งานสังคมเป็งานประเภทที่ลูซี่เกลียดที่สุดมันไม่ใช่ไม่ดีแต่มันวุ่นวายต้องปั้นหน้าเข้าหาคนที่ไม่รู้จักไม่ก็คุยแต่กับเื่ที่ไม่อยากจะเข้าใจกวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะผละทอดมองออกไปที่นอกหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย
“อยากกลับบ้านว่ะ”ลุคเดินมายืนขนาบข้างพร้อมกับกับเอนหลังพิงกับกำแพงด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่าย“ไม่คิดว่าจะมา” ลุคไหวไหล่ เล็กน้อยพลางถอนหายใจ
“ถ้าแม่ไม่บังคับกูก็ไม่มาหรอก”ก่อนหน้านี้สองวันพ่อกับแม่ขอให้ทั้งสองมาออกงานนี้แทนตอนแรกพวกเธอก็ปฏิเสธไปนั่นแหละแต่พวกท่านขอเพราะด้วยเหตุหนึ่งก็คือพวกท่านต้องไปทำงานที่ต่างประเทศเลยไม่สะดวกที่จะไปงาน
ส่วนเหตุผลที่สองก็คือเ้าของงานเป็เพื่อนสนิทของพ่อมันเป็งานเปิดตัวสินค้าของเครือบริษัทอัสดากรุ๊ปจริงๆมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่งานเปิดตัวสินค้า ซึ่งจริงๆเธอมาแค่คนเดียวก็ได้แต่แม่สั่งว่าให้ลุคมาเป็เพื่อนตอนแรกลุคก็ปฏิเสธค้านหัวชนฝานั่นแหละ อ้างด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆที่มันเอามาอ้างได้แต่ก็ต้องแพ้ด้วยคำประกาศิตของแม่
“งั้นก็เลือกเอาระหว่างไม่ไปงานกับเครื่องเกมส์ของแกที่จะถูกขายต่อเป็ของมือสอง”นั่นแหละเลยเป็เหตุที่ทำให้ลุคต้องมายืนอยู่ตรงนี้
เสียงดนตรีหยุดลงพร้อมกับชายหญิงคู่หนึ่งที่ปรากฏบนเวทีคาดว่าน่าจะเป็พิธีกรผู้คนในงานต่างพากันหันไปให้ความสนใจก่อนที่ผู้ชายบนเวทีจะพูดเปิด
“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ทุกท่าน ขอต้อนรับ เข้าสู่งานเปิดตัวแบรนด์… ”
ไม่นานคุณผู้หญิงท่านหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็ภรรยาของคุณอาอัสดาเ้าของแบรนด์ที่เป็เพื่อนสนิทของพ่อก็ขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับพูดกล่าวบรรยายถึงสินค้าแบรนด์ของตัวเอง
งานเปิดตัวสินค้าดำเนินต่อไปเรื่อยๆ“ไปห้องน้ำนะ”
ลุกขึ้นก่อนจะหันไปบอกคนข้างๆลุคหันมาพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าที่พร้อมหลับทุกเมื่อ
เดินออกจากฮอลล์จัดงานไปตามทางเดินที่ทอดยาวก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องน้ำ จัดการทำธุระระหว่างนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นไปพลาง
“แกผู้ชายคนนั้นโคตรหล่อเลย” เสียงเจี้ยวจ๊าวที่หน้าห้องน้ำแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร“คนไหนของแกวะ”
“ก็คนนั้นไงคนผมน้ำตาลหล่อๆ ที่ฉันชี้ให้แกดูอ่ะ”
“อ๋อคนนั้นน่ะหรอ ที่ชื่อโลๆอะไรนะ”
“โลอะไรล่ะเขาชื่อลุค”
เมื่อได้ยินชื่อคนคุ้นเคยก็ถึงกับขมวดคิ้วทันทีมันไม่ใช่เื่แปลกที่ชื่อของลุคจะถูกถึงด้วยหน้าตาที่หล่อบวกกับพื้นฐานฐานะเลยทำให้มันมักจะมีสาวๆพูดถึงหรือชื่นชอบอยู่ไม่น้อย “แต่ว่าเขามากับแฟนนี่”
“แฟนเฟินอะไรล่ะนั้นน้องสาวเขา ชื่อลูซี่” ดูเหมือนว่า คนพวกนั้นจะเริ่มพูดถึงเธอแล้ว “เอ๊ะ? ลูซี่หรอเดี๋ยวนะเหมือนเคยได้ยิน ที่ไหนมาก่อน”
“ที่ไหนวะ”
“อ๋อนึกออกล่ะ เหมือนว่าคนที่ชื่อลูซี่นี่จะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับฉันด้วยนะดังด้วย”
“ดังเื่ไหนหรอแก”
“ก็หลายเื่นะแต่เื่ที่ดังๆก็ไม่พ้นเื่ผู้ชายอ่ะ”ประโยคพูดของคนพวกนั้นทำเอามือที่จะกดชักโครกต้องชะงักดูท่าเื่ของเธอที่คนพวกนั้นพูดถึงคงไม่ใช่เื่ดีซะแล้วสิ “เื่มันว่าไงหรอ”
“ก็แบบเปลี่ยนผู้ชายบ่อย ทำตัวหยิ่งจนหน้าหมั่นไส้อ่ะ”
“หรอแต่นางก็หยิ่งจริงนะ ขนาดฉันยังไม่ชอบเลย”
ว่าแล้วต้องเป็เื่แบบนี้ก็นะ มันเป็มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชอบลุคเพราะหน้าตาที่หล่อสมาร์ทและโปรไฟล์ดีต่างกับลูซี่ที่โดนเกลียดเพียงเพราะหน้าหยิ่งและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
จัดการกดชักโครกเดินออกจากห้องน้ำผู้หญิงสองคนนั้นเมื่อเห็นเธอต่างก็ทำหน้าตกตื่นก่อนจะหลบสายตาและรีบเดินออกจากห้องน้ำไปก็อย่างนี้แหละพวกเก่งแต่ลับหลังพอต่อหน้ากลับไม่กล้าแม้จะสบสายตาก็ได้แต่ทำตัวกากแบบนี้แหละ
จัดการธุระจนเสร็จเดินตรงออกจากห้องน้ำไปเรื่อยๆตามทางเดิน สายตาทอดมองออกด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่สายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่อยู่ด้านล่างหน้าโรงแรม หยุดยืนมองพร้อมกับหรี่ตาเพ่งพบว่าเป็คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีเขาคือไทม์หนุ่มแว่นคนนั้นที่พึ่งกันเมื่อวันก่อนนี่เองมุมปากยกยิ้มก่อนจะรีบเดินลงลิฟต์ลงไปชั้นล่าง
ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่างก็รีบกวาดสายตามองหาพบไทม์ในชุดไปรเวทที่กำลังถือถุงบางอย่างเดินมาอย่างทุลักทุเลมุมปากยกยิ้มอัตโนมัติให้กับท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเขา
เดินตรงดิ่งเข้าไปพร้อมกับยกมือแตะที่แขนหนาของเขาเบาๆ“อ๊ะ! พี่ลูซี่”
ไทม์หันมาพร้อมกับทำสีหน้าตื่นในั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูยิ่งขึ้นไปอีก
“สวัสดีค่ะเจอกันอีกแล้วนะ”
“ครับว่าแต่วันนี้พี่ลูซี่แต่งตัว สวยเชียว มางานปาร์ตี้ หรอครับ ”
“ก็ไม่เชิงค่ะแล้วไทม์ล่ะ ” เอ่ยทักพลางมองถุงพลาสติก ขนาดใหญ่ สองถุงในมือของเขา“มาส่งของน่ะครับ”
ทั้งสองคนเดินมานั่งที่ม้านั่งหน้าทางเข้าเพื่อรอคนรับของไทม์วางถุงตรงที่ว่างข้างๆของด้านในมันเหมือนเป็ของกินอะไรสักอย่างที่เป็สีส้มแดงคล้ายๆกับพวกน้ำพริกกากหมูที่เคยเห็นเลยคิดว่าน่าจะใช้
“น้ำพริกกากหมูหรอ”
“ครับอร่อยนะครับพี่ลูซี่สนใจมั้ย”
“อร่อยเหมือนคนขายรึเปล่า”ยกยิ้มพร้อมกับเท้าแขนเขยิบใบหน้าเข้าไปใกล้ให้อีกคนใเล่น
“พะ-พี่ลูซี่อย่าแกล้งกันสิครับผมเขินนะ” ไทม์เอี้ยวตัวออกพร้อมกับยกถุงขึ้นบังหน้าที่แดงระเื่ใบหน้าที่เขินอายคนอะไรไม่รู้น่ารักจนใจเจ็บอยากจะเสียนิสัยฟัดแก้มนั่นให้รู้แล้วรู้รอด
นั่งคุยกันไปสักแป๊บไทม์ก็จัดการเข้าไปส่งของก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้าสดใสเขาเดินตรงมานั่งลงข้างลูซี่ที่เดิม “พี่ลูซี่จะเข้าไปข้างในเลยมั้ยครับ”
“ไล่พี่หรอเสียใจจัง” ฉันแกล้งทำหน้าเศร้าทั้งที่ในใจนึกสนุกและก็เป็อยย่างที่คิดไทม์ทำสีหน้าใพร้อมกับส่ายหนน้ารัว “ปะ-เปล่านะครับผมแค่ถามเฉยๆ”
“หึพี่ล้อเล่นค่ะ ว่าแต่เราจะกลับแล้วหรอ”ไทม์ยักหน้าพลางเม้มปากแน่นเผยให้แก้มแดงระเรื่อล้นแก้มออกมา จู่ๆหัวสมองก็เกิดความคิดอกุศลขึ้นมา ถ้าเกิดเธอฟัดแก้มแดงของคนน่ารักตรงหน้าแรงๆมันจะเป็ยังไงนะ
“ผมจะกลับแล้วครับ”
“กลับยังไงหรอ”
“มอเตอร์ไซค์ที่บ้านน่ะครับเดี๋ยวผมขี่กลับ”
“คนเดียวน่ะหรอ”
“ครับมีอะไรรึเปล่าครับ” จู่ๆ ก็เกิดนึกเป็ห่วงขึ้นมา ทั้งที่ปกติเขาอาจจะทำแบบนี้เป็เื่ปกติก็ได้แต่ไม่รู้สิ แค่รู้สึกเป็ห่วงไม่อยากให้เขาขี่รถขับกลับคนเดียว แล้วจู่ๆหัวสมองนึกอะไรบางอย่างได้ “ไทม์รีบกลับมั้ย”
“ไม่นะครับพี่ลูซี่จะไปไหนรึเปล่าครับ”
“พี่อยากนั่งรถเล่นน่ะค่ะจะรบกวนไทม์พาไปได้รึเปล่า” ไทม์ทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ “ได้นะครับแต่พี่ลูซี่ไม่ต้องเข้าไปข้างในแล้วหรอครับ”
เอาจริงๆเธอก็ต้องกลับเข้าไปในงานแหละแต่ความรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะต้องเข้าไปพบปะผู้คนมันมีมากกว่า
“ก็ต้องเข้านั่นแหละค่ะแต่พี่อยากอยู่กับเรามากกว่า”
“มันจะดีหรอครับ”
“ดีสิถ้าอยู่กับไทม์อะไรมันก็ดีไปหมดแหละ” ยกยิ้มให้อีกคนเล็กน้อยแล้วก็เป็ไปตามคาดไทม์หน้าแดงระเรื่อจากความเขินก่อนเขาจะหลบสายตามองพื้น
“พี่ลูซี่อ่ะแกล้งผมอีกแล้ว”
“หึไม่ต้องกังวลเื่ของพี่หรอกค่ะ เแค่ออกมานอกงานแป๊บเดียวเอง ไม่เป็ไรหรอก”
“งั้นก็ได้ครับงั้นพี่ลูซี่รออยู่ตรงนี้สักครู่นะครับเดี๋ยวผมไปเอารถก่อน”
มองตามแผ่นหลังของไทม์จนเขาลับสายตาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าถือขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคน
Lucyxx: ออกไปข้างนอกนะ
Lukeggeasy: มึงจะทิ้งกูหรอไอ้ลู
Lucyxx: ป่าวทิ้ง
Lucyxx: แค่เบื่อ
Lukeggeasy: ส่งสติ๊กเกอร์
Lukeggeasy: แล้วมึงไปกับใคร
Lucyxx: น้อง
Lukeggeasy: น้อง?
Lukeggeasy: ไอ้เด็กนั่นอ่ะนะ
Lucyxx: อือ
Lukeggeasy: นี่มึงทิ้งพี่ไปเที่ยวกับผู้ชายหรอ
Lukeggeasy: ใช่สิ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้มันสำคัญแล้วสินะ
Lucyxx: รำคาญ ไปล่ะ
Lukeggeasy: ไอ้ลู!!!
Lukeggeasy: ไอ้น้องเวรกูจะฟ้องแม่
Lucyxx: ส่งสติ๊กเกอร์
ปิดหน้าจอมือถือเก็บลงกระเป๋าในเวลาเดียวกันไทม์ก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบด้านหน้าพอดีลุกตรงไปหาเขารับหมวกกันน็อกมาใส่ก่อนจะจัดระเบียบชุดก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินWAVE 110
“รถเก่าหน่อยนะครับขับได้ไม่เร็วมาก”
“ถ้าเป็ไทม์ขี่รถอะไรพี่ก็นั่งได้หมดค่ะ”จัดการหยอดคนตรงหน้าไปทีนึงพอหอมปากหอมคอ แล้วก็เป็อย่างที่คาดไทม์หันพูดงุบงิบพร้อมกับใบหน้าแดงระเรื่อภายใต้หมวกกันน็อก “พี่ลูซี่อ่ะ!!”
“หึก็พี่พูดจริงนี่คะ ถ้าเป็ไทม์ไม่ว่าจะอะไรพี่ก็ไม่เกี่ยงหรอก”
“งือ”เสียงอู้อี้ของคนข้างหน้าแม้จะเบาแต่ก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน
“ผะ-ผมว่าออกรถเลยดีกว่าเดี๋ยว จะยิ่งดึก”
ไทม์เปลี่ยนเื่คุยก่อนจะค่อยๆออกรถอย่างช้าๆ ลูซี่เอื้อมมือไปจับเอวของเขาอย่างเบาๆแต่ก็พอจะรู้ได้ว่าไทม์เป็ผู้ชายที่เอวบางมาก เหลือบเห็นใบหูของเขาที่แดงระเรื่อให้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดูท่าเขาคงจะเขินไม่น้อยนะเนี่ย
รถมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินWAVE 110 เคลื่อนตัวไปบนถนนเส้นหลักด้วยความเร็วประมาณ 60 กม./ชม.มันไม่ช้าไม่เร็วจนทำให้ฌะอได้เห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ ได้ชัดเจน“พี่ลูซี่เคยนั่งมอเตอร์ไซค์มั้ยครับ”
ไทม์ะโถามผ่านลมที่ดังจนแทบหูอื้อ“ไม่เคยค่ะ นี่ครั้งแรก”
“โหจริงหรอครับเนี่ย”
น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่เชื่อแต่มันคือเื่จริงนี่เป็การนั่งมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกในชีวิตของเธอก็ว่าได้เพราะที่ผ่านมาเวลาเดินทางไปไหนก็จะเดินทางด้วยรถยนต์ตลอด ไม่ขับเองก็มีคนขับให้แต่ก็ไม่ใช่ว่าที่บ้านจะไม่มีมอเตอร์ไซค์เลย ก็มีอยู่สองคันเป็ของลุคทั้งหมดแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยซ้อนเลยสักครั้งเดียวไม่ใช่เพราะไม่อยากซ้อนแต่ลุคมันไม่ยอมให้เธอซ้อนด้วยเหตุผลที่ว่า
“จะมานั่งมอเตอร์ไซค์ทำไมอย่างมึงนั่งรถยนต์ไปเถอะ”ถึงแม้ปากคนเป็พี่จะพูดไปแบบนั้นแต่เธอก็รู้ดีว่าที่ลุคไม่ยอมให้ซ้อนเพราะเป็ห่วงนั่นแหละ
ขับมาเรื่อยๆจนมาถึงยังสวนสาธารณะกลางเมืองจากโรงแรมมามันไม่ได้ไกลมากห่างกันแค่ประมาณ 10กิโลเมตรได้ รถมอเตอร์ไซค์ค่อยๆเทียบจอดที่ลานจอดรถ“พี่ลูซี่ผมขอแวะกินข้าวก่อนได้มั้ยครับ ผมหิว”
“ได้ค่ะแล้วเราจะกินอะไร”
“บะหมี่ร้านตรงนั้นน่ะครับผมเคยมากินกับเพื่อนเมื่อวันก่อนอร่อยมากเลยครับ พี่ลูซี่ลองมั้ยครับ”
ไทม์พูดพลางชี้นิ้วไปทางร้านบะหมี่ที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถที่ทั้งสองคน“ถ้าไทม์บอกขนาดนั้นพี่ก็คงไม่ขัด”
เดินเข้ามานั่งในร้านบะหมี่พลางกวาดสายตามองสำรวจรอบๆมีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่ประมาณสองสามร้านแต่ละร้านลูกค้าไม่ได้เยอะมากอาจจะเพราะด้วยเวลาที่ตอนนี้ดึกแล้วคนคงเริ่มบางเบาแต่ก็ยังมีลูกค้ารวมถึงไรเดอร์รับอาหารเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย
“พี่ลูซี่กินอะไรครับมีบะหมี่น้ำ เกี๊ยวน้ำ บะหมี่เกี๊ยวแล้วก็บะหมี่แห้ง”
“พี่ไม่รู้ว่าอันไหนอร่อยกว่ากันไทม์ช่วยแนะนำให้พี่หน่อยได้มั้ยคะ” ไทม์หันมองป้ายเมนูบนร้านชั่งใจอยู่ครู่
“งั้นเกี๊ยวน้ำมั้ยครับถ้าเป็บะหมี่ผมกลัวว่าพี่ลูซี่จะอิ่มเกิน”
“ได้ค่ะ”
ไทม์ลุกขึ้นตรงไปสั่งอาหารอยู่แป๊บนึงก่อนจะกลับมานั่งรอตามเดิมระหว่างรอทั้งสองคนก็นั่งคุยไปเรื่อย ไม่นานบะหมี่สองชามก็มาเสริฟลูซี่จัดการปรุงบะหมี่ในชามของตัวเองก่อนจะเริ่มลงมือชิมทันทีที่ลิ้นัักลิ่นของน้ำซุปก็ตีขึ้นมาทันที ส่วนเื่รสชาติทั้งกลมกล่อมและความเข้มข้นของน้ำซุปบวกกับความอร่อยของตัวเกี๊ยวมันกับลงตัวจนไม่อยากจะหยุดกินเลย
“อร่อยมั้ยครับ”
“อร่อยมากเลยค่ะไม่แปลกเลยที่คนจะเยอะ”
“ใช่มั้ยครับผมน่ะวันไหนเลิกเร็วก็จะพากันมากินบะหมี่ที่นี่ไม่ก็ซื้อกลับไปฝากที่บ้านบ้างแต่ถ้ามา่สามสี่โมงคนจะเยอะมากเลยครับ รอกันเป็ชั่วโมงเลย”
ไทม์เล่าด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขรอยยิ้มนั่นมันทำให้เธอเผลอหลุดยิ้มอีกครั้ง
“พี่ลูซี่ลองชิมบะหมี่แห้งนี่ดูสิครับอร่อยมาก” ไทม์ยื่นช้อนที่ใส่เส้นบะหมี่แห้งมาตรงหน้าเธอมองอย่างชั่งใจช้อนตามองคนตรงหน้า “ให้พี่ชิมหรอคะ”
“ครับ”มองช้อนที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างชั่งใจก่อนจะอ้าปากกินมันทั้งที่ปกติเธอจะคอยหยอดไทม์อยู่ประจำเพื่อทำให้เขาเขินเพื่อที่จะได้เห็นเขาเขินแต่พอเขาทำแบบนี้มันทำให้ใจของเธอสั่นระห่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นี่เธอเป็โรคหัวใจรึไงกันเนี่ย
“อร่อยมั้ยครับ”ไทม์มองอย่างตั้งใจ เพื่อรอคำตอบ “อร่อยมากเลยค่ะ”พอได้ยินคำตอบไทม์ยกยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
“ใช่มั้ยครับบะหมี่ร้านนี้อร่อยทุกอย่างเลยครับ ผมชอบมาก”
“ขายเก่งแบบนี้พี่คงต้องมาบ่อยๆแล้วค่ะ”
“ใช่มั้ยครับแต่ถ้าพี่ลูซี่ไม่อยากมาคนเดียวเดี๋ยวผมมาเป็เพื่อนก็ได้นะครับ”
“แล้วถ้าพี่อยากให้ไทม์มาในสถานะอื่นไทม์จะมามั้ย”ยกยิ้มลอบหัวเราะเบาๆ กับสีหน้างงงวยของคนตรงหน้า “มะ-หมายความว่ายังไงหรอครับ”
“ก็หมายความว่า…พี่อยากให้ไทม์มาในสถานะแฟนไงคะ”
“แค่ก!!พะ-พี่ลูซี่อ่ะ! พูดอะไรอ่ะครับ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิครับ ผมเขินนะ”ไทม์ก้มหน้างุดเผยให้เห็นแก้มกลมที่แดงระเรื่อโผล่ออกมา
น่ารัก