นพที่เห็นสองพี่น้องคุยกันตนเองก็นึกละอายใจที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรลูกๆได้ แก้วหันไปเห็นพอดีจึงเข้าไปปลอบพ่อ
" พ่อไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ ยังไงพ่อต้องเป็หัวเรี่ยวหัวแรงให้เราสองพี่น้องนะจ้ะ "
" เออ พ่อจะเป็เรี่ยวแรงให้พวกเองสองคน "
" จ้ะ /ครับ "
ตกเย็นหลังจากที่กลับมาจากไร่แล้ว กล้าก็ไปจ้างรถไถปรับที่ใหม่และมาขุดยกร่องแปลงผักให้น้องสาว ซึ่งเป็รถไถของคนในหมู่บ้านจึงคิดราคาไม่แพงต่อไร่ เขาจึงตกลงจ้างมาในวันพรุ่งนี้
รุ่งเช้าอากาศแจ่มใสทั้งสามคนออกไปรอรถไถที่ไร่ั้แ่เช้า โดยวันนี้แก้วตาห่อข้าวใส่กล่องไปให้พ่อและพี่ชายกินด้วย แค่วันเดียวแปลงผักก็ยกร่องเสร็จแล้ว เหลือแค่ติดตั้งท่อประปาสำหรับรดน้ำเท่านั้น ซึ่งทั้งสามคนก็ช่วยกันต่อท่อน้ำจนเสร็จ
" เองไหวแน่นะแก้ว " นพเอ่ยถามลูกสาวของเขา พลางมองไปยังแปลงผักที่ยกร่องขึ้นมา รวมไปุถึงต้นผลไม้ที่ลูกสาวซื้อมานั่นด้วย เขามองใบหน้าของลูกสาวที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด และในส่วนนี้เขาเองก็ช่วยอะไรลูกไม่ได้ เพราะมันต้องใช้สองมือของลูกเท่านั้น
" ไหวจ้ะพ่อ ถึงยังไงก็ต้องเป็แก้วที่นำต้นไม้พวกนี้ลงปลูกด้วยตัวเอง ส่วนพวกผักก็ไม่ได้ยากอะไร แค่หว่านลงบนแปลงเท่านั้นเองจ้ะ " แม้ว่าเธอจะรู้สึกเหนื่อย แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องทำมันให้สำเร็จให้ได้ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เขาคนนั้นมอบให้มาจะสูญเปล่า
แก้วตาสำรวจพื้นที่รอบๆอีกครั้งพลางคิดไปด้วยว่าจะปลูกผักอะไรไว้ตรงไหน เพราะตอนนี้เธอมีเมล็ดพันธ์ผักหลายชนิดและตั้งใจว่าจะส่งขายที่ตลาดหรือตามร้านอาหารในจังหวัดนี้
" เอาล่ะ ทุกคน วันนี้เราต้องเหนื่อยกันหน่อยนะจ้ะ " แก้วตาหันไปพูดกับพ่อและพี่ชายที่ยืนอยู่
" พี่ว่าไม่ใช่แค่วันนี้หรอกมั้ง " กล้าเอ่ยขึ้นแล้วมองไปรอบๆไร่ ถึงแม้ว่าจะปลูกแค่ไร่เดียวก็ตาม
" จะกี่วันพ่อก็จะช่วยพวกเอง " นพเอ่ยขึ้น
"งั้นลุยเลยจ้ะ " แก้วตาเอ่ยขึ้น จากนั้นทั้งสามคนพ่อลูกก็ช่วยกันจัดการแปลงผักทั้งหมด โดยที่พ่อเป็คนกลบดินตามหลังที่แก้วตาหว่านเมล็ดพันธุ์ลงดินแล้ว ส่วนพี่ชายก็กลบดินตามหลังจากที่แก้วตานำต้นผมไม้ลงหลุมแล้ว พวกเขาใช้เวลาไปทั้งสิ้น 2วันเท่านั้น ตอนนี้ทั้งสามคนนั่งพักอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ที่อยู่ติดกับไร่และทางเดินไปคลองหลังหมู่บ้าน
วันเวลาผ่านไปเกือบถึงสองเดือน ผักที่ปลูกเอาไว้ก็โตเต็มที่สามารถตัดขายได้แล้ว แก้วตาจึงบอกให้พ่อไปขอแรงให้ลุงหนึ่งมาช่วยอีกคน หลังจากนั้นก็ช่วยกันตัดผักใส่เข่งจนเสร็จ เตรียมที่จะส่งให้กับแม่ค้าในตลาดที่กล้าไปติดต่อขายส่งผักให้เมื่อวันก่อนแล้ว
" โอโห ผักอะไรของเองวะแก้ว ลุงไม่เคยเห็นผักที่สดอวบน่ากินเท่านี้มาก่อน " ลุงหนึ่งเอ่ยชม เขามองดูแปลงผักของหลานสาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสีเขียวๆ ของผักทั่วทั้งไร่
" พี่ลองชิมดูสิ " นพเอ่ยขึ้นกับพี่ชายของตนเองก่อนจะเด็ดผักกาดขาวในมือขึ้นมาเคี้ยว เสียงกรุบกรอบและรสชาติที่หวานทำเอานพแทบจะลืมตัวกินผักกาดขาวหมดทั้งหัว
" วะ รสชาติมันหวานยังกะโรยน้ำตาล " หนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากที่ลองกินผักกาดขาวในมือของน้องชายแล้ว
" เป็ไงล่ะ ข้าบอกแล้ว ทีนี้พี่เชื่อหรือยัง " นพเอ่ยกับพี่ชายอย่างเป็ผู้ชนะ พลางทำน่าตาเรียกบาทาส่งให้กับพี่ชายด้วย
" เออๆ ไอ้นี่พูดมากจริงเชียว " หนึ่งเอ่ยขึ้นในมือยังคงหอบผักไปใส่เข่งต่อจนหมดแปลง
" วันนี้ตัดแค่นี้พอก่อนนจ้ะ พ่อ ลุงหนึ่ง ที่เหลือพรุ่งนี้เราค่อยมาตัดใหม่จ้ะ "
" พอแล้วหรอ "
" จ้ะลุง "
" เออแก้ว ลุงขอตัดผักไปให้ป้าเองกินบ้างได้ไหมวะ "
" ได้จ้ะลุงตัดได้เลย ไม่ต้องขอแก้วหรอกจ้ะยังไงซะเราก็คนในครอบครัวเดียวกัน ลุงจะกินเท่าไหร่ก็มาตัดได้ตามสบายเลยนะจ้ะ "
" ขอบใจเองมาก ลุงไม่ได้กินผักสดๆ หวานๆ แบบนี้มานานแล้ว ที่ตลาดก็มีแต่เหี่ยวๆ เฉาๆ ไม่เหมือนผักของเองเลยสักร้าน " หนึ่งเอ่ยบอกหลานสาวเพราะเขานั้นชอบกินผักมาก ทุกมื้อต้องมีน้ำพริกผักสดๆ ในสำรับกับข้าวเป็ประจำห้ามขาด
หลังจากที่รถมารับผักสดไปแล้ว แก้วตาจึงปรึกษากับพ่อว่ายังมีที่เหลืออีกเกือบไร่หลังจากที่ปลูกต้นแอปเปิ้ลสีทองและมะยงชิดไปแล้ว เธอตั้งใจว่าจะนำที่ดินที่เหลือมาปลูกมะเขือเทศพันธุ์ต่างๆ ซึ่งเธอจะใช้ที่ดินที่เหลือนั้นทำเป็ไร่มะเขือเทศโดยเฉพาะ
" พ่อไม่ขัดหรอก ถ้าเองคิดจะทำ "
" งั้นตกลงตามนี้นะจ้ะพ่อ เดี๋ยวแก้วจะไปหาซื้อพันธ์มันก่อน ไม่รู้ว่าเถ้าแก่ฮงจะมีขายให้แก้วไหม "
" เองอยากไปดูร้านในเมืองไหมล่ะ เดี๋ยวลุงพาไปลุงรู้จักอยู่ร้านนึงนะ เขาขายกิ่งพันธุ์แล้วก็พวกเมล็ดผักดีๆ แต่ว่าราคาแพงหน่อย "
" ไปจ้ะลุงหนึ่ง รบกวนลุงพาไปทีนะจ้ะ "
" รบกงรบกวนอะไรล่ะ เื่แค่นี้ พวกเองลืมตาอ้าปากได้ก็ดี ข้าเองก็สบายใจไปด้วย ไม่งั้นละก็ตายไปปู่เองคงด่าลุงไม่หยุดไม่หย่อน "
"ไม่เอาสิไม่พูดเื่ตายนะพี่ " คราวนี้นพเอ่ยขัดพี่ชายขึ้นมา
" เองทำเหมือนข้าจะอยู่ค้ำฟ้า คนเราไม่นานก็ต้องตายไปตามสังขารเว้ย "
" เออปลงเหมือนคนแก่ " นพเอ่ยเย้าพี่ชายเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันหม่นหมอง
" เองว่าใครแก่ ข้าเพิ่งจะ 45 แก่ตรงไหนวะ "
" อ้าวแล้วเมื่อกี้ใครบอกจะตายล่ะ "
" บร๊ะ ไอ้นี่ เดี๋ยวนี้กล้าต่อปากต่อคำกับข้าหรอ มานี่มาให้ข้าก้านคอซะดีๆนะไอ้นพ " สองพี่น้องวัยกลางคนไล่เตะกันจนเหนื่อยหอบ แก้วตากับกล้ายืนมองลุงกับพ่อหยอกล้อกัน และตอนนี้ทั้งคู่ก็นั่งหอบใต้ต้นมะขามแล้ว