The Lost Swordsman

    บทที่ 23 การต่อสู้สิ้นสุด

    พึบ พึบ....!!!
    ตูม!
    ยามเมื่อความตายใกล้คืบคลานเข้ามา ชั่วอึดใจนั้น เหมาเว่ยขบริมฝีปากกัดฟันทนบิดตัวกลิ้งหลบไปทางด้านข้างอย่างเฉียดฉิว และเร่งลุกขึ้นโคจรพลังก้าวออกไปด้วยท่าร่างอัสนีต่อทันที
    ท่าร่างอัสนี!
    เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...!
    เปรี้ยงง เปรี้ยงง เปรี้ยงงง!!!
    “จะหนีไปไหน!!”
    ฟุบบบบ!!
    หากแต่สาวกจันทร์ดับก็ยังไม่ลดละไล่ติดตามเหมาเว่ยไม่ปล่อยให้รอดไปง่ายๆ ในช่วงคับขับเหมาเว่ยได้ทำการควานหาตัวช่วยในถุงจักรวาล เขาล้วงหยิบกระเป๋าใบยาวขึ้นมาพลางเปิดและนำสิ่งที่เป็นความหวังขึ้นมาโดยพลัน จากนั้นก็นำกระเป๋าใบดังกล่าวยัดเก็บกลับเข้าไปในถุงจักรวาลอย่างรวดเร็ว
    ตึบบ!!
    เสียงฝีเท้าของเหมาเว่ยดังหนักแน่นที่ย่ำลงสู่พื้นแข็งก็ส่งให้ร่างของเขาลอยขึ้นสู่บนอากาศอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็หมุนตัวพลิกกลับหันหน้าสู่ผู้ที่ไล่ตาม เล็งปืนไรเฟิลที่ถูกถือด้วยสองมือและลั่นไกออกไปใส่เป้าหมายจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
    ‘ระยะเท่านี้ไม่มีทางพลาดแน่!’
    ชึกก...ชึกกก!!
    โป้งงงง!!
    ฟิ้ววววว......ฟู่!!!
    ยามเมื่อกระสุนสังหารแหวกสายลมตรงเข้าใส่ผู้ที่ไล่ตามมาเพื่อหวังปลิดชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจเป็นไปตามดั่งใจนึก กระสุนพิฆาตกลับถูกหยุดเอาไว้กลางอากาศด้วยมือเดียวอย่างเฉียบพลัน สาวกจันทร์ดับต้านรับหัวกระสุนโดยการแผ่ปราณออกจากฝ่ามือ ก่อนที่จะเคลื่อนปัดออกไปด้านข้างอย่างยากลำบาก ไม่อาจหยุดเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
    ฟืบบ ปุ...!!
    ‘อาวุธลับเจ้านี่ร้ายกาจนัก ข้าไม่อาจต้านรับได้อย่างหมดจด แค่ปัดป้องก็เต็มกลืน’สาวกจันทร์ดับยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ เพื่อหวังสังหารผู้ใช้อาวุธลับไม่ต้องการปล่อยให้ถูกทิ้งห่างไปมากกว่านี้
    ฟุบบบ!!
    ‘ร้ายกาจ มันสามารถป้องกันหัวกระสุนไรเฟิลได้เชียวหรือ หากข้าต้องปะมือกับมันตรงๆ มีหวังตายสถานเดียว แต่ว่านะ....’เหมาเว่ยตระหนักได้เป็นอย่างดีถึงพลังที่ต่างชั้น
    การที่เขาสามารถเอาชนะหัวหน้าสาวกจันทร์ดับได้ก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นสิ่งที่พอจะเป็นไปได้ พลังยุทธที่ห่างกันเพียงหนึ่งระดับย่อมมีโอกาสได้รับชัยชนะถ้าเพลงยุทธสูงส่งพอ หากแต่ครั้งนี้พลังยุทธทั้งสองฝ่ายต่างมีช่องว่างมากถึงสองระดับ เรื่องที่จะปะมือด้วยตรงๆก็นับว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย
    ‘ยังพอมีโอกาสที่ข้าจะเอาชนะได้อยู่ เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่มันต้านรับได้อย่างยากลำบากและเลือกที่จะปัดทิ้งไป ถ้าข้าเดาไม่ผิด หากมีสิ่งใดรบกวนมันแม้แต่น้อยหรือได้รับบาดเจ็บ กระสุนนัดสุดท้ายนี้ต้องส่งผ่านไปถึงตัวมันได้อย่างแน่นอน’เหมาเว่ยนำสิ่งที่สังเกตเห็นจากเมื่อครู่นำมาวิเคราะห์ เพื่อหาทางเอาชนะศัตรูด้วยกระสุนนัดสุดท้ายที่เหลืออยู่ในยามนี้
    “อาวุธลับของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ยอมรับความตายแต่โดยดีซะ!”
    “ก็ไม่แน่ว่าเจ้าหรือข้าที่ต้องตาย!!”
    ฟุบ!!
    เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...!
    เปรี้ยงง เปรี้ยงง เปรี้ยงงง!!!
    ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น เหมาเว่ยยังคงกัดฟันทนเคลื่อนตัวไปด้วยท่าร่างอัสนีเพื่อทิ้งห่างผู้ที่ไล่ตามมาออกไปเรื่อยๆ จังหวะนั้นก็ล้วงหยิบนำระเบิดมือขึ้นมาปลดสลักและลอบทิ้งลงพื้น ก่อนจะกระโจนขึ้นไปบนหลังคาเรือนไม้ชั้นเดียวเพื่อออกจากรัศมีการระเบิดโดยเร็วที่สุด
    กิ๊งง กิ๊งง!
    ‘หึ’
    ฟุบบบบ!!
    “จะหนีไปไหนพ้น!!”
    ฟุบบบ!!
    ตูมมมมมมมมมมม!!
    ทันใดนั้นกับดักที่เหมาเว่ยวางเอาไว้อย่างง่ายๆก็เป็นผลสำเร็จ ผู้ที่ไล่ตามมาคิดเพียงอย่างเดียวว่าไม่ต้องการให้ถูกทิ้งห่าง จึงมิได้สนใจสิ่งที่ตกลงพื้นแม้แต่น้อย เมื่อมันพุ่งตามเข้าไปในระยะก่อนถึงเรือนไม้และกำลังจะกระโจนติดตามไป กลับต้องพบกับแรงระเบิดอันมหาศาลจากพื้นด้านล่าง แม้ในชั่วลมหายใจนั้นจะสามารถแผ่ปราณป้องกันได้บางส่วนก็ตาม
    “อ๊ากกกก!!”
    ‘เจ้าโง่!’เหมาเว่ยแสยะยิ้ม พร้อมทั้งกระโจนสวนกลับไป โดยเป็นตำแหน่งสูงเหนือร่างที่กำลังกระเด็นลอยด้วยแรงระเบิดเมื่อครู่
    ฟุบบบบบ!!
    ‘ตั้งแต่เมื่อไหร่ รึว่าเป็นตอนนั้น...’สาวกจันทร์ดับคิดย้อนกลับไปถึงช่วงที่ได้ยินเสียงบางสิ่งตกลงบนพื้นหิน
    “ไปตายซะ!!!”เหมาเว่ยเปล่งเสียงลั่นขณะที่เขากดปลายปืนเล็งยิงจากด้านบน
    ชึกก...ชึกกก!!
    โป้งงงงงง!!
    ฟิ้วว ฟุ่....!!
    “อ้า.....!!”
    ปุ!
    เมื่อสิ้นเสียงแผ่คำรามจากปลายกระบอกปืน กระสุนสังหารได้พุ่งทะลวงลงต่ำเข้าใส่ร่างที่กำลังยื่นฝ่ามือกางออกเพื่อปัดป้องหัวกระสุนออกไปให้จงได้ เพียงแต่ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสที่แม้จะไม่ตาย แต่กำลังภายในก็นับว่าถดถอย วงปราณที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือจึงไม่สามารถหยุดกระสุนได้แม้เพียงหนึ่งลมหายใจ กระสุนพิฆาตได้เคลื่อนผ่านปราณเหนือฝ่ามือพุ่งตัดขั้วหัวใจโดยไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย
    ตึบบ!!
    เหมาเว่ยร่อนลงสู่เบื้องก่อนที่ร่างจะล้มไปนั่งกับพื้น”ชนะแล้ว ข้าฆ่ามันได้แล้ว!! แฮ่กก แฮ่กกก!!”
    “เฮ้.....!!!”
    “เจ้านั่นสุดยอดเลย!!”
    “ข้าไม่ยากจะเชื่อตาตนเองจริงๆ หัวหน้าสาวกชั่วถูกศิษย์ใหม่ฆ่าตาย!”
    “เจ้านั่นเป็นผู้ใช้อาวุธลับสินะ”
    “ยอดเยี่ยม ผู้ใช้อาวุธลับเป็นเหมาเว่ย”อาวุโสว่านส่งเสียงคำรามด้วยความดีใจ
    “เฮ้.....!!!”
    “พวกเราฆ่ามัน!!”
    “ขับไล่สาวกนิกายชั่วลงจากเขา!!”
    “เฮ้.....!!!”
    ท่ามกลางการต่อสู้ทางลงเขาพยัคฆ์ม่วง การปะมือระหว่างเหมาเว่ยและหัวหน้าสาวกจันทร์ดับต่างถูกจับตามองตั้งแต่ต้น เมื่อชัยชนะตกเป็นของฝ่ายสำนักพยัคฆ์อัสนี เหล่าอาวุโสและศิษย์ก็ต่างมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น ส่งเสียงชื่นชมกู่ร้องดังราวกับว่าสงครามครั้งนี้ตนเป็นฝ่ายชนะ
    “แฮ่กก แฮ่กกกก!”เหมาเว่ยนั่งพักหายใจพลางชู่ไรเฟิลขึ้นเหนือหัวภายใต้เสียงกู่ร้องนั่น
    “ถอยยย ถอยยก่อน!!”
    ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นยังสร้างความตื่นกลัวสูญเสียกำลังใจให้แก่ผู้ที่บุกขึ้นมาเป็นอย่างมาก การตายของสาวกระดับหัวหน้าคนแล้วคนเล่า ส่งผลถึงจิตใจโดยตรงต่อสาวกที่เหลือไม่ถึงครึ่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และต่อจากนั้นก็มีเสียงสัญญาณสั่งถอยแผ่ดังมาจากหัวหน้าสาวก จนสาวกจันทร์ดับต่างหนีหัวซุกหัวซุนถอยลงเขาไม่คิดชีวิต
    ทว่า ระหว่างทางลงเขาก็ยังถูกตามไล่ล่าต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมาก และมีเพียงสาวกจันทร์ดับเพียงไม่กี่คนกับระดับหัวหน้าที่สามารถหนีเอาชีวิตรอดกลับไปได้หลัังจากนั้น
    .
    .
    .
    ณ เรือนไม้หลังเล็ก
    “ไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากตระกูลข้า ข้าไม่อาจให้คนนอกแตะต้องมันได้”
    ภายในเรือนไม้อันเงียบสงบบนยอดเขาพยัคฆ์ม่วง เหมาเว่ยยังคงปฏิเสธหัวชนฝาเมื่อถูกขอร้องให้นำอาวุธปืน และสิ่งที่ใช้ลอบโจมตีก่อนหน้านี้ทั้งหมดออกมาให้เหล่าอาวุโสในสำนักได้ดู ซึ่งนี่ก็ผ่านมานานถึงสองชั่วยามหลังจากที่สงครามได้ยุติลง และเป็นฝ่ายสำนักพยัคฆ์อัสนีที่ได้รับชัยชนะ
    “เครื่องยิงอาวุธลับของเจ้าทรงพลังยิ่ง ข้าเพียงแค่อยากจะ...”อาวุโสฉินพยายามพูดจาหว่านล้อมแต่ก็ไม่เป็นผล
    “ไม่!”
    “เอาน่า ท่านก็อย่าบีบคั้นเหมาเว่ยมากนักเลย เขาก็คงมีเหตุผลของเขา แต่อย่างน้อยยามมีภัย เหมาเว่ยก็ไม่คิดที่จะทิ้งสำนัก กลับช่วยเหลือจนเกือบจะต้องตาย”อาวุโสว่านเอ่ยออกไปเพื่อช่วยเหลือเหมาเว่ยเช่นเคย”ให้เขาได้พักผ่อนเถอะ ส่วนพวกท่านก็กลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว”
    “ที่ท่านว่านกล่าวมานับว่าถูกต้อง ไปกันเถอะท่านฉิน”อาวุโสร่างเล็กกล่าวเสริม
    “ก็ได้ เหมาเว่ยนับว่ามีความชอบ ต่อไปข้าจะไม่พูดถึงเรื่องเครื่องยิงอาวุธลับอีก!”
    ท้ายที่สุดเหล่าอาวุโสก็ยอมถอดใจ แม้ว่าในบางครั้งชายชราเหล่านี้จะเป็นพวกหัวดื้อแต่ก็นับว่ามิได้มีจิตใจเลวร้ายอันใด ก่อนหน้านี้พวกมันก็เพียงไม่ต้องการให้เกิดเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลเซี่ยและสำนักเท่านั้น จึงคิดจะนำเหมาเว่ยส่งไปให้คนเหล่านั้นเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม
    แต่ในยามนี้ความคิดของพวกมันกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีผู้ใดพูดถึงเรื่องจองจำและส่งตัวของเหมาเว่ยออกมาอีกเลยแม้เพียงสักนิด เมื่อคนในสำนักที่ได้ประจักษ์แก่สายตาถึงความแข็งแกร่งรวมไปถึงสิ่งที่เหมาเว่ยลงมือกระทำ จึงส่งผลให้มีแต่เสียงชื่นชมจากเหล่าศิษย์พี่และศิษย์ร่วมรุ่นทั้งหลาย จนเหมาเว่ยได้รับการยกย่องและยอมรับจากคนในสำนัก กลายเป็นส่วนหนึ่งของสำนักไปโดยปริยาย
    “เหมาเว่ย เจ้าวางใจได้ ไม่มีผู้ใดคิดจะส่งตัวเจ้าไปให้พรรคตระกูลเซี่ยอีกแล้ว แม้ยามสำนักมีภัยเจ้ายังเลือกที่จะช่วยเหลือไม่คิดหนีเอาตัวรอด แล้วเราจะหันหลังให้กับเจ้าเมื่อมีภัยได้อย่างไร”
    “จริงหรือ อาวุโสว่าน แบบนี้ข้าก็ไม่จำเป็นต้องจากที่นี่ไปและไม่ต้องถูกจองจำอีกใช่ไหมครับ?”
    “ถูกต้อง ว่าแต่เจ้าเถอะ เห็นชัดๆว่าถูกซัดเข้าเต็มๆแต่กลับ.. รึว่า เจ้าจะสวมใส่ยุทธภัณฑ์จำพวกเกราะอ่อน?”อาวุโสว่านเผยสีหน้าถึงความสงสัย
    “ใช่ครับ ข้าสวมเกราะอ่อนอยู่จึงไม่เป็นอะไรมาก”เหมาเว่ยโกหกไปตามน้ำ’เกราะกันกระสุนช่วยชีวิตข้าไว้แท้ๆ แต่เมื่อครู่ตรวจดู น่าตกใจจริงๆที่ฝ่ามือนั้นถึงขนาดทิ้งรอยฉีกขาดเอาไว้ได้’
    “งั้นเรอะ เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ มีทั้งเครื่องยิงอาวุธลับที่ทรงพลังและเกราะอ่อนปกป้องกาย”
    “แหะ แหะ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”
    “เอาล่ะ เจ้าพักผ่อนต่อไปเถอะ ขาดเหลืออะไรก็ตะโกนเรียกซานป๋อได้เลย ข้าให้มันเฝ้าอยู่หน้าประตูเพื่อความปลอดภัย ไปล่ะ”อาวุโสว่านกล่าวจบ ก็เร่งรีบจากไปทันที’ข้าต้องไปดูให้แน่ใจ เหตุใดท่านเจ้าสำนักถึงไม่ยอมปรากฏตัว ไม่ได้การ ต่อให้ต้องผิดคำสั่ง ข้าก็จะไปพบท่านเจ้าสำนักให้ได้’