บทที่ 21 จอมมารนักชิม
"เ้ากลัวข้าจริงหรือ?" จอมมารพยาบาทเลิกคิ้วขึ้นเหมือนไม่เชื่อ "ฟังจากน้ำเสียงเ้าคล้ายไม่เป็เช่นนั้น"
"แต่เอาเถอะ เมื่อกลัวข้า ... เช่นนั้นเ้าจงร้องอ้อนวอนข้าสิ หากข้าอารมณ์ดี ข้าจะช่วยให้เ้าตายอย่างสงบ"
ในยุคโลกาวินาศ หนานลี่เห็นซอมบี้ที่โง่เขลาแต่แข็งแกร่งมาเยอะแล้ว ตอนนี้มาเจอกับจอมมารพยาบาทที่ชอบดูดแก่นแท้ของปีศาจในใจก็อดหวาดกลัวไม่ได้ แต่ยิ่งเป็แบบนี้นางก็ยิ่งต้องใจเย็น
นางไม่ใช่นางเอกอ่อนแอในนิยายรัก ที่พอเจอเื่ลำบากก็เอาแต่ร่ำไห้รอผู้ชายมาช่วย
หนานลี่ลองขยับข้อมือ และพบว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกตินางแปลกใจว่าเหตุใดจอมมารพยาบาทถึงไม่มัดนางไว้ ไม่กลัวว่านางจะสู้กลับหรือไร? แต่ในวินาทีต่อมา สีหน้าของนางก็ดำคล้ำ
นั่นเพราะนางใช้พลังพิเศษไม่ได้! สถานการณ์ของนางตอนนี้จึงเหมือนกับปลาที่อยู่บนเขียง อยากจะขัดขืนก็ทำไม่ได้ ในสายตาของจอมมารพยาบาท นางเป็เพียงมดปลวกตัวเล็กๆก็เท่านั้น
หนานลี่อยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา ไฉนชีวิตของนางถึงได้ยากเย็นเช่นนี้
"ปีศาจน้อย เ้าคือปีศาจที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา เมื่อกินแล้วคงจะอร่อยน่าดู" สายตาของเขาจ้องมองหนานลี่เหมือนกับยมทูต ทำให้หนานลี่ขนลุกซู่
หนานลี่รวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า "ท่านกินแค่แก่นแท้ของปีศาจหรือ ท่านรู้หรือไม่ว่าในโลกใบนี้ยังมีของอร่อยอีกมากมายเช่นเค้กที่ข้าเคยกิน ััของมันทั้งนุ่มและหอมหวาน กัดเข้าไปคำหนึ่งก็หอมไปทั้งปาก แล้วยังมีช็อกโกแลตสอดไส้อีก ไอ้นั่นนะรสชาติหวานอร่อย ข้างในมีไส้เยิ้มๆ กินแล้วน้ำลายฟูมปาก ยิ่งตอนละเลียดมันนะก็ยิ่งมีความสุขมาก ข้าว่าท่านคงจะไม่เคยกินมันมาก่อน ทั้งๆที่เป็ถึงจอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดในมิติแห่งนี้ แต่กลับไม่เคยได้กินของอร่อย ท่านไม่รู้สึกเสียดายบ้างหรือ"
บางทีอาจเป็เพราะจอมมารพยาบาทมักชินชากับภาพปีศาจที่ร้องขอความเมตตา พอเจอหนานลี่ที่เอาแต่ชวนคุย มันจึงเกิดรู้สึกสนใจขึ้นมา
จอมมารพยาบาทนิ่งไปพักหนึ่งก็พยักหน้า "แล้วเ้าทำอาหารที่ว่าเป็หรือไม่"
สำเร็จ! จอมมารใจอ่อนแล้วในที่สุดนางก็มีโอกาสรอดชีวิต
"ข้าทำเป็เ้าค่ะ" ต่อให้ทำไม่เป็ นางก็ต้องบอกว่าทำเป็ หนานลี่มองจอมมารพยาบาทด้วยรอยยิ้ม "ข้ายินดีทำอาหารอร่อยๆให้ท่านเ้าค่ะ ตราบใดที่ท่านจัดหาวัตถุดิบให้ข้า"
ระบบ : ฮ่าๆๆๆ โฮสต์ท่านร้ายกาจนัก ใช้อาหารเป็เหยื่อล่อ อาหารคือสิ่งที่จอมมารสนใจเป็พิเศษ ท่านอาจไม่ทันสังเกต แต่ตอนที่ได้ยินคำบรรยายของท่าน จอมมารแอบกลืนน้ำลายด้วยนะ
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ เ้ามีสูตรทำเค้กหรือช็อกโกแลตไหม เพื่อไม่ให้ข้าตายก่อนวัยอันควร คราวนี้ต้องพึ่งเ้าแล้ว
ระบบ : เอ่อ...โฮสต์ข้าไม่ใช่สารานุกรมนะ...
หนานลี่คิดในใจ : ตกลงเ้าจะช่วยข้าหรือไม่ช่วย
ระบบ : ข้าจะรีบไปหาข้อมูลมาให้ ท่านถ่วงเวลาไว้ ..
หลังจากชวนคุยสักพัก หนานลี่รีบบอกวัตถุดิบที่นาง้า แก่จอมมาร แล้วยังบอกว่านางยินดีมากที่ได้ทำอาหารอร่อยๆให้เขากิน
และยังย้ำนักย้ำหนาว่าเมื่อเขาได้ลองชิมเค้กที่นางพูดถึง มันจะกลายเป็อาหารอร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมาในโลกใบนี้
จอมมารพยาบาทจึงพาหนานลี่ไปยังกำแพงแห่งหนึ่งที่ กำแพงนี้เหมือนผิวน้ำนิ่งที่มีสีดำสนิท มันเชื่อมยาวไปจนถึงท้องฟ้าเบื้องบน และเมื่อเงยหน้ามองตามขึ้นไป จะเห็นรอยแยกมิติน้อยใหญ่ที่เรืองแสงออกมาเป็ครั้งคราว
ดวงตาของหนานลี่เป็ประกาย หรือนี่คือทางออกของมิตินี้?
อย่างไรก็ตาม จอมมารยังอยู่ข้างๆนาง คิดหนีตอนนี้มันอันตรายเกินไป ไม่งั้นนางคงพุ่งเข้าชนกำแพงมิติแล้ว
จอมมารพยาบาทหันไปมองปีศาจน้อยที่มีสีหน้าเรียบเฉย นางไม่ยอมแสดงอารมณ์หรือความกลัวใดๆออกมาให้เขาเห็นเลย ราวกับเป็ปีศาจน้อยหน้าตาย เห็นแบบนั้นมุมปากจอมมารกระตุก มันเผยยิ้มอันแปลกประหลาดออกมา "เ้าว่าสหายของเ้าจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหาพวกเราเจอ"
หนานลี่ "..."
จอมมารพยาบาทไม่ได้คาดคั้นคำตอบของหนานลี่ เพียงพูดกับตัวเองต่อว่า "เรามาเดินพันกันดีไหม หากเขาหาเ้าเจอก่อนที่ข้าจะกินเค้กที่เ้าทำเสร็จ ข้าจะยอมปล่อยเ้าไป แต่ถ้าเขามาไม่ทัน ... เหอ เหอ เหอ หลังจากที่ข้ากินเค้กที่เ้าทำเสร็จแล้วข้าก็จะกินเ้าต่อ"
หน้าผากของหนานลี่ปรากฏเส้นเืสีดำปูดขึ้น สายตาที่แสร้งทำเป็สงสารนางของจอมมารพยาบาททำให้นางรู้สึกขยะแขยงอยากจะเสกกระบี่น้ำแข็งออกมาแทงเขาให้พรุนเป็รังแตน!
แต่ความฝันมักจะสวยงาม ความจริงมักจะโหดร้าย ในเมื่อสู้เขาไม่ได้ หนานลี่จึงได้แต่ยอมแพ้
จอมมารพยาบาทเห็นหนานลี่ก้มหน้าลงก็คิดว่านางกำลังหวาดกลัวจึงรู้สึกสะใจ ไอมารรวมเป็กลุ่มก้อนสีดำปกคลุมร่างของพวกเขาไว้ พอไอมารจางหาย ทั้งสองคนก็ไม่อยู่แล้ว
...
เป่ยิอินรีบตามหมอกสีม่วงมายังสถานที่ที่จอมมารพยาบาทชอบมาพักผ่อน แต่ที่นี่กลับว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอันบางเบาของดอกปี่อั้นในอากาศ บ่งบอกว่าหนานลี่เคยอยู่ที่นี่จริงๆ และกำลังรอให้เขาไปช่วยชีวิต
เป่ยิอินที่ไม่เคยสนใจเื่ของคนอื่นกลับยอมรับว่าเขากำลังวิตกกังวล นี่เป็อารมณ์ที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทำให้เขาหงุดหงิด
บรรยากาศหดหู่นี้ส่งผลให้หมอกสีม่วงที่นำทางเขาสั่นกลัว มันกังวลมากว่าเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่จะทำร้ายตน สังหารตนจนกลายเป็เถ้าถ่าน
เป่ยิอินหลับตาลง สามารถััอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ลืมตาขึ้น เดินไปตามทิศทางที่หนานลี่เคยไป
....
เมื่อเดินออกจากรอยแยกของมิติ มันก็กลายเป็โลกอีกใบหนึ่ง
ที่นี่เต็มไปด้วยโครงกระดูกมากมาย หนานลี่พอเท้าหยั่งพื้นก็ได้ยินเสียงดัง "แกร๊ก" ใจนางกระตุกวูบ พอก้มลงมองก็พบว่าเท้าของนางกำลังเหยียบกระดูกท่อนหนึ่งที่แสนเปราะบาง เพียงััเบาๆก็แตก
"ไม่ได้ออกมานานหลายพันปี อากาศข้างนอกช่างสดชื่นเสียจริง" เสียงเย็นะเืดังขึ้นจากข้างๆทำให้หนานลี่ขนลุกซู่
หนานลี่แอบมองด้วยหางตา จอมมารพยาบาทกำลังทำท่าสูดอากาศ รอบๆตัวเขาเต็มไปด้วยหมอกดำหนาแน่นที่เกิดจากการดูดแก่นแท้ของปีศาจ ประกอบกับรอยเส้นเืแดงนับไม่ถ้วนบนใบหน้าของเขา หากไปปรากฏกายที่ใด ย่อมสามารถข่มขวัญผู้คนที่นั่นจนแตกตื่นหวาดกลัว
"ท่านจะพาข้าไปหาวัตถุดิบในสภาพเช่นนี้หรือเ้าคะ"
"แล้วมันมีอะไรไม่เหมาะสมหรือเดินไปข้างหน้าร้อยลี้ก็จะถึงเมืองแล้ว ที่นั่นย่อมมีวัตถุดิบที่เ้า้า"
"ปีศาจน้อย เ้าอย่าคิดนะว่าออกจากมิติลับแล้วจะปลอดภัย หากเ้าไม่ทำเค้กบ้าบออะไรนั่นให้ข้ากินไม่ได้ ข้าก็จะกินเ้าเสียเดี๋ยวนี้ ... เห็นกระดูกพวกนี้หรือไม่ นี่คือกระดูกของปีศาจที่ถูกข้าดูดแก่นแท้จนหมดตัว"
ปลายเท้าของหนานลี่เย็นวาบ ความหนาวเหน็บไล่ขึ้นมาถึงหัว เกิดอาการเสียวสันหลังวาบ เหงื่อเย็นผุดซึมออกมา
หนานลี่กระพริบตาปริบๆอย่างใสซื่อ "จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรเ้าคะ ข้าสามารถทำเค้กให้ท่านจริงๆเ้าค่ะ"
หนานลี่คิดในใจ : เมื่อครู่ข้าแค่เหม่อเพราะมัวแต่คิดว่าหน้าตาของท่านน่ากลัวไปหน่อย ไปที่ใดย่อมทำให้ผู้คนที่นั่นแตกตื่น แต่ในเมื่อท่านไม่คิดว่านี่คือปัญหา เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
ต่อมา ร่างของทั้งสองก็หายวับไปจากทุ่งกองกระดูก
เมื่อวิสัยทัศน์ของหนานลี่กลับคืนมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่หน้าเตาดิน บนเขียงมีไก่ เป็ด ปลา และเนื้อวางอยู่ บนคานมีหมูรมควัน และพริกแขวนไว้ หม้อ ไห จาน ชาม วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบอยู่ในตู้ --ที่นี่คล้ายบ้านของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง
หนานลี่หาแป้งสาลีกับไข่ไก่มาตีให้เข้ากัน สายตาของนางมองไปรอบๆ และเห็นจอมมารพยาบาทนั่งพิงหน้าต่างอยู่ มือของเขาถือดอกไม้ที่ไม่รู้ว่าเด็ดมาจากไหน กำลังเด็ดกลีบดอกไม้เล่นทีละใบอย่างเบื่อหน่าย
หน้าผากของหนานลี่มีเหงื่อเย็นผุดออกมา นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ด บ่นกับระบบในใจว่า "ระบบ พระเอกอยู่ที่ไหนเนี่ย?"
นางรู้สึกว่าจอมมารพยาบาทกำลังนับเวลาอยู่ คำพูดที่เขาพูดเมื่อครู่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น ถ้าพระเอกไม่มา นางต้องตายแน่นอน
ระบบ : โฮสต์ไม่ต้องกังวล พระเอกกำลังไล่ตามมา
หนานลี่คิดในใจ : หวังว่าพระเอกจะพึ่งพาได้นะ อย่าให้เหมือนกับนิยายรักที่ต้องรอให้นางเอกถูกคนร้ายรังแกจนใกล้ตาย ตอนนั้นพระเอกถึงค่อยปรากฏตัวขึ้นมา
ระบบ : โฮสต์ ท่านรับบทนางร้าย เนื้อเื่น้ำเน่าเช่นนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับท่านหรอก!
หนานลี่พอฟังก็แอบหัวเราะคิกคักในใจ