บทที่ 21 ดาบเหล็กทมิฬ
"พลังสามแสนจิน! นี่มันก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามแล้ว!" เสียงอุทานดังขึ้นด้วยความตื่นตะลึง
"ไม่เสียชื่อที่เป็ผู้สมัครใจสละตำแหน่งบุตรเทวะ ในหนึ่งเดือนก็สามารถทะลุผ่านขอบเขตต้องห้ามได้อีกหนึ่งระดับ มองไปทั่วทั้งแวดวงผู้ฝึกตน นับว่าเป็อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดแล้ว"
"สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมีเซียวอวิ๋นเช่นนี้ ในอนาคตจะต้องกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และเขาจะต้องเป็มหาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้แน่"
"เซียวอวิ๋นมีพร์เช่นนี้ ในอนาคตก็จะต้องได้กลับขึ้นสู่ตำแหน่งบุตรเทวะด้วยเช่นกัน"
......
ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างก็มีสีหน้าตื่นใขณะมองไปที่เซียวอวิ๋น และส่งเสียงชื่นชมอยู่ตลอดเวลา
ส่วนฉู่จิงเซียวนั้นถูกผู้คนลืมเลือนไปหมดสิ้น โลกผู้ฝึกตนก็เป็เช่นนี้ ผู้คนมักจดจำเพียงผู้ที่มาเป็อันดับหนึ่งเท่านั้น ไม่มีใครสนใจอันดับสอง
ยิ่งกว่านั้น เมื่อเทียบกับเซียวอวิ๋นแล้ว ฉู่จิงเซียวก็นับว่าห่างชั้นกันมากเหลือเกิน
เมื่อเห็นว่าเซียวอวิ๋นกำลังได้รับคำชื่นชมจากบรรดาผู้คนรอบข้าง ฉู่จิงเซียวก็กำหมัดแน่นพลางกัดฟันกรอด แล้วหันมาพูดกับจูผิงด้วยความเจ็บใจ "พวกเราไปกันเถอะ!"
จูผิงมีสีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน ตัวเขาเองก็ไม่อยากถูกลุงฝูเยาะเย้ยอีกแล้ว จึงรีบพาตัวฉู่จิงเซียวหนีไปด้วยความอับอายยิ่งนัก
……
สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู
ตำหนักอันยิ่งใหญ่และสง่างามสูงตระหง่านขึ้นไปจรดก้อนเมฆ แผ่ซึ่งบรรยากาศโบราณและเก่าแก่ ราวกับมีจักรพรรดิประทับอยู่ พลังิญญาแผ่ซ่านไปทั่ว แสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสว และมีสรรพสัตว์นับพันกำลังน้อมกายสักการะ
ในห้องโถงใหญ่ มีบรรดาผู้คนแก่เรียนที่ถูกห่อหุ้มด้วยหมอก ปรากฏเพียงเงาร่างเลือนราง นั่นคือผู้าุโสูงสุดและเหล่าผู้าุโแห่งสำนักไท่ชู
นอกจากนี้ ยังมีร่างสีทองร่างหนึ่งประทับบนบัลลังก์เหนือห้องโถงใหญ่ นี่ย่อมต้องเป็ท่านประมุขศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่ชู
ขณะนั้น ผู้าุโท่านหนึ่งรายงานขึ้นมาว่า "ตามที่ได้รับสารจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ระฆังฮุ่นตุ้นได้ส่งเสียงกึกก้องถึงเก้าครั้งเชียวขอรับ"
ภายในตำหนัก เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างคึกคัก
ประมุขแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูบนบัลลังก์ครุ่นคิดว่า "ไม่นานมานี้น่าจะเป็วันที่สำนักเปิดรับศิษย์ การที่ระฆังฮุ่นตุ้นส่งเสียงดังเก้าครั้ง หรือว่ามีสิ่งอัปมงคลบางอย่างปรากฏขึ้น"
"ระฆังฮุ่นตุ้นส่งเสียงดังเก้าครั้ง ไม่เคยเห็นมานานแล้ว"
"ดูเหมือนสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นจะได้รับอัจฉริยะผู้ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในครั้งนี้"
"บุคคลผู้นี้ในอนาคตจะต้องเป็ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของสำนักไท่ชูอย่างแน่นอน เราต้องระมัดระวังให้ดีแล้ว"
......
ภายในหอประชุมใหญ่ ผู้าุโสูงสุดต่างพากันจับกลุ่มสนทนา
ประมุขแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังว่า "จงส่งคนไปสำรวจสักหน่อย กล่าวว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูได้ยินข่าวว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นรับศิษย์ผู้มีพร์หาได้ยาก จึงประสงค์จะแลกเปลี่ยนวิชาและทดสอบฝีมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นส่งเสียงได้เก้าครั้ง ว่ามีความพิเศษอย่างไร แล้วพวกเราค่อยวางแผนกันต่อไป"
"รับทราบแล้วขอรับ!" ผู้าุโคนหนึ่งก้มหน้ารับคำสั่ง
......
สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ยอดเขาตี้
หลังกลับมาจากหอดารา หลินเสี่ยวหย่ายังคงถูกลุงฝูฝึกฝนต่อไป ในขณะที่เซียวอวิ๋นเริ่มเตรียมฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากรู้ว่ามีเพียงสามเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมที่มีประโยชน์ต่อการเพิ่มพลัง เซียวอวิ๋นจึงไม่้าฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมเพิ่มเติมอีก เนื่องจากจะทำให้เสียโอกาสในการรู้แจ้งไปโดยเปล่าประโยชน์
แต่เมื่อต้องเลือกเคล็ดวิชาเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เซียวอวิ๋นก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าควรเลือกเคล็ดวิชาใดเป็การฝึกฝนเคล็ดวิชาที่สาม
โชคดีที่เขายังมีอาจารย์
ดังนั้นเซียวอวิ๋นจึงไปหาตี้เทียนเพื่อขอคำปรึกษา
ตี้เทียนได้พิจารณาเคล็ดวิชาที่เซียวอวิ๋นกำลังศึกษาอยู่ คือเก้าหมัดราชันและ หัตถ์เทพไท่จี๋แล้วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวกับเซียวอวิ๋นว่า
"ศิษย์ข้า เก้าหมัดราชันของเ้าเป็เคล็ดวิชาที่เน้นการโจมตี ส่วนหัตถ์เทพไท่จี๋นั้นเน้นการป้องกัน หากสองอย่างนี้ผนวกเข้าด้วยกัน เ้าก็จะขาดแค่เคล็ดวิชาเพิ่มความเร็วเท่านั้น"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ราวกับได้รับการชี้แนะ รู้สึกโล่งอก รีบพยักหน้าตอบ "ท่านอาจารย์กล่าวได้ถูกต้อง มีการโจมตีและการป้องกัน เมื่อผนวกกับความเร็ว เช่นนี้ย่อมไร้ผู้ต้านทาน"
เขารู้แล้วว่าตนเองจะฝึกเคล็ดวิชาอะไร และนั่นก็คือวิชาย่างก้าวเทพวายุ
เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมนี้เป็การเพิ่มความเร็ว หากฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์ การเคลื่อนไหวก็ไม่ต่างจากการหายตัว มีความเร็วน่าทึ่งยิ่งนัก
"ศิษย์ข้า โบราณกล่าวกันว่ามือเปล่ายากที่จะต่อสู้กับอาวุธ หากเป็ไปได้ เ้าควรฝึกฝนเคล็ดวิชาประเภทอาวุธที่มีความรุนแรงเพิ่มด้วยก็ดี" ตี้เทียนให้คำแนะนำอีกครั้ง
เซียวอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า "เข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะฝึกฝนวิชาย่างก้าวเทพวายุและหมื่นดาบคืนสมุทรควบคู่กันไปแล้วกัน"
ตี้เทียนได้ยินแล้วก็ยิ้มพลางพยักหน้าตอบรับ "ประเสริฐ เคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมทั้งสองนี้เหมาะกับเ้าอย่างยิ่ง อ้อ อาจารย์มีดาบเล่มหนึ่ง พอดีจะมอบให้เ้าฝึกฝนวิชาหมื่นดาบคืนสมุทร!"
พูดจบตี้เทียนก็โบกมือ ดาบโบราณสีดำพลันปรากฏตรงหน้าเซียวอวิ๋นทันที
เซียวอวิ๋นจ้องมองดาบสีดำตรงหน้าอย่างแน่วแน่ ดาบเล่มนี้ยาวประมาณหนึ่งหมี่*[1] ใบกว้างหนา บนใบมีการแกะสลักอักษรลึกลับหลายตัว ดูไม่ธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยคือ คมดาบดูทู่ทื่ออย่างไรชอบกล คล้ายกับว่ายังไม่เคยผ่านการลับคมมาก่อน
เซียวอวิ๋นมิอาจทนได้ จึงเงยหน้าขึ้น มองไปยังตี้เทียนและถามว่า "ท่านอาจารย์ ดาบเล่มนี้ไม่คมเลยสักนิด จะสามารถฆ่าคนได้หรือขอรับ"
ตี้เทียนยิ้มแล้วตอบว่า "ใครบอกว่าดาบต้องคมถึงจะฆ่าคนได้ หมัดของเ้าคมหรือ ขอเพียงเ้าใช้กระบวนท่าในวิชาเก้าหมัดราชันเพียงหมัดเดียวก็สามารถฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาได้สบายแล้ว"
"ดังนั้น ดาบเพียงแค่แข็งแกร่งก็พอ สิ่งที่ฆ่าคนจริงๆ ไม่ใช่คมของดาบ แต่เป็พลังของเ้า เพียงเ้ามีพลังแข็งแกร่ง ก็จะสามารถแสดงพลังอันแท้จริงของดาบทมิฬเล่มนี้ได้"
เซียวอวิ๋นพยักหน้าอย่างงง ๆ แล้วถามต่อไปว่า "เช่นนั้นหมายความว่า ดาบเล่มนี้แข็งแกร่งมากใช่หรือไม่ขอรับ"
ตี้เทียนหัวเราะด้วยความพึงพอใจ "เ้าลองดูสิ!"
เซียวอวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็คว้าด้ามดาบสีดำ เตรียมจะยกขึ้น แต่แล้ว...
"หืม?" เซียวอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นทันที ก่อนมองไปที่ตี้เทียนด้วยความประหลาดใจ แล้วถามว่า "ท่านอาจารย์ ทำไมถึงหนักขนาดนี้เล่าขอรับ"
ต้องรู้ไว้ว่า ขณะนี้เขามีพลังสามแสนจิน ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วควรยกของที่มีน้ำหนักสามแสนจินได้ไม่มีปัญหา
แต่เขากลับยกดาบทมิฬเล่มนี้ไม่ขึ้น นั่นแสดงว่าน้ำหนักของดาบทมิฬเล่มนี้หนักเกินกว่าสามแสนจิน ซึ่งทำให้เซียวอวิ๋นรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
เขาเพียงได้ยินตี้เทียนหัวเราะตอบกลับมาว่า "ศิษย์เอ๋ย ดาบทมิฬเล่มนี้อาจารย์ตีขึ้นจากเหล็กทมิฬพันปี มันไม่เพียงแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังหนักถึงสามแสนหกหมื่นจิน เป็อาวุธที่อาจารย์พกติดตัวขณะอยู่ในขอบเขตรวมปราณและสะพานเทพ"
เซียวอวิ๋นได้ยินแล้วรู้สึกะเืใจอย่างยิ่ง ดาบทมิฬเล่มนี้หนักถึงสามแสนหกหมื่นจิน ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
หากจะฟาดฟันลงไป เพียงหนึ่งดาบก็สามารถฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาได้ไม่ยากเลย
ทว่าอย่างไรดาบที่หนักขนาดนี้ก็ย่อมไม่ง่ายต่อการใช้งาน อย่างน้อยตอนนี้เซียวอวิ๋นก็คงใช้มันไม่ได้
ถึงอย่างไร นี่เป็อาวุธที่ตี้เทียนใช้ในขอบเขตรวมปราณและสะพานเทพ
ซึ่งตอนนี้เซียวอวิ๋นเพิ่งอยู่ขอบเขตหลอมกายาเท่านั้น การใช้งานจึงเป็ไปอย่างยากลำบาก
"ศิษย์ข้า เ้ายังไม่สามารถใช้ดาบทมิฬนี้ได้ แต่เมื่อใดที่เ้ามีพลังเจ็ดแสนจิน ก็น่าจะสามารถใช้ดาบทมิฬเล่มนี้ได้แล้ว" ตี้เทียนกล่าวพร้อมยิ้มกว้าง
เซียวอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย มองดาบทมิฬตรงหน้า ในใจได้แต่กำชับตนเองให้รีบเพิ่มพลังให้ได้โดยเร็วที่สุด
[1] หนึ่งหมี่ = หนึ่งเมตร