ตอนที่ 17
“นามแท้จริงของข้าคือ ฉีซุน!! บุตรนอกสมรสของฉีเฟยหลง ผู้นำตระกูลฉี คนปัจจุบัน!!” ซุน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่นหนักไม่มีความตะขิดตะข่วงใด ๆ ที่จะโป้ปด โชคดีที่ ซุน เคยอ่านประวัติของตระกูลฉีผ่านตามาบ้าง จึงจดจำได้ว่านามของ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือ ฉีเฟยหลง...
ด้วยพลังสมาธิและการควบคุมอารมณ์ที่เป็เลิศ ผนวกกับพื้นฐานความรู้จากตำราที่อ่านมาตลอดสองปีทั้งยังจดจำเนื้อได้ขึ้นใจหาก ซุน คิดจะเอ่ยโป้ปดสิ่งใด ย่อมเป็เื่ยากที่จะถูกจับได้…ยิ่งมีหลักฐานคือป้ายทองแดงของจริงที่แสดงด้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำคำพูดให้มีน้ำหนักมากขึ้น
ผู้ว่าจินหง ถึงกับถอดหมวกประจำตำแหน่ง เพื่อใช้ผ้าซับเหงื่อที่อาบท่วมศีรษะทั้งยังผุดออกมาอีกต่อเนื่องไม่หยุด... หันมองไปยัง มือปราบเฉิน สายตาประหนึ่งดังเป็คำถามว่าป้ายทองแดงนั้นเป็ของจริงหรือไม่?
มือปราบเฉิน ทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ ตอบรับ... ซึ่งมันได้ก่อคลื่นละลอกใหญ่ถาโถมเข้าใส่จิตใจของผู้ว่าร่างท้วม ให้หวาดกลัวจนแทบจะอยากมุดหนีไปใต้โต๊ะ...
“เคยได้ยินเช่นกันว่า ฉีเฟยหลง มีอำนาจยิ่งใหญ่ในมณฑลหนานเหอ... ทั้งวัยหนุ่มยังเป็คุณชายเ้าสำราญมากรักผู้หนึ่งจึงมีข่าวลือว่าซุกซ่อนบ้านเล็กบ้านน้อยไว้นอกตระกูล ไม่คิดว่ามันจะเป็ความจริง!!”
หนึ่งในกลุ่มมือปราบ แอบซุบซิบเบา ๆ เอ่ยถาม มือปราบเฉิน
“หัวหน้าเฉิน... เป็ไปได้หรือไม่? ว่าเ้านั่นจะขโมยป้ายทองแดง มาแอบอ้าง?!”
มือปราบเฉิน ถลึงตาใส่ลูกน้องผู้นั้นทันที...
“เหลวไหล!! มันเป็เพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง พื้นฐานลมปราณก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจะเอาปัญญาใดไป่ชิง ป้ายทองแดง ตระกูลฉี!! แม้ว่า ป้ายไม้ป้ายศิลา ป้ายหยก หรือป้ายเหล็ก จะเคยได้ยินว่ามีผู้กล้าแอบอ้างอยู่บ้าง...แต่สำหรับป้ายชนชั้นพิเศษอย่าง ป้ายทองแดง ป้ายเงิน และ ป้ายทองคำ ไหนเลยที่ผู้ใดจะกล้า!! โทษของการแอบอ้างป้ายชนชั้นพิเศษเหล่านี้ คือปะายกตระกูลเท่านั้น!!
เห็นสีหน้าเ้าเด็กนั่นหรือไม่? สีหน้าอย่างนั่นน่ะหรือคือเด็กหนุ่มที่กำลังโป้ปดต่อหน้ากองมือปราบ และ ผู้ว่า!! ข้าก็นึกเอะใจอยู่แล้วว่าทำไมเ้าเด็กผู้นี้จึงไม่แสดงความหวาดกลัวใด ๆ ั้แ่ถูกจับกุม ที่แท้มันก็ถือครองสายเืที่ไม่อาจแตะต้องได้นี่เอง...”มือปราบเฉิน กล่าวขึ้นกับเหล่าลูกน้อง
ยิ่งทวีความหวาดกลัว และปักใจเชื่อในตัว ซุน มากยิ่งขึ้น!!
“ทะ...ทำไม บุตรของ ฉีเฟยหลง ถึงได้มาอยู่ในเขตชุมชนหมู่บ้านรกร้างเช่นนี้...ทั้งยังอยู่ในสถานะคนเถื่อนไม่มีแซ่ ไม่มีผู้ติดตาม!! มันมิแปลกไปหน่อยหรือ”ผู้ว่าจินหง พยายามเอ่ยถาม
เด็กหนุ่ม เก็บป้ายทองแดงด้วยใบหน้าเรียบเฉย...
“นั่นก็เพราะข้าเป็บุตรนอกสมรส ณ ตอนนี้จึงยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สมบัติของตระกูลฉีจนกว่าจะอายุครบ18 ปี... ส่งผลให้คนของบ้านใหญ่บางคนที่เกลียดชังข้า พยายามหาทางกำจัดข้าให้สิ้นซากข้าจึงต้องลี้ภัยมาที่นี่ เฝ้ารอจนกว่าจะอายุครบ 18 ปีจึงจะกลับไปที่ตระกูลฉีได้อีกครั้ง...”
ทั้งน้ำเสียงและวาจา ล้วนถูกกล่าวขึ้นอย่างไม่มีติดขัด...
ผู้ว่าจินหง ทำได้เพียงเปลี่ยนผ้าซับเหงื่อผืนแล้วผืนเล่า...
ก่อนที่ มือปราบเฉิน จะเข้ามากระซิบด้านหลัง...
“ท่านผู้ว่า... เรายังสามารถใช้เหตุผลตรวจสอบ เพื่อเหนี่ยวรั้งตัวเด็กนี่ได้ถึงอย่างไร ฉีซุน ก็เป็เพียงบุตรนอกสมรสไม่ได้ยิ่งใหญ่เทียบเท่าจนในตระกูลหลัก ฉะนั้นเพียงพวกเราให้เกียรติมันทางตระกูลฉี ก็ไม่อาจกล่าวโทษพวกเราได้แล้ว...”
ผู้ว่าจินหง ได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าโล่งอกขึ้น...
“นั่นสินะ... เอาตามเ้าว่าก็แล้วกัน...”
ตึง! เสียงฟาดค้อนพิพากษาดังขึ้นอีกครั้ง...
“ฉีซุน... ถึงเ้าจะเป็คนตระกูลฉีจริง ๆแต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของ ราชวงศ์ไป๋หู่ ดังนั้นไม่ว่ายังไงข้าก็จำต้องตรวจสอบหาความจริงให้กระจ่างแจ้ง...แต่ด้วยสถานะของตระกูลฉี ข้าคงไม่อาจคุมขังเข้าเฉกเช่นนักโทษทั่วไปได้
เ้าจะต้องถูกควบคุมให้อยู่ภายในเรือนรับรองที่ข้าจัดไว้ให้...โดยมีเวรยามเฝ้าระวังตลอดกลางวันและกลางคืน จนกว่าจะพบเจอหลักฐานเพิ่มเติมรวมถึงตรวจสอบยืนยันอีกครั้งว่าเ้าเป็คนตระกูลฉีจริง ๆ ดังที่แสดงตนหรือไม่...
ขอจบการตัดสินพิจารณาเพียงเท่านี้!!” ผู้ว่าจินหงเลือกหนทางที่ตนจะไม่เดือดร้อนมากที่สุด อย่างน้อยก็สามารถฉุดยื้อเวลา ให้มันได้หายใจหายคอไปอีกสักระยะ...
ซุน กดหัวคิ้วลงต่ำ แต่ก็มิได้ปฏิเสธการถูกควบคุมตัว...ท่าทีของเหล่ามือปราบแปรเปลี่ยนไปจากน่ามือเป็หลังมือ จากที่เคยเพ่งมองด้วยสายตาดูแคลนไม่เป็มิตรเวลานี้เต็มไปด้วยสายตาที่หวาดกลัวแสนยำเกรง...
เด็กหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะลอบคิดภายในใจ...
‘นี่สินะ อำนาจแห่งชนชั้นสูง... หากผู้ใดมีอำนาจกระทั่งไร้ฝีมือยังไม่มีใครกล้าแตะต้อง’
ตลอดสองปี ซุน ไม่เคยไปจากเขตชุมชนหมู่บ้านตะวันอัสดงแห่งนี้เลย การอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถเข้าใจในทุกสิ่งเกี่ยวกับอิทธิพลภายใน ยังเลือนรางในระบบชนชั้นและอำนาจแท้จริงที่ครอบงำแผ่นดินแห่งนี้...
ทว่าในตอนนี้ ซุน ได้เริ่มประจักษ์แล้วว่าดินแดนแห่งนี้ กฎหมายก็อาจมิใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉกเช่นดินแดนที่ซุน เคยจากมา... อย่างไรเสีย ความแข็งแกร่ง อำนาจ และเงินตรา ยังคงเป็สิ่งที่ทรงพลังที่สุดไม่ว่าจะผ่านพ้นไปกี่ยุคสมัย อย่าว่าแต่ชี้เป็ชี้ตายผู้ใดเลย แม้แต่จะเปลี่ยนแปลงความจริงและความถูกต้องก็ยังสามารถกระทำได้...
มุมมองและทัศนคติของ ซุน ที่ถูกสอนสั่งมาโดยภิกษุชราั้แ่ยังเล็กให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความถูกต้อง ตั้งตนอยู่ในศีลธรรมและความเมตตาเป็หลัก...มันกลับกลายเป็วิถีคู่ขนาน ที่ยากต่อการนำมาดำเนินชีวิตในดินแดนที่โหดร้ายแห่งนี้...
ซุน ยังคงมีกรอบแห่งศีลธรรมที่ครอบงำเอาไว้...
แต่มันก็เริ่มเกิดรอยร้าวมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ตามความจริงเบื้องหน้า...
เด็กหนุ่ม ถูกพาตัวมายังห้องรับรองแขกสำคัญที่ค่อนข้างหรูหรา หากแต่จะมีมือปราบ ฝีมือดีชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินจำนวน 2 คน สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเฝ้าระวังตลอดเวลาหนึ่งคนเฝ้าด้านนอกประตู ส่วนอีกหนึ่งปักหลักอยู่ภายในห้องแทบไม่ยอมละสายตาไปจากเด็กหนุ่มสร้างความอึดอัดให้กับ ซุน อยู่ไม่น้อย...
เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ที่จัดไว้... อย่างไรเสียเวลานี้ก็ยังไม่ใช่เวลาที่ควรจะรีบร้อนหลบหนีออกไป่หลายวันมานี้ก็พบเจอแต่เื่ที่เหนื่อยล้าทั้งกายใจ ดวงตาของ ซุน ค่อย ๆ ปิดลงก่อนจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว...
……………………………
ตก่บ่ายวันนั้น...
ผู้ว่าร่างท้วมนาม จินหง จากที่มักนั่ง ๆ นอน ๆ ภายในจวนตนเองและมีหญิงสาวมาคอยปรนนิบัติปรนเปรอตามประสาผู้มีอำนาจ... หากแต่เวลานี้ ผู้ว่าร่างท้วมกลับเดินวนไปวนมานับร้อยรอบจนพื้นพรมสึกหรอ เรียกได้ว่าเป็วันที่ ผู้ว่าจินหงเสียเหงื่อมากที่สุดในรอบหลายปีก็ว่าได้ ใบหน้าขาวซีดเป็กังวล โดยมี มือปราบเฉินที่สีหน้าไม่ต่างกันอยู่เคียงข้าง...
“บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ! ใยข้าต้องมาเจอเื่พรรค์นี้ด้วย!! ไม่ว่าจะชายอันตรายแซ่เกาที่แสดงป้ายเหล็กเมื่อวันก่อน หรือเ้าเด็กประหลาดที่ถือครองป้ายทองแดงตระกูลฉีไม่ว่าข้าจะเลือกหนทางใด ก็ล้วนแล้วแต่หัวหลุดจากบ่าได้ทั้งสิ้น!!” ผู้ว่าสบถขึ้นพลางก้าวเดินวนเวียนไม่หยุด
มือปราบเฉิน ไม่อาจมีวาจาใด ๆ สอดแทรก
เป็ห่วงสถานะของตนเองเช่นเดียวกัน...
ในตอนนั้นเอง... จู่ ๆ หนึ่งในมือปราบที่เฝ้าหน้าจวน ก็โพล่งเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก...
“ทะ...ท่านผู้ว่า เกิดเื่ใหญ่แล้ว”
“มีอะไร?! ยังมีเื่ใดใหญ่โตกว่าเื่ของวันนี้อีกงั้นหรือ”จินหง กระแทกเสียงไม่สบอารมณ์นัก
“คะ...คือว่า มีคนของตระกูลฉีสองคนมาที่นี่ เพื่อขอพบท่าน...”
ตึง! เสียงก้นขนาดใหญ่ของผู้ว่าจิน กระแทกลงที่พื้น ชัดเจนว่าเกิดจากขาสองข้างที่อ่อนแรงในฉับพลัน...หากแต่ จินหง แทบไม่รับรู้ถึงอาการาเ็ที่ก้น มีเพียงใบหน้าที่ไร้เืฝาดพร้อมั์ตาที่สั่นไหวจากความหวาดกลัว...
“ตะ...ตายแน่ ข้าตายแน่ ๆ!!”
ด้านหน้าจวนผู้ว่า...
สาวงามนาม ฉีลู่ชิง มาพร้อมกับ ชายชราผู้หนึ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยรังสียอดฝีมือแผ่ล้นหากแต่การแต่งกายมิได้หรูเลิศเฉกเช่นหญิงสาว ทั้งยังยืนในตำแหน่งด้านหลังของนางลักษณะเป็ผู้ติดตามเสียมากกว่า...
“คุณหนู... ที่นี่แหละ จวนผู้ว่าของชุมชนหมู่บ้านแห่งนี้”ชายชรากล่าวด้วยความนอบน้อม
“ขอบคุณท่านพ่อบ้าน ที่ต้องลำบากมาพร้อมกับข้าด้วย เป็ความสะเพร่าของข้าเองที่ทำป้ายทองแดงตระกูลฉีหายไป... หากมีใครเก็บป้ายดังกล่าวได้ ก็คงไม่กล้านำไปใช้สุ่มสี่สุ่มห้าน่าที่จะนำมาฝากไว้ที่จวนผู้ว่านี่แหละ...” ฉีลู่ชิง กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าสลด
นางนั้นได้กลับไปที่มณฑลหนานเหอมาแล้ว... แต่หลังจากที่นางรู้ตัวว่าได้ทำป้ายสำมะโนครัวหายไปนางก็ใอย่างยิ่ง แต่ครั้นจะบอกคนในตระกูลก็เกรงว่าจะถูกตำหนิจึงไหว้วานพ่อบ้านใหญ่ตระกูลฉี นาม ฉีจิ้นฝู ให้ช่วยนางตามหาป้ายทองแดงที่หายไปเนื่องด้วยพ่อบ้านตระกูล สามารถยืนยันได้ว่านางเป็คนของตระกูลฉีจริง ๆมิได้แอบอ้าง...
ฉีจิ้นฝู แท้จริงแล้วเป็สายเืตระกูลรองของ ตระกูลฉีมีสิทธิ์ถือครองเพียง ป้ายเหล็ก แต่ก็เพราะความซื่อสัตย์เที่ยงตรง ทั้งยังเป็ชนชั้นยอดฝีมือคนหนึ่งจึงถูกทาบทามให้มาเป็พ่อบ้านใหญ่ของตระกูลหลัก ทำหน้าที่ปกป้องดูแลคนในตระกูลหลักเป็สำคัญ
“หากยังไม่มีใครพบเจอป้ายของคุณหนูจริง ๆ ข้าจะบีบบังคับให้ เหล่ามือปราบทั้งจวนนี้ช่วยออกตามหาจนกว่าจะเจอ ดังนั้นคุณหนูอย่าได้เป็กังวลไปนัก...” ฉีจิ้นฝู กล่าวขึ้นกับนางด้วยความอ่อนน้อมหากแต่ถ้อยวาจาชัดเจนว่าไม่ได้เห็นจวนผู้ว่าในชนบทแห่งนี้ อยู่ในสายตาเท่าใดนัก
การขอรับป้ายใหม่แน่นอนว่าทำได้ แต่มิใช่ว่าจะทำได้โดยง่ายโดยเฉพาะเมื่อเป็ป้ายชนชั้นพิเศษอย่าง ป้ายทองแดง...อาจต้องใช้เวลาร่วมปีในการดำเนินเื่ ซึ่งจะเป็ความยุ่งยากสำหรับ หญิงสาวอย่าง ฉีลู่ชิงที่ต้องออกเดินทางอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่มีป้ายประจำตัว...
ไม่นานนัก ผู้ว่าจินหง ก็ออกมาจากจวน เพื่อต้อนรับแขกระดับนี้ด้วยตนเอง...ซึ่ง ผู้ว่าจินหง ได้ทราบข้อมูลจากเหล่ามือปราบมาบ้างแล้ว ว่าสองคนนี้คือใคร แม้จะยังไม่รู้วัตถุประสงค์ที่แท้จริงเื่การมาของทั้งคู่แต่ผู้ว่าจินหงก็ปักใจเชื่อไปแล้ว ว่าคงมาเพราะเื่ของ ซุน เป็สาเหตุ...
“ยะ...ยินดีต้อนรับ ท่านพ่อบ้านฉี และ คุณหนูฉี... ไม่คิดว่าข่าวของซุน จะไปถึงตระกูลฉีรวดเร็วเพียงนี้ ทว่าพวกท่านอย่าเพิ่งมีโทสะโปรดฟังข้าอธิบายก่อน...คราแรกข้านั้นไม่ทราบที่มาของ ซุน จึงสั่งคุมขังก็จริง แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายใดๆ เกิดขึ้น
และเมื่อพวกเราทราบความจริง ข้าก็จัดเตรียมเรือนรับรองไว้อย่างดีขอยืนยันด้วยเกียรติของ ผู้ว่าเขตชุมชนนี้ ว่าข้าจะตัดสินคดีที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องยุติธรรมที่สุด...”ผู้ว่าจินหง รีบสาธยายเหยียดยาว เพื่อให้ตนไม่ดูย่ำแย่ในสายตาคนตระกูลฉี
แต่มันกลับทำให้ หญิงสาว และชายชรา
งุนงงกับสิ่งที่ชายร่างท่วมผู้นี้กล่าวถึง...
“นี่มันเื่อะไรกัน?! เ้ากำลังพูดเื่อะไรของเ้า?!” ฉีจิ้นฝู เค้นเสียงขึ้นทันที...
เฒ่าชีเปลือย ที่ใช้ร่างจิติญญาล่องลอยเรื่อยเปื่อยในจวนผู้ว่าดุจสัมภเวสีได้บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์ในส่วนนี้เข้าพอดี... แต่แทนที่ เฒ่าชีเปลือย จะเป็ห่วงกังวลแทนเด็กหนุ่มิญญาผู้ชรากลับหัวร่อออกมาด้วยความชอบใจยิ่ง...
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เ้าซวยแน่แล้ว เ้าเด็กหยาบช้า...”
....................................................
**พรุ่งนี้่เช้า (29/8/63) ไม่อัพนิยายนะครับอัพแค่ 1 ตอนใน่ค่ำ**