หยวนิเย่มองดูสวีเมิ่งถูก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันแต่ก็ไม่อาจเทียบกับอู๋จวินหยางได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้หยวนิเย่ไม่ได้เป็ห่วงอู๋จวินหยางถ้าหากเขาต้องปะทะกับสวีเมิ่งถู
“ ก็ดี ในเมื่อเ้าเป็รองเ้าสำนักบัวคราม เช่นนั้นข้าก็อยากที่จะประลองแลกเปลื่ยนกันสักหน่อย ” อู๋จวินหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ เหอะ ในเมื่อเ้าอยากตายนักข้าก็จะสนองให้ ” สวีเมิ่งถูะโด้วยความโกรธก่อนที่จะหยิบดาบออกมาจากอุปกรณ์มิติ
ดาบของสวีเมิ่งถูเป็ดาบที่งดงามมาก ดาบสีเงินแวววาว ด้ามจับสีดำสนิท นอกจากนี้มันยังแข็งแกร่งในระดับปฐีขั้นกลางอีกด้วย
อู๋จวินหยางหยิบดาบของตัวเองออกมาก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งใส่กันอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองปะทะกันด้วยความเร็วสูงที่แม้แต่ตัวตนระดับปราชญ์ยุทธ์ก็ยังมองแทบไม่ทัน
“ เร็วมาก!! ” ผู้าุโของสำนักบัวครามพากันใ พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าผู้บุกรุกจะสามารถต่อสู้ได้สูสีกับรองเ้าสำนักของตนแบบนี้
ไม่นานทั้งสองก็แยกกันอยู่คนละฝั่ง
“ เหอะ พอมีความสามารถอยู่บ้าง ” สวีเมิ่งถูกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นอกจากนี้สีหน้าของเขากลายเป็เคร่งเครียดเพราะตอนนี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแผลมากมายนับไม่ถ้วน
ส่วนทางด้านของอู๋จวินหยาง เขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่สีหน้าของเขาผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ถ้าหากเป็ในอดีต เขาอาจจะต้องใช้พลังทั้งหมดจึงจะต่อสู้กับสวีเมิ่งถู แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นเลย
สวีเมิ่งถูสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ จงรับดาบของข้าผู้นี้ ”
ทันใดนั้นคลื่นพลังของสวีเมิ่งถูก็ปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
คลื่นพลังของสวีเมิ่งถูทำให้ผู้าุโคนอื่นๆพากันหวาดกลัวและถอยหลังไปหลายก้าว
“ ตัด ”
เสียงคำรามของสวีเมิ่งถูดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเหวี่ยงดาบใส่อู๋จวินหยางทันที
ปราณดาบสีเงินที่ทรงพลังพุ่งใส่อู๋จวินหยางอย่างรวดเร็ว
อู๋จวินหยางไม่รอช้าเขาก็ตอบโต้อย่างรวดเร็ว
“ ทำลาย! ”
อู๋จวินหยางเหวี่ยงดาบของตนใส่สวีเมิ่งถู
แสงดาบสีทองพุ่งใส่คลื่นดาบของสวีเมิ่งถู
ปราณดาบและแสงดาบปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดคลื่นกระแทกซัดเหล่าผู้าุโลอยกระเด็นไปไกล
หยวนิเย่เขายังคงอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ถูกคลื่นกระแทกซัดใส่แม้แต่น้อย
แสงดาบของอู๋จวินหยางทำลายปราณดาบของสวีเมิ่งถูอย่างย่อยยับ
“ บ้าน่า!! ” สวีเมิ่งถูใ เพราะทักษะดาบที่ทรงพลังที่สุดของตนถูกทำลายได้อย่างง่ายดายแบบนี้ นอกจากนี้แสงดาบของอู๋จวินหยางก็พุ่งใส่เขาจนตั้งตัวไม่ทัน
“ บัดซบ! ” สวีเมิ่งถูสบถก่อนที่จะโจมตีใส่แสงดาบของอู๋จวินหยางอีกครั้งเพื่อทำลายแสงดาบ
“ ในที่สุดก็ทำลายได้แล้ว ” สวีเมิ่งถูที่เพิ่งจะดีใจ จู่ๆเขาก็รู้สึกเจ็บที่ลำคอ ก่อนที่เขาจะพบว่าดาบของอู๋จวินหยางได้มาจอที่คอของเขาเรียบร้อยแล้ว
สวีเมิ่งถูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาหวาดกลัวแสงดาบของอู๋จวินหยางมากเกินไปจนทำให้ลืมตัวตนของอู๋จวินหยางไปเลย
“ ข้าขอยอมแพ้ ” สวีเมิ่งถูกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ข่มขื่น
อู๋จวินหยางถอนดาบออกมาก่อนที่จะถอยออกมายืนอยู่ด้านหลังของหยวนิเย่
สวีเมิ่งถูมองไปที่หยวนิเย่ด้วยความประหลาดใจ เพราะตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างอู๋จวินหยางกลับยืนอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มคนนี้ แสดงให้เห็นว่าฐานะของเด็กหนุ่มคนนี้เหนือกว่าอู๋จวินหยางเสียอีก แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเื้ัของเด็กหนุ่มนั้นสูงล้ำแค่ไหน
“ พวกเ้ามาที่นี้เพราะอะไรกันแน่? ” สวีเมิ่งถูถามด้วยความจริงจัง
“ ข้ามาที่นี้เพราะข้อ้าให้พวกเ้ารับปากข้าสองเื่ ” หยวนิเย่กล่าวเสียงเบา
สวีเมิ่งถูหรี่ตาลงแต่ก่อนหน้านั้นเขาก็พบทั้งสองคนเข้าไปด้านในสำนักก่อน
สวีเมิ่งถูพาไปยังห้องรับแขกของสำนักบัวคราม
ห้องรับแขกนั้นหรูหราและถูกสร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรงดงาม
หยวนิเย่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โดยที่มีอู๋จวินหยางยืนอยู่ด้านหลังราวกับผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์
“ ไม่ทราบว่าชื่อของคุณชายคือ? ” สวีเมิ่งถูถามด้วยความอยากรู้
“ ข้านามว่า หยวนิเย่ ” หยวนิเย่ตอบ
สวีเมิ่งถูครุ่นคิดแล้วก็พบว่าไม่เคยได้ยินข้อมูลของตระกูลหยวนมาก่อน แสดงให้เห็นว่าคุณชายหยวนไม่ได้มาจากพื้นที่แถบนี้อย่างแน่นอน
“ ไม่ทราบว่าคุณชายหยวนมาที่สำนักของข้าโดยที่มีเื่ร้องขอสองข้อคือสิ่งใดหรือ? ” สวีเมิ่งถูถามขึ้น
“ ท่านสวี ท่านรู้จักเมืองหยกศิลาหรือไม่? ” หยวนิเย่ถาม
“ เมืองหยกศิลา? แน่นอนว่าต้องรู้จักอยู่แล้ว ” สวีเมิ่งถูตอบ
“ เช่นนั้นหมู่บ้านฟ้าครามเป็หมู่บ้านเล็กๆใกล้กับเมืองหยกศิลาก็น่าจะสืบหาได้ไม่ยาก ข้อแรกข้าอยากให้เ้ารับรุ่นเยาว์เ่าั้สักสองหรือสามคนในทุกปีเข้าร่วมกับสำนักบัวคราม ” หยวนิเย่กล่าวออกมา
สวีเมิ่งถูลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะตอบตกลง ถึงอย่างไรมันก็แค่รับศิษย์เข้ามาเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็อยู่ที่ตัวพวกเขาเองแล้วว่าจะพยายามมากน้อยแค่ไหน แต่เขาสงสัยว่าทำไมตัวตนระดับนี้ถึงได้้าให้คนธรรมดาเ่าั้เข้าร่วมสำนักของตน
“ แล้วข้อสองล่ะ? ” สวีเมิ่งถูถามด้วยความอยากรู้
“ ข้า้าให้เ้าคุ้มครองหมู่บ้านฟ้าครามและเหล่าลูกศิษย์ที่มาจากหมู่บ้านฟ้าคราม แน่นอนว่าข้าไม่ได้ให้เ้าช่วยฟรีๆหรอก ” หยวนิเย่กล่าวจบเขาก็หยิบเอาอุปกรณ์มิติออกมาวางไว้บนโต๊ะ
สวีเมิ่งถูหยิบขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะต้องเบิกกว้างด้วยความใ เพราะภายในนั้นมีโอสถเบิกฟ้าระดับสมบูรณ์จำนวนสามพันเม็ด รวมไปถึงดาบระดับปฐีขั้นสูงอีกสองเล่ม พร้อมกับเงินอีกหนึ่งแสนตำลึงทอง
โอถสเบิกฟ้าระดับสมบูรณ์นั้นหาได้ยากมากๆ เพราะส่วนมากจะมีแต่ระดับต่ำหรือไม่ก็ระดับกลางที่จะนำออกมาขาย ส่วนระดับสูงขึ้นไปจะมอบให้กับกองกำลังระดับสูงหรือกองกำลังระดับสองขึ้นไป
แม้ว่าสวีเมิ่งถูจะมีโอสถเบิกฟ้าระดับสมบูรณ์อยู่บ้างแต่เขาก็มีไม่ถึงห้าสิบเม็ดเลยด้วยซ้ำ ด้วยจำนวนมากกว่าสามพันเม็ดจะทำให้เขาเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์ได้อย่างแน่นอน
“ แน่นอนว่านี้เป็เพียงแค่ของเล็กน้อยที่ให้เป็สินน้ำใจเท่านั้น ถ้าหากท่านสวีทำหน้าที่ได้ดีภายภาคหน้าท่านจะได้รับสินน้ำใจที่ล้ำค่ากว่านี้แน่นอน ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของสวีเมิ่งถูพลันประหลาดใจก่อนที่จะหัวเราะออกมา
“ คุณชายหยวน ข้าขอรับปาก ข้าจะทำตามที่คุณชายหยวนกล่าวมา ถ้าหากข้ายังอยู่หมู่บ้านฟ้าครามจะถูกปกป้องโดยข้า และข้าจะรับรุ่นเยาว์ของหมู่บ้านฟ้าครามเข้าร่วมกับสำนักบัวครามทั้งหมดเลยก็ได้และข้าจะไม่ให้ใครกล้าทำร้ายรุ่นเยาว์ของหมู่บ้านฟ้าครามโดยเด็ดขาด ข้าขอสาบานต่อ์ชั้นฟ้า” สวีเมิ่งถูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านสวีล่วงหน้าด้วย อ่อจริงสิข้ามีสหายคนหนึ่งชื่อว่าเหิงกั่ว เขามาจากหมู่บ้านฟ้าคราม นอกจากนี้เขายังเป็ศิษย์สายนอกของนอกสำนักท่าน ข้าอยากให้ท่านดูแลสหายคนนี้ให้ดี ” หยวนิเย่กล่าว
“ ชื่อเหิงกั่วสินะคุณชายหยวน เช่นนั้นข้าจะดูแลเหิงกั่วอย่างดีคุณชายหยวนไม่ต้องกังวล ” สวีเมิ่งถูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยวนิเย่ไม่ได้อยู่ที่สำนักบัวครามนาน เขาก็กลับออกมาพร้อมกับการที่มีสวีเมิ่งถูเดินมาส่ง
“ กลับกันเถอะ ” หยวนิเย่กล่าว ตอนนี้หมู่บ้านฟ้าครามได้รับการปกป้องจากสำนักบัวครามแล้วก็ทำให้เขาหมดห่วง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามปี
ภายในสามปีนี้หมู่บ้านฟ้าครามกลายเป็หมู่บ้านที่โดดเด่น เพราะสำนักบัวครามได้ส่งผู้าุโมารับรุ่นเยาว์ของหมู่บ้านเข้าร่วมกับสำนักบัวคราม เื่นี้สร้างความยินดีให้กับผู้คนในหมู่บ้านฟ้าครามอย่างมาก
เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมสำนักบัวครามถึงได้ให้ความช่วยเหลือหมู่บ้านฟ้าครามของพวกเขา
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งข่าวดีก็คือ เหิงกั่วก็ได้กลายเป็ลูกศิษย์ของสวีเมิ่งถู ทำให้ฐานะของเหิงกั่วสูงมากและไม่มีใครกล้าที่จะดูิ่เขา
สำหรับหยวนิเย่หลังจากที่เขาเข้าสู่ขอบเขต์ั้แ่เมื่อสองปีก่อนแล้ว ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งในระดับ์วิบัติขั้นต้น ซึ่งเป็ขั้นที่สองของขอบเขต์
ขอบเขต์ถูกแบ่งออกเป็หกระดับใหญ่ได้แก่ อาณาจักร์ ์วิบัติ ์ศักดิ์สิทธิ์ ราชัน์ จักรพรรดิ์ บัญชา์
สำหรับขอบเขต์ ขอบเขตนี้จะมีการแบ่งระดับย่อยออกเป็ห้าขั้นได้แก่ ต้น กลาง ปลาย สูง สมบูรณ์
แน่นอนว่าหยวนิเย่บอกกับหยวนเฉิงว่า เขาได้รับการถ่ายทอดมาจากเซียนวิเศษท่านหนึ่ง ทำให้เขาบ่มเพาะพลังยุทธ์ได้อย่างรอดเร็ว และเรียนรู้ทักษะการปรุงโอสถและการวางค่ายกล ทำให้เขาสามารถปรุงโอสถและวางค่ายกลได้อย่างชำนาญ
ส่วนเซียนวิเศษท่านนั้นได้หายตัวไปแล้วและไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้วด้วย
ในตอนที่หยวนิเย่ทะลวงเข้าสู่ระดับ์ เขาถึงกับเรียกทัณฑ์์ให้ปรากฏขึ้น แถมยังเป็ทัณฑ์์เก้าครั้งอีกด้วย นับว่ามีแต่เหล่าตัวตนอัจฉริยะเหนือยุคสมัยเท่านั้นที่จะสามารถเรียกทัณฑ์์เก้าเส้นออกมาได้
โชคดีที่หยวนิเย่ััได้ถึงทัณฑ์์ เขาจึงมุ่งหน้ามายังเขาลูกหนึ่งที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงกุ่นไปหลายร้อยลี้ ก่อนที่จะทะลวงขอบเขตที่นั้น
สำหรับทัณฑ์์สามเส้นสำหรับคนทั่วไป
ทัณฑ์์หกเส้นสำหรับอัจฉริยะ
น้อยนักที่จะสามารถเรียกทัณฑ์์เก้าเส้นได้
นอกจากนี้หลังจากที่หยวนิเย่ทะลวงเข้าสู่ระดับขอบเขต์ ตันเถียนในร่างของเขาก็กลายเป็มหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต
ในตอนที่หยวนิเย่ข้ามเข้าสู่ขอบเขต์ได้สำเร็จ ปรากฏแสงหลากสีสันสว่างขึ้นมาบนท้องฟ้าและยังมีเสียงร้องของ์ดังขึ้นราวกับเฉลิมฉลองให้กับหยวนิเย่
เนื่องจากได้รับค่ายกลกลั่น์ทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะของหยวนเฉิงและอู๋จวินหยางพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว
หยวนเฉิงในตอนนี้มีความแข็งแกร่งในระดับเซียนยุทธ์ ส่วนอู๋จวินหยางอยู่ในระดับเทพยุทธ์ ซึ่งทั้งสองก็ติดแค่คอขวดเท่านั้นและอีกไม่นานก็คงจะทะลวงเข้าสู่ระดับถัดไปอย่างแน่นอน
ความจริงแล้วหยวนิเย่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งได้มากกว่านี้แต่เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะทะลวงพลังอย่างเดียว นอกจากนี้เขายังต้องฝึกฝนทักษะอื่นๆเข้ามาด้วย เช่นทักษะปรุงโอสถและทักษะวางค่ายกลเพื่อใช้ในอนาคต
ต้องบอกว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของหยวนิเย่นั้นเหนือกว่าของเสวียนปิงหยุนอยู่หนึ่งขั้นแม้ว่าจะเป็ทักษะในระดับเดียวกันก็ตาม แต่เพราะหยวนิเย่รวบรวมทักษะบ่มเพาะระดับสูงหลายร้อยอย่างรวมเข้าด้วยกันั้แ่ที่อยู่ในหอสมุดแห่งพระเ้า
นอกจากนี้ร่างกายของหยวนิเย่ก็เป็เพียงร่างกายธรรมดาไม่เหมือนกับร่างกายแบบพิเศษของเสวียนปิงหยุนที่เรียกว่าร่างหยกบริสุทธิ์ในตำนาน ที่จะทำให้บ่มเพาะพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมากกว่าคนธรรมดาหลายสิบเท่า
ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หยวนิเย่และคนอื่นๆพร้อมจะเดินทางไปยังเมืองหลวงกุ่นแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งในระดับเทพยุทธ์ของอู๋จวินหยาง พวกเขาย่อมสามารถพักอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงกุ่นได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว
ภายในห้องนั่งเล่น
หยวนิเย่ได้สั่งให้อู๋จวินหยางไปที่สำนักบัวครามเพื่อมอบของขวัญให้กับเหล่ารุ่นเยาว์ของหมู่บ้านฟ้าครามที่อยู่ภายในสำนักบัวคราม นอกจากนี้เขาก็ยังได้มอบของขวัญบางอย่างให้กับสวีเมิ่งถูเพื่อเป็การขอบคุณ
สำหรับสวีเมิ่งถูที่ได้รับการช่วยเหลือจากหยวนิเย่ในเื่ของโอสถเบิกฟ้าทำให้เวลานี้เขาได้ทะลวงเข้าสู่ระดับราชันยุทธ์ได้สำเร็จ ทำให้เขากลายเป็ตัวตนที่ทรงอำนาจในพื้นที่แถบนี้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ความสามารถของสวีเมิ่งถูก็มากขึ้นด้วยเพราะหยวนิเย่มอบทักษะดาบระดับ์ขั้นสูงให้หนึ่งทักษะ
สามวันให้หลัง
หลังจากที่ทางหมู่บ้านฟ้าครามได้จัดงานเลี้ยงอำราให้กับปู่หลานตระกูลหยวนแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทาง
โดยที่การเดินทางของพวกเขาจะเดินทางโดยใช้รถม้า ส่วนคนขับรถม้าก็คืออู๋จวินหยางนั่นเอง
แน่นอนว่าไม่ใช่รถม้าธรรมดาเนื่องจากม้าที่ใช้ในการลากรถก็เป็ถึงอาชาลมทมิฬ ซึ่งเป็สัตว์อสูรระดับสองที่มีพละกำลังและความเร็ว หนึ่งวันสามารถวิ่งได้ไกลกว่าสองพันลี้
ซึ่งรถม้าของพวกเขาใช้อาชาลมทมิฬถึงสองตัวในการลาก