แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก (มี E-Book)

    ตอนที่ 28 เกิดเรื่อง

            “เขาพูดก็ไม่ผิดนะ หอหงไถเป็นสถานที่ใดมาก่อน เด็กเหล่านี้ก็เป็นลูกของหญิงคณิกาจริงๆ พี่สาวที่พวกเขาว่านางทำซาลาเปาออกมาก็คงจะไม่พ้นเป็นอดีตนางโลม!!” สตรีบางคนเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจ คิดจะเดินออกจากแถว นึกเจ็บใจที่ตนซื้อซาลาเปากลับไปกินอยู่หลายวันแต่ไม่รู้ว่าซาลาเปาเหล่านี้ทำมาจากหญิงคณิกา

            “พี่สาวไม่ใช่นางคณิกานะ! ท่านยายเฉินก็เป็นเพื่อนบ้านของพวกเรา พี่สาวและน้องสาวข้าก็ช่วยทำด้วย พวกนางเพิ่งจะกี่ขวบเอง อีกอย่างพวกเราก็ระมัดระวังเรื่องความสะอาดตลอด เราไม่ใช่คนสกปรก!” เจียวจ้านโมโหจนหน้าเขียว 

            พี่สาวเจียวจูอธิบายหลายเรื่องให้พี่น้องในหอหงไถฟังแล้ว รวมทั้งคำว่านางคณิกาหมายถึงอะไร หอหงไถเป็นสถานที่แบบใด แต่พวกตนรวมทั้งพี่สาวหลิงหลิงไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชีพนั้นเสียหน่อย

            “เป็นข้าเองที่ชักชวนให้พวกเขามาขายที่หน้าร้านสกุลหลี่ของเรา ขนมเหล่านี้หวังหยวนคนขับเกวียนก็ยืนยันว่าเด็กๆ ทำขายอยู่หน้าหอหงไถมาก่อน ก็ไม่เห็นมีผู้ใดจะเจ็บป่วยเพราะกินซาลาเปาพวกเขานี่ แต่ละครั้งที่เด็กๆ เอาซาลาเปามาอุ่นที่นี่ พวกเขาก็จัดเรียงใส่กล่องคลุมผ้ามาอย่างดี เรื่องความสะอาดข้ารับรองได้ว่าสะอาดพอ ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่กล้าให้พวกเขาเอามาวางขายหน้าร้านข้าหรอก” เถ้าแก่หลี่ทำขนมอยู่หลังร้านได้ยินเสียงเอะอะด้านหน้าจึงออกมาดู และรีบแก้ต่างให้เด็กๆ

            เห็นเถ้าแก่หลี่ออกหน้ามาเองหลายคนก็วางใจ คนในเมืองสือเจียกินขนมร้านสกุลหลี่มาตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่ย่าตายาย ร้านสกุลหลี่คงจะไม่ยอมเสียชื่อเสียงแลกกับค่าเช่าหน้าร้านเล็กๆ น้อยๆ กระมัง

            คิดได้อย่างนั้นหลายคนก็ยังยืนรอเข้าแถวต่อไป

            “พวกเจ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวนเลย ต่างคนต่างทำมาหากินไป หากซาลาเปาร้านเขาไม่อร่อยอีกเดี๋ยวคนก็กลับไปซื้อที่ร้านเจ้าเองนั่นล่ะ” ชายชราคนหนึ่งโบกมือไล่กลุ่มเด็กชายสามคน

            หงเป่าซานจ้องมองไปที่กลุ่มเด็กชายทั้งห้าที่ยังช่วยกันหยิบส่งซาลาเปานับเงินทอนกันไม่หยุดด้วยความขัดเคือง แต่สหายสองคนของเขาเห็นว่าผู้คนเริ่มซุบซิบนินทาและหันมามองพวกตนกันมากขึ้นจึงพยายามดึงร่างของหงเป่าซานเดินจากไป

            หลายวันที่ผ่านมาหวังหยวนจะไปรับเด็กๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเข้าเมืองสือเจีย และพวกเขาจะเริ่มขายซาลาเปากันได้ตั้งแต่ยามเฉิน (7.00-8.59) ซาลาเปาร้อยกว่าลูกจะขายหมดราวยามอู่ (11.00-12.59) หลังจากนั้นเด็กๆ ก็จะซื้อวัตถุดิบแล้วไปรอหวังหยวนที่จุดนัดพบใกล้ประตูเมือง 

            หวังหยวนจะมาส่งเด็กๆ ยามเช้าแล้วกลับเข้าไปรับจ้างรับส่งคนจากนอกเมืองเพื่อหารายได้เพิ่ม แล้วจึงจะมารับพวกเขากลับในช่วงปลายยามเว่ย (13.00-14.59) 

            วันนี้เป็นเพราะคำพูดของหงเป่าซาน ซาลาเปากว่าจะขายหมดก็เป็นช่วงต้นยามเว่ยใกล้เวลาที่หวังหยวนจะมารับพวกเขากลับตามนัดแล้ว เจียวจ้านจึงรีบร้อนซื้อของกลับแล้วพากันวิ่งไปรอที่ประตูเมืองตามเคย

            “โอ้ย!!” 

            เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของห่าวซวนดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจียวจ้านและเด็กชายที่เหลือจึงหยุดวิ่งแล้วหันกลับมามอง

            “คนเลว! เจ้าจงใจขวางทางข้าให้ล้มลง” ห่าวซวนหันไปตะเบ็งเสียงใส่กลุ่มของหงเป่าซาน แต่พอนึกได้ว่าตนเป็นคนถือตะกร้าไข่ไก่เอาไว้ในมือเขาก็รีบหันกลับมามองที่พื้น

            “เจียวจ้านไข่แตกเกือบหมดเลย ทำอย่างไรดี” ห่าวซวนเงยหน้ามาบอกเจียวจ้านซึ่งวิ่งกลับมาดูเขา

            “เราไปทำอะไรให้พวกเจ้า ทำไมต้องมารังแกกัน” เจียวจ้านมองเห็นแต่ไกลแล้วว่าไข่ในตะกร้าตกลงมาแตกจนเกือบหมด เขาปล่อยให้น้องชายอีกสามคนไปช่วยกันพยุงห่าวซวนและเก็บไข่ที่เหลือจากพื้น ส่วนตนเองก็มาเผชิญหน้ากับหงเป่าซานแทน

            “พวกเจ้ามันก็แค่ลูกนางคณิกา ทำไมเราจะรังแกไม่ได้ กลับไปอยู่ในที่ของพวกเจ้าไปสิที่นี่เป็นที่ของพวกเรา”

            “ที่ของพวกเจ้าที่ใด เมืองสือเจียไม่ใช่ของพวกเจ้าเสียหน่อย เราอยากไปที่ใดเราก็ไปได้” เว่ยหลงตัวน้อยโมโหสุดขีด กลุ่มเด็กชายสามคนนี้จงเกลียดจงชังอะไรพวกตนนักหนาถึงได้ตามมาหาเรื่องไม่เลิกรา

            หงเป่าซานเห็นเด็กชายตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ตนเองมากเกินไป เขาใช้มือสองข้างผลักอกเว่ยหลงจนล้มไปอีกคน

            เจียวจ้าน อู๋ซิน ลี่ถัง ห่าวซวน เห็นเว่ยหลงน้องชายคนเล็กถูกผลักจนล้ม พวกเขาก็ไม่ยินยอมกอปรกับเด็กชายกลุ่มนี้หาเรื่องมานานแล้ว พวกเขาตรงเข้าไปชกต่อยกับเด็กชายทั้งสามคนทันที

            กลุ่มของเจียวจ้านมีถึงห้าคน อีกฝ่ายมีเพียงสามคน ซ้ำเด็กจากหอหงไถเดินเข้าป่าทำงานกันทั้งวันมีข้าวมีเนื้อกินจนร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง พวกเขาจึงได้เปรียบและลงมือกันสุดกำลัง หงเป่าซานและสหายสองคนแต่ละคนจึงถูกชกจนใบหน้าช้ำ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยสะบักสะบอมไปตามๆ กัน

            “หยุด! หยุด! เจ้าพวกเด็กบ้าพวกนี้ ทำอะไรกัน!” ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมามาช่วยกันจับตัวเด็กทั้งแปดให้แยกออกจากกัน

            “พวกมันรุมทำร้ายข้า ข้าจะไปฟ้องพ่อข้าให้มาจัดการพวกเจ้าเดี๋ยวนี้เลย” หงเป่าซานกับสหายร้องไห้เสียงดัง ฟ้องความผู้ใหญ่ที่เข้ามามุงดูด้วยใบหน้าปูดโปน เนื้อตัวมีแผลถลอกหลายแห่ง สหายของเขาอีกสองคนก็มีสภาพไม่แตกต่างกันมากนัก

            หวังหยวนเคลื่อนเกวียนลาของตนเข้ามาทางประตูเมือง เขามองเห็นกลุ่มเด็กชายที่ชกต่อยกันอยู่ตั้งแต่ไกล เมื่อเห็นว่าเป็นเด็กชายจากหอหงไถหวังหยวนก็รีบวิ่งเข้ามาหา

            “เจียวจ้าน เกิดอะไรขึ้น!” หวังหยวนรีบสำรวจร่างกายของเด็กๆ อย่างรวดเร็ว พบว่านอกจากสภาพเสื้อผ้าที่มีร่องรอยเปื้อนฝุ่นดินจากการล้มลุกคลุกคลานกันเมื่อครู่พวกเขาก็ไม่ได้มีบาดแผลอะไร ผิดกับอีกฝ่ายที่มีเลือดไหลซึมตามเนื้อตัวจากรอยเล็บและรอยถลอกที่ล้มกลิ้งไปกับพื้น

            “พวกเขาสามคนแกล้งขัดขาห่าวซวนจนล้มลงแล้วทำไข่แตกขอรับ นอกจากนี้พวกเขายังด่าว่าเราแล้วผลักเว่ยหลงอีกด้วย ข้าทนไม่ไหวก็เลยชกต่อยกับพวกเขา” เจียวจ้านรีบตอบหวังหยวน ดวงตาของเด็กน้อยมีร่องรอยแห่งความหวังขึ้นมานิดหนึ่ง ที่อย่างน้อยตนก็ยังมีคนให้ฟ้องได้บ้าง

            “นี่มันบุตรชายร้านซาลาเปาสกุลหงไม่ใช่หรือ ใครไปบอกเถ้าแก่หงให้หลานชายพวกนี้หน่อยเถิด ชกต่อยกันถึงขั้นเลือดตกยางออกเช่นนี้ แยกย้ายกันไปก็คงไม่จบเรื่องง่ายๆ เป็นแน่” 

            เจียวจ้านได้ยินว่าอีกฝ่ายจะไปตามพ่อแม่มา เขาก็ใจหาย ทางฝ่ายตนมีเพียงท่านอาหวังหยวนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องแต่อย่างใด แต่พอมองหน้าน้องชายอีกสี่คนที่กำลังเริ่มตกใจกลัวกันจนตัวสั่น เจียวจ้านก็กัดริมฝีปากเอาไว้แน่น พยายามเป็นที่พึ่งให้น้องๆ

            “พวกเจ้าไม่ต้องกลัว เราก็แค่พูดความจริงออกไป ไข่ของเราก็แตกไปหลายใบ พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบให้เราด้วย” เด็กชายดึงน้องๆ ให้มารวมกลุ่มกันอยู่ด้านหลังตน 

            “ข้าจะไปฟ้องทหารให้มาจับตัวพวกเจ้าไปขังคุก พวกเจ้าทำร้ายข้า” หนึ่งในเด็กชายสามคนวิ่งออกจากกลุ่มคนไปหาทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง 

            ทหารเฝ้าประตูรับฟังคำของเด็กชายผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินมายังที่เกิดเหตุ

            “เด็กชกต่อยกันเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ต้องถึงกับต้องไปแจ้งทางการหรอก มีอะไรก็เรียกผู้ปกครองของเด็กมาคุยกันเสีย" นายทหารรู้จักหน้าตาเด็กจากหอหงไถดี แต่หากตนปล่อยให้เด็กจากหอหงไถจากไปโดยง่าย ก็จะเป็นที่ตำหนิเอาได้ว่าทหารเข้าข้างคนจากหอหงไถ เพราะอีกฝ่ายก็มีบาดแผลกันไม่น้อย

            "หวังหยวน ได้ยินว่าที่หอหงไถพวกเขามีพี่สาวกับท่านยายคนหนึ่งดูแลอยู่ไม่ใช่หรือ เจ้ากลับไปรับพวกเขามาที่นี่ คนที่เหลือก็ไปเรียกผู้ปกครองของแต่ละคนมาแล้วไปพบกันที่ร้านซาลาเปาสกุลหงก็แล้วกัน”

            ทหารเฝ้าประตูเห็นว่ากลุ่มของหงเป่าซานมีบาดแผล ส่วนกลุ่มของเด็กหอหงไถก็มีไข่แตกเสียหาย เรื่องนี้น่าจะตกลงกันด้วยการชดเชยเงินทองกันไปก็น่าจะจบ เขาจึงฝากฝังให้ชาวบ้านที่รู้จักกับหงเป่าซานเมื่อครู่พาเด็กๆ ไปรอหวังหยวนที่ร้านซาลาเปาสกุลหงแทน

            “พวกเจ้าไม่ต้องกลัว เดินตามเขาไปแล้วรวมกลุ่มกันไว้ ไม่ว่าผู้ใดจะว่ากล่าวอะไรก็อดทนไว้ไม่ต้องไปโต้ตอบ ข้าจะรีบไปรับท่านยายเฉินมาหาพวกเจ้าให้เร็วที่สุด” หวังหยวนเอ่ยปลอบใจเด็กชายทั้งห้า แล้วรีบย้อนกลับไปอำเภอซิ่งอันด้วยความเร็วสูงสุด