หลังจากวันนั้น อลันก็มักจะชวนผมไปทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็การไปฟิตเนส เตะบอลหรือแม้กระทั่งนั่งทำการบ้านด้วยกันที่คาเฟ่ในมหาวิทยาลัยกลิ่นหอมของกาแฟลอยฟุ้งในอากาศ ผมรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้นั่งอยู่ที่นี่กับอลันความสนิทสนมระหว่างเราพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกว่าอลันเป็เพื่อนใหม่ที่ผมไว้ใจได้เขาเป็คนที่พูดคุยสนุก ทำให้ผมรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขา
ที่สำคัญอลันยังเป็คนที่เข้ากับคนอื่นง่าย เขามักจะชวนผมแซวสาวๆที่เดินผ่านไปมาในมหาวิทยาลัยทำให้บรรยากาศระหว่างเราสองคนดูเป็ธรรมชาติและสนุกสนานขึ้น
“นั่น ดูนั่น! คนนั้นน่ารักว่ะ!” อลันกระซิบกับผมขณะที่เรานั่งอยู่ที่คาเฟ่ ผมหันไปตามที่เขาชี้แล้วเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดีและมีเสน่ห์กำลังเดินผ่านไปเธอดูโดดเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ซึ่งตรงกับสเปคของผมพอดี ผมจึงตอบออกไปตามตรง
“ใช่ น่ารักดีแฮะ เราก็ชอบเหมือนกัน”ผมตอบกลับพร้อมกับยิ้ม แล้วหยอกต่อ “เฮ้ย! ไม่ได้ดินายชอบไปแล้วงั้นเราขอเสียสละ”
อลันหัวเราะเบาๆเสียงหัวเราะของเขาดูเป็กันเอง และเราก็แซวกันต่ออีกหลายเื่ทำให้ผมรู้สึกว่าการมีเพื่อนแบบนี้มันก็ดีเหมือนกันไม่เคร่งเครียดดี
อย่างน้อยก็ดีกว่าเ้าบ้านั่นที่อยู่ห้องเดียวกับผมราวฟ้ากับเหวพวกคุณว่าจริงมั้ยล่ะ?
แต่ความสนิทสนมระหว่างผมกับอลันไม่ได้หยุดแค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้นอลันเริ่มชวนผมไปเที่ยวที่คอนโดหรูของเขาบ่อยขึ้นเขาบอกว่าที่นั่นเงียบสงบและเป็ส่วนตัว เหมาะกับการพักผ่อนและทำงานไปพร้อมกัน
ครั้งแรกที่ผมไปคอนโดของอลันผมรู้สึกประทับใจั้แ่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ข้างในตกแต่งอย่างหรูหราและทันสมัยทุกอย่างดูเรียบร้อย และจัดวางอย่างมีรสนิยมมีเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มผสมผสานกับโทนสีขาวของผนังอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่างครบครันั้แ่เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ทีวีจอใหญ่ไปจนถึงโต๊ะทำงานที่ดูเหมาะกับการนั่งคิดงานยาวๆ
“เป็ไง คิดว่าโอเคมั้ย?” อลันถามผมพลางหยิบแก้วไวน์มาจิบ ผมเหลือบมองไปรอบๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆอย่างเห็นด้วย
“นี่แหละที่ที่ฉันมักจะมานั่งคิดงานหรือพักผ่อนเวลาที่เหนื่อย”เขาบอกผมด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
ขณะที่เรานั่งอยู่ที่ระเบียง วิวนอกระเบียงทำให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว และแสงไฟจากตึกสูงต่างส่องประกายเป็จุดเล็กๆในท่ามกลางความมืด เสียงลมเย็นๆที่พัดผ่านทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
“น่าอิจฉาว่ะ” ผมพูดออกไปโดยไม่คิดอะไรขณะที่มองออกไปยังแสงไฟของเมือง พลางจินตนาการถึงการมีชีวิตแบบเขาการได้ใช้ชีวิตที่ไม่ต้องกังวลเื่เงิน เื่งาน หรืออะไรก็ตามที่คอยรบกวนใจ
อลันหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอียงหน้ามองผม “อย่าคิดแบบนั้นสิเต จริงๆ แล้วฉันก็มีเื่ที่ต้องคิดมากเหมือนกันแต่ฉันพยายามไม่ให้มันมากวนใจเกินไป” เขาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงหัวเราะของเขาอาจจะเบาลง แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความเป็มิตรในแบบที่ผมััได้
ผมมองหน้าเขาแวบหนึ่ง แล้วก็พยักหน้า “ฟังดูดีนะที่พยายามไม่ให้เื่รบกวนใจมามีผลกับชีวิตมากไป”
“ใช่ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะหมกมุ่นกับปัญหาน่ะ” อลันตอบกลับก่อนจะยิ้มมันเป็รอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกว่าลึกๆ แล้วเขาอาจมีอะไรบางอย่างที่ยังไม่พูดออกมา
เรานั่งคุยกันที่ระเบียงคอนโดนานพอสมควรบางครั้งก็เงียบฟังเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ บางทีก็พูดคุยถึงเื่ราวในชีวิต
อลันเล่าเื่ของเขาให้ผมฟังบ้าง อย่างเช่นเื่การเดินทางไปที่ต่างๆกับพ่อของเขาจนได้เห็นได้พบเจอประสบการณ์หลากหลายซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของเขาในวันข้างหน้าได้แต่ก็นั่นแหละสิ่งที่อลันเล่าไม่ได้เจาะลึกลงไปมากนักดูเหมือนเขาจะเลือกเล่าบางเื่ให้ฟัง ขณะที่อีกหลายเื่ก็เก็บเงียบไว้
“แล้วนายล่ะเต เื่นายเป็ไง?” เขาถามพลางมองตาผมตรงๆ “อยากบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเองบ้างมั้ย?”
ผมยักไหล่เล็กน้อย “ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่หรอกชีวิตเราก็ธรรมดา ไม่ได้มีอะไรวุ่นวายมากนัก แต่ก็ดีไปอีกแบบ”
อลันพยักหน้า เหมือนจะเข้าใจ “บางครั้งชีวิตที่ไม่มีอะไรก็น่าอิจฉานะราบเรียบ ไม่มีความซับซ้อน...”
ผมยิ้มบางๆ กลับไปพลางคิดในใจว่าเขาเองคงมีชีวิตที่ซับซ้อนกว่าที่ผมคิดไว้ ความหรูหราของคอนโดวิถีชีวิตที่ดูสบายๆ อาจจะเป็เพียงเปลือกนอกของสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในเขาเป็คนที่มีเสน่ห์และน่าสนใจมากแต่นั่นก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเขายังมีความลึกลับบางอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเผย
เมื่อมองลึกเข้าไปในแววตาของเขาผมรู้สึกได้ว่าอลันไม่ใช่คนที่มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบเหมือนที่เห็นจากภายนอกสิ่งที่ผมรู้ตอนนี้คือเขามีความหนักใจในบางเื่ที่เขาเลือกจะไม่พูดถึงและในคืนนั้นระหว่างที่เรานั่งอยู่ตรงระเบียงแสงไฟของเมืองและความเงียบสงบทำให้บรรยากาศยิ่งลึกลับขึ้นไปอีก
ผมนั่งเงียบมองดูอลันที่เอามือเท้าแขนพิงระเบียง พลางทอดสายตามองออกไปไกล “นายนี่เป็คนซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะ”ผมแหย่เขาเล่น
อลันหัวเราะเบาๆ “ก็คงงั้นแหละคนเราไม่มีใครไม่มีความซับซ้อนหรอกเตนายเองก็คงมีเื่ที่ไม่เล่าให้ใครฟังเหมือนกันใช่มั้ย?”
คำพูดของเขาทำให้ผมฉุกคิด 'ใช่สิ...ทุกคนมีความลับเป็ของตัวเอง' ผมคิดในใจแต่ก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไรออกไป สุดท้ายเรานั่งอยู่ที่ระเบียงกันอีกพักใหญ่ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่ยังคงสวยงามแต่เต็มไปด้วยความเงียบที่ชวนให้สงสัยในหลายๆ เื่ที่เรายังไม่ได้พูดออกมา
หลังจากวันนั้น อลันก็ยังคงชวนผมไปที่คอนโดของเขาเป็ประจำบางครั้งเราไปนั่งดูหนังกัน บางครั้งก็แค่ไปนั่งคุยเล่น ผมเริ่มรู้สึกว่าอลันเป็เพื่อนที่ผมสนิทใจด้วยมากขึ้นเรื่อยๆแต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่อลันพยายามจะสื่อถึงผมโดยที่ผมไม่ทันสังเกต
วันหนึ่งหลังจากที่เราไปฟิตเนสด้วยกัน อลันก็ชวนผมไปที่คอนโดของเขาอีกครั้งตอนนั้นเป็่เย็นหลังจากที่เราออกกำลังกายกันเสร็จ ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากจึงตกลงไปเพราะคิดว่าเราคงแค่ไปนั่งเล่นเหมือนทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันกลับไม่เหมือนเดิมเมื่อเราไปถึงคอนโด
อลันก็ดูเหมือนจะพยายามใกล้ชิดกับผมมากขึ้นเขาเดินเข้ามาใกล้แล้วถามผมด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกไปจากปกติ
“เต...นายเคยคิดมั้ยว่าเราสองคนสนิทกันขนาดนี้ได้ยังไง?”
อลันถามขึ้นขณะที่เรานั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นของเขา ผมหันไปมองหน้าหล่อเหลาของอลันและรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปในบรรยากาศลมหายใจของเขาที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่รู้ตัว
“เอ่อ...ก็ไม่รู้สิ อาจเป็เพราะนายเป็คนที่เข้ากับคนง่ายเลยทำให้เราสนิทกันไวล่ะมั้ง” ผมตอบกลับไปตามตรงแต่ก็รู้สึกถึงความไม่ปกติในน้ำเสียงของอลัน หัวใจผมเต้นแรงขึ้นแต่พยายามจะไม่แสดงออก
อลันยิ้มเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงเขานั่งใกล้ผมมากจนผมรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเขาความรู้สึกบางอย่างในใจผมเริ่มเต้นแรงขึ้น อลันทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา
พอดีกับเป็่เวลาที่ผมต้องรีบกลับห้องพักเพราะใกล้หมดเวลาที่ทางหอพักกำหนดไว้ผมจึงรีบลุกขึ้นแล้วเอ่ยปากขอตัว
“อลัน…โทษทีว่ะเราต้องรีบกลับแล้วไม่อยากต้องคอยหาทางหลบลุงยาม”ผมใช้มืออีกข้างจับนาฬิกาที่ข้อมือเพื่อให้อลันรู้ว่านี่ก็ดึกมากแล้วผมควรต้องกลับหอพักสักที
“โอเค เดี๋ยวฉันไปส่ง ฉันว่าจะออกไปหาคน…อยู่พอดี”
อลันลุกขึ้นแล้วรีบพูดพลางชี้นิ้วไปทางมุมห้องผมจึงมองไปทางทิศนั้นจึงพบเข้ากับกรอบรูปบานหนึ่งที่มีรูปของเขากับหญิงสาวคนหนึ่งถ่ายคู่กันภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้นดูสนิทสนมกันมากทำให้ผมเข้าใจได้ทันที
‘คนในรูปคงเป็แฟนของอลัน?’
ผมได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจแล้วรีบออกจากคอนโดหรูพร้อมกับอลันระหว่างที่นั่งรถกลับหอที่มหาวิทยาลัยผมกับหมอนั่นไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก
…
หลังจากมาถึงรั้วมหาวิทยาลัย ผมรีบลงรถแล้วหันไปโบกมือให้อลันเป็การร่ำลารถหรูของเขาขับออกไปทันทีผมมองตามไปเล็กน้อยก่อนจะมองซ้ายมองขวาข้ามถนนเดินเข้ามหาวิทยาลัย
เมื่อเดินมาได้สักพักก็ถึงตึกสูงสิบชั้นที่ตั้งอยู่ด้านหลังผมรีบตรงดิ่งเข้าไปก่อนหมดเวลา ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูสงบ แต่ในใจผมยังคงรู้สึกสับสนเล็กน้อยกับคำพูดและท่าทางของอลัน
“เ้านี่ทำตัวแปลกๆ” ผมบ่นออกมาระหว่างเดินไปตามทางเดินของตึก
“แต่ก็ช่างเหอะยังไงก็ดีกว่าคนในห้องนั่น”