เมื่อไม่ได้ยินเสียงความคิดของอีกฝ่าย ฟางจวิ่นเหม่ยก็หรี่ตามองร่างสูงอกผึ่งผายตรงหน้า...มองยังไง ก็เ้าชายอสูรชัด ๆ หนวดเครารุงรังไปหมด ไม่รู้ว่าเขาจะมีเหาหรือไม่...นึกแล้วฟางจวิ่นเหม่ยก็ขนลุก พรุ่งนี้นางจะต้องหาเหาให้ลูก ๆ ของเขาทุกคนและสางด้วยหวีเสนียด
หากมีเหาจะได้รีบจุดไฟเผา เอ๊ย โกนหัวพวกเขาเสีย
การฆ่าเหาของยุคนี้ คงไม่ยุ่งยากเหมือนยุคของนางที่มียาฆ่าเหา ...กว่าเหาจะตายคนก็เกือบตายเสียก่อน
ขณะที่พวกเด็ก ๆ ช่วยกันขนจานอาหารมาวางที่โต๊ะ ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างประหลาด
...หากเพียงแค่รู้ว่าใครบางคนจ้องเล่นงานผมบนหัวที่เวลานี้
ผมของทุกคนยาวตกก้นกบกันหมดแล้วและไม่เคยตัดมาก่อน
แต่อาจจะไม่มีผมอีกต่อไปคงทำให้รู้สึกราวกับไม่ได้นุ่งเสื้อผ้า
แต่เมื่อพวกเขาหันมองกลับไปทางด้านหลังก็พบใบหน้าละมุนหวานของแม่เลี้ยงคนใหม่ที่เดินตามหลังท่านพ่อมาด้วยกัน...ไร้พิษภัย
.
.
หากจะว่าไปแล้ว แม้ท่านแม่จะตัวเล็กกว่าท่านพ่อหลายเท่า แต่ดูอย่างไรทั้งคู่ก็เหมาะสมกันอย่างบอกไม่ถูก
...ที่เหมาะสมกันนั้นก็เพราะว่า นางทำอาหารได้หอมเหลือเกิน
.
.
อาหารหน้าตาดีและหอมหวนถูกวางตรงหน้า ก่อนที่ฟางจวิ่นเหม่ยจะแนะนำไปทีละอย่าง และที่สำคัญนางบอกว่า อาหารไม่เผ็ดมาก เพราะกลัวว่าอาจิงจะทานไม่ได้
อาจิงมองท่านแม่ด้วยความรู้สึกพิเศษที่ท่านแม่ทำอาหารที่ไม่เผ็ดมากเพื่อเขา
"ทานเยอะ ๆ นะเ้าคะท่านพี่และลูกทั้ง ๓ พวกเ้าจะได้โตไว ๆ"
อาหารเริ่มถูกตักเข้าปากคนแล้วคนเล่า พวกเขารู้สึกอร่อยเหลือเกินจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น
"อะ...อร่อยมากขอรับ"อาิเอ่ย
"อร่อยจังเลยเ้าค่ะท่านแม่"อาหลิง
"อร่อยเหลือเกินขอรับท่านแม่"อาจิงเอ่ย
เสียงลูก ๆ ต่างผลัดกันพูดชมแม่เลี้ยงคนใหม่กันแบบคำต่อคำ จนจางต้าเปียวต้องมือแข็งค้าง ไม่กล้ากิน หรือเคลื่อนย้ายร่างของเขาสักเท่าใดนัก ที่บ้านนี้ เขาต้องเล่นบทเป็นายพรานที่ดีที่สุด และควรต้องทานอาหารอย่างมีมารยาทเหมือนลูก ๆ
นางจะได้เมตตาสงสารและไม่ไล่เขาไปไกล ๆ
"อร่อยมาก เหม่ยเหม่ย พรุ่งนี้พี่จะไปล่าสัตว์มาให้เ้าทำอาหารอีก" จางต้าเปียวค่อย ๆ ตักอาหารคำแรกเข้าปาก จากนั้นเขาก็หยุดไม่ได้ ทุกคนปากมันแผล็บตั้งใจทานอาหารจนลืมทุกอย่าง
ตอนแรกเขาสงสัยว่าหมูหายไปไหนหมดและอยากจะถามอีกรอบ แต่นางบอกว่าฝังไปหมดแล้ว อาหารตรงหน้ามากมายยิ่งนักนางคงไม่ซุกซ่อนหมูเอาไว้กินคนเดียวลับ ๆ หรอกมั้ง หรือแอบนำหมูไปขาย ... เขาไม่ควรจะสงสัยนาง พรุ่งนี้เขาควรจะหากระต่ายสัก ๓ ตัว และไก่ป่าสัก ๒ ตัวมาให้นางทำอาหารอีก อยากรู้ว่าจะอร่อยเท่านี้หรือไม่
เพราะความอร่อยล้ำเลิศ จางต้าเปียวจึงลืมไปว่านางเพิ่งมาอยู่ที่นี่วันแรก ทุกคนรู้สึกมีความสุขกับอาหารตรงหน้าอย่างมากเป็ครั้งแรกที่มาอยู่ที่นี่ หากเป็แบบนี้ทุกวันก็คงจะดี
ในขณะเดียวกัน ห้องครัวปริศนาก็ได้รับการเลื่อนเลเวลขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมพร้อมกับเมนูต่อไป
.
.
เมื่อทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็ช่วยกันเก็บจาน เพราะมืดแล้วจึงไม่ต้องล้างจานคืนนี้
ต่างก็เข้านอนทันทีโดยไม่ได้อาบน้ำสักคนเดียว จนฟางจวิ่นเหม่ยสงสัยขึ้นมา
"เอ่อ ท่านพี่ต้าเปียว พวกท่านไม่ต้มน้ำอาบหรือ"
"อาบน้ำตอนกลางคืนหรือ" ใบหน้าแห่งความสงสัย มองก็เข้าใจแล้วว่า เป็เื่แปลกใหม่
"ถ้าไม่อาบตอนกลางคืนก่อนนอน แล้วพวกท่านอาบน้ำกันตอนไหนหรือเ้าคะ"
"สองสามวันพวกเราอาบกันที่ธารน้ำตกไม่ไกลจากที่นี่"
"ฮะ"
ฟางจวิ่นเหม่ยอุทานอย่างลืมตัว
.
.
...........TBC