Zelion Fantasy Rewirte

    บทที่ 51 อสูรจันทรา

    บทที่ 51

    ตึก ตึก ตึก

    เสียงย่ำเท้าดังขึ้นบนถนนสายหนึ่งพร้อมกับราชรถที่ลากจูงด้วยยูนิคอร์นสีขาวราวกับพาหนะจากสรวงสวรรค์ ราชรถนั้นมีสีขาวขลิบทองหากมองผ่านๆอาจจะคิดว่าเป็นพาหนะของขุนนางซักคน แต่แท้จริงแล้วรถม้ากลับมีตราของศาสนจักรแห่งแสงประดับเอาไว้พร้อมกับอัศวินบนหลังม้าสี่นายที่คอยตามคุ้มครองบุคคลสำคัญที่กำลังนั่งอยู่ในราชรถอย่างแข็งขัน

    รถม้าเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่ชุมชนอย่างช้าๆไม่ใช่เพราะไม่รีบร้อนแต่เพราะกฏหมายของจักรวรรดิที่ห้ามไม่ให้รถม้ามีความเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนดแม้ศาสนจักรจะยิ่งใหญ่คับฟ้าแค่ไหนพวกมันก็ต้องไว้หน้าจักรวรรดิอยู่หลายส่วน

    ไม่นานนักขบวนก็เดินทางมาถึงอาคารรูปทรงเก่าแก่โบราณแห่งหนึ่ง มันคือสำนักดาบแห่งหนึ่งที่เปิดมานานห้าสิบปี สองข้างทางหน้าประตูทางเข้าเต็มไปด้วยศิษย์ของสำนักที่กำลังมีท่าที่กระสับกระส่ายแม้เจ้าสำนักที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดจะยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งนอกจากพวกมันแล้วยังมีเหล่าผู้สื่อข่าวที่มารอคอยกันตั้งแต่เช้ามืด

    รถม้าจอดห่างออกไปจากสำนักหลายสิบเมตรอย่างเงียบงันก่อนที่อัศวินนายหนึ่งจะเดินมาเปิดประตูรถม้า ร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองหล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาจุติกระโดดออกมาจากรถม้า ชุดเกราะทองคำที่มันสวมใส่มากระแทกกับพื้นถนนจนเกิดเสียงกระตุ้นให้นักข่าวที่รออยู่ก่อนแล้วพุ่งเข้ามาหาพร้อมกับคำถามที่เตรียมเอาไว้ทันที

    “ท่านทาเคชิ คุณมีความมั่นใจแค่ไหนที่จะพิชิตสำนักดับที่สิบหกนี้คะ?”

    นักข่าวหญิงกล่าวขึ้นพร้อมกับจ่ออุปกรณ์บันทึกเสียงและภาพมาที่ทาเคโนะอุจิ ทาเคชิหรือที่ชาวเซลิออนรู้จักันในนามผู้กล้าแห่งดาบที่กำลังมีชื่อเสียงสุดๆในขณะนี้ เด็กหนุ่มที่เคยมีเรือนผมสีดำคลี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

    “สำนักดาบรัตนชาติมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานก็จริง แต่ผมก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถนำป้ายสำนักของพวกเขากลับไปในวันนี้”

    แม้ปากจะพูดเหมือนกำลังยกหางสำนักดาบที่กำลังยืนรออยู่ไม่ไกล แต่ถ้อยคำที่พูดออกมานั้นล้วนเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ ทาเคชิเก็บเก็บประสบการณ์กับพวกสำนักปลายแถวมาหลายเดือนและเริ่มชินกับวิธีการต่อสู้ของโลกใบนี้แล้วมันจึงเลือกยกระดับการท้าทายมาเป็นสำนักระดับกลางที่มีชื่อเสียงอย่างสำนักรัตนชาติ

    เจ้าสำนักดาบรัตนชาติที่ได้ฟังดังนั้นก็แค่นเสียงแต่ยังคงสงวนท่าที ตัวมันเองก็พอจะได้ยินชื่อเสียงของผู้กล้าแห่งดาบมาบ้างเพราะในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ทาเคชิได้พิชิตสำนักปลายแถวไปมากมายทั้งยังมีพฤติกรรมที่แปลกประหลาดด้วยการตั้งเดิมพันเป็นป้ายประจำสำนัก จนถึงตอนนี้ทาเคชิคนนี้ครอบครองป้ายสำนักไปแล้วมากถึงสิบห้าแห่ง

    ฝ่ายนักข่าวเมื่อได้ฟังถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจก็อุทานด้วยความชอบใจ ก่อนที่ร่างของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีดำในชุดฮากามะสีชมพูดจะก้าวลงมาจากรถม้า ดวงที่ทรงอำนาจและความงดงามของหล่อนสะกดให้ผู้คนถึงกับลืมหายใจ

    “ทาเคชิคุง เรายังต้องไปกันอีกหลายที่รีบเข้าไปกันเถอะ”

    เสียงราวกับดรุณีสวรรค์เอื้อนเอ่ยออกมาจากเจ้าของริมฝีปากน่าหลงไหลคนนั้นก่อนที่จะก้าวนำไปด้านหน้าโดยไม่สนใจพวกนักข่าว ทาเคชิยิ้มอย่างอ่อนใจก่อนจะก้าวตามไปติดๆโดยมีฝูงนักข่าวตามหลัง

    “ฮิเมะน่าจะให้ความสำคัญกับชื่อเสียงหน่อยนะ”

    ทาเคชิกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังเดินเคียงข้างผู้กล้าแห่งคันศร ภาพของหนุ่มหล่อสาวสวยหากไม่ว่าเป็นใครมาเห็นนี้ไม่ว่าใครก็ต้องพร้อมใจกันบอกว่าทั้งคู่ล้วนเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

    “ชั้นไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ชั้นมาที่นี่เพียงเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จและเดินทางกลับโลกเดิมเท่านั้น”

    ฮิเมะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจพลางนึกถึงคำมั่นสัญญาของอาณาจักรริชมอนด์ว่าหากพวกเธอทั้งสี่สามารถรวบรวมแผ่นดินให้กลายเป็นปึกแผ่นได้พวกเขาสัญญาว่าจะส่งพวกเธอกลับไปยังโลกเดิม หากวันนี้ไม่ใช่เพราะเด็กสาวอยากทดลองอาวุธใหม่มีหรือที่เธอจะเดินทางมาเพื่อการละเล่นเล็กน้อยๆของทาเคชิ

    “เอาน่า อย่างน้อยก็โปรยยิ้มให้พวกเขาหน่อย”

    ทาเคชิเอ่ยเสียงเข้มราวกับกำลังออกคำสั่ง

    “นี่ก็เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของศาสนจักรและกลุ่มผู้กล้าเรานะ”

    ฮิเมะได้แต่ถอนหายใจก่อนจะหันไปส่งยิ้มที่ตนบรรจงประดิษฐ์ของส่งให้กับพวกนักข่าวส่งผลให้ทาเคชิพึงพอใจ ตั้งแต่มาที่โลกใบนี้ได้หลายเดือนคนที่ปรับตัวได้ช้าที่สุดคือคุณฮิคาริ ส่วนคนที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือทาเคชิไม่ว่าจะคำพูดหรือวิธีการวางตัวจากแต่ก่อนที่เป็นคนสุภาพอ่อนน้อมตอนนี้กลับเด็ดขาดและทรงอำนาจแต่ค่อนไปทางเผด็จการในสายตาของฮิเมะ แม้เธอจะอยากต่อต้านแต่ก็ต้องยอมรับว่าฝีมือการต่อสู้ในโลกนี้ทาเคชิเหนือล้ำกว่าผู้กล้าทุกคน

    “ครั้งนี้ชั้นขอเป็นคนลงมือ หวังว่าเธอคงไม่ว่าอะไรนะทาเคชิคุง”

    “แน่นอน ตราบใดที่เธอสามารถหลอกล่อให้อีกฝ่ายใช้วิชาออกมาจนหมดไส้หมดพุง”

    ทาเคชิไม่เคลือบแคลงในความสามารถของฮิเมะแม้แต่น้อย เพราะในโลกเก่าตระกูลทาเคโนะอุจิกับตระกูลจิโตเสะล้วนเป็นตระกูลเก่าแก่ด้วยกันทั้งคู่ เด็กหนุ่มจึงทราบดีว่าฮิเมะเครอบครองวิชาดาบที่ร้ายกาจที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ที่ทาเคชิต้องการให้เจ้าสำนักรัตนชาติชาติแสดงฝีมือออกมาจนหมดย่อมหมายถึงให้ฮิเมะทำอย่างไรก็ได้เพื่อกดดันให้เจ้าสำนักดาบใช้ประบวนท่าออกมาจนครบทุกท่า

    คลาสผู้กล้าแห่งดาบนั้นนอกจากทักษะติดตัวที่มุ่งเน้นสนับสนุนและเพิ่มพลังทำลายด้วยดาบแล้ว ยังมีทักกษะอยู่ทักษะหนึ่งที่เป็นหัวใจของคลาสซึ่งมีชื่อว่าหัวใจแห่งดาบที่สามารถทำสำเนาวิชาดาบทุกชนิดในโลกให้ออกมาเป็นทักษธเรียกใช้โดยที่ผู้กล้าแห่งดาบจำเป็นต้องมองเห็นกระบวนท่าทั้งหมดเสียก่อน ทาเคชิใช้เวลาหกเดินท้าทายและขโมยวิชามาเพื่อใช้ในการพิชิตสำนักถัดไป

    ดังนั้นไม่ว่าใครจะเป็นคนท้าประลองทาเคชิก็ล้วนแต่ได้รับผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนป้ายสำนักที่เขายึดเอาไปนั้นไม่ใช่ทำเพราะมันเป็นประเพณีของญี่ปุ่น แต่มีทักษะของผู้กล้าที่จำเป้นต้องใช้ป้ายสำนักดาบเพื่อเพิ่มความรุนแรงของทักษะ

    “มั่นใจเหลือเกินว่าจะชนะ ดูท่าเราจะแก่จนโดนเด็กดูถูกเสียแล้ว”

    เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจดังลอดออกมาจากปากของเจ้าสำนักรัตนชาติ เหล่าศิลษย์เองก็มีท่าทีขึงขังและเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจแต่มีหรือที่ผู้กล้าแห่งดาบจะแยแส

    “ผมก็แค่กล่าวถึงความเป็นจริง เชิญด้านในเถอะเจ้าสำนักพวกเรามีที่ต่อไปอีกหลายแห่ง”

    “เหอะ อวดดีซะจริง”

    เจ้าสำนักแค่นเสียงก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน โรงฝึกของที่นี่ถึงจะเก่าแก่แต่ก็เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังรวมทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ฝ่ายศาสนจักรและสำนักดาบยืนกันคนละฝั่งของลานประลองที่เกิดจากการกั้นพื้นที่ขึ้นมาโดยนักข่าวถูกจัดให้อยู่ที่มุมด้านหนึ่ง

    ฮิเมะไม่ได้สวมใส่คันธนูอย่างเคยเพียงแค่นำดาบหน้าตาประหลาดออกมาจากหน้าต่างระบบเหน็บเอาไว้ข้างเอว ทาเคชิมองด้วยความสนใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เนคาตานะตั้งแต่มาที่เซลิออน

    “น่าประทับใจมาก คาตานะเล่มนี้ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากคาตานะที่โลกเดิมเลย”

    ทาเคชิกล่าวชม

    “แน่นอน เพราะมันถูกสร้างขึ้นด้วนวิธีการที่ตระกูลจิโตเสะพัฒนามาตลอดหลายร้อยปี”

    ฮิเมะยึดอกด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแต่ทาเคชิกลับไม่ค่อยยินดีนัก

    “แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยที่เธอยกสูตรการผลิตที่ควรจะเป็นของชาวญี่ปุ่นเราให้กับคนต่างโลก”

    “อย่าใจแคบนักเลยทาเคชิ สูตรที่เป็นของช่างตีเหล็กชั้นเก็บเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์ อีกอยากผลลัพธ์ที่ได้มาก็คุ้มค่า”

    คำตอบของฮิเมะไม่ได้ทำให้ทาเคชิมีสีหน้าดีขึ้น กลับกันหน้าของมันยังคงยับย่นราวกับกระดาษที่ถูกขยำ

    “ตรงไหนกันที่เรียกว่าคุ้มค่า ดาบบ้าอะไรราคาตั้งหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองแถมยังมีแรงค์แค่ F”

    นับวันทาเคชิยิ่งทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจจนฮิเมะเริ่มรำคาญแต่ยังไงซะทั้งคู่ก็เป็นชาวต่างโลกเหมือนกันเฮจึงไม่ค่อยอยากจะแตกหักกับเขาซักเท่าไหร่

    “ถึงจะเป็นแรงค์ F แต่มันก็มีศักภาพมากพอจะเลื่อนเป็นแรงค์ S เธอก็เป็นถึงความสามารถของมันแล้วนี่”

    เงินจำนวนหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลยแม้กับศาสนจักรที่มั่งคั่งก็ตาม แต่เมื่อได้เชิญนักประเมินมาเพื่อตรวจสอบคุณภาพพวกมันล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะรายละเอียดของดาบระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่ามันจะเติบโตไปพร้อมกันกันเจ้านาย นั่นหมายความว่าคุณสมบัติต่างๆที่ยังถูกผนึกอยู่นั้นจะมีคุณสมบัติสอดคล้องกัยความสามารถของฮิเมะในอนาคตเพียงแต่ต้องใช้เวลาเพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ให้ก็เท่านั้น

    “แต่ยังไงผมก็ไม่เห็นด้วย อาวุธชิ้นนี้มีดีแค่เป็นเครื่องประดับเท่านั้นต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่ามันจะเลื่อนเป็นระดับ S ล่ะ”

    ถึงยังไงซะทาเคชิยังคงไม่เห็นด้วยท่าเดียวฮิเมะจึงแย้งไปด้วยน้ำเสียงใจเย็น

    “สงครามไม่ใช่สิ่งที่จะจบได้ในเวลาวันสองวันหรอกนะ อีกอย่างตามแผนการแล้วกว่าสงครามจะเริ่มต้องใช้เวลาอีกหน่อยเพราะพวกเราสี่คนยังขาดประสบการณ์”

    ฮิเมะกล่าวจบก็ไม่สนใจสีหน้าของผู้กล้าแห่งดาบอีก เธอตรงไปยังเวทีประลองอย่างไม่รอช้าดวงตาคู่สวยจับจ้องคู่ต่อสู้ของตนเองที่รออยู่ก่อนแล้วอย่างไม่วางตา

    “เตรียมตัวเสร็จแล้วงั้นรึ”

    “ขอโทษที่ให้คอยค่ะ”

    ฮิเมะกล่าวทำให้เจ้าสำนักดาบรัตนชาติพยักหน้าก่อนจะเบนสายตามองไปยังผู้กล้าแห่งดาบที่กำลังจ้องมันกลับมาเช่นกัน ก่อนจะจ้องหันกลับมาสนใจเด็กสาวอีกครั้งมือขวาของเธอเลื่อนมาจับด้ามดาบที่แขวนอยู่ข้างเอวคาดว่าวิธีใช้ดาบของเธอคงเป็นรูปแบบของการชักดาบเร็วเพียงแต่นั่นขัดแย้งกับข้อมูลที่มันได้รับมา

    “ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าผู้กล้าแห่งคันศรสามารถใช้ดาบได้ด้วย? อย่าหาว่าข้าสอนเลยนะทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ให้ดีที่สุดก่อนไม่ดีกว่ารึ”

    เจ้าสำนักดาบกล่าวแม้การใช้อาวุธมากกว่าหนึ่งชนิดจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไรแต่ผู้ที่ทำเช่นนั้นจะใช้อาวุธที่ใกล้เคียงกับอาวุธหลัก ยกตัวอย่างเช่นนักดาบจะมีดาบแบบที่ถนันดที่สุดหนึ่งประเภทและจะใช้ดาบชนิดอื่นเป็นอาวุธรอง แต่นังเด็กผู้หญิงนี่เป็นนักธนูแท้กลับเลือกใช้ดาบแทนที่จะเป็นหน้าไม่หรืออะไรที่คล้ายๆกันเป็นอาวุธรองแทน

    “ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงค่ะ ชั้นก็มีความภาคภูมิใจของชั้นเหมือนกัน”

    แม้จะไม่มีเจตนาแต่คำพูดของเจ้าสำนักนั้นทำให้เด็กสาวรู้สึกไม่ชอบใจนัก

    “เริ่มกันเถอะค่ะ”

    “อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน”

    เจ้าสำนักไม่ต้องการเปลืองน้ำลายอีกในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟังเห็นที่มันต้องสั่งสอนด้วยเชิงดาบศิษย์ของมันส่งดาบให้แก่ผู้เป็นอาจารย์ก่อนจะถอยออกไปด้านหลังอย่างสงบ

    ดาบโค้งแรงค์ A ชั้นดีที่เป็นสมบัติประจำสำนักที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ลำพังแค่ฝีมือส่วนบุคคลเจ้าสำนักเชื่อมั่นว่าตัวมันไม่มีทางพ่ายแพ้ยิ่งบวกกับดาบโค้งเล่มนี้ยิ่งทำให้โอกาสชนะของมันยิ่งเพิ่มขึ้น

    “เริ่มการประลองได้”

    กรรมการที่เป็นคนกลางตวัดมือจากบนลงล่างเป็นสัญญาณก่อนที่ถอยไปด้านหลัง เจ้าสำนักดาบผนึดพลังเวทมนต์ขึ้นอึดหนึ่งก่อนจะวาดดาบในแนวนอน

    เพลงดาบรัตนชาติ เพลิงทับทิม

    วี้ดดดดด

    ดาบเคลือบเวทมนต์ส่งเสียงกรีดอากาศจนแสบหู เจ้าสำนักย่อตัวก่อนจะถีบเท้าตรงไปด้านหน้าพร้อมกับวาดดาบจนเกิดเป็นรอยไหม้จางเวลาดาบลากผ่านอากาศ เลเวลของมันคือ 80 ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยและมันตรวจสอบมาแล้วว่าเด็กสาวตรงหน้ามันมีเลเวล 78 ซึ่งต่ำกว่ามันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ฮิเมะยังคงจ้องมองอย่างสงบนิ่ง เธอแอบใช้ทักษะของคลาสอย่างเนตรนภาที่มีความสามารถในการทำให้ภาพทุกอย่างช้าลงเล็กน้อยช่วยในการเล็งเป้าแต่เธอใช้มันเพื่อประเมินวิถีดาบของศัตรูเท่านั้น

    วิถีดาบดูธรรมดามาก คงใช้พลังเวทมนต์เพื่อเร่งการเผาไหม้ในอากาศสินะ ดูท่าจะเล็งที่ลำตัว

    เด็กสาวประเมินขึ้นในใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สำนักดาบทั้งหลายจะเน้นกระบวนท่าท่ำแดงงพลัเวทมนต์มากกว่ามุ่งเน้นกระบวนท่าที่แท้จริง ในแง่การใช้พลังเวทย์เด็กสาวอาจจะยังคงเป็นมือใหม่แต่กับกระบวนท่าแล้วมันเป็นอีกเรื่องหนึ่งนิ้วโป้งข้างที่กำด้ามดาบเลื่อนขึ้นไปดันดาบจนโผล่พ้นฝักขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เด็กสาวจะย่อตัวลงต่ำแล้วพุ่งไปด้านหน้า

    เพลงดาบอสูรจันทรา โลหิตสะท้อนจันทร์

    ชิ้งงง

    โอนิคิริมารุถูกกระชากออกจากฝักด้วยความว่องไวปานแสง เจ้าสำนักพลันเบิกตากว้างมันมีประสบการณ์มาหลายปีย่อมมองออกว่าเชิงดาบของเด็กสาวตรงหน้านั้นมีมากแค่ไหน ไม่น่าเชื่อว่าตัวมันที่ลงมือก่อนกลับบรรลุทถึงทีหลัง

    ดาบของมันย่อมพลาดเป้าเพราะฮิเมะลงมือทีหลังนั้นทั้งเยือกเย็นกว่าทั้งยังอำมหหิตกว่า มันตัดสินใจสลายกระบวนท่ากลางคัน รั้งพลังทั้งหมดกลับมาเพื่อปกป้องตัวเอง

    เพลงดาบรัตนชาติ มรกตค้ำฟ้า

    เคร้งงงง

    ด้ามดาบประจำสำนักถูกเลื่อนขึ้นมาสูงเท่าลำคอพร้อมๆกับที่ร่างกายของมันมีสีหม่นลง โอนิคิริมารุปะทะเข้ากับด้ามดาบอย่างหักโหม เจ้าสำนักดาบเป็นฝ่ายเสียหลักถอยไปหลายก้าวพร้อมกับใบหน้าแตกตื่น เพียงปะทะกันเพียงกระบวนท่าเดียวก็บ่งบอกได้ทันทีว่าในด้านกระบวนท่ามันด้อยกว่าอีกฝ่ายหลายขุมส่วนฮิเมะนั้นควบคุมพลังเวทมนต์ได้ไม่ดีเท่ากับเจ้าสำนัก

    [ค่าความทนทานลดลง 100 หน่วย]

    เสียงของโลกกระตุ้นให้มันตื่นจากความฝัน ค่าความทนทานที่ปลิวหายไปทีเดียวหนึ่งร้อยหน่วยทำให้มันเจ็บปวดใจใช่เล่น ฮิเมะที่เห็นว่าตนไม่อาจจัดการอีกฝ่ายได้ในกระบวนท่าเดียวก็เดาะลิ้นอย่างขัดใจก่อนจะถอยกลับไปสามก้าวความจริงแล้วผู้ใช้คันศรควรจะมีค่าพละกำลัที่ต่ำกว่านักดาบ แต่ด้วยค่าสถานะมหาศาลที่ได้รับทุกครั้งที่เลเวลเพิ่มขึ้นทำให้เธอมีความสามารถที่ทัดเทียมกับอีกฝ่ายเป็นการชดเชย

    “ม ไม่เลวเลยนี่”

    เจ้าสำนักกล่าวโดยพยายามบังคับไม่ให้น้ำเสียงแตกตื่น

    “ต่อไปนี้ข้าจะเอาจริงแล้วนะ”

    เพลงดาบรัตนชาติ เพชรยอดมงกุฏ

    ไวเท่าความคิดดาบโค้งพลันฟาดจากบนลงล่างด้วยพลังมหาศาล ฮิเมะแค่นเสียงอย่างดูแคลนก่อนจะทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เด็กสาวพลันพุ่งสวนการโจมตีนั้นใช้ค่าความว่องไวที่ได้รับจากปลอกดาบเสริมสร้างกระบวนท่าให้มีความเร็วสูงสุด

    เพลงดาบอสูรจันทรา กระต่ายหมายจันทร์

    เมื่อดาบจะสับลงมาบนศีรษะเด็กสาวพลันหมุนกายราวกับร่ายรำวกอ้อมไปด้านข้างก่อนที่โอนิคิริมารุจะเฉือนผ่านข้อมือข้างหนึ่งแล้วสับลงกลางแผ่นหลังก่อนจะจบลงที่ข้อมืออีกข้างหนึ่งโดยอาศัยบการหมุนตัวอ้อมไปด้านหลังเจ้าสำนักดาบเป็นวงกลามราวกับเต้นรำนี้เรียกพลังชีวิตของอีกฝ่ายได้หลายหน่วย

    “คึ่ก”

    เจ้าสำนักส่งเสียงลอดไรฟันก่อนจะก่อนโดดถอยออกมาอย่างหวาดกลัวเช่นเดียวกับศิษย์ของมันที่กำลังยืนหน้าถอดสี ฮิเมะถอนกระบวนทาที่ความจริงแล้วสามารถโจมตีได้มากกว่าห้าครั้งแต่เธอเลือกโจมตีแค่สามทั้งยังฝากแผลเอาไว้แค่พองามเพราะนี่คือการประลองที่ไม่มีการเอาชีวิต

    “ว่ายังไงคะ ยอมแพ้รึเปล่า”

    “ใครจะไปยอมกัน”

    เจ้าสำนักดาบคำรามตอบด้วยใบหน้าและดวงตาที่แดงก่ำ ตั้งแต่มันขึ้นเป็นเจ้าสำนักก็ไม่เคยถูกหยามเกียรติ์มากขนาดนี้มาก่อน ถึงจะบาดเจ็บแต่ไม่ถึงกับชีวิตโดยที่มันไม่ได้สำนึกเลยว่าที่มันเจ็บตัวแค่นี้เพราะอีกฝ่ายปราณี ฮิเมะถอนหายใจพลางมองอีกฝ่ายราวกับคนโง่ เพลงดาบรัตนชาตินั้นมีสิบท่าดูเหมือนเธอต้องเล่นกับเจ้าสำนักคนนี้อีกนานถึงจะบนนลุเป้าหมาย

    คลื่นดาบ

    เจ้าสำนักตัดสินใจใช้ทักษะประจำคลาสเปิดทาง คลื่นดาบพุ่งไปด้านหน้าตัวมันกลับพุ่งอ้อมไปอีกด้านหนึ่งฮิเมะตัดสินใจรับมือกับคลื่นดาบก่อนเพราะมันเบาลุมันถึงเร็วกว่า

    ฉับ...

    คลื่นดาบที่เกิดจากพลังเวทมนต์ล้วนๆสลายกลายเป็นฝุ่นพร้อมกับโอนิคิริมารุที่ส่องแสงจากการได้รับค่าประสบการณ์ฟรีๆอย่างเงียบงัน ฝ่ามนตราถูกใช้ออกโดยไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งเด็กสาวยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา

    “ในเมื่อเจ่าสำนักทักทายเราด้วยคลื่นดาบ ชั้นก็จะตอบโตเด้วยคลื่นดาบเช่นเดียวกัน”

    เพลงดาบอสูรจันทรา ข้างขึ้นเจ็ดค่ำ

    วูบ...

    เด็กสาวผนึกพลังวาดดาบในแนวนอนก่อนที่คลื่นดาบทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจในการฆ่าจะถูกปลดปล่อย พลังและความเร็วของมันเหนือชั้นยิ่งกว่าทักษะคลื่นดาบธรรมดาๆในทุกมิติ ตามปกติแล้วนี่คือกระบวนท่าอิไอที่จำเป็นต้องใช้ในระยะใกล้ แต่ฮิเมะดัดแปลงมันเข้ากับความสามารถของโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนต์

    เจ้าสำนักดาบเบิกตาถลนตัวมันลงมือเต็มที่เด็กสาวกลับตอบโต้ได้ง่ายๆ ทั้งยังสวนกลับมาด้วยกระบวนท่าที่ทรงพลัง มันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกดาบขึ้นมาป้องกันอย่างจวนตัว

    เคร้งงง

    ฉูดด

    คลื่นดาบกระแทกเข้ากับดาบโค้ง หากไม่ใช่เพราะดาบเล่มนี้มีแรงค์สูงกว่าเจ้าสำนักคงจะตัวขาดสะพายแล่งไปแล้ว แต่ดาบก็ป้องกันได้เพียงบางส่วนเท่านั้นคลื่นดาบที่หลงเหลือกระแทนเข้ากับร่างกายสร้างเป็นบาดแผลฉกรรณ์ ความรุนแรงมากพอจะทำให้อวัยวะภายในของมันถูกเขย่าทั้งยังส่งร่างของมันลอยไปหลายเมตรพร้อมกระอักเลือดออกมาคำโต

    “ท่านอาจารย์!”

    “นังเด็กนี่”

    เจ้าสำนักเลือดขึ้นหน้าตัดสินใจใช้ไพ่ตายก่อนที่มันจะไม่มีโอกาสอีก

    เพลงดาบรัตนชาติ บุศราคัมกัมนาท

    เพลงดาบรัตนชาติ น้ำตาไพลิน

    เพลงดาบรัตนชาติ อำพันสายฟ้า

    เพลงดาบรัตนชาติ กำปั้นโอปอล

    เพลงดาบรัตนชาติ ปราการสีนีล

    เพลงดาบรัตนชาติ สยบเยี่ยงเหล็กกล้า

    เพลงดาบพิฆาตหกท่าถูกปลดปล่อยในเวลาไล่เลี่ยกันแต่ละกระบวนท่าไม่มีซึ่งการออมแรงแม้แต่น้อยเพราะเจ้าสำนักในตอนนี้สติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว เขาหวังเพียงแต่จะปลิดชีพคนที่ทำให้มันตกอยู่ในความอับอาย 

    ฮิเมะคลี่ยิ้มน้อยๆกระบวนท่าแฝงพลังเวทมนต์สามสายอาจจะดูอันตรายแต่เมื่อถูกปลดปล่อยออกมาโดยคนที่ขาดความเยือกเย็นทำให้ดูไม่มีความน่าเกรงขามหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ผลของความเร็วโจมตีเพิ่มขึ้นครึ่งเท่าจากฝักดาบยังคงหลงเหลือเด็กสาวจึงย่อกายก่อนจะพุ่งไปด้านหน้าราวกับประกายแสง

    กระบวนท่ารัตนชาติที่รุนแรงทั้งสามสายพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย เจ้าสำนักถูกบังคับให้ต้องประดาบซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่าดาบโค้งของมันกับดาบคาตานะมีจุดเด่นที่มีกระบวนดาบที่รวดเร็ว

    เคร้ง

    ดาบต่อดาบกระบวนท่าต่อกระบวนท่า เพลงดาบสายจิโตเสะนั้นรวดเร็วและดุดันมุ่งเน้นปลิดชีพศัตรูให้เร็วที่สุดเป็นเพลงดาบที่เกิดมาเพื่อไล่ล่าสังหาร ในขณะที่กระบวนท่าดาบรัตนชชาติมุ่งเน้นความต่อเนื่องของกระบวนท่าร้อยเรียงดุจบทกวีไร้จุดจุบ

    แม้จะเป็นเพลงดาบที่มุ่งเน้นความว่องไวเหมือนกันแต่แก่นหัวใจของเพลงดาบของทั้งสองนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน ยิ่งต่อสู้รอยยิ้มของฮิเมะยิ่งฉีกยิ้มกว้างเพราะเจ้าสำนักเป็นบุคคลในแบบที่เธอคิดเอาไว้

    เจ้าสำนักรัตนชาติคือบุตรชายของเจ้าสำนักรุ่นก่อนแน่นอนมันได้รับสืบทอดเพลงดาบจากบิดาทุกกระบวนแต่ไม่เคยได้นำออกมาใช้จริงทุกท่าเนื่องจากคู่ซ้อมของมันนอกจากมอนสเตอร์ไร้สติปัญญาแล้วก็มีเพียงคนในสำนักที่ต่อให้ได้เปรียบแค่ไหนก็ต้องไว้หน้ามันที่เป็นผู้สืบทอดส่วนหนึ่งดังนั้นถึงแม้ชื่อจะเป็นถึงเจ้าสำนักดาบแต่จริงๆฝีมือของมันกลับต่ำกว่ามาตรฐาน

    “กับคนที่เอาแต่สู้ราวกับหุ่นกระบอกมาตลอด ไม่มีวันไปได้ถึงจุดสูงสุดหรอกค่ะ”

    ฮิเมะกล่าวเบาๆขณะปะทะดาบกับเจ้าสำนักรัตนชาติ ในตระกูลจิโตเสะถึงเธอจะได้ชื่อว่าผู้สืบทอดอันดับหนึ่งแต่ก็ต้องเพียรพยามในโลกที่มีแต่คนสวมหน้ากากแม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกกลืนกินเด็กสาวจึงต้องไขว่คว้าหาพลังมาครอบครอง เธอไม่มีวันแพ้พวกที่นั่งกินนอนกินบนชื่อเสียงของบรรพบุรุษอย่างแน่นอน

    “คึ่ก...”

    ยิ่งต่อสู้กันนานเท่าไหร่ขวัญกำลังใจของฝั่งสำนักรัตนชาติก็ยิ่งหดหายลงเท่านั้น แขนขาพลันอ่อนเปลี้ยแพลียกำลังขึ้นมากระทันหันส่งผลให้ถูกปัดการป้องกันออกไป ฮิเมะเบิกตากว้างด้วยความยินดีก่อนที่จะเสือกดาบแทงเข้าไปที่หัวไล่ของเจ้าสำนักอย่างแรง

    ฉึก

    1,142

    หากนี่ไม่ใช่การประลองฮิเมะคงเลือกแทงที่หัวใจมากกว่าไปแล้วน่าเสียดายที่ดาบยังคงมีแรงค์เพียง F ไม่เช่นนั้นค่าความเสียหายที่ได้รับคงจะมากกว่านี้ เด็กสาวกระชากดาบกลับคืนส่งผลให้โลหิตพุ่งกระฉูดออกจากบาดแผล เหล่าสำนักรัตนชาติพลันมีสีหน้าดำมืดพวกมันอยากพุ่งเข้าไปช่วยเจ้าสำนักใจจะขาดแต่ไม่อาจเข้าไปขัดการประลองที่ทรงเกียรตินี้ได้

    "ค แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่หรอก”

    เจ้าสำนักใช้ดาบต่างไม้ค้ำประคองร่างกายที่โงนเงนราวกับไผ่ต้องลมใบหน้าของมันยังคงไม่แสดงถึงการยอมจำนนซึ่งเข้าทางพวกฮิเมะเอย่างมาก

    ฝ่ายผู้สื่อข่าวนั้นได้แต่นั่งนิ่งไปเรียบร้อยแล้ะว แม้แต่จะหายใจแรงก็ยังไม่กล้าบางคนถึงขนาดลืมจดรายละเอียดการต่อสู้เพราะถูกภาพตรงหน้าดึงดูดสายตามากเกินไป วันรุ่งขึ้นข่าวความยอดเยี่ยมของฝีมือดาบของผู้กล้าแห่งคันศรจะขาดพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง

    “มีอะไรก็รีบแสดงออกมาให้หมดเถอะค่ะ”

    ฮิเมะกล่าวก่อนจะชี้โอนิคิริมารุไปทางเจ้าสำนักดาบ ช่วงเวลาทองคำสามนาทีได้หมดลงไปแล้วก็จริงแต่เธอก็มั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสามารถเอาชนะเจ้าสำนักรัตนชาติในสภาพลบบาดเจ็บสาหัสได้ไม่ยาก ฝ่ายลูกศิษย์ที่อดรนทนไม่ไหวรวมถึงพวกที่ไม่อยากให้สำนักดาบขายขี้หน้าไปมากกว่านี้พร้อมใจกันเอ่ยขึ้น

    “ยอมแพ้เถอะครับท่านอาจารย์ ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจเกินไป”

    “เหลวไหล! พวกเจ้าจะปล่อยให้ข้างอมืองอเทาปล่อยให้มันย่ำยีศักดิ์ศรีของสำนักเราที่สั่งสมมาตลอดหลายสิบปีงั้นเรอะ”

    เจ้าสำนักรัตนชาติตวาดเสียงดังลั่นส่งผลให้พวกที่พ่นถ้อยคำออกมาเมื่อครู่ได้แต่สงบปาก ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้มันยอมพ่ายแพ้ในการต่อสู้ดีกว่ายอมพูดว่าตัวเองสู้ไม่ได้ มันใช้เรี่ยวที่เหลือเงื้อดาบขึ้นพร้อมผนึกพลังป้องกันทั่วร่างกายก่อนจะกระโจนออกไป

    “จงรับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของข้าไปซะ!”

    เพลงดาบรัตนชาติ ท่าสุดท้าย ภูผาหมื่นรัตน

    ดาบโค้งชี้ขึ้นฟ้าพลังเวทมนต์ที่แฝงในดาบส่งผลให้ศาสตราวุธกรีดร้องเสียงแหลม บรรยากาศโดยรอบคล้ายถูกเขย่าด้วยพลังที่มองไม่เห็น ทุกๆคนไม่เว้นแม้แต่พวกนักข่าวก็ยังมองเห็นภาพเงาลางๆของภูผาที่เต็มไปด้วยเพชรนิลจินดา แรงกดดันที่น่าพรั่นพรึงถาโถมลงมาราวกับสวรรค์ลงทัณฑ์ ทาเคชิที่นั่งนิ่งมาตลอดลุกขึ้นราวกับกำลังคิดจะช่วยแต่ฮิเมะได้ส่งสายตาห้ามเอาไว้

    “มาทำตัวสมเป็นเจ้าสำนักดาบเอาในวินาทีสุดท้าย...ชั้นขอตอบรับคุณด้วยความเคารพ ทางนี้ก็จะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดเช่นกัน”

    เด็กสาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแม้ก่อนหน้านี้เธอจะแสดงออกเหมือนดูแคลนคู่ต่อสู้เพราะพวกมันล้วนไม่เหมาะสม แต่ในการโจมตีนี้เจ้าสำนักรัตนชาติได้แสดงให้เห็นว่ามันแตกต่างจากเจ้าสำนักระดับล่างที่มีดีแค่โอ้อวดไม่ได้มีฝีมืออย่างที่ปากพูดเพราะกระบวนท่าภูผาหมื่นรัตนรุนแรงมากพอจะคุกคามเธอหรือแม้แต่ทาเคชิ

    แทนคำพูด เด็กสาวสอดดาบเก็บเข้าไปในฝักย่อตัวบิดลำตัวครึ่งรอบทันใดนั้นเองบรรยากาศพลันเงียบสงัด ห้วงเวลาคล้ายถูกหยุดลงชั่วขณะทุกสายตาพรอ้มกใจกันจับจ้องเด็กสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ

    “ฟู่ว...”

    เด็กสาวพ่นลมหายใจออกจากปากเสียงแผ่วแต่ก็ดังพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้เตียงได้ยิน ดวงตาคู่สวยพลันปรือขึ้นพร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งออกจากร่างกายวูบหนึ่งแล่นผ่านทุกชีวิตในสถานที่ แท้จริงแล้วจิตสังหารนี้มีจุดประสงค์ที่เจ้าสำนักรัตนชาติเท่านั้นแต่เนื่องจากยังไม่เคยใช้มันเป็นจริงเป็นจังมาก่อนทำให้เด็กสาวยังควบคุมมันได้ไม่ดีนัก

    เจ้าสำนักรัตนชาติพลันหัวใจหล่นวูบแม้ทุกคนจะถูกจิตสังหารนั่นกวาดผ่านแต่มันคือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มโนทัศน์ต่างๆถูกตัดขาดร่างกายของมันแข็งค้างทั้งที่ไม่ถูกสถานะผิดปกติเป็นเวลาเดียวกับที่เด็กสาวกระชากดาบออกมา

    เพลงดาบอสูรจันทรา กระบวนท่าขั้นสุดยอด เงาพิฒาตสิบสองจันทราย้อมรัตติกาลด้วยโลหิต

    ทันใดนั้นเองร่างของเด็กสาวพลันเคลื่อนไหวด้วยท่าเท้าที่อ่อนช่อยแต่ว่องไว ร่างเล็กๆแตกออกเป็นสิบสองร่าง ทุกร่างล้วนเป็นร่างจริงทั้งยังมีจิตสังหารเป็นของตัวเองจับดาบด้วยประบวนท่าที่แตกต่างกัน ทาเคชิอดที่จะชื่นชมไม่ได้

    “เธอไม่ได้แยกร่างจริงๆแต่เคลื่อนที่เร็วมากจนเหมือนแยกออกเป็นสิบสองร่างต่างหาก”

    ร่างทั้งสิบสองเคลื่อนไหวแทบจะพร้อมเพรียงกัน แต่ละร่างแสดงกระบวนท่าที่อ้อนช้อยแต่งดงามเคลื่อนเข้าหาเจ้าสำนักดาบรัตนชาติที่คล้ายกับกาลเวลาถูกแช่แข็งก่อนจะสับดาบลงไปด้วยแง่มุมที่แตกต่างกัน เจ้าสำนักดาบกรีดร้องเสียงแหลมพลังเวทมนต์มหาศาลพลันสลายไปพร้อมกับร่างที่เต็มไปด้วยเลือดล้มลง

    ร่างทั้งสิบสองกลับมารวมกันเป็นหนึ่งในสภาพหันหลังให้คู่ต่อสู้ เด็กสาวระบัดดาบอย่างแรงจนเลือดที่ติดอยู่บนโอนิคิริมารุสาดลงพื้นไม่หลงเหลืออยู่บนใบดาบแม้แต่หยดเดียว

    กริก...

    เด็กสาวสอดดาบกลับคืนฝักอย่างเงียบงันก่อนจะก้าวลงมาจากเวทีประลองโดยไม่หันไปเหลือบมองคู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย เธอเชื่อมั่นอย่างไม่เคลือบแคลงว่าเจ้าสำนักดาบไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก เธอตรงไปด้านหน้าโดยที่ศิษย์ทั้งหลายต่างวพร้อมใจกันแหวกออกเป็นสองทางเพื่อให้เด็ฏสาวตรงไปยังที่ตั้งป้ายสำนัก เธอหยิบสินสงครามออกไปโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางแม้แต่ผู้เดียว

     

    ************************************************

    ช่วงบ่นท้ายตอน

    แวะเอาตอน(แถม) มาส่งช่วงกลางสัปดาห์ ช่วงนี้เนือยๆไม่มีเกมอะไรน่าเล่น ส่วนเรื่องงานตอนนี้ก็ทรงตัวไม่ดีไม่แย่สุขภาพก็ดีโดยรวมแล้วชีวิตช่วงนี้แฮปปี้ 

    เคยมีความคิดจะจัดชุดโปรโมชั่นให้ซื้อตอนนิยายแต่มาคิดๆดูเรารู้สึกว่ามันเป็นการบีบบังคับให้ซื้อมากเกินไป เรารู้ดีว่านิยายของเรามีทั้งคนชอบและไม่ชอบดังนั้นเราเลยจะเปิดโอกาสให้เพื่อนๆแทนที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อนิยายเป็นตอนๆไป สู้ให้เพื่อนๆบริจาคตามกำลังทรัพย์ดีกว่า

    สนับสนุนค่ากาแฟ ค่าไฟ และอื่นๆได้ที่ QR Code ด้านล่าง (ใหญ่หรือเล็กไปบอกได้นะ) 

    Zero Times