจี้ยนล้วนมีสัตว์อสูรระดับสูงอาศัยอยู่จัดเป็สถานที่เก็บระดับชั้นยอดอีกด้วย
วันนี้การค้าขายของเมืองพอนเทียยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวันแต่สิ่งหนึ่งที่ดูแปลกไปคือมีเหล่าผู้เล่นหลายคนมาตั้งโต๊ะรับสมัครสมาชิกกิลด์กันแต่เช้าแต่ะละคนต่างะโแข่งกันเพื่อรับคนและเมื่อมีคนสนใจมาสมัคร พวกเขาต่างก็บอกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเข้าร่วมกิลด์
แต่มีโต๊ะอยู่สี่ตัวที่ได้รับความสนใจจากผู้เล่นจำนวนมากทั้งสี่คนที่มารับสมัครนั้นล้วนเป็ตัวแทนของกิลด์ใหญ่ทั้งสี่ในตอนนี้คือกิลด์ัไฟ กิลด์เงาดำ กิลด์ดาบ์ และกิลด์หมาป่าโลหิตกิลด์ทั้งสี่ล้วนมีผู้เล่นอยู่ในสังกัดหลายพันคน
ตอนนี้แต่ละกิลด์ที่ผ่านการทำภารกิจกิลด์จนสำเร็จระดับสุดยอดแล้วนั้นสามารถรองรับสมาชิกได้สูงสุดถึงสองหมื่นคนดังนั้นเหล่ากิลด์ใหญ่ที่ยังมีที่ว่างอยู่ก็ต่างพากันมารับคนเข้าเพื่อเตรียมพร้อมรับาที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า
ทางระบบให้เหล่าผู้เล่นได้มีการเตรียมตัวก่อนล่วงหน้าเป็เวลาสามเดือนทั้งการเตรียมระดับและอุปกรณ์สวมใส่ในการทำาแน่นอนว่ากิลด์ใหญ่ทั้งสี่นั้นได้เปรียบกิลด์อื่นอยู่มากเพราะนอกจากจะมีระดับเฉลี่ยนสมาชิกที่สูงแล้ว พวกเขายังมีผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งสี่ได้ชื่อว่าสี่จักรพรรดิ และเป็หัวหน้าของกิลด์ทั้งสี่นั่นเอง
“สนใจเป็สมาชิกกิลด์ัไฟไหมคะ”หญิงสาวคนหนึ่งะโแข่งกับคนอื่น
แม้เธอจะเป็หญิงสาวร่างเล็กทว่าดวงหน้างดงามพริ้มเพรานั้นทำให้หลายคนอดมองไม่ได้ดวงตากลมโตและผมยาวสีแดงเปล่งประกายระยับทำให้เธอดูงดงามไม่น้อยผมยาวนั้นถูกมัดเป็ผมแกละสองข้างและด้วยความน่ารักของเธอทำให้มีหลายคนสนใจเป็อย่างมาก
เพราะชื่อเสียงของกิลด์ัไฟนั้นได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงอย่างมากหัวหน้ากิลด์ของพวกเขา มาร์คัส คือผู้เล่นที่มีระดับสูงสุดในเกมปัจจุบันระดับแปดสิบหก มีอาชีพคือนักรบคลั่ง ซึ่งเป็อาชีพคลาสสองของสายนักรบ
เขาทะลวงฝ่าทุกอย่างด้วยกำปั้นของตัวเองเท่านั้นว่ากันว่ามาร์คัสไม่เคยสวมใส่อาวุธเลย อาจจะเคยเห็นเขาสวมใส่ชุดเกราะอยู่บ้างแต่ที่มั่นได้ก็คือเขาใช้เพียงกำปั้นเท่านั้นในการต่อสู้
“แล้วพวกเราต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างครับ”ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ท่าท่างเป็หัวหน้ากลุ่มลองเข้ามาคุยกับสาวผมแดงเขามีคนในกลุ่มประมาณสิบคน หญิงสาวผมแดงประเมินจำนวนคนและยิ้มแย้มอย่างใจดี
“ถ้าคุณมาแบบกลุ่มเราก็ยินดีรับไว้ทั้งหมดไม่ทราบว่าคุณระดับเท่าไรและเพื่อนๆในปาร์ตี้ล่ะ” หญิงสาวถามและยื่นใบสมัครให้เขา
“พวกผมส่วนใหญ่ระดับสี่สิบกันหมดแล้วมีบางคนที่ยังไม่ถึงสี่สิบ แต่คิดว่าอีกสองสามวันน่าจะเกินระดับสี่สิบแน่นอน”ชายคนดังกล่าวตอบและหันไปแนะนำเพื่อนในกลุ่มหญิงสาวผมแดงทักทายทุกคนด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
“ถ้าอย่างนั้นกิลด์ัไฟของเรายินดีต้อนรับค่ะท่านมาร์คัสต้องดีใจที่ได้พวกคุณมาร่วมงานแน่นอน” หญิงสาวแจกใบสมัครให้ทุกคนอย่างรวดเร็ว
แม้ผู้เล่นกลุ่มนี้จะมีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเพราะตามที่กิลด์้านั้น้าผู้เล่นระดับห้าสิบขึ้นไปแต่ว่าการที่ผู้เล่นมาเป็กลุ่มแบบนี้ก็น่าจะเก็บระดับได้ไวระดับหนึ่งดังนั้นไม่นานพวกเขาต้องเพิ่มระดับได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน
แน่นอนว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ที่เริ่มเล่นแต่แรกนั้นระดับของพวกเขาเฉลี่ยจะมากกว่าหกสิบขึ้นไปทั้งหมด ส่วนใหญ่เกินเจ็ดสิบด้วยซ้ำแต่ว่าผู้เล่นเหล่านี้ล้วนแต่มีกิลด์ของตัวเองกันหมดทำให้การชวนผู้เล่นระดับสูงมาเข้ากิลด์นั้นยากมาก
แต่การมาชวนผู้เล่นใหม่นั้นง่ายกว่ามากเพราะอย่างไรด้วยชื่อเสียงกิลด์แล้ว ทำให้การรับคนเพิ่มนั้นไม่ใช่เื่ยากเลยแต่ขนาดรับมาตลอด่เช้าแล้วยังรับคนได้แค่ร้อยกว่าคนเท่านั้นเอง
“ถ้ามีข้อสงสัยเื่การเก็บระดับสามารถปรึกษาผู้ให้คำแนะนำของกิลด์ได้นะคะ” หญิงสาวผมแดงกล่าวกับผู้เล่นกลุ่มนั้นขณะเก็บใบสมัครของพวกเขาลงระบบ ก่อนที่ระบบจะเชิญผู้เล่นกลุ่มนั้นเข้ากิลด์
“ขอบคุณมากครับถ้ายังไงพวกผมขอตัวไปลงดันเจี้ยนกันก่อน” อีกฝ่ายขอตัวและเดินจากไปเหลือแต่หญิงสาวที่ยังคงต้องอยู่ที่นั่น
“เฮ้อ…น่าเบื่อจริงเลย ทำไมหัวหน้าต้องส่งเรามาทำเื่น่าเบื่อแบบนี้ด้วยทำไมไม่ส่งเ้าแว่นมา” หญิงสาวบ่นปอดแปด
เธอหยิบเอาขวดน้ำออกมาดื่มแก้กระหายการอยู่กลางเมืองและใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องแบบนี้ก็ทำให้เธอเหนื่อยล้าได้เหมือนกันและท่าทางวันนี้จะยังอีกยาวเสียด้วย
เ้าแว่นที่เธอบ่นถึงเป็รองหัวหน้ากิลด์อีกคนรายนั้นมีอาชีพเป็นักเล่นแร่แปรธาตุหรืออัลเคมิส แม้ทักษะการต่อสู้จะไม่ได้เื่แต่ถ้าเื่การวางแผนการและการจัดการนั้นถือว่าไม่เป็สองรองใครแน่นอน
ส่วนเธอก็เป็รองหัวหน้ากิลด์คนหนึ่งเหมือนกันหัวหน้ามักมอบหมายให้เธอทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และคอยดูแลสมาชิกใหม่แม้เป็งานที่น่าเบื่อแต่เธอก็ไม่ปฏิเสธเพราะเธอเชื่อมั่นในตัวหน้าหน้าของเธอนั่นเอง
“สนใจเข้ากิลด์ัไฟไหมคะ”เธอะโเรียกผู้เล่นกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินผ่านไปและได้ผลเมื่อทั้งกลุ่มหันมาสนใจเธอ
หญิงสาวผมแดงยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมเรียกได้ว่าในบรรดากิลด์ใหญ่ที่มารับสมัครคนที่เมืองพอนเทียนั้นแถวของเธอมีคนมาสมัครมากที่สุด ทำให้อีกสามกิลด์อดอิจฉาไม่ได้
แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็อริกันแต่ก็มีการปะทะกันอยู่บ่อยครั้งเพราะพื้นที่ระดับสูงนั้นล้วนแต่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมายทั้งไอเทมและค่าประสบการณ์ดังนั้นการปะทะเพื่อแย่งพื้นที่ล่านั้นจึงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งแต่ปกติแล้วคนระดับหัวหน้าหรือรองหัวหน้าจะไม่ลงไปต่อสู้เองน้อยครั้งมากที่พวกเขาจะเป็ฝ่ายลงมือแน่นอนว่าคนที่มักจะลงมือเสมอก็คือมาร์คัสนั่นแหละไม่ใช่ใครอื่นเลย
………………………………………
ขณะที่ทุกอย่างในเกมยังคงดำเนินไปตามปกติในสถานที่อันมืดมิดแห่งหนึ่งในดินแดนนิฟเฮมอากาศตรงจุดนั้นพลันบิดเบี้ยวและแตกออกเป็รอยร้าวก่อนที่จะมีเงาดำร่างหนึ่งก้าวขาออกมา เงาดำรูปร่างเหมือนมนุษย์นั้นมองไปรอบตัวก่อนจะก้าวออกมาทั้งตัวพร้อมรอยแยกที่ปิดตัวลง
“หึหึไม่ว่าพระเ้าจะส่งแกไปที่ไหน ก็ไม่มีทางรอดไปได้หรอก”เสียงแหบพร่าดังออกมาจากเงาดำนั้น
ร่างนั้นเคลื่อนที่ไปในความมืดด้วยการลอยเลียดพื้นไปมันเคลื่อนที่ไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังแว่วมาร่างนั้นเร่งความเร็วเข้าไปใกล้แหล่งที่มาของเสียงทันที ไม่นานมันก็พบกับจุดที่เกิดเสียงต่อสู้
บริเวณนั้นเป็ลานหินแห่งหนึ่งมีผู้เล่นเจ็ดคนกำลังรุมร่างหนึ่งอยู่ ร่างนั้นสวมชุดเกราะหนักสีม่วงในมือขวาถือขวานเล่มั์ มือซ้ายถือโล่ทรงสี่เหลี่ยมอันใหญ่ หมวกเหล็กที่มันใส่นั้นตรงกลางมองเห็นเบ้าตาที่มีดวงไฟสีแดงไหววูบลุกโชนอยู่ แม้จะมีดวงตาเพียงดวงเดียวก็ตามเห็นได้ชัดว่ามันคืออันเดทอย่างไม่ต้องสงสัย
“บ้าจริงเ้านี่อึดเกินไปไหม ไหนว่ามันเป็สัตวอสูรอันเดทที่อ่อนที่สุดไง”ใครบางคนสบถขึ้นมา
สัตว์อสูรที่พวกเขาเผชิญหน้ากันอยู่คืออัศวินดูลาฮาน เป็เผ่าพันธุ์อันเดทระดับเก้าสิบห้ารูปร่างเป็อัศวินสวมชุดเกราะหนักสีม่วง ถือขวานเล่มั์กับโล่เล่มั์พลังชีวิตของมันสูงถึงหนึ่งแสน มีทั้งพลังโจมตีและป้องกันที่สูงมากตามคลาสอัศวินสมแล้วที่เป็สัตว์อสูรระดับเก้าสิบที่มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
“ข้อมูลที่ได้มาเชื่อไม่ได้เลยอีกอย่างถ้าเราล้มมันไม่ได้ พวกเราได้ตายแน่”นักธนูะโอย่างหัวเสียและปล่อยลูกศรใส่อีกฝ่ายแต่อันเดทตนนั้นยกโล่ขึ้นป้องกันการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้เหล่าผู้เล่นทั้งเจ็ดคนนั้นล้วนมีสภาพย่ำแย่กันทุกคนแม้พวกเขาจะเป็ผู้เล่นระดับสูง มีระดับเกินกว่าเจ็ดสิบกันทุกคนพวกเขาตั้งใจหาสถานที่เก็บระดับที่เงียบเชียบและให้ผลตอบแทนดีและได้ข้อมูลมาว่าในดินแดนนิฟเฮมส่วนหนึ่งมีสถานที่นี้อยู่
พวกเขาจึงซื้อข้อมูลนั้นและเดินทางมาที่นี่แต่เพื่อนในกลุ่มบางคนก็ทักท้วงแต่ก็ไม่อาจต้านทานความคิดคนส่วนใหญ่ได้เลยแม้พวกเขาจะรู้ว่าดินแดนนิฟเฮมนั้นเป็สถานที่อาศัยของสัตว์อสูรอันเดทระดับเก้าสิบขึ้นไปแต่ด้วยข้อมูลที่บอกว่ามันมีไอเทมชั้นยอดรออยู่ ก็เกิดความโลภบังตาจนมองข้ามความเก่งของพวกมันไป
ผู้เล่นเจ็ดคนนี้แม้ยังไม่มีใครตายแต่ว่าพวกเขาเหลือพลังชีวิตกันไม่มากเท่าไรยาฟื้นพลังที่ซื้อมาล้วนใช้หมดไปนานแล้ว นักบวชของกลุ่มเองก็แทบจะไม่เหลือมานาแล้วเช่นกัน
พวกเขาต่อสู้กับอัศวินถือขวานตนนี้มานานกว่าครึ่งวันแล้วแต่ก็ยังไม่อาจล้มอีกฝ่ายลงได้ ยังดีที่สัตว์อสูรที่นี่ล้วนมีอาณาเขตของตัวเองและอาณาเขตค่อนขว้างกว้าง จึงไม่โดนรุมจากสัตว์อสูรตนอื่นไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาคงไม่รอดมานานขนาดนี้แน่
“ยังไงพวกเราก็ลุยต่อพลังชีวิตของมันเหลือไม่เท่าไรแล้ว”ดูเหมือนคนที่เป็หัวหน้ากลุ่มจะกล่าวปลุกใจทุกคนเขามีอาชีพอัศวินและเป็ตัวชนของกลุ่ม
อัศวินผู้นั้นพุ่งเข้าหาดูลาฮานพร้อมฟาดโล่โจมตีใส่ขณะที่ดูลาฮานก็ฟาดขวานใส่อีกฝ่ายเต็มแรงเช่นกันแรงปะทะทำให้อัศวินหนุ่มต้องทรุดร่างลงแต่ว่าดาบในมือเขาก็พลันแทงใส่ช่องว่างที่เกิดขึ้นแต่ดูลาฮานก็ขยับโล่มาป้องกันได้ทัน พร้อมใช้โล่กระแทกใส่จนอัศวินหนุ่มกระเด็นกลับพร้อมค่าความเสียหายหลักร้อยที่เด้งขึ้นมา
“บ้าจริง!!” อัศวินหนุ่มรีบลุกขึ้นมาแม้เขาจะสวมใส่ชุดเกราะระดับสูงทำให้มีพลังป้องกันสูงแต่แค่อีกฝ่ายกระแทกโล่ก็ทำความเสียหายกับเขาได้ไม่น้อย
เมื่อเห็นเพื่อนของตนกระเด็นกลับมาคนอื่นก็ต่างระดมโจมตีใส่ จอมเวทยิงเวทออกไป นักธนูใช้ทักษะโจมตีอันรุนแรงนักบวชร่ายเวทรักษา นักรบที่เหลือต่างพุ่งเข้าโรมรันฟาดฟันด้วยอาวุธในมือแต่ทว่าก็ถูกดูลาฮานหมุนควงขวานไปรอบตัว เข้าปะทะจนพวกเขากระเด็นกลายเป็แสงหายไปตอนนี้สมาชิกกลุ่มเสียชีวิตไปสองคนทันทีจากการโจมตีนี้ทำให้อีกห้าคนที่เหลือเริ่มหวาดผวาขึ้นมาแล้ว
“เ้าอัศวินดูลาฮานนี่น่าสนใจจริงๆ”เงาดำที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่สักพักก็ตัดสินใจได้
เงาดำนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างของดูลาฮานอย่างรวดเร็วอัศวินอันเดทมัวแต่สนใจเหล่าผู้เล่นทำให้ไม่ทันระวังตัวเงาดำนั้นหายเข้าไปในร่างของดูลาฮานจนหมด เพียงชั่วอึดใจมันก็ส่งเสียงร้องออกมา
ฮูม!!!!
ดูลาฮานคำรามลั่นเปลวไฟในเบ้าตาไหววูบอย่างน่ากลัวว่ามันจะดับลงสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เล่นที่เหลือต่างชะงัก เพราะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ตอนนี้ร่างของดูลาฮานเกิดการสั่นกระตุกอีกหลายครั้งก่อนจะหยุดลงเปลวไฟสีแสงในเบ้าตาดับวูบลง ก่อนจะลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้งทว่าคราวนี้แสงของเปลวไฟนั้นเปลี่ยนเป็สีฟ้าคราม
“ร่างนี้แข็งแกร่งใช้ได้”ดูลาฮานบ่นกับตัวเองก่อนจะกวาดตามองอีกห้าคนที่เหลือ
“ขอลองอะไรหน่อยแล้วกัน”ดูลาฮานกล่าวกับตัวเองพร้อมเคลื่อนไหวทันที
มันพุ่งเข้าใส่นักเวทที่อยู่ใกล้ที่สุดขวานในมือเงื้อขึ้นและฟันใส่อีกฝ่ายเต็มแรงความเร็วนี้ทำให้นักเวทคนนั้นร่ายเวทป้องกันไม่ทันขวานของดูลาฮานจึงผ่าร่างของอีกฝ่ายกลายเป็สองซีกและสลายกลายเป็แสงหายไปทันที
“แก!!” อีกสี่คนที่เหลือต่างได้สติและพุ่งเข้าจู่โจมดูลาฮานทันที
“หึหึ”ดูลาฮานแสยะยิ้ม แต่ว่าภายใต้หมวกเหล็กที่สวมใส่คงไม่มีใครเห็นการแสยะยิ้มนั้น
ดูลานฮานพลิกตัวหลบการโจมตีของอัศวินหนุ่มได้อย่างง่ายดายการเคลื่อนไหวที่ว่องไวของมันขัดกับรูปร่างเป็อย่างมากโล่ในมือถูกใช้กระแทกใส่อีกฝ่ายจนลงไปกองกับพื้นก่อนที่ขวานในมือจะฟาดลงตัดหัวอีกฝ่ายจนขาดกระเด็นร่างนั้นกระตุกสองครั้งและสลายกลายเป็แสงหายไป
สามคนที่เหลือเห็นภาพที่เกิดขึ้นล้วนหมดความคิดจะต่อสู้แต่ก็ไม่อาจหลบหนีได้ทัน เมื่อดูลาฮานขว้างขวานในมือออกไปขวานเล่มั์หมุนควงด้วยความเร็วเข้าตัดร่างของอีกสามคนที่เหลือจนขาดเป็สองท่อนกลายเป็แสงหายไปทันที
“มีพลังขนาดนี้แต่ดันไม่ฆ่าเ้าพวกนี้ให้หมดสงสัยแกจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไร”ดูลาฮานบ่นกับตัวเองและลงมือเก็บของที่ผู้เล่นกลุ่มนี้ทิ้งเอาไว้เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อัศวินดูลาฮานก็ออกไปจากที่นั่น
“ไม่ว่าแกจะอยู่ที่ไหนข้าจะตามหาแกให้เจอและเชือดทิ้งซะ หึหึ”
และแล้วในวันนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตประหลาดออกจากดินแดนนิฟเฮมแม้จะแต่งตัวประหลาดและทำให้ผู้เล่นอื่นสนใจอยู่บ้างแต่ข่าวนั้นก็จางหายไปในเวลาไม่นานเพราะการมาถึงของระบบาชิงปราสาทที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาไม่นานนี้