หลังจากการเข้าหออันร้อนแรงผ่านพ้นไปเช้านี้ไท่จื่อ และ ไท่จื่อเฟย ต้องเข้าวัง เพื่อยกน้ำชาคาราวะ พ่อแม่ฝ่ายชายตามธรรมเนียมเฟยเฟิ่งแม้ไม่อยากจะลุกจากเตียง แต่ธรรมเนียมปฏิบัติก็ไม่อาจละเลยได้ จึงเรียกนางกำนัลของวังตะวันออกมาร่วมกับซือซือช่วยนางแต่งตัว
"ซือซืออวี้เหมยเป็อย่างไรบ้าง ั้แ่เมื่อวาน เปิ่นไท่จื่อเฟยยังไม่เจอนางเลยไม่รู้มาอยู่แปลกที่อย่างนี้จะลำบากอันใดหรือไม่" เฟยเฟิ่งถามนางกำนัลคนสนิท ด้วยอดเป็ห่วงน้องสาวคนนี้ไม่ได้
"ทูลไท่จื่อเฟยท่านพ่อบ้านตง จัดตำหนักหยกขาวให้อวี้เหมยกงจู่ประทับเพคะ ตอนนี้มีเจียวหลัน นางกำนัลคนสนิทที่ตามเสด็จคอยดูแลอยู่เพคะ" ซือซือกล่าวตอบ มือก็นำเตี่ยนจึดอกไม้อัญมณีชุดใหญ่ใส่ให้ไท่จื่อเฟยพร้อมทั้งปักปิ่นทองอันใหญ่หัวปิ่นประดับด้วยอัญมณีบุศราคัมหรูหราสมฐานะดูไปดูมาเหมือนจะน้อยไป จึงหยิบปิ่นเงินประดับอัญมณีเสริมอีก 4 อัน จนพอใจ
"เช่นนั้นหรือเ้าให้จี้กงกงไปแจ้งอนุ ชายา ของไท่จื่อทุกคนให้มารอพบเปิ่นไท่จื่อเฟย ที่โถงตำหนักเฟิ่งหวงด้วยหลังจาก เปิ่นไท่จื่อเฟยกลับจากเข้าเฝ้าแล้ว อยากจะทำความรู้จักพวกนางเสียหน่อยอ่อ เ้าชวนอวี้เหมยมาด้วยก็แล้วกัน" เฟยเฟิ่งพูด พลางมองตัวเองในคันฉ่องวันนี้นางสวมชุดสีน้ำเงินประจำตำแหน่งไท่จื่อเฟยเครื่องประดับบนศีรษะถูกซือซือประโคมแต่งเต็มที่ แต่นางก็ชอบ แม้จะหนักไปบ้างก็ตามก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากตำหนักเพื่อไปหาไท่จื่อ
"พ่อบ้านตงไท่จื่อประทับอยู่ที่ไหนหรือ" เมื่อออกจากตำหนัก ก็พบพ่อบ้านตงยืนรออยู่ก่อนแล้วคงเป็สวามีนางที่ให้มารอ จึงเอ่ยถามหาคนสั่งการ
"ทูลไท่จื่อเฟยไท่จื่อทรงรอที่รถม้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ จึงรับสั่งให้กระหม่อม มารอนำทางพระองค์"พ่อบ้านตงเอ่ยตอบอย่างนอบน้อบ
"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ"เฟยเฟิ่งวางมือที่มีปอกเล็บลงบนท่อนแขนของซือซือ ก่อนจะเดินตามพ่อบ้านไปอย่างอ้อนช้อยและมีจังหวะ ไม่ช้า ไม่เร็ว ปลายกระโปรงไม่กระดิก แต่ฝีเท้ากับไม่ช้าสักนิด
ิหลงที่กำลังรอไท่จื่อเฟยของตนอยู่นั้นพอเห็นร่างบางเดินมาก็ตกตะลึงในความงามอีกครั้งแม้ชุดที่ใส่จะเป็ชุดประจำตำแหน่งไท่จื่อเฟย แต่เมื่อมาอยู่บนร่างของสตรีตรงหน้าแล้วช่างเหมาะสมและงดงามเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งเครื่องประดับ และการประทินโฉมวันนี้ ก็ส่งเสริมให้ยิ่งงดงามเมื่อคืนนางช่างเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่มาตอนนี้กลับเป็ดั่งหงส์สูงศักดิ์
"เสด็จพี่รอนานหรือไม่เพคะ" เฟยเฟิ่งส่งมือให้สวามี ที่ยื่นมือมาประคองแทนซือซือก่อนจะเอ่ยวาจาแสนหวานออดอ้อนร่างสูงตรงหน้า
"ไม่นานเลยสักนิดเรารีบไปกันเถอะ เสด็จแม่ให้คนมาแจ้งว่า ให้เราไปทานสำรับเช้าร่วมกับท่าน"
"เพคะ"เมื่อรถม้าลับสายตาไปแล้ว ซือซือจึงเดินออกมาเพื่อไปทำตามรับสั่งที่ได้รับทันที
"จี้กงกงเ้าไปแจ้งท่านพ่อบ้าน ไท่จื่อเฟยมีรับสั่งให้เหลียงตี้ และ หรูจื่อ ทุกคน รอเข้าเฝ้าที่ตำหนักเฟิ่งหวงแล้วเ้าขอรายชื่อจากพ่อบ้านมาให้ข้าด้วย เข้าใจหรือไม่"
"ขอรับซือกูกู ข้อน้อยจะรีบไปจัดการ"
ซือซือเมื่อสั่งงานเสร็จแล้วจึงตรงไปตำหนักหยกขาวทันที
"ทูลอวี้เหมยกงจู่หม่อมฉันซือซือ ขอเข้าเฝ้าเพคะ" ตามปกติแล้ว นางกำนัล หรือขันทีที่เฝ้าหน้าตำหนักต้องเป็คนทำหน้าที่นี้ แต่เนื่องจากที่นี่คือแคว้นหานหาใช่แคว้นเว่ย หน้าตำหนักจึงยังไม่มีข้ารับใช้ในส่วนนี้สำหรับอวี้เหมยกงจู่ซือซือจึงต้องขอเข้าเฝ้าด้วยตนเอง
"ท่านน้าซือซือหรือรีบเข้ามาเร็วเข้า" อวี้เหมยได้ยินเสียงนางกำนัลคนสนิทของพี่สาว ก็ให้ดีใจยิ่งนัก ‘ั้แ่เมื่อวานนางยังไม่มีโอกาสเจอพี่หญิงเลยไม่รู้พี่หญิงจะเป็เช่นไรบ้าง จะโดนไท่จื่อรังแกหรือไม่นะ’
"ท่านน้าซือซือ เปิ่นกงได้ยินว่าพี่หญิงต้องเข้าวังแล้วท่านไม่ไปด้วยหรือ" ด้วยความที่ซือซือ ก่อนจะมาเป็นางกำนัลคนสนิทของต้าจางกงจู่นั้นนางเป็คนสนิทของซูหนี่ว์ฮองเฮามาก่อนด้วยพระนาง้าคนที่ไว้ใจได้มาดูแลบุตรสาว จึงแต่งตั้ง ซือซือเป็นางกำนัลคนสนิทของต้าจางกงจู่แทนหรือที่เหล่านางกำนัล ขันทีเรียกด้วยความเคารพว่า ซือกูกูอวี้เหมยเองแม้เป็ถึงกงจู่ แต่ก็ยังให้เกียรติซือซือเพราะนางถูกเลี้ยงดูคู่กับพี่สาวมาั้แ่เด็ก จึงคุ้นเคยกันดี
"ไท่จื่อเฟยให้หม่อมฉันอยู่ทำงานตามรับสั่งที่นี่เพคะพระองค์้าจะพบบรรดาเหลียงตี้ และ หรูจื่อขององค์ไท่จื่อ หลังกลับจากเข้าเฝ้าเพคะ" ซือซือเอ่ยทูล ก่อนจะนึกเื่สำคัญบางอย่างได้
"กงจู่ทราบเื่เมื่อคืนไหมเพคะ"
"เื่อะไรงั้นหรือ เมื่อคืนเปิ่นกงเข้านอนั้แ่ยามซวีแล้ว"อวี้เหมยเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"เมื่อคืนมีนางกำนัลของเหลียงตี้ตระกูลเจิน มาะโเรียกไท่จื่อหน้าตำหนักิเทียนเพคะเห็นนางแจ้งว่าเจินเหลียงตี้ถูกยาพิษเพคะ"
"หึ มารยาทละสิไม่ว่า เช่นนี้คืนเข้าหอของพี่หญิงไม่พังพินาศหมดหรือเป็เพียงชายารองแต่ช่างบังอาจนัก!!!" อวี้เหมยโมโหแทนผู้เป็พี่สาวเป็อย่างมากแม้ตัวนางจะเป็ลูกของสนม แต่มารดานางก็ไม่เคยทำเื่เสื่อมเสียเช่นนี้
"หามิได้เพคะ ไท่จื่อไม่ได้ออกจากห้องหอ อีกทั้งไท่จื่อเฟย ยังรับสั่งไม่ให้ผู้ใดรบกวน"หลังจากนั้นเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจึงถูกถ่ายทอดให้อวี้เหมยกงจู่ฟังจนหมดสิ้น
"แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็พี่หญิง ดีเปิ่นกงจะไปร่วมชมงิ้วฉากนี้กับพี่หญิงสักหน่อย"
วังหลวง
"ถวายพระพร เสด็จย่า เสด็จแม่ พ่ะย่ะค่ะ / เพคะ" สองสามีภรรย าถวายพระพรทั้งสองพระองค์ก่อนจะยกน้ำชาตามธรรมเนียมจนเสร็จสิ้น
“นำของสิ่งนั้นมาด้วยหรือไม่" หวงไท่โฮว่ เอ่ยถามหลานชาย หลานสะใภ้ก่อนจะเป็หลานสะใภ้ที่ยื่นผ้าผืนบางสีขาวส่งให้ ด้วยใบหน้าแดงก่ำช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก
มามาคนสนิทของหวงไท่โฮว่รับผืนผ้ามาก่อนจะส่งให้หวงไท่โฮว่ และ หวงโฮว่ ตรวจสอบ เมื่อทั้งสองพยักหน้าพอใจแล้วจึงได้นำผ้าผืนนั้นเก็บออกไป
"เฟิ่งเอ๋อ เมื่อเ้าแต่งเข้ามาเป็ไท่จื่อเฟยแคว้นหานแล้วอ้ายเจียก็ขอให้เ้าอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขคิดซะว่าที่นี่คือบ้านของเ้าอีกหลังหนึ่ง อยู่ไกลพ่อไกลแม่เช่นนี้เมื่อมีเวลาก็เข้าวังมาอยู่เป็เพื่อนอ้ายเจีย กับ หวงโฮว่เป็อย่างไรจะได้คลายเหงาได้บ้าง"หวงไท่โฮว่เอ่ยกับหลานสะใภ้ใหญ่ด้วยความมีเมตตาอารีย์
"ขอบพระทัยเสด็จย่าเพคะ ที่ทรงเมตตาเฟิ่งเอ๋อ อยู่ไกลบ้านเช่นนี้ แค่ทั้งสองพระองค์เมตตาเฟิ่งเอ๋อก็ไม่ขออะไรอีกแล้วเพคะ" เฟยเฟิ่งเอ่ยวาจาออดอ้อนผู้เป็ย่า และแม่สามีอย่างน่ารักน่าชัง สตรีสูงศักดิ์ทั้งสองได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งเอ็นดูเด็กสาวนัก
"ไท่จื่อ เ้าเองก็อย่าได้รังแกน้องรู้หรือไม่เื่หน้าบ้านเ้าต้องดูแลอย่าให้บกพร่องส่วนเื่หลังบ้านก็ให้เป็หน้าที่ของไท่จื่อเฟย ดูแลน้องให้ดี อย่าให้ิ่ต้าหยางฮ่องเต้และ ซูหนี่ว์ฮองเฮาว่าเอาได้ ว่าทิ้งขวางบุตรสาวของพวกเขา" หวงโฮว่เอ่ยบอกบุตรชายตนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเื่ที่เกิดขึ้นในวังตะวันออกเมื่อคืนพวกตนย่อมรู้ดี ลูกชายนางช่างใช้ไม่ได้ งานบ้านงานเมืองหรือฉลาดหลักแหลมแต่กลับเื่ผู้หญิงของตัวเองกลับไม่ได้เื่!!
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่ ลูกจะดูแลเฟิ่งเอ๋ออย่างดีพ่ะย่ะค่ะ แล้วจะรีบมีหลานตัวน้อยๆให้เสด็จแม่และ เสด็จย่าไว้เลี้ยงคลายเหงาดีหรือไม่"ิหลงเมื่อเห็นว่าตนเองกำลังโดนรุมเช่นนี้จึงรีบเอ่ยเอาใจทั้งสองพระองค์อย่างรู้งานทันที
"ดียิ่งๆ ฮ่าๆๆ มาเถอะ สายแล้วไปทานข้าวก่อน พวกเ้าจะได้กลับไปพักผ่อน"เฟยเฟิ่งรีบเดินเข้ามาประคองหวงไท่โฮว่ เพื่อไปห้องอาหาร หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งสองจึงกลับวังตะวันออกทันที ด้วยแต่ละคนก็มีเื่ที่ต้องสะสาง
"เฟิ่งเอ๋อ พี่ต้องไปคุยเื่งานกับพี่ชายของเ้าก่อนหากเ้าเบื่ออยากได้อะไรก็เรียกใช้พ่อบ้านตงได้เลยแล้วเย็นนี้พี่จะชวนิ่ไท่จื่อมาร่วมโต๊ะเสวยด้วยดีหรือไม่"
"เพคะ หม่อมฉันเองก็มีเื่ที่ต้องจัดการเล็กน้อยเสด็จพี่ไปทำงานเถอะเพคะ" ิหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงวางใจขอตัวไปทำงานทันที โดยไม่รู้เลยว่าเื่ที่ไท่จื่อเฟยจะจัดการนั้นคืออะไร
ตำหนักเฟิ่งหวง
"ถวายพระพรไท่จื่อเฟยเพคะ" ทันทีที่เฟยเฟิ่งปรากฎตัว สตรีทั้งหลาย ที่ยืนรออยู่นานหลายชั่วยามแล้วต่างรีบยอบกายถวายความเคารพนายหญิงของวังตะวันออกทันที
"พวกเ้าตามสบาย เปิ่นไท่จื่อเฟยเรียกพวกเ้ามา เพียงแค่อยากจะทำความรู้จักเหลียงตี้และ หรูจื่อของพระสวามีก็เท่านั้น" เฟยเฟิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หยกเนื้องามตัวใหญ่แกะสลักลวดลายหงส์หรูหราอลังการ พนักเก้าอี้ที่เป็ส่วนหัวพญาหงส์มีทับทิมเม็ดงามประดับตรงดวงตาดูสวยงามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
"ส่วนนี้คือ ิ่อวี้เหมยกงจู่ น้องสาวของเปิ่นไท่จื่อเฟยนางอยู่ที่นี่ในฐานะองค์หญิง พวกเ้าเองก็ต้องให้เกียรตินาง ในฐานะเชื้อพระวงศ์"
"ถวายพระพรอวี้เหมยกงจู่เพคะ" ทั้งหมดยอบกายถวายพระพรอีกครั้งก่อนที่สตรีหน้าตาสวยงาม แต่งกายหรูหราเย้ายวนนางหนึ่งจะเดินออกมา
"หม่อมฉันหลินว่านชิง เนื่องจากแต่งเข้าวังตะวันออกเป็คนแรกจึงขอเป็ตัวแทนแนะนำเื่ราวต่างๆในวังตะวันออกให้พี่หญิงทราบเพคะ"หลินว่านชิง เดินนวยนาดออกมากราบทูล แม้คำพูดจะเหมือนอ่อนน้อมแต่แฝงไปด้วยการข่มไท่จื่อเฟยอย่างเต็มที่
"เปิ่นไท่จื่อเฟยไม่ยักจะจำได้ ว่าเคยมีน้องสาวเป็สามัญชนอีกทั้งน้องสาวของเปิ่นไท่จื่อเฟยล้วนมีแต่เหล่ากงจู่ ย่อมไม่มีวาสนา ได้เป็ภรรยารองเช่นเ้าส่วนเื่แนะนำวังตะวันออก คงไม่ต้องรบกวนหลินเหลียงตี้กระมังท่านพ่อบ้านตงย่อมทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าเ้า"
บรรดาเหลียงตี้และ หรูจื่อ ทุกคนในที่นั้น ต่างก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มสาแก่ใจ ที่หลินว่านชิงถูกไท่จื่อเฟยหักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินว่านชิงได้แต่ยิ้มรับ แต่มือกำแน่นอย่างข่มอารมณ์ ‘นางเป็ถึงบุตรีเ้ากรมการคลังซ้ำยังแต่งเข้าวังตะวันออกเป็คนแรก แม้จะเป็เพียงชายารอ งแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรกับนางแต่นี่ นางกลับโดนนังองค์หญิงต่างแคว้นหักหน้าเช่นนี้!!!’
"หามิได้เพคะไท่จื่อเฟย หม่อมฉันเพียงแต่ อยากแบ่งเบาภาระของพระองค์บ้างแค่นั้นเพคะ"
"งั้นหรือ ในเมื่อเ้าอยากช่วย ดูเหมือนจะมีเหลียงตี้ และ หรูจื่อบางคนที่ไม่มาเข้าเฝ้าเปิ่นไท่จื่อเฟย เช่นนั้นเ้าก็ไปตามมาให้ครบ"เฟยเฟิ่งสั่งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบแก้กระหาย
"ทูลไท่จื่อเฟย เจินเหลียงตี้ และ อันหรูจื่อไม่สบายเพคะ จึงไม่ได้มาเข้าเฝ้าพระองค์"หลินว่านชิงเอ่ยทูล 'จะให้นางไปตามพวกนั้นหรือนางไม่มีทางลดเกียรติเด็ดขาด!!!'
"เปิ่นไท่จื่อเฟยถามหรือ ว่าพวกนางเป็อะไร แม้ป่วยก็ต้องมาหากตายแล้วก็ต้องเห็นศพอยู่ตรงหน้า!! เ้ารีบไปพาพวกนางมาได้แล้วเปิ่นไท่จื่อเฟยให้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น"หลินว่านชิงจำใจต้องไปตามทั้งสองคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยนางเป็เพียงชายารองไท่จื่อเฟยสั่งเช่นไรย่อมต้องเป็ตามนั้น 'คอยดูเถอะข้าจะฟ้องไท่จื่อให้จัดการกับเ้า!!'
หนึ่งเค่อพอดีไม่ขาดไม่เกินร่างของหลินว่านชิงที่หน้าหงิกงอก็ปรากฏ พร้อมด้วยร่างบอบบางหน้าตาซีดเซียวของสตรีสองนางที่ตามเข้ามา เมื่อหมดหน้าที่ตน หลินว่านชิงจึงกระแทกตัวนั่งบนเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์
"หม่อมฉันเจินอิงอิง ถวายพระพรไท่จื่อเฟยเพคะ"
"หม่อมฉัน อันผิง ถวายพระพรไท่จื่อเฟยเพคะ" สองร่างบอบบางน่าทะนุถนอมยอบกายลงอย่างนอบน้อม ทว่ากลับดูอ่อนแรง คล้ายจะเป็ลมได้ทุกเมื่อเฟยเฟิ่งเห็นเช่นนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะสั่งให้ลุกขึ้นแต่อย่างใดแต่กลับสั่งการพ่อบ้านตงแทน
"พ่อบ้านตง นำนางกำนัลที่ก่อกวนหน้าตำหนักิเทียนเมื่อคืน โบยหน้าตำหนัก ให้เปิ่นไท่จื่อเฟยได้ยินห้าสิบไม้แล้วขายออกซะ!!!"
"พ่ะย่ะค่ะไท่จื่อเฟย" พ่อบ้านตงเมื่อได้รับคำสั่ง จึงรีบนำตัวนางกำนัลคนสนิทของเจินเหลียงตี้ออกไปหน้าตำหนักทันที
"ไท่จื่อเฟย เมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ พระชายาช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ"นางกำนัลผู้โชคร้าย ใแทบสิ้นสติ ร้องไห้อ้อนวอนขอให้พระชายาของตนช่วยเหลือเจินเหลียงตี้เองก็ใไม่แพ้กัน ไม่คิดว่าไท่จื่อเฟยจะกล้าทำเื่เช่นนี้
"ไท่จื่อเฟยเพคะ จะไม่ทรงทำเกินไปหรือ นางเพียงเป็ห่วงหม่อมฉันเท่านั้นจึงไม่ทันคิด ทำเื่โง่งมเช่นนั้นไปเพคะ" เจินเหลียงตี้รีบเอ่ยช่วยนางกำนัลของตนทันทีหากเสียนางกำนัลคนสนิทไป ไม่เท่ากับเสียแขนขาหรอกหรือยิ่งได้ยินเสียงไม้กระทบเนื้อ ยิ่งร้อนรนกลัวไม่ทันการ
"เ้าเป็เพียงเหลียงตี้ มีสิทธิ์วิจารณ์คำตัดสินของเปิ่นไท่จื่อเฟยได้หรือนางเป็ถึงนางกำนัล แต่กฎระเบียบง่ายๆแค่นี้กลับไม่รู้เ้าคิดว่านางยังสมควรเป็นางกำนัลต่อหรือไม่ เห็นแก่ที่เ้าเจ็บป่วยอยู่ เปิ่นไท่จื่อเฟยจึงไม่เอาความที่เ้าไม่อบรบสั่งสอนคนของตนให้ดี แต่หากเ้าเห็นว่าเปิ่นไท่จื่อเฟยทำเกินไปเช่นนั้นเ้าแบ่งรับไปสัก 20 ไม้เป็อย่างไร"
"หามิได้เพคะหม่อมฉันขอบพระทัยในพระเมตตาของไท่จื่อเฟย ที่ไม่ทรงเอาความเพคะ" เจินเหลียงตี้เมื่อได้ยินไท่เจื่อเฟยพูดเช่นนี้ จึงได้แต่ขอโทษนางกำนัลตนในใจแล้ว
"ทูลไท่จื่อเฟย นางรับได้เพียง 30 ไม้ตอนนี้สิ้นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ"พ่อบ้านตงเข้ามากราบทูล หลังจากตรวจสอบแน่ชัดแล้ว
"เช่นนั้น 20 ไม้ที่เหลือ ถือว่าเปิ่นไท่จื่อเฟยลดโทษให้นางนำศพไปจัดการให้เรียบร้อย อ่อ แล้วท่านพ่อบ้าน หานางกำนัลคนใหม่ไปมอบให้เจินเหลียงตี้ด้วยเล่า"
"พ่ะย่ะค่ะ ไท่จื่อเฟย" บรรดาสตรีทั้งหลาย ต่างเริ่มหวาดกลัวไท่จื่อเฟยขึ้นมาบางแล้วต่างฝ่ายต่างคิดว่า ต่อไปจะทำอะไรคงต้องรอบคอบมากหน่อย
"เจินเหลียงตี้ อันหรูจื่อ ในเมื่อพวกเ้าเจ็บป่วยเช่นนี้งั้นก็พักรักษาตัวอยู่เงียบๆในเรือนสักหนึ่งเดือนก็แล้วกันไม่ต้องมาถวายพระพรเปิ่นไท่จื่อเฟย แล้วก็ห้ามใครไปรบกวนเด็ดขาดวันนี้พวกเ้ากลับไปได้แล้ว"
"น้อมส่งไท่จื่อเฟยเพคะ" เจินเหลียงตี้ และ อินหรูจื่อต่างตกตะลึงไม่คิดว่าอยู่ดีๆ พวกตนจะถูกกักบริเวณเดิมทีพวกตนคิดว่าความโปรดปรานที่ไท่จื่อมีให้ จะทำให้ไท่จื่อเฟยเกรงใจ ไว้หน้าพวกตนบ้างเหตุใดจึงกลับกลายเป็เช่นนี้ไปได้เล่า!!!
เมื่อกลับเข้ามาด้านในแล้วอวี้เหมยที่อดทนเก็บความสงสัยไว้ในใจอยู่นาน จึงเอ่ยถามพี่สาวตนทันที
"พี่หญิงเพคะ เหตุใดท่านลงโทษพวกนางแค่นั้นเล่าเพคะน่าจะลงโทษหนักกว่านี้อีกหน่อย"
"เสด็จแม่บอกว่า เป็ภรรยาเอกต้องใจกว้าง แล้วอีกอย่าง เสด็จพ่อก็สอนเสมอ ว่าเริ่มแรกแค่กำราบก็เพียงพ่อแล้วข้าเป็ลูกที่ดีย่อมเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา มารดาเ้าเองก็จำไว้รู้หรือไม่"
"หม่อมฉันจะทำตามที่พี่หญิงสอนสั่งเพคะ" อวี้เหมยคิดอย่างหมายมาด ‘เมื่อออกเรือนไป ข้าจะเป็ภรรยาที่ดี เช่นพี่หญิงให้ได้’