ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 คนทั้งสองทะเลาะกันแล้ว

           เยว่เฟิงเกอสนทนากับฮองเฮาอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้วนางควรไปหาม่อหลิงหาน เพื่อเตรียมตัวกลับจวนจั้นอ๋องได้แล้ว

           เมื่อบอกลาฮองเฮาแล้วเยว่เฟิงเกอก็เดินออกมาจากตำหนักคุนหมิง ทว่า ตอนที่นางกำลังจะตามนางกำนัลไปตำหนักฉงหยางก็เห็นม่อหลิงหานมุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว

           “ท่านอ๋องทรงมาหาหม่อมฉันโดยเฉพาะเลยหรือเพคะ? ” วันนี้เยว่เฟิงเกออารมณ์ดีมาก นางเดินก้าวยาวๆ ไปถึงตรงหน้าม่อหลิงหาน ยามเอ่ยวาจายังใช้สายตาราวกับกำลังเปล่งประกายจดจ้องเขา

           นางอยากบอกม่อหลิงหานว่านางและฮองเฮาเป็นคนที่มาจากโลกเดียวกันแต่คำพูดกลับชะงักอยู่ที่คอ จะอย่างไรก็พูดออกไปไม่ได้

           นางไม่อาจบอกความลับของตนและฮองเฮาออกมาได้ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นภัยถึงตัว

           จะอย่างไรนางก็แต่งมาที่แคว้นเป่ยชวนแห่งนี้ด้วยฐานะองค์หญิงแห่งแคว้นเสวี่ยอวี้หากนางบอกไปว่านางไม่ใช่องค์หญิงแคว้นเสวี่ยอวี้ ไม่รู้ม่อหลิงหานจะสังหารนางเลยหรือไม่?

           ไหนจะยังมีฮองเฮาอีกสถานะของอีกฝ่ายยิ่งพิเศษกว่า

           หากว่าฮ่องเต้รู้ความลับนี้เข้าเกรงว่ามีสิบหัวก็ยังไม่พอให้ตัด

           โชคดีที่ตอนนี้เยว่เฟิงเกอไม่นับว่าโดดเดี่ยวแล้วหลังจากที่นางได้พบฮองเฮา คนทั้งสองก็สนทนากันอย่างมีความสุข ยิ่งกว่านั้น ฮองเฮายังมอบป้ายหยกให้นาง เผื่อวันหน้าหากนางอยากเข้าวังก็สามารถถือป้ายหยกนี้เข้ามาหาฮองเฮาที่วังได้เลย

           ม่อหลิงหานเห็นเยว่เฟิงเกออยู่ในอารามดีใจเช่นนี้ก็ให้เลิกคิ้วน้อยๆด้วยไม่เข้าใจว่าแค่เยว่เฟิงเกอไปถอนพิษให้ฮองเฮาเหตุใดจึงอารมณ์ดีเช่นนี้?

           เมื่อเงาร่างขององค์ชายสามม่อเสวียนเช่อปรากฏขึ้นในสายตาของเขาใจของเขาก็ให้หนาวเหน็บทันที

           มิน่าเล่าเยว่เฟิงเกอถึงได้อารมณ์ดีเพียงนี้ที่แท้เป็นเพราะม่อเสวียนเช่อเองก็อยู่ด้วย

           “ไปกลับจวนอ๋อง” ม่อหลิงหานสีหน้าเย็นชา หมุนกายจากไปทันที

           เยว่เฟิงเกอมองม่อหลิงหานอย่างไม่เข้าใจเขาเป็นอะไรไปอีกแล้ว ประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย เอาแน่เอานอนไม่ได้

           เมื่อม่อหลิงหานเห็นว่าเยว่เฟิงเกอยังไม่ตามมาอีกก็หันศีรษะไปหรี่ตามองสตรีตัวน้อยทีหนึ่ง “ยังไม่รีบตามมาอีก”

           เยว่เฟิงเกอ“อ้อ” ไปเสียงหนึ่ง หันกลับไปโบกมือให้ม่อเสวียนเช่อ ถึงได้รีบเดินตามม่อหลิงหานไป

           ระหว่างทางกลับจวนอ๋องคนทั้งสองนั่งอยู่ในรถม้าโดยไม่มีใครกล่าววาจา

           บรรยากาศหนักอึ้งอย่างยิ่ง

           สุดท้ายเป็นเยว่เฟิงเกอที่ทนไม่ไหวนางขมวดคิ้วถามว่า “ท่านอ๋อง วันนี้ท่านดูอารมณ์ไม่ดี ถูกฮ่องเต้ตำหนิมาหรือไร? ”

           ม่อหลิงหานมองเยว่เฟิงเกอไปทีหนึ่งแล้วหันหน้าออกไปมองนอกรถม้า

           เมื่อเห็นว่าม่อหลิงหานไม่สนใจนางเยว่เฟิงเกอทำเพียงแค่นเสียงเย็นชา เบะปากแล้วเลิกม่านรถม้ามองออกไปด้านนอกเช่นกัน“เฮอะ เอาสิ เจ้าไม่อยากสนใจข้าข้าก็ไม่อยากสนใจเจ้าเหมือนกัน” เยว่เฟิงเกอพึมพำ ถึงแม้เสียงจะไม่ดังมากแต่ก็เข้าหูม่อหลิงหานอย่างชัดเจนทุกคำ

           ม่อหลิงหานเองก็โกรธมากวันนี้ตอนที่เข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ในใจเขายังเอาแต่นึกถึงเยว่เฟิงเกอ ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ตำหนักฮองเฮาจะไม่สบายกายไม่สบายใจตรงไหนหรือไม่อย่างไรเสีย ในวังก็มีกฎเกณฑ์มากมาย ซึ่งเยว่เฟิงเกอเองก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่ชอบรักษากฎระเบียบใดๆ

           ในวังแห่งนี้ฮองเฮาเป็นคนที่เข้มงวดเด็ดขาดมาก นางสนมในวังต่างหวาดกลัวฮองเฮาทั้งสิ้น

           สตรีที่ทำให้ฮ่องเต้โปรดปรานมาโดยตลอดได้หากไม่มีฝีมือก็คงอยู่รอดในวังหลวงไม่ได้

           ถึงแม้ที่ผ่านมาฮองเฮาจะถูกพิษจนนับวันมีแต่จะยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆแต่จะอย่างไรนางก็ยังเป็นฮองเฮา

           หากว่าเยว่เฟิงเกอทำอะไรให้ฮองเฮาไม่พอใจเข้าเช่นนั้นต่อให้นางจะถอนพิษในร่างของฮองเฮาได้ ก็ยังอาจต้องรับโทษอยู่ดี

           ตอนนั้นม่อหลิงหานกำลังจัดการปัญหาบ้านเมืองอยู่กับฮ่องเต้ไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ จึงยิ่งร้อนใจด้วยกลัวว่าเยว่เฟิงเกอจะเผลอทำอะไรที่ไม่เหมาะสมในตอนที่ตัวเขาไม่ได้อยู่ด้วยถึงตอนนั้นคงไม่มีใครช่วยเยว่เฟิงเกอได้แล้ว

           เมื่อเขาสามารถออกไปจากตำหนักฉงหยางได้สิ่งแรกที่ทำคือการเร่งรีบมาที่ตำหนักคุนหมิงทันที

           ทว่า กลับต้องมาเห็นเยว่เฟิงเกอเดินออกมาจากตำหนักคุนหมิงด้วยสีหน้าชื่นมื่นอีกทั้ง เบื้องหลังนางยังตามมาด้วยองค์ชายสามม่อเสวียนเช่อ

           ครั้งก่อนที่เยว่เฟิงเกอกับม่อเสวียนเช่อกระซิบกระซาบกันสองคนก็ทำให้ม่อหลิงหานโกรธมากพอแล้วแต่เพราะได้ฟังคำอธิบายที่มาที่ไป เขาก็เลือกที่จะเชื่อเยว่เฟิงเกอ

           แต่ครั้งนี้ยังคงมีม่อเสวียนเช่ออยู่ด้วยอีกคนทั้งสองเดินตามกันออกมาจากตำหนักคุนหมิงเช่นนี้ อีกทั้ง เยว่เฟิงเกอยังมีท่าทางมีความสุขเพียงนั้นจะไม่ให้ม่อหลิงหานกรุ่นโกรธได้อย่างไร

           ครั้งนี้ม่อหลิงหานโกรธแล้วจริงๆเขาไม่อยากจะสนใจเยว่เฟิงเกอแล้ว จึงเหลือบมองเยว่เฟิงเกอไปอีกทีหนึ่ง ก่อนจะหลับพักสายตา

           รถม้าขับเคลื่อนมาถึงหน้าจวนอ๋องอย่างรวดเร็ว

           ม่อหลิงหานกระโดดลงจากรถม้าไม่สนใจเยว่เฟิงเกอ เดินนำเข้าจวนอ๋องไปทันที

           เยว่เฟิงเกอค่อยๆลงจากรถม้าด้วยตัวเอง ตอนนี้นางเองก็โกรธมากเช่นกัน เหตุที่โกรธนั้นก็เพราะจู่ๆม่อหลิงหานก็เย็นชาขึ้นมาเสียอย่างนั้น นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนทำอะไรผิดไป เขาถึงได้มาทำหน้าเย็นชาเป็นน้ำแข็งใส่เช่นนี้

           ระหว่างพวกเขาเหมือนจะกลับไปเป็นเหมือนก่อนอีกครั้งม่อหลิงหานไม่แม้แต่จะมองนางสักนิด

           เยว่เฟิงเกอโกรธจนทนไม่ไหวนางตะโกนใส่ม่อหลิงหานที่เดินผ่านประตูจวนเข้าไปแล้ว “นี่ ท่านโกรธข้าเพราะเรื่องใดกันแน่พูดมาให้ชัดเจนนะ”

           ม่อหลิงหานหันศีรษะมาหรี่ตามองเยว่เฟิงเกออย่างเย็นชาน้ำเสียงที่เอ่ยเย็นชายิ่งกว่า “เข้ามาคุยกันด้านใน อย่าทำตัวขายหน้าข้างนอกนั่น”

           เยว่เฟิงเกอถูกประโยคที่ว่า‘ทำตัวขายหน้า’ ทำเอาโกรธจนทนไม่ไหวนางเดินก้าวยาวๆ เข้าไปในจวนและรอจนประตูจวนปิดลงแล้ว ถึงได้พูดต่อ “ม่อหลิงหาน ท่านพูดมาให้ชัดเจน ใครกันที่ขายหน้า? ”ตอนนี้เยว่เฟิงเกอโกรธจนจะระเบิด

           จู่ๆ ชายสมควรตายผู้นี้ก็เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกเหตุใดก่อนหน้านี้ยังยิ้มแย้มกับนาง แต่พอเข้าวังไปรอบหนึ่ง ก็กลับมาเย็นชาไม่มองหน้านางเช่นนี้คล้ายว่านางไปติดเงินเขามาตั้งแต่ชาติปางไหนอย่างไรอย่างนั้น

           ม่อหลิงหานยิ้มเย็นชาใส่เยว่เฟิงเกอ“วันนี้พระชายาทำอะไรตอนอยู่ในวัง ตัวเจ้าเองควรจะรู้ดีที่สุด” พูดจบก็หมุนกายไป ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมา

           ไม่ว่าเยว่เฟิงเกอจะโกรธจนกระทืบเท้าอย่างไรเขาก็ไม่หันศีรษะกลับมา

           คนรับใช้ในจวนต่างอึ้งงันพวกเขาไม่กล้ากล่าววาจาใด ทำได้แค่ก้มหน้าลงไป

           เมื่อเยว่เฟิงเกอเดินไปยังเรือนเยว่เหยาด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยวแล้วบรรดาคนรับใช้ถึงเพิ่งพากันวิพากษ์วิจารณ์

           “ไม่ใช่ว่าท่านอ๋องกับพระชายายังดีๆกันอยู่หรือ เหตุใดจู่ๆ ถึงได้ทะเลาะกันขึ้นมา? ”

           “ดูจากท่าทางของท่านอ๋องเหมือนว่าพระชายาจะทรงทำอะไรผิด”

           “อย่ากล่าววาจาเหลวไหลพระชายาไม่ใช่คนมุทะลุ จะทรงทำเรื่องอะไรผิดพลาดไปได้ ข้าไม่เชื่อหรอก”

           “ไม่เช่นนั้นจะเรื่องอะไรประโยคเมื่อครู่ที่ท่านอ๋องตรัสหมายความว่าอย่างไร? ข้าว่า เป็นไปได้แปดส่วนที่ตอนเข้าวังไปพระชายาจะไม่รักษากฎระเบียบของวัง ทำให้ท่านอ๋องขายหน้า”

           ทุกคนพากันวิพากษ์วิจารณ์พูดไปพูดมาต่างก็เห็นด้วยว่าคงเป็นเพราะพระชายาไม่รักษากฎระเบียบ จึงทำให้ท่านอ๋องพิโรธถึงเพียงนี้

           เยว่เฟิงเกอโกรธมากเมื่อกลับไปถึงเรือนเยว่เหยาก็ล้มนอนลงบนเตียง ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม

           ชิงจื่อเห็นว่าเยว่เฟิงเกอกลับมาแล้วยังมีท่าทีโกรธเคืองอีกด้วย ก็รีบเข้ามาด้านใน เอ่ยถาม “พระชายาทรงเป็นอะไรไปเพคะ? มีใครทำให้ทรงไม่พอพระทัยหรือ? ”

           “หึ ยังจะมีใครได้อีกถ้าไม่ใช่เจ้าอ๋องม่อหลิงหานบ้านั่น จะยังมีใครทำให้ข้าโกรธได้อีกหรือ? ” เยว่เฟิงเกอส่งเสียงเกรี้ยวกราดออกมาจากผ้าห่ม

           เจ้าม่อหลิงหานน่าตายนั่นช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

           เขายังมีหน้ามาบอกว่านางทำอะไรไว้ ตัวนางรู้ดีที่สุด

           มารดาเถอะนางทำอะไรเล่า?

           “โอ๊ยโกรธมากโกรธจะตายแล้ว” เยว่เฟิงเกอเลิกผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่ง

           “ไม่ได้ข้าต้องไปถามม่อหลิงหานให้ชัดเจนว่าเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่? หากว่าเกลียดชังข้าถึงเพียงนั้น ก็หย่ากันไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”เยว่เฟิงเกอพูดจบก็คลานลงจากเตียง จ้ำอ้าวไปนอกห้อง

           ชิงจื่อได้ยินคำว่าหย่าก็ตกใจจนหน้าซีดขาว

           ท่านอ๋องทำอะไรถึงทำให้พระชายาโกรธหนักเพียงนี้แม้แต่คำว่าหย่าก็ยังกล้าพูดออกมา

           เมื่อเห็นว่าเหมือนจะเกิดเรื่องขึ้นแล้วชิงจื่อก็ไม่กล้ารั้งรอต่อไป รีบตามติดผู้เป็นนายทันที

           ทว่า ตอนที่เยว่เฟิงเกอกำลังจะออกไปจากเรือนเยว่เหยานั้นกลับเห็นว่าประตูเรือนถูกใส่กุญแจไว้จากด้านนอก

           เยว่เฟิงเกอออกแรงเตะประตูตะโกนลั่น “ใครเป็นคนใส่กุญแจประตู หากข้ารู้ ข้าจะจับมันมาถลกหนังเสีย”

           นางเพิ่งพูดจบก็ได้ยินเสียงเย็นชาของม่อหลิงหานดังขึ้น“เป็นเปิ่นหวางที่ใส่กุญแจประตู ในเมื่อพระชายาไม่รักษาคุณธรรมของสตรีที่ออกเรือนแล้วเพียงนี้เช่นนั้นก็จงสำนึกผิดอยู่ด้านในนั้นเถอะ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ชาตินี้พระชายาก็อย่าหวังจะได้ออกมาข้างนอกอีกเลย”

           เมื่อได้ยินว่าม่อหลิงหานเป็นคนใส่กุญแจประตูด้วยตัวเองเยว่เฟิงเกอก็ยิ่งเตะประตูแรงขึ้น

           “ม่อหลิงหาน เจ้าหมายความว่าอย่างไรพูดมาให้ชัดเจนนะ อะไรที่เรียกว่าข้าไม่รักษาคุณธรรมของสตรีที่ออกเรือนแล้ว? ” เยว่เฟิงเกอโกรธจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว

           จู่ๆ ม่อหลิงหานคนนี้จะมาสวมหมวกคนทำผิดให้ผู้อื่นมั่วซั่วได้อย่างไร?

           “หึเจ้ามีหน้ามาสวมหมวกเขียว [1] ให้เปิ่นหวาง หรือว่ายังไม่มีหน้ามายอมรับ”ม่อหลิงหานยืนอยู่หน้าประตู เขาเองก็โกรธจนหายใจแทบไม่ทันแล้ว

           ถานอี้และเฉียวเฟยที่ยืนอยู่ด้วยต่างพากันอึ้งค้างไป

           วันนี้ท่านอ๋องและพระชายาของพวกเขาเป็นอะไรไปก่อนหน้านี้ยังรักกันออกหน้าออกตา ตัวติดกันอยู่เลย เหตุใดพอกลับมาจากวังหลวงถึงได้ราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตก็ไม่ปาน?

     

     

    ————————————————————————————————

    เชิงอรรถ

    [1] สวมหมวกเขียว(戴绿帽子)หมายถึงภรรยามีชู้

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320