ผู้ดูแลหลินเป็ผู้รับผิดชอบสูงสุดของหอการค้าโยวหลงในเมืองชื่ออวิ๋น งานประมูลอันยิ่งใหญ่ครั้งก่อนก็ถูกจัดขึ้นโดยเขา
เมื่ออวิ๋นเสวี่ยเวยเห็นเขาปรากฏตัว สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป นางยังจำได้ว่าครั้งนั้นผู้ดูแลหลินยังตั้งเป้าโจมตีมาที่นาง แต่กลับแสดงความเป็มิตรต่ออวิ๋นหรั่นเยว่
ในงานประมูล ผู้ดูแลหลินได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างนางกับอวิ๋นหรั่นเยว่ต่อหน้าทุกคน ทั้งยังบอกว่าอีกฝ่ายเป็แขกผู้มีเกียรติของหอการค้าโยวหลง!
นางกำหมัดแน่น ข่มกลั้นความโกรธ และแสร้งทำเป็อ่อนแอพลางกล่าวว่า "ผู้ดูแลหลิน ของล้ำค่าเหล่านี้ของแม่นางจิ่วเยว่ล้วนเป็ของโจร ในเมืองมีคนหายตัวไปหลายสิบคน ไม่แน่ว่าอาจถูกนางฆ่าตายหมดแล้ว หากพวกท่านรับของของนางไว้ มิเป็การส่งเสริมคนชั่วให้ทำชั่วหรอกหรือเ้าคะ?"
"ใครบอกว่าข้าฆ่าคนชิงทรัพย์?" อวิ๋นหรั่นเยว่มองไปยังอวิ๋นเสวี่ยเวยด้วยสายตาเรียบเฉย "เ้าเห็นกับตาหรือ?"
"ข้า... ถึงข้าจะไม่เห็น แต่เพียงแค่ตรองดูก็พอจะคาดเดาได้!"
"น่าเสียดายที่เ้าเดาผิด ของเหล่านี้พวกเขาเต็มใจมอบให้ข้า เพื่อช่วยสมทบทุนในการสร้างสำนักขึ้นมาใหม่ ด้วยน้ำใจเช่นนี้ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร? หากเ้าไม่เชื่อ ข้าจะเรียกคนสองสามคนมาให้ถามดูแล้วกัน"
อวิ๋นหรั่นเยว่ยกยิ้มพลางกล่าวช้า ๆ สิ้นคำพูด ลมประหลาดสายหนึ่งพัดพาชายฉกรรจ์หลายคนปลิวเข้ามา
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนแม้แต่สายคาดเอวก็ไม่มี ราวกับเพิ่งถูกปล้นจนหมดตัว
ทันทีที่ชายเ่าั้เห็นอวิ๋นหรั่นเยว่ ก็ทรุดเข่าลงกับพื้นเสียงดังปึก "คุณหนู โปรดเมตตาด้วย พวกเราไม่กล้าไปขโมยกระบี่เก้าดาราอีกแล้ว ขอท่านผู้มีเมตตาโปรดอย่าถือสาหาความกับพวกข้าน้อยเลยขอรับ!"
ทุกคนพลันกระจ่างแจ้ง ที่แท้คนเหล่านี้ตั้งใจจะแอบไปขโมยกระบี่เก้าดารา!
ใต้กระบี่เก้าดารามีไอมารสะกดอยู่ พวกเขากล้าเห็นแก่ตัวเช่นนี้ได้อย่างไร? การที่ไม่ได้ฆ่าพวกเขา ถือว่าแม่นางจิ่วเยว่มีเมตตามากแล้ว!
อวิ๋นเสวี่ยเวยขมวดคิ้วแน่น เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ คนเหล่านี้ไม่ได้หายสาบสูญไปหรอกหรือ เหตุใดอวิ๋นหรั่นเยว่ถึงไม่ฆ่าพวกเขา?
อวิ๋นหรั่นเยว่มองลงมาที่คนเ่าั้ด้วยสายตาสูงส่งและกล่าวเรียบ ๆ ว่า "มีคนสงสัยว่าข้าฆ่าคนชิงทรัพย์ พวกเ้าลองบอกมาทีว่าของเหล่านี้พวกเ้าเต็มใจมอบให้ใช่หรือไม่?"
หลายคนรีบพยักหน้าหงึกหงัก "เต็มใจขอรับ! พวกเราเต็มใจยิ่งนัก!"
"ใช่ ๆ ๆ พวกเราเต็มใจที่สุด! การได้อุทิศแรงกายแรงใจให้แก่สำนักกระบี่เก้าดารา ถือเป็เกียรติของพวกเราอย่างยิ่งขอรับ!"
เมื่อพวกเขานึกถึงตอนที่เพิ่งหนีออกนอกเมืองไป แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดกลับเหมือนถูกผีบังตาจนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าหอการค้าโยวหลง ในใจก็รู้สึกใจสั่นขวัญผวาด้วยความหวาดกลัว
อย่าว่าแต่การมอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเลย ต่อให้ตอนนี้อวิ๋นหรั่นเยว่สั่งให้พวกเขาไปปล้นบ้านคนอื่น พวกเขาก็ไม่กล้ากล่าวคำว่า ‘ไม่’ แม้แต่คำเดียว
"ดีมาก พวกเ้ามีความสำนึกก็ดีแล้ว ไม้ผุยังแกะสลักได้ ต่อไปก็จงเป็คนดีเถิด" อวิ๋นหรั่นเยว่โบกมือไล่
หลายคนรีบโขกศีรษะขอบคุณ แล้ววิ่งออกไปราวกับวิ่งออกไปอย่างดีใจ
อวิ๋นเสวี่ยเวยกัดฟันกรอด ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้กลับสร้างภาพลักษณ์ที่ใจดีให้ทุกคนเห็น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่นาง้าเลย
ผู้ดูแลหลินยิ้มเต็มใบหน้า กล่าวชมอวิ๋นหรั่นเยว่หลายประโยค จากนั้นจึงสั่งให้คนมาตรวจสอบของล้ำค่าบนพื้น ไม่นานได้ข้อสรุปจำนวนสิ่งของทั้งหมด
เคล็ดวิชาโบราณระดับต่าง ๆ หลายสิบเล่ม ของวิเศษเกือบหนึ่งร้อยชิ้น โอสถอีกหลายร้อยเม็ด และยังมีสมุนไพริญญาอีกบางส่วน สุดท้ายผู้ดูแลหลินให้ราคาที่สิบล้านหินิญญาคุณภาพต่ำ
อวิ๋นเสวี่ยเวยลอบสูดลมหายใจเข้าลึก นางรู้ว่าราคาที่ผู้ดูแลหลินให้นั้นต้องไม่ต่ำแน่นอน แต่ราคานี้มันสูงเกินไปแล้ว
ในสายตาของผู้ดูแลหลิน สตรีผู้นี้สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?
นางอิจฉาจนทนไม่ไหว หากนางได้รู้จักกับบุรุษสวมหน้ากากคนนั้นก่อน ไม่แน่ว่าวันนี้ตัวนางอาจจะได้เป็แขกผู้มีเกียรติของหอการค้าโยวหลงไปแล้ว จะมีที่ว่างให้จิ่วเยว่คนนี้ได้อย่างไร!
"ขอบคุณผู้ดูแลหลิน แต่สิบล้านนั้นสูงเกินไป ข้าจะมอบโอสถให้ท่านเพิ่มอีกสองสามเม็ดแล้วกัน" ในมือของอวิ๋นหรั่นเยว่ปรากฏขวดหยกใบเล็ก ยื่นส่งให้ผู้ดูแลหลิน
เกาอวี้แค่นหัวเราะ "โอสถไม่กี่เม็ดจะมีค่าเท่ากับหินิญญาได้หรือ แค่วันนี้เ้าได้กำไรมหาศาลแล้ว!"
"ศิษย์พี่ ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย บางทีสิ่งที่แม่นางจิ่วเยว่นำออกมา อาจเป็โอสถขั้นแปดที่มีมูลค่าสิบล้านหินิญญาเม็ดหนึ่งก็ได้นะเ้าคะ" อวิ๋นเสวี่ยเวยแกล้งกล่าว
เกาอวี้หัวเราะลั่น "ศิษย์น้อง เ้าช่างไร้เดียงสานัก นางจะเอาโอสถขั้นแปดออกมาได้อย่างไร! ั้แ่ราชันโอสถแห่งสำนักโอสถอู๋จี๋สิ้นชีพไปเมื่อร้อยปีก่อน โลกนี้ก็ไม่มีนักหลอมโอสถขั้นแปดอีกแล้ว!"
ทว่าในขณะนั้น รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเขากลับแข็งค้าง เพราะเมื่อผู้ดูแลหลินเปิดขวดหยกใบเล็กนั้นออก โอสถสีม่วงสองเม็ดกลิ้งออกมาท่ามกลางสายตาของทุกคน กลิ่นหอมของโอสถที่เข้มข้นอย่างยิ่งก็อบอวลไปทั่วทั้งห้องโถง ทุกคนรู้สึกได้ว่าจิติญญาสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นและจิตใจปลอดโปร่ง
"โอสถขั้นแปด!" อวิ๋นเสวี่ยเวยตกตะลึงจนตาค้าง เสียงของนางสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนกลายเป็เสียงแหลม
"เป็ไปได้อย่างไร!" เกาอวี้ขยี้ตาอย่างแรง สงสัยว่าดวงตาของตนเองมีปัญหาหรือไม่
โอสถแบ่งระดับตามสี ได้แก่ ขาว แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง และทอง ซึ่งตรงกับโอสถขั้นหนึ่งถึงเก้าตามลำดับ
นักหลอมโอสถระดับสูงสุดที่เคยปรากฏในทวีปฉิงอวิ๋นคือนักหลอมโอสถขั้นแปด ซึ่งก็คือเ้าสำนักโอสถอู๋จี๋ที่เกาอวี้เพิ่งกล่าวถึงว่าผู้คนขนานนามว่าราชันโอสถ
ทว่าราชันโอสถได้จากไปร้อยปีแล้ว โอสถขั้นแปดที่หลงเหลืออยู่ในทวีปถูกผู้คนกินไปหมดนานแล้ว จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะยังมีหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้?
ดังนั้นเมื่อเห็นโอสถสีม่วงสองเม็ดนี้ ปฏิกิริยาแรกของทุกคนคือความไม่เชื่อ แต่กลิ่นหอมที่เข้มข้นจนแทบจะควบแน่นในอากาศและสีม่วงบริสุทธิ์ที่ใสราวกับผลึกเป็หลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้ นี่คือโอสถขั้นแปดอย่างแน่นอน!
แม้แต่ผู้ดูแลหลินที่มีประสบการณ์กว้างขวาง มือของเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา "แม่นางจิ่วเยว่ โอสถล้ำค่าเช่นนี้ ท่านรีบเก็บไว้เถิด เพียงแค่โอสถสองเม็ดนี้ก็มีมูลค่าถึงห้าสิบล้านแล้ว!"
ของหายากย่อมมีราคาสูง เมื่อหลายปีก่อนหอการค้าเคยประมูลโอสถขั้นแปดที่ราชันโอสถหลอมไว้เมื่อร้อยปีก่อนเพียงเม็ดเดียว ก็ประมูลได้ราคาสูงเกือบยี่สิบล้าน
โอสถขั้นแปดใช้หนึ่งเม็ดก็หายไปหนึ่งเม็ด ปัจจุบันราคาย่อมสูงขึ้นกว่าเดิม
"โอสถนี้มีค่าขนาดนั้นเลยหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่ค่อยรู้ราคาตลาดของโอสถ หลายปีที่ผ่านมาในแดนผี อาจารย์แทบจะไม่ให้นางและเสี่ยวอี้กินโอสถเลย พร์ของนางในทุกด้านสูงมาก และไม่จำเป็ต้องใช้โอสถเพื่อยกระดับสิ่งใดเลย
ถ้ารู้ว่าโอสถของอาจารย์สามมีค่าขนาดนี้ นางคงไม่ยอมลำบากเสี่ยงอันตรายไปปล้นแล้ว ช่างเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดจริง ๆ
"แน่นอน ปัจจุบันนักหลอมโอสถระดับสูงที่สุดในทวีปคือขั้นเจ็ด ก่อนที่นักหลอมโอสถขั้นแปดจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ราคาโอสถขั้นแปดจะมีแต่พุ่งสูงขึ้น" ผู้ดูแลหลินเก็บโอสถกลับเข้าขวดแล้วคืนให้แก่อวิ๋นหรั่นเยว่
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่รับ "ถ้าอย่างนั้นข้าขายให้พวกท่านในราคาที่สี่สิบล้านแล้วกัน อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้ใช้"
"เอ่อ... สิ่งนี้มีค่ามากกว่าสี่สิบล้านแน่นอน หากท่าน้าขายสามารถฝากไว้ที่นี่เพื่อประมูล..."
"ไม่ต้องหรอก ถือเป็การตอบแทนน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านซื้อของของข้าในราคาที่บวกเพิ่มให้หลายส่วน ส่วนต่างของราคาโอสถก็ให้พวกท่านเป็กำไรไปเถิด" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวโดยไม่ลังเล เพราะอย่างไรเสีย ในมือของนางก็ยังมีโอสถขั้นแปดอยู่อีกไม่น้อย
เมื่อเห็นท่าทางที่ดูเรียบง่ายและไม่ยึดติดของอวิ๋นหรั่นเยว่ อวิ๋นเสวี่ยเวยก็อิจฉาจนแทบคลั่ง สตรีผู้นี้ไปเอาโอสถขั้นแปดมาจากที่ใด ทำไมถึงมีโชคดีเช่นนี้?
นางสูดลมหายใจลึก แสร้งยิ้มเสแสร้งแล้วกล่าวกับอวิ๋นหรั่นเยว่ว่า "แม่นางจิ่วเยว่ ข้าขอเสียมารยาทถามสักคำ โอสถขั้นแปดสองเม็ดนี้ท่านได้มาจากที่ใดหรือเ้าคะ?"
อวิ๋นหรั่นเยว่ปรายตามองนาง และกล่าวอย่างไร้อารมณ์ว่า "ในเมื่อรู้ว่าเสียมารยาท แล้วยังจะถามอีกหรือ ข้ากับเ้าสนิทกันถึงเพียงนั้นหรือ?"