ราตรีในดงพญาไฟที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงครวญครางที่ไร้สุรเสียงและเสียงลากเท้าอันน่าขนหัวลุก
กองทัพผีดิบจำนวนนับสิบ ร่างของอดีตชาวบ้านผู้โชคร้ายแห่งบ้านผาเลือด กำลังเดินเข้ามาปิดล้อมคำอินทร์และลุงมีจากทุกทิศทาง
พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าและงุ่มง่าม แต่กลับพร้อมเพรียงกันราวกับหุ่นเชิดที่ถูกชักใยโดยผู้บงการที่มองไม่เห็น ดวงตาที่กลวงโบ๋และลุกไหม้ด้วยแสงสีแดงจางๆ ของพวกมันจับจ้องมาที่สิ่งมีชีวิตเพียงสองอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งการทำลาย
"เยอะเกินไปแล้ว" ลุงมีกระซิบเสียงสั่น แกพยายามจะยืนหยัดอย่างกล้าหาญ แต่ภาพของฝูงผีดิบที่กำลังคืบคลานเข้ามานั้นก็ทำให้หัวใจของจิ้งจอกเฒ่าผู้เจนโลกต้องสั่นสะท้าน "พ่อหนุ่ม เราต้องหาทางหนี!"
คำอินทร์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง แผ่นหลังของเขากับลุงมีชนกันเพื่อระวังภัยจากทุกทิศทาง สายตาของเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่กลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความสมเพชเวทนาต่อดวงวิญญาณที่ถูกจองจำเหล่านี้ เขายกดาบคู่กายขึ้นช้าๆ คมดาบสะท้อนแสงจันทร์จนเป็นประกายเย็นเยียบ
"พวกมันไม่มีความคิด" คำอินทร์กล่าวเสียงเรียบ "พวกมันเคลื่อนไหวตามคำสั่งที่ถูกฝังไว้ในจิตไร้สำนึกเท่านั้น และคำสั่งนั้นก็คือ ทำลายทุกชีวิตที่บุกรุกเข้ามา"
"แล้วเราจะสู้กับพวกมันยังไง" ลุงมีถาม "ดาบธรรมดาจะทำอะไรพวกมันได้รึ"
"ร่างกายของพวกมันยังคงเป็นกายเนื้อ" คำอินทร์อธิบาย "แม้จะไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่หากเราทำลายจุดสำคัญเช่นศีรษะหรือไขสันหลัง ก็จะสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ แต่ปัญหาคือจำนวนของมันเยอะเกินไป"
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง กองทัพผีดิบก็ได้เริ่มเข้าโจมตี!
ร่างของพรานป่าที่เคยกำยำพุ่งเข้าใส่ลุงมีเป็นคนแรก! แม้จะเชื่องช้า แต่น้ำหนักและพละกำลังของมันก็ยังคงน่ากลัว!
ลุงมีร้องอุทานแล้วรีบหลบวูบ! แกล้วงเข้าไปในย่ามแล้วหยิบเอา "ข้าวสารเสก" กำมือหนึ่งออกมา แล้วซัดเข้าไปที่ใบหน้าของผีดิบตนนั้น!
ฉ่า!
เมื่อข้าวสารเสกกระทบกับผิวหนังที่เน่าเปื่อย ก็เกิดเป็นควันสีดำและเสียงที่คล้ายกับเนื้อสดถูกนาบด้วยเหล็กร้อน! ผีดิบพรานป่าร้องโหยหวนออกมาเป็นเสียงที่ไร้สำนึกแล้วผงะถอยหลังไป!
"คาถาของข้ายังพอใช้ได้ผลอยู่!" ลุงมีตะโกนอย่างดีใจ "แต่มันแค่ขับไล่ได้ชั่วคราวเท่านั้น!"
ในขณะที่ลุงมีกำลังรับมือกับผีดิบพรานป่า คำอินทร์ก็ถูกผีดิบอีกสามตนรุมเข้าใส่จากทางด้านข้าง! มันคือร่างของหญิงสาวและชายฉกรรจ์ที่เคยเป็นชาวบ้าน!
คำอินทร์ไม่ได้ลังเล! เขาตวัดดาบออกไปเป็นวงกว้าง!
ฉัวะ!
คมดาบที่อาบไปด้วยพลังอาคมของเขาตัดผ่านร่างของผีดิบตนหนึ่งจนขาดเป็นสองท่อน! แต่มันกลับไม่ล้มลงในทันที! ท่อนบนของมันยังคงใช้แขนตะเกียกตะกายคลานเข้ามาหาเขาอย่างน่าสยดสยอง!
คำอินทร์ขมวดคิ้ว! เขารู้แล้วว่าการทำลายเพียงลำตัวนั้นไม่เพียงพอ!
เขาเปลี่ยนกระบวนท่า เพลงดาบของเขากลายเป็นเน้นความแม่นยำและความรวดเร็ว!
เขาหลบหลีกการโจมตีของผีดิบอีกสองตนแล้วตวัดดาบขึ้นในแนวเฉียง ตัดผ่านลำคอและศีรษะของพวกมันอย่างแม่นยำ!
ร่างไร้หัวของผีดิบทั้งสองทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วแน่นิ่งไปในที่สุด!
"ต้องเล็งที่หัวเท่านั้น!" คำอินทร์ตะโกนบอกลุงมี
"พูดง่ายแต่ทำยากนะพ่อหนุ่ม!" ลุงมีร้องตอบขณะที่กำลังวิ่งหนีผีดิบอีกตนหนึ่งที่ตามมาติดๆ "ข้ามันสายบุ๋นไม่ใช่สายบู๊นะ!"
สถานการณ์เริ่มคับขันขึ้นเรื่อยๆ ฝูงผีดิบเริ่มบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ คำอินทร์แม้จะมีฝีมือสูงล้ำ แต่การต้องรับมือกับศัตรูที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและมาจากทุกทิศทางก็ทำให้เขาเริ่มอ่อนล้า ส่วนลุงมีนั้นก็ทำได้เพียงแค่วิ่งหนีและใช้คาถาเล็กๆ น้อยๆ เพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น
"เราต้องหาทางออกจากวงล้อมนี้!" คำอินทร์ตัดสินใจ "ท่านลุง! ตามข้ามา!"
พูดจบ เขาก็โคจรพลังจากแก่นอาคม! แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกลงบนพื้นดิน!
"ปฐพีสั่นไหว!"
พื้นดินทั่วทั้งลานพิธีกรรมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! ทำให้ฝูงผีดิบที่กำลังเดินอยู่เสียหลักและชะงักไปชั่วขณะ!
อาศัยจังหวะนั้นเอง คำอินทร์ก็ได้คว้าแขนของลุงมีแล้วพุ่งทะยานฝ่าวงล้อมออกมา!
พวกเขาฝ่ากลุ่มผีดิบออกมาได้สำเร็จแต่ก็ต้องพบว่าเส้นทางที่จะหนีออกจากหมู่บ้านนั้นถูกปิดล้อมไว้หมดแล้ว
"แย่แล้ว!" ลุงมีร้อง "เราถูกขังอยู่ในกรงที่เต็มไปด้วยหมาบ้า!"
คำอินทร์ยืนหอบหายใจ เขามองไปรอบๆแล้วสายตาของเขาก็พลันไปหยุดอยู่ที่ "ผาเลือด" หน้าผาสูงชันที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านแห่งนี้นั่นเอง
"ทางนั้น!" เขาชี้ไปที่หน้าผา "เราต้องปีนขึ้นไป!"
มันเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่!
ทั้งสองรีบออกวิ่งมุ่งหน้าไปยังหน้าผานั้นทันที โดยมีฝูงผีดิบไล่ตามหลังมาติดๆ
เมื่อมาถึงที่ตีนหน้าผา พวกเขาก็พบว่ามันสูงและชันกว่าที่คิด แต่ก็ยังพอมีร่องหินและรากไม้ให้ปีนป่ายขึ้นไปได้
"ท่านลุงไปก่อน! ข้าจะคอยระวังหลังให้!" คำอินทร์กล่าว
ลุงมีพยักหน้ารับแล้วเริ่มปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล แกต้องทิ้งย่ามใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมบัติส่วนตัวลงเพื่อลดน้ำหนัก...
ฝูงผีดิบตามมาถึงแล้ว! พวกมันไม่ได้ปีนตามขึ้นมาแต่กลับเริ่มใช้วิธีที่น่ากลัวกว่านั้น คือการ "ต่อตัว"! พวกมันปีนขึ้นไปบนบ่าของกันและกัน สร้างเป็นพีระมิดมนุษย์ที่น่าสยดสยองเพื่อที่จะเอื้อมให้ถึงตัวของพวกเขา!
คำอินทร์ยืนตระหง่านอยู่ที่ตีนหน้าผา ดาบในมือพร้อมที่จะรับมือกับทุกสิ่งที่เข้ามา!
ผีดิบตัวแรกเอื้อมมือมาถึง! เขาฟันมันจนร่วงลงไป!
ตัวที่สองตามมา! เขาก็ฟันมันทิ้งอีก!
แต่พวกมันก็ยังคงปีนต่อตัวกันขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักจบสิ้น ราวกับฝูงมดที่กำลังจะรุมทึ้งเหยื่อ!
"พ่อหนุ่ม! รีบขึ้นมาเร็ว!" เสียงของลุงมีดังมาจากเบื้องบน แกปีนขึ้นไปถึงที่ปลอดภัยแล้ว
คำอินทร์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถต้านทานพวกมันทั้งหมดได้ เขาจึงตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้าย!
เขารวบรวมพลังอาคมที่เหลืออยู่แล้วสร้างภาพมายาขึ้นมาอีกครั้ง!
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้สร้างภาพกองทัพแต่เขาสร้างภาพของ "กองไฟ" ขนาดมหึมา! ให้ลุกโชนขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขากับฝูงผีดิบ!
เหล่าผีดิบเมื่อเห็นเปลวไฟก็ชะงักไปด้วยสัญชาตญาณ! ความกลัวไฟที่ฝังลึกอยู่ในจิตไร้สำนึกทำให้พวกมันไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้!
อาศัยจังหวะนั้นเอง คำอินทร์ก็ได้รีบปีนหน้าผาตามลุงมีขึ้นไปอย่างรวดเร็ว!
เมื่อขึ้นมาถึงบนยอดผา เขาก็ทรุดตัวลงหอบหายใจอย่างหนัก พลังของเขาแทบจะหมดสิ้นลงแล้ว
พวกเขารอดมาได้แต่ก็เป็นเพียงการรอดพ้นจากอันตรายเบื้องหน้าเท่านั้น
คำอินทร์มองลงไปยังหมู่บ้านต้องสาปเบื้องล่าง เขามองเห็นฝูงผีดิบที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบกองไฟมายาของเขา
แล้วเขาก็หันไปมองลุงมี แววตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความเข้าใจตรงกัน