วันนี้ลมตื่นสายกว่าจะได้ลงมาจากชั้นสองก็เกือบเจ็ดโมงแล้ว เลยตั้งใจจะไปหากาแฟดื่มสักแก้วและตอนนี้รักเองก็คงตื่นแล้วเป็แน่คงจะอยู่ในครัวอย่างเคย ลมเลเลยมุ่งไปที่ห้องครัวทันที แต่เมื่อไปถึงก็ต้องใเพราะพี่เลี้ยงของลูกเขายื่นอยู่บนราวบันไดสูงมือข้างหนึ่งถือหลอดไฟไว้อยู่
“ทำอะไร” ถามไปทั้งที่พอจะเดาได้อยู่ก่อนแล้ว
“อ่ะ! เปลี่ยนหลอดไฟนะคะ ดวงนี้มันไม่ติดแล้ว” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ก็มีเสียงเอ่ยขึ้น
รักไม่ได้สนใจลมเลต่อหันมาสนใจกับการใส่หลอดไฟแทนจับๆ หมุนๆ อยู่ครู่หนึ่งก็เรียบร้อยก่อนจะไต่ราวบันไดเหล็กลงมาแต่เมื่อถึงสองขั้นสุดท้ายดันก้าวพลาดจนร่างกายทรงตัวไม่อยู่เลยร่วงลงมา รักใมากคิดว่าคงได้ตกไปนอนบนพื้นเย็นๆ อย่างแน่นอน แต่กลับไม่เป็เช่นนั้นเพราะลมเลที่อยู่ใกล้ๆ คว้าร่างของรักไว้ทันเลยรั้งร่างบางมาแนบออกไว้
“ซุ่มซ่าม” ลมเลดุคนในออมกอดเบาๆ ดีเท่าไหร่ที่เขารับไว้ทันไม่อย่างนั้นคงได้เจ็บตัวไปแล้ว
“ฉันเปล่าซูมซ่ามสักหน่อย แค่พลาดไปนิดเดียวเองค่ะ” รักแหงนหน้าขึ้นไปเถียงอีกคน
“ก็นั้นแหละซูมซ่าม” ลมเลเถียงต่อพร้อมกับกระชับเอวอีกคนเข้ามาใกล้
“มะ ไม่ค่ะ” รักใจแกว่งขึ้นมาทันทีเมื่อลมเลรั้งเข้าไปจนชิดตัวขนาดนี้ แถมยังโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีก พยายามดิ้นตัวให้หลุดแต่กลายเป็ว่าลมเลยิ่งโอบแน่นขึ้นแถมยังมาส่งยิ้มยียวนมาให้อีก แบบนี้แกล้งกันชัดๆ
“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ” รักบอกทั้งยังก้มหน้าเพราะไม่กล้ามองหน้าลมเลแค่นี้หัวใจก็ทำงานหนักมากแล้ว
“แล้วถ้าฉันไม่ปล่อย หึหึ” ลมเลยังคงแกล้งอีกคนรู้สึกชอบใจไม่น้อยที่ได้เห็นใบหน้าขาวๆ นั้นขึ้นสีแดงระเรือง
รักพอได้ยินลมเลว่าแบบนั้นก็มองค้อนแก้มป่องใส่อีกคนทันทีอย่างให้รู้ว่าเธอเคืองจริงๆ นะ แต่ลมเลไม่ได้สะทกสะทานอะไรเลยยังคงยิ้มกวนประสาทและไม่ยอมปล่อยรัก กลับชอบที่รักแสดงอาการแบบนี้มันดูน่ารักราวกับเด็กโดนขัดใจ ซึ่งนานๆ จะได้เห็นหญิงสาวแสดงออกมา แต่่นี้ดูเหมือนจะเห็นบ่อยขึ้นเพราะมีหลายครั้งที่เขาแกล้งอีกคนจนต้องเป็อย่างวันนี้
ครู่หนึ่งลมเลก็ปล่อยรักให้เป็อิสระและได้รับสายตาดุจากคนตัวเล็กมาอีกครั้งและมันก็ไม่ได้ทำให้เขากลัวกลับหัวเราะอย่างชอบใจ ผิดกับรักที่ดูหัวเสียหน่อยๆ
“จะเปลี่ยนหลอดไฟทำไมไม่บอกฉัน” ลมเลหาเื่มาคุยเพื่อแก้สถานการณ์
“ฉันเปลี่ยนได้ค่ะไม่ได้ยากอะไร” เื่แค่นี้รักทำได้สบาย
“แต่มันอันตราย” ลมเลบอกอย่างนึกเป็ห่วงจริงๆ เมื่อกี้ถ้าเขาไม่รับไว้ก็เจ็บตัวไปแล้ว
“ฉันไม่เป็อะไรค่ะ” รักยังเถียงทั้งเก็บบันไดไปวางมุมห้องครัว ลมเลได้แต่สายหัวกับความดื้อของอีกคนใครว่าลูกเขาดื้ออย่างเดียวละพี่เลี้ยงก็ดื้อด้วยเหมือนกัน
“เย็นนี้ไม่ต้องทำกับข้าวนะเดี๋ยวไปกินบ้านแม่” ร้องบอกรักที่กำลังจัดเตรียมอาหาร ก็นึกสงสารอีกคนเหมือนกันทั้งดูแลสองแสบ ทั้งทำงานต่างๆ ในบ้านแทนป้าอุ่นที่ป่วย ลมเลคุยกับรักแล้วว่าจะจ้างคนอื่นมาทำแทนป้าอุ่นไปก่อนแต่รักก็ไม่ยอมยืนกรานว่าจะทำเอง ถึงรักจะบอกว่ามันไม่ได้หนักหนาอะไรแต่เอาจริงๆ แล้วเขาคิดว่ามันก็ไม่เบาเลยนะเท่าแต่ดูแลสองแสบก็พอได้เหนื่อยยังงานบ้านสารพัด ความจริงเขาจะไม่ยอมฟังคำพูดของรักก็ได้แต่พอเห็นอีกคนตั้งอกตั้งใจทำแถมยังสอนให้สองแฝดได้สองทำงานต่างๆ ลมเลเลยหยุดความคิดที่จะจ้างคนอื่นมาทำ
“ดีเลยค่ะ ไม่ได้ไปหาคุณป้าหลายวันแล้ว” รักตอบรับทั้งตักข้าวต้มหมูหอมๆ ใส่จาน
“เธอไปตามเ้าแฝดเถอะ เดี๋ยวฉันตักให้เอง” ลมเลมักช่วยอะไรเล็กๆ น้อยนี้เสมอ
“ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวน้องอินทร์กับน้องจันทร์ลงมาเอง” รักขึ้นไปปลุกสองแฝดให้อาบน้ำแต่งตัวนานแล้วเดี๋ยวก็คงลงมา
“เดี๋ยวก็มัวนอนไม่ยอมตื่น” พูดแล้วก็นึกถึงนิสัยขี้เซาของลูกๆ กว่าจะยอมตื่นยอมลงมาก็นานต้องไปตามตลอด
“ตื่นอาบน้ำกันเสร็จแล้วละค่ะนี้ก็คงเสริมหล่อกันอยู่” รักนึกถึงสองแสบที่พอแต่งตัวเสร็จก็ชอบไปแย่งกันส่องกระจกหวีผมจัดทรง แล้วคอยถามเธอว่าหล่อหรือยัง เพราะทำตัวน่ารักแบบนี้เธอถึงหลงนัก
“หรือ มาฉันยกไปเอง” ตอบรับก่อนอาสายกจานข้าวไปที่โต๊ะอาหาร รักบอกขอบคุณเบาๆ ก่อนจะหยิบน้ำตามอีกคน
“อารักครับบบบบบบ” เสียงสองแสบร้องเรียกดังมาแต่ไกลก่อนจะวิ่งเข้ามาหารักจนต้องปราม
“อย่าวิ่งค่ะเดี๋ยวล้ม” ว่าแต่ก็ยกมือรับเด็กทั้งสองที่เข้ามาเกาะเอว “ไหนให้อารักดูหน่อยค่ะ แต่งตัวหล่อหรือยัง” พอได้ยินแบบนั้นเด็กทั้งสองรีบหมุนตัวโชว์ทันที รักมองพิจารณาแล้วก็ต้องยิ้มเพราะสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยดีไม่มีใส่กลับหน้ากลับหลังแล้ว
ลมเลมองการกระทำของทั้งสามแล้วรู้สึกคิ้วกระตุกแปลกๆ เขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารนี้ด้วยแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกไร้ตัวตนนัก ก่อนหน้าที่รักจะมาอยู่สองแสบจะต้องะโร้องเรียกเขาเข้ามาวุ่นวายจนต้องได้โต้ฝีปากแต่มาเดี๋ยวนี้เขากลายเป็พ่อที่ไร้ตัวตนในสายตาลูกไปแล้วหรือ ทั้งที่นึกน้อยอกน้อยใจลูกตัวเองแต่กลับยกยิ้มอย่างพอใจที่สองแสบเข้ากับรักได้ดีแบบนี้อะไรๆ มันก็ง่ายขึ้น
“อะแฮ่ม มากินข้าวกันได้แล้ว” ร้องบอกทั้งสามที่เอาแต่คุยกัน
“ไปค่ะกินข้าวกัน” รักบอกสองแสบรีบเข้านั่งที่ประจำของตัวเองทันที
ข้าวเช้ามื้อนี้ก็อร่อยและสนุกเฮฮาอย่างเช่นทุกวันเพราะสองแสบมักเล่านู้นนี้นั้นให้ฟังตลอดทั้งที่บอกประจำว่าอย่าคุยตอนกินข้าวแต่สองแสบก็ไม่เคยทำได้สักครั้งเลยมักโดนดุเวลากินข้าวทุกครั้งไปแต่ก็ไม่เคยหลาบจำเลยจริงๆ
ตอนนี้ก็สายแล้วรักจัดการเตรียมข้าวของสำหรับพาสองแสบเข้าสวนใช่แล้วฟังไม่ผิดกัน เพราะวันนี้ลมเลเอ่ยชวนพวกเขาไปเที่ยวในสวน เห็นว่าวันนี้จะมีใส่ปุ๋ยปาล์มน้ำมัน รักเองก็อยากไปดูบ้างสองแสบที่ไม่อยากไปในตอนแรกก็รีบเสนอตัวทันทีเมื่อเห็นว่าอารักของตนอยากไป
“อันนี้เอาไปด้วยหรือเปล่า” ลมเลร้องถามถึงตะกร้าใส่ขนมหลายๆ อย่าง รักทำเพียงพยักหน้ารับแล้วจัดการห่อข้าวเที่ยงต่อเพราะไม่อยากให้ลมเลรอนาน
“เสร็จหรือยัง” หลังจากนำของไปใส่รถเรียบร้อยก็เดินเข้ามาหารักในครัวอีกครั้ง
“ใกล้แล้วค่ะ คุณลมช่วยหยิบผักในกล่องที่อยู่ในตู้เย็นให้ฉันหน่อย” บอกก่อนจะวานอีกคนให้ช่วยจะได้เสร็จเร็วๆ เมื่อก่อนรักค่อนข้างเกรงใจลมเลเวลาจะให้ช่วยอะไรแต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้วอะไรที่ลมเลช่วยได้รักก็ให้ช่วยเพราะเ้าตัวเป็คนบอกเองว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกกันไม่ว่าเื่อะไรก็ตาม
“น้ำแดงนี้เอาไปด้วยหรือเปล่า” ลมเลร้องถามอีกเมื่อเห็นขวดน้ำแดงในตู้เย็น
“เอาไปค่ะฉันเตรียมไว้ให้คุณนั้นแหละ ในสวนอากาศร้อนมีน้ำแดงกินน่าจะสดชื้นค่ะ” รักษ์บอกทั้งหันมายิ้มให้ พอดีกับที่ลมเลมองมาพอดี
“ขอบใจ” ตอบรับทั้งรอยยิ้มทำให้คนมองต้องรู้สึกเขินอายกับรอยยิ้มนั้น
“เสร็จแล้วไปกันเถอะค่ะ” รีบหันมาจัดการเอากล่องอาหารจัดใส่ตะกร้าแล้วร้องบอกอีกคนจากนั้นก็เดินออกมาโดยไม่รอคนที่ยืนยิ้มอยู่ ลมเลเห็นอาการของรักแล้วชอบใจรักมักเก็บอาการไม่เก่งเพราะแบบนี้เวลารู้สึกอะไรลมเลเลยรู้หมดไอ้อาการเขินอายจนต้องรีบเดินไปนั้นก็ด้วย ทำตัวน่ารักแบบนี้ไงเขาถึงได้เผลอตัวเผลอใจไปกับเด็กเมืองกรุงคนนี้
..............................................................................................................................................................................................................................
ตอนที่ 13 มาแล้วน่าาาา ก็ยังคงเรื่อยๆๆๆๆๆๆ แต่งไปยิ้มไปตลอดเลยยยยย รักลูกคู่ ใครรักลูกคู่เหมือนกันขอเสียงหน่อยจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา