บทที่ 15 พลังของดวงเนตร
ทหารสองพันนายกับนายกองขั้นหนึ่งสองนายมุ่งหน้าตรงไปยังเทือกเขาอินทรีครวญ เพื่อค้นหาเบาะแสของเจียงผิงอัน
เื่นี้สร้างความแตกตื่นไปทั่วอำเภอผิงสุ่ย
“ลูกชายของแม่ทัพถูกเด็กหนุ่มคนนั้นฆ่าตาย!”
“เด็กหนุ่มคนไหน?”
“ก็เด็กหนุ่มคนนั้นที่ฆ่านายกองขั้นสองชุยเซียวตายไง!”
“หา… เป็ไปได้หรือ? สวีฮ่าวมีความสามารถใกล้เคียงกับนายกองขั้นหนึ่งเชียวนะ เด็กนั่นจะฆ่าได้อย่างไร?”
“แต่จะว่าไป พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีนามว่าอะไร?”
“เขาชื่อ… วีรบุรุษน้อย”
หลังจากที่เื่นี้แพร่สะพัดไปทั่วอำเภอผิงสุ่ย ไม่นานนักคนฝั่งชายแดนต้าเซี่ยก็รับรู้ข่าวนี้ด้วยเช่นกัน
ในจวนแม่ทัพอำเภอเหลียนซานที่ตั้งแง่กับอำเภอผิงสุ่ย
เมิ่งโค่วแม่ทัพของอำเภอเหลียนซานกำลังอ่านรายงาน เมื่อได้ยินข่าวจากอำเภอผิงสุ่ย บนใบหน้าพลันปรากฏอาการตื่นตะลึงและคาดไม่ถึง
“เป็ความจริงหรือ? เด็กหนุ่มอายุสิบสี่สังหารลูกชายของสวีเทา?”
เมิ่งโค่วรู้ว่าลูกชายของสวีเทาเป็บุคคลผู้มีความสามารถใกล้เคียงกับนายกองขั้นหนึ่ง ในพื้นที่เล็ก ๆ เช่นนี้ ถือได้ว่ามีพร์สูงส่ง
แต่บุคคลระดับนี้กลับตายด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มอายุสิบสี่
เด็กหนุ่มคนนี้เป็ผู้มีพร์จากที่ใดกัน?
“ใช่ขอรับท่านแม่ทัพ ได้รับการยืนยันมาแล้วว่าสวีฮ่าวตายแล้วจริง ๆ ตอนนี้สวีเทาโกรธมาก ส่งทหารสองพันนายออกไปจับตัวเด็กหนุ่มคนนั้น”
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามั่นใจมาก
“เด็กหนุ่มคนนั้นเป็ใครกัน ร้ายกาจถึงเพียงนี้? เหตุใดจึงขัดแย้งกับทหารอำเภอผิงสุ่ยได้?” เมิ่งโค่วถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เรียนท่านแม่ทัพ รายละเอียดยังไม่แน่ชัดขอรับ แต่ว่ากันว่าก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มคนนั้นเป็แค่ชาวนาธรรมดาในอำเภอผิงสุ่ยเท่านั้น”
“ชาวนา?” เมิ่งโค่วยิ่งคาดไม่ถึง
หากว่าเป็เช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องได้รับของวิเศษอะไรบางอย่างเป็แน่
“ท่านแม่ทัพขอรับ ตอนนี้ฝ่ายศัตรูขาดกำลังทหารไปสองพันนาย เป็โอกาสเหมาะที่จะบุกนะขอรับ!” ผู้ใต้บังคับบัญชาพูดด้วยความตื่นเต้น
“ไม่”
เมิ่งโค่วปฏิเสธฉับพลัน “ต่อให้บุกไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ มากสุดเพียงแค่ฆ่าศัตรูได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เ้าจงถ่ายทอดคำสั่งข้า ส่งคนไปช่วยเด็กหนุ่มคนนั้น!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาอึ้งไปชั่วขณะ “ช่วยเด็กคนนั้น?”
“ใช่ ไปช่วยเขา! จะตีอำเภอผิงสุ่ยได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับแผนนี้!”
ในดวงตาอันลุ่มลึกของเมิ่งโค่วทอประกายสว่างราวเสือร้ายที่กำลังย่างกรายลงจากเขา
ผู้ใต้บังคับบัญชาถามด้วยความสงสัย “ต่อให้เด็กคนนั้นร้ายกาจเหนือทหารคนใดในอำเภอผิงสุ่ย แต่ก็คงไม่มีผลต่อผลการรบหรอกกระมัง?”
เขารู้สึกว่าส่งทหารออกไปสู้กับศัตรูน่าจะคุ้มค่ากว่า ไม่แน่ยังสามารถสังหารนายกองขั้นหนึ่งได้สักคน
เมิ่งโค่วส่ายหน้าช้า ๆ “สิ่งที่ข้า้าไม่ใช่พลังของเด็กคนนั้น แต่เป็… หัวใจคน”
ผู้ใต้บังคับบัญชาร่างแข็งทื่อ เข้าใจขึ้นมาฉับพลัน “ข้าน้อยจะส่งคนออกไปช่วยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้!”
เมิ่งโค่วหันกลับไปมองแผนที่ที่อยู่ข้างหลัง “แคว้นหลิงไถมีแต่คนโง่ คนมีพร์เช่นนี้ปรากฏตัวแล้วยังไม่รู้จักเลี้ยงดูให้ดี”
หนึ่งวันผ่านไป
ในห้องขังของรังโจร บนขุนเขาต้าหวัง
หยวนปินเห็นร่างที่ยังคงสั่นสะท้านของเจียงผิงอันแล้วถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“เขาไม่ร้องขอชีวิตเลยหรือ?”
“เรียนท่านหัวหน้าใหญ่ ไม่มีสักแอะเลยขอรับ” ทหารที่เฝ้าหน้าถ้ำตอบด้วยความนอบน้อม
“ท่านหัวหน้าใหญ่ บางทีเด็กคนนี้อาจทรมานจนทนไม่ไหวก็ได้นะขอรับ?” โจรเฝ้าหน้าถ้ำอีกคนถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
หยวนปินส่ายหน้า “หากทรมานจนทนไม่ไหวก็คงตายไปแล้ว”
“เด็กคนนี้กระดูกแข็งมาก ถึงแม้พร์ไม่ดีนัก แต่หากก้าวเดินต่อไป บางทีอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้”
เมื่อก่อนตอนที่ศึกษาอยู่ในสำนัก คนในขอบเขตสร้างรากฐานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถยืนหยัดอดทนจนครบหนึ่งวัน แต่เด็กหนุ่มคนนี้อยู่แค่ขอบเขตก่อปราณขั้นสี่ กลับสามารถอดทนจนถึงตอนนี้ได้ นับว่าเป็คนกระดูกแข็งไม่เบา
“แต่ดูจากอาการสั่นของเขาในตอนนี้ คงทนต่อไปได้อีกไม่นาน”
“ทหารของอำเภอผิงสุ่ยมากันแล้ว ในเมื่อเ้าเด็กคนนี้ไม่ยอมพูด ก็ส่งตัวให้พวกทหารเ่าั้เพื่อแลกกับผลประโยชน์ก็แล้วกัน”
“พวกเ้าคอยดูให้ดี ข้าจะไปเจรจากับทหารก่อน”
หยวนปินลูบเคราแพะของตนช้า ๆ พลางเดินจากไป
ในเมื่อเ้าเด็กนี่ไม่ยอมเปิดปากพูด ถ้าเช่นนั้นก็ทรมานต่อไปจนกว่าจะตายก็แล้วกัน
“ระยำสิ้นดี ไอ้เด็กคนนี้ทำให้ข้าไม่ได้นอนมาหนึ่งวันหนึ่งคืน อยากจะฆ่ามันให้ตายนัก!”
โจรเฝ้าหน้าถ้ำที่มีอาวุธเป็กระบองหนามเดินไปหาเจียงผิงอันพร้อมกับพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เ้าบ้าไปแล้วหรือ! หากเ้าฆ่ามัน ท่านหัวหน้าใหญ่ต้องสับเ้าเละแน่!” สหายข้างกายรีบรั้งไว้
“ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย เพียงแค่พูดก็เท่านั้น”
โจรเฝ้าหน้าถ้ำที่มีอาวุธเป็กระบองหนามคิดสักครู่จึงพูดออกมา “เ้าว่า หากพวกเราเค้นถามจุดซ่อนของได้ ท่านหัวหน้าใหญ่จะมีรางวัลให้พวกเราหรือไม่?”
“อย่าคิดเพ้อฝันเลย เนตรสีเืยังทำไม่ได้ แล้วคิดว่าเ้าจะทำได้หรือ?” โจรเฝ้าหน้าถ้ำอีกคนค้อนให้
“ก็ต้องลองก่อน เกิดว่าสำเร็จขึ้นมาล่ะ?”
โจรป่าที่มีอาวุธเป็กระบองหนามเตะท้องเจียงผิงอัน
“ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเ้า บอกที่ซ่อนของมา แล้วข้าจะให้เ้าได้ตายอย่างสบาย ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เ้าอยู่ไม่สู้ตาย!”
“ตาย?”
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เปล่งเสียงแ่เบาทว่าหนักแน่นออกไป “แม่ข้ากำชับข้าอยู่หลายครั้ง… ให้ข้า… มีชีวิตอยู่ต่อไป...”
“มีชีวิตอยู่? ฮ่า ๆ ยังคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อ! อย่างเ้าน่ะหรือ หากมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ ข้าจะตายให้ดูเดี๋ยวนี้ ฮ่า ๆ”
โจรป่าที่มีอาวุธเป็กระบองหนามหัวเราะลั่น หัวหน้าใหญ่เคยบอกไว้แล้ว ไอ้เด็กคนนี้อดทนได้อีกไม่นานหรอก
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของโจรป่าก็หยุดชะงัก
เนตรสีเืน่ากลัวข้างนั้นจ้องดูเขาไม่คลาดสายตา ความเย็นะเือันน่าสยดสยองแผ่ซ่านไปทั่วกาย ความหวาดผวาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนโหมซัดจิตใจจนท่วมท้น
เขาอยากจะหนี แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดร่างกายกลับขยับเขยื้อนไม่ได้!
ราวกับถูกอะไรบางอย่างตรึงไว้!
ดวงตาของเจียงผิงอันส่อประกายเย็นเยียบ ฉับพลันคอของโจรป่าที่ถือกระบองหนามก็หมุนเป็เกลียว ก่อนร่างจะล้มกระแทกกับพื้น เืไหลทะลักออกมาจากทั้งเจ็ดทวาร
“พวก...”
เห็นเหตุการณ์สยดสยองเช่นนี้ โจรอีกคนใสุดขีด ขณะที่กำลังจะร้องะโหวีดร้อง คอก็หมุนเป็เกลียวและล้มกระแทกกับพื้นตามสหายไปติด ๆ
เจียงผิงอันเอียงคอมองโซ่ที่ล่ามตัวเขา
แกร๊ง! แกร๊ง!
โซ่เหล็กหนาหลายชั้นแหลกเป็ผุยผง ร่างของเขาร่วงลงมาจากเสาเหล็ก
นับั้แ่อดทนรับความเ็ปสุดจะพรรณนาที่ผุดขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าเ่าั้ไว้ได้ เจียงผิงอันก็พบว่าตนเองมีความสามารถในการควบคุมวัตถุ
เขาััได้ว่าพลังนี้มาจากดวงตาข้างขวา
พลังนี้อาจไม่สามารถทำอะไรผู้ฝึกตนเคราแพะได้ แต่สามารถจัดการโจรป่าเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายราวกับปัดฝุ่น
เร็วเท่าความคิด เด็กหนุ่มหยิบหินิญญาสามก้อนจากอ่างสัมฤทธิ์ผล
ด้านหนึ่งฟื้นฟูปราณิญญาเพื่อรักษาาแบนตัว อีกด้านหนึ่งเดินออกไปข้างนอก
ขณะที่เดินผ่านธงค่ายกลสีดำผืนนั้น เจียงผิงอันหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนเข้าไปในอ่างสัมฤทธิ์ผล
ในถ้ำเปรียบเหมือนคุกที่ขังคนจำนวนมาก นักโทษเป็ผู้หญิงเสียส่วนใหญ่ เสื้อผ้าของพวกนางแต่ละคนหลุดลุ่ยขาดวิ่น แววตาเหม่อลอย
“มีคนแหกคุกออกมาแล้ว!”
โจรป่าคนหนึ่งเห็นเจียงผิงอันจึงรีบร้องะโออกมา
แต่เสียงะโยังไม่ทันหายไปจากอากาศ หัวก็หลุดออกจากบ่าแล้ว ตายอย่างน่าสมเพช
ทว่าเสียงร้องะโของเขายังคงสร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าโจรป่าได้เป็อย่างดี
เหล่าโจรป่าไม่รอช้า รีบตีวงล้อม หมายใช้จำนวนคนรุมสังหาร
ดวงตาของเจียงผิงอันราบเรียบ กวาดชำเลืองมองครั้งเดียว โจรป่าสิบกว่าคนก็หงายท้องเสียงกร๊อบดังลั่น เอวของพวกเขาหักในทันใด เืกบปากกบจมูก น่าสยดสยองอย่างยิ่ง
คนในคุกได้ยินเสียงดังก็พากันเงยหน้ามอง
เมื่อเห็นพวกโจรป่าเอวหัก บนใบหน้าสิ้นหวังเลื่อนลอยจึงกลับมามีความหวังอีกครั้ง
“เด็กน้อยรีบหนีไป! เรียกทหารให้มาช่วยพวกเรา!” หญิงนางหนึ่งร้องะโ
ถึงแม้ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น แต่พวกนางมองเห็นความหวังที่จะหนีรอดไปได้
“ทหาร?”
สายตาของเจียงผิงอันทอประกายวาบ ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่เดินเข้าไปในรังโจรแห่งขุนเขาต้าหวัง สังหารโจรป่าจนตายเรียบ
นอกจากผู้ฝึกตนเคราแพะคนนั้น โจรป่าคนอื่น ๆ ล้วนเป็คนปกติทั่วไป ไม่อาจต่อกรกับเขาได้
ไม่รู้เช่นกันว่าเพราะเหตุใดคนผู้นั้นจึงมาเป็โจรป่าอยู่ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ด้วยความสามารถของเขาควรจะมีชีวิตที่ดีกว่าและอยู่อย่างสุขสบายในเมืองก็ได้แท้ ๆ
สังหารโจรป่าจนหมด เจียงผิงอันย้อนกลับไปในคุกอีกครั้ง
“เด็กน้อย! เหตุใดจึงกลับมาอีก! รีบหนีไป!” หญิงคนนั้นร้องะโด้วยความเป็ห่วง
นางหวังว่าเด็กหนุ่มออกไปแล้วจะเรียกทหารมาช่วยพวกนาง
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มจึงย้อนกลับมา
“ตายหมดแล้ว พวกเ้าออกไปได้แล้ว”
เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ
“ตายหมดแล้ว!”
คนทั้งหลายที่ถูกกักขังในคุกพากันตื่นตะลึง