เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า The Prodigal Son Return

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบห้า The Prodigal Son Return

    The Prodigal Son return to hisfather

    บุตรเสเพลกลับใจไปหาบิดา

    คือตำนานที่มีบันทึกไว้นานแล้ว แม้รายละเอียดจะต่างกันแต่ที่เหมือนกันคร่าวๆทั้งในตำนานยิว คริสเตียนและพุทธคือ

    บุตรคนเล็กนั้นขอแยกกองมรดกของตนเองออกจากบิดาและเขาเอาไปใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยในต่างแดนจนต้องตกต่ำลงมาเป็นขอทาน

    จนต้องกลับมาหาบิดา

    ในทางคริสเตียนนั้นบิดาได้รับไว้แม้พี่ชายจะไม่พอใจก็ตาม

    ว่าเขานั้นกลับใจแล้วก็เป็นเรื่องควรค่าแกการเฉลิมฉลองที่ลูกแกะที่หลงทางนั้นกลับคืนมาอีกครั้ง

    ในทางพุทธนั้นมีเรื่องเล่าคล้ายกันแต่ออกจะไปในทางแนวคิดของพี่ชายมากกว่าที่มองว่าตนเองอยู่กับบิดามาตลอด

    ควรจะได้สมบัติมากกว่าน้องชายที่แยกครอบครัวไปแล้วและตกต่ำกลับมา

    คือแนวคิดของเรื่อง

    Merit and Reward

    คุณธรรมและรางวัล

    ที่คนลำบากมากกว่าควรจะได้รับการตอบแทนมากกว่า

    ในแนวเรื่องทางพุทธเลยมีเรื่องเล่าว่าบุตรชายคนเล็กไม่ได้รู้ว่าคนที่เจอเป็นบิดาโดยตรงแต่บิดาปลอมตัวและทดสอบบุตรชายคนเล็กด้วยการงานต่างๆจนพิสูจน์ว่าได้สำนึกผิดจริงจึงค่อยรับกลับเข้ามาสู่ครอบครัวอีกครั้ง

    เรียกว่าหากเป็นทางพุทธเราจะต้องทดสอบให้กระโดดรอดห่วงผ่านอุปสรรคนานานัปการเราถึงจะได้รับการให้อภัย

    เรื่องเล่านี้คือเรื่องเล่าที่ต่อต้านแนวความคิดเรื่องของ

    Youngest is wisest

    บุตรชายคนเล็กคือคนที่ฉลาดที่สุด

    ตามแนวทางของชาดกที่มีแนวทางเรื่องของการขอบัวจากสระบัว

    บุตรชายคนโตและบุตรชายคนกลางโกหกและไม่สามารถขอบัวมาจากสระบัวได้

    แต่บุตรชายคนเล็กกล่าวตามความสัตย์ทำให้ได้บัวในที่สุด

    หรือทางตำนานยุโรปก็เช่นกัน

    “เครื่องรางยมทูต”

    ตามเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์บุตรชายคนเล็กคือคนเดียวที่รอดมาจากยมทูตได้อยู่หลายปี

    มันคำตำนานย้อนกลับในเรื่องบุตรคนเล็กไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด

    แต่บิดาตามตำนานของคริสต์ก็รับกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอีกครั้ง

    ส่วนทางพุทธอาจจะต้องไปผจญอุปสรรคทำงานหนักอยู่หลายปีถึงจะได้รับการรอดพ้น

    บุญส่วนบุญบาปส่วนบาป

    ไม่มีใครไถ่บาปแทนกันได้ทั้งนั้น

    ทำให้เรามองโลกต่างกัน

    ตำนานบุตรเสเพลกลับใจ

    เลยมีการดัดแปลงเพื่อให้เข้ากับคำสอนที่ศาสนานั้นต้องการจะสื่อ

    ทางพุทธอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของการที่ใครก็ขึ้นสวรรค์ได้คือการตั้งอยู่ในความเสื่อม

    คนเราควรจะอยู่ในหลักคุณธรรมตลอดชีวิตมันจะได้ไม่ต้องไปลำบากเสียตั้งแต่แรกแบบบุตรชายคนโต

    แต่ทางคริสต์มองว่าการอยู่กับบิดาของบุตรชายคนโตคือรางวัลแล้ว

    บุตรชายคนเล็กกลับมาคือเรื่องของการเฉลิมฉลอง

    ต่อให้ทำงานในไร่องุ่นมาทั้งวันตั้งแต่เช้า

    ก็ได้รางวัลเท่ากับคนที่พึ่งทำงานตอนเย็น

    นั่นคือศาสนาคริสต์

    เราอาจจะต้องการเป็นคนดีเหมือนกัน

    แต่เราแตกต่างกันตั้งแต่รากฐานความคิดเช่นนี้เอง

    จนมีคนแซวเช่นกันว่าแนวคิด โลกเสรีของปัจจุบันสิทธิเสรีภาพต่างๆนั้น

    เป็นเพียงแค่

     Secular Christianity

     คริสเตียนแบบรัฐฆราวาส

    เราเอาพระเจ้าออกไปจากแนวคิดก่อนเพื่อให้คนทั่วไปที่ต่างชาติต่างศาสนาต่างวัฒนธรรมรับแนวคิดทางศาสนาได้ง่ายขึ้นในภายหลัง

    หรืออย่างน้อยก็ยังมีจุดยืนตรงกลางที่เห็นตรงกันที่จะไม่ต้องเถียงกันเรื่องพระเจ้ามากมายนัก

    เสือดำมองอย่างงุนงง

    “ขะข้าจะทำดีได้หรือ?”

    คนที่คิดว่าตนเองทำชั่วมาตลอดชีวิตจะคิดว่าการทำความดีเป็นเรื่องยาก

    เราต้องตกนรกหมกไหม้แน่ๆ

    ทำไมเราต้องลำบากทำความดีด้วย?

    หรือมันต้องเป็นเรื่องยากอย่างแน่นอน

    ไม่อย่างนั้นคนคงได้เป็นเทวดานางฟ้ากันหมดแล้วสิ

    ไม่ต้องมามีคนเป็นเปรต อสูรกายผีปอบอย่างปัจจุบันนี้

    มองในแง่หนึ่งศาสนาคริสต์นั้นง่ายกว่ามากเพราะเชื่อว่าไม่ว่าคนบาปแค่ไหนพระเจ้าก็ยังรักและอภัยให้เสมอ

    ส่วนของทางพุทธต่อให้กลับใจก็ต้องตกนรกโลกันตร์ตามความชั่วที่ทำมาให้เรียบร้อยก่อน

    ผมตบบ่าเสือดำและพูดแบบศาสตราจารย์เซเวียร์

    “การที่คนหนึ่งต้องหลงทางไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องหลงทางตลอดไปการที่คนหนึ่งทำความชั่วทำบาป ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเป็นคนบาปตลอดไป องคุลีมารก็เคยทำบาปแต่เขาก็สามารถกลับใจได้เช่นกัน”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน