การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 160 เสียสละเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

    บทที่ 160 เสียสละเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเทพมารคงกำลังทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถปรากฎออกมานอกกายชิวเหวินเจี้ยนได้ทำให้ชายหนุ่มได้แต่จินตนาการถึงคิ้วที่ขมวดมุ่นและท่าทางกอดอกพร้อมกับเสียงที่เงียบไปชั่วครู่
    ชิวเหวินเจี้ยนถอนหายใจอีกครั้ง จริงอยู่ที่ได้ร่างกายคืนกลับมาแต่ว่าก็ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรต่อ ลี่เฟยเป็นเอลฟ์แต่การที่จะไปหาเขาได้นั้นก็ต้องออกจากมิติที่ซูเหยียนสร้างขึ้นมาเพื่อดึงตัวเขามามอบร่างกายให้เสียก่อน
    ชายหนุ่มหวนคิดถึงมังกรมายาลวง หากตนเสียพลังในการเปิดประตูมิติไป อย่างน้อยมังกรมายาลวงก็ยังสามารถทำหน้าที่นี้แทนเขาได้ ให้ชายหนุ่มหยิบยืมพลังเพื่อจะข้ามไปยังดินแดนของเอลฟ์ในชั่วพริบตา
    หากถามว่าเหตุใดทำไมชิวเหวินเจี้ยนถึงไม่ใช้วิชาล่องนภาเพื่อไปยังที่แห่งนั้นก็คงเป็นเพราะชายหนุ่มคิดว่ามันใช้เวลามาก ทั้งยังแสนไกล เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ใน ในความเป็นไปได้ที่เอกภพกลายเป็นจำนวนอนันต์ เขาอาจจะอยู่ไกลโพ้นจากดินแดนที่ตนรู้จักก็เป็นได้
    เพราะงั้นแล้วการเปิดประตูมิติเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้และเดินทางไปหาลี่เฟยได้
    "ผ่านมาประมาณสามปีแล้วหลังจากร่างข้าถูกทำลาย" ชิวเหวินเจี้ยนว่า ทำราวกับพูดกับตนเองทั้งที่จริงหวังจะสื่อสารกับเทพมารภายใน ดวงจิตของอีกฝ่ายยังคงแข็งกล้ามิแปรเปลี่ยน แข็งแกร่งขนาดที่ว่าเขาตั้งใจทำลายไปแล้วแต่ก็ไม่ยอมสูญสลาย
    เขาว่ากันว่าสสารไม่หายไปจากโลกและเทพมารเองก็คงเป็นหนึ่งในนั้น ชายหนุ่มจึงเลิกคิดหาวิธีทำลายเทพมารแล้ว เสียอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นพลังให้กับเขาได้ทั้งเทพมารเองก็ชื่นชอบที่จะอยู่กับเขา เทพมารมักบอกเสมอว่าอยู่กับชิวเหวินเจี้ยนนั้นมีเรื่องให้ทำอยู่บ่อยครั้งทั้งยังสนุกอีกด้วย
    ดูๆ ไปเทพมารเองก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่เลย
    "ในระหว่างนั้นข้าก็ลอยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เจ้าน่าจะส่งสัญญาณบอกตั้งแต่เริ่มนะว่ายังไม่ได้หายไป" ชิวเหวินเจี้ยนยกยิ้มตอนนี้ชายหนุ่มนั่งลงบนทุ่งหญ้าแล้ว ยังไงเขาก็ไม่มีเหตุผลให้เดินหาทางออกจากมิติแห่งนี้
    'ข้าแค่อยากให้เวลาเจ้าขบคิด'
    ชายหนุ่มหัวเราะอย่างถูกใจ "ให้ข้าคิดถึงสามปีเชียวหรือ"
    'เอาเถอะ อย่างไรแกล้งเจ้าบ้างก็สนุกดีเหมือนกัน ถึงข้าจะสื่อสารกับเจ้าได้ก็ไม่ได้มีพลังจะมอบร่างให้หรอกนะ' เทพมารตอบกลับไปบ้าง ชิวเหวินเจี้ยนเห็นว่าเป็นจริงอย่างที่ว่าทุกประการจึงไม่ได้คิดจะเถียงเทพมาร 'ตอนนี้คิดการสิ่งใดอยู่กัน จะไปหาลี่เฟยงั้นหรือ'
    "ใช่แล้ว ในตอนนี้คงต้องไปหาลี่เฟยก่อน ข้ายังต้องการที่พักและค่อยคิดกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะกลับไปยังปราสาทสีทองได้ ซูเหยียนบอกว่าที่นั่นลี่เฟยจะให้ความช่วยเหลือได้"
    'กลับไปที่ปราสาทสีทองเลยมิง่ายกว่าหรือ...' เทพมารฉุกคิดขึ้นได้ 'ลืมไป เจ้าเสียพลังนั่นไปแล้วสินะ ถึงจะกลับไปตอนนี้ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์เสียหน่อย'
    "ข้าต้องตามหามังกรมายาลวง พอถึงตอนนั้นแล้วข้าจะกลับไปที่ปราสาทสีทอง" ชิวเหวินเจี้ยนกล่าวอย่างมาดมั่น "หลังจากรับบัลลังก์คืนแล้วข้าจะตามหาท่านผู้นั้นที่ซูหยินพูดถึง แต่การจะทำแบบนั้นได้ต้องไปหาลี่เฟย ข้าว่าเขาคงมีทางพอช่วยข้าได้บ้างและทุกคนที่นั่นอาจบอกได้ว่าเอกภพเสียสมดุลไปอย่างไร"
    'ข้าเข้าใจแล้ว' เทพมารสดับรับฟัง อีกฝ่ายนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะว่าต่อ "งั้นที่เราควรทำตอนนี้ก็คือออกจากที่นี่ก่อน"
    "ข้าไม่เห็นหนทาง" ชิวเหวินเจี้ยนยักไหล่ทั้งรอยยิ้มจำยอม เขาไม่มีพลังมากพอที่จะเปิดประตูมิติ อีกอย่างชายหนุ่มสูญเสียวิชานั้นไปแล้วตั้งแต่กลับไปยังปราสาทถึงจะยังไม่รู้สาเหตุก็เถอะ
    "อันที่จริงข้าสามารถฉีกกระชากมิติได้" เทพมารว่า "แต่ข้าไม่สามารถทะลุไปยังมิติที่มีพลังระดับสูงหรือซับซ้อน เทพมารเช่นข้ามีไว้เพื่อทำลายล้างเท่านั้นมิใช่พานักเดินทางไปทุกที่ที่พวกเขาต้องการ"
    ชิวเหวินเจี้ยนอยากจะขอบคุณเทพมาร เขาผุดกายลุกขึ้นยืน "เอาเถอะ อย่างน้อยพาข้าไปยังดินแดนเอลฟ์ได้หรือไม่"
    'ข้าบอกไปแล้วว่าไม่ใช่ทุกที่ที่เขาต้องการ' เทพมารว่า น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นในโสตประสาทเขา 'แต่อย่างน้อยคงพอใกล้เคียงอยู่บ้างหากอาศัยความทรงจำของเจ้า พอจะมีภาพดินแดนนั้นบ้างหรือไม่เล่า'
    ชิวเหวินเจี้ยนพยักหน้า เขาทาบมือลงบนอกก่อนจะหลับตาลง ครั้นเมื่อเคยไปดินแดนนั้นเพื่ออะไรบางอย่างมันนานมากแล้ว ชิวเหวินเจี้ยนจำกลิ่นของป่าและพงไพรกว้างใหญ่ได้ ผืนป่าที่เต็มไปด้วยเหล่าเอลฟ์และต้นไม้แห่งชีวิต…
    "พอจะใช้ได้หรือไม่ เจ้าเองก็เคยไปถล่มตอนที่อาละวาดมิใช่หรือ" ชิวเหวินเจี้ยนกระตุกยิ้มยามได้ยินเสียงเทพมารคำรามอย่างหงุดหงิดใจ
    ปีศาจร้ายที่คงเหลือแต่จิตวิญญาณเฟ้นหาไปทั่วเอกภพกว้างใหญ่ ดินแดนที่ถูกเร้นซ่อนเอาไว้ไกลจากที่นี่เกินจะคาดคิดได้ บนโลกใบใหญ่ในจักรวาลของซูหยิงที่ซึ่งดินแดนทั้งเจ็ดดำรงอยู่
    'ข้าต้องใช้พลังถึงระดับศักดิ์สิทธิ์ในการทำแบบนั้น' เทพมารพูดเสียงราบเรียบทว่าแฝงความกังวลไว้ในน้ำเสียงนั้น ตอนนี้พลังของชิวเหวินเจี้ยนอยู่ในระดับก่อตั้งเมฆาขั้นสาม ช่างห่างไกลจากระดับศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก การจะฝืนเค้นพลังที่เขาเคยมีนั่นหมายถึงร่างกายมนุษย์ของเขาจะทัดทานไม่ได้
    "เจ้าหมายถึง"
    'ถูกแล้วหากอยากออกไปจากที่นี่ก็ต้องเสียแขนข้างหนึ่งไป' เทพมารตอบอย่างไม่ลังเล ชิวเหวินเจี้ยนชะงกไปที่ได้ยินแบบนั้น แต่ก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าทุกอย่างจะไม่ง่ายดายเฉกเช่นอดีตอีกต่อไป ทุกสิ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายที่สมราคา ถ้าไม่ได้ครอบครองพลังของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็อย่าคิดหวังจะสามารถทำอะไรได้ดั่งใจ
    หรือต่อให้เค้นพลังจากส่วนจิตวิญญาณของผู้สูงสุดที่หลับใหล...ก็ใช่ว่าจะได้มาโดยไม่แลกกับอะไรเลย
    "ข้าเพิ่งจะได้ร่างกายกลับมาเองนะเทพมาร" ชิวเหวินเจี้ยนยกยิ้ม ชายหนุ่มหลับตาลงยื่นแขนซ้ายของตนออกไปด้านหน้า แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ก็ยอมรับผลที่จะตามมา หากการสละร่างกายแลกกับพลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ชายหนุ่มหลุดออกไปทวงบัลลังก์คืนแล้วล่ะก็...แค่นี้เล็กน้อยมาก
    'คิดดีแล้วสินะ'
    ชิวเหวินเจี้ยนพยักหน้ารับ ยินยอมเป็นศาสตราให้เทพมารกลืนกินจนสิ้น หากภาชนะที่ต้องการบรรจุวิญญาณของเทพมารไม่อยู่แล้ว เขาจะเป็นสื่อกลางเท่านั้นยังไม่พอ ชายหนุ่มจะยอมสละร่างกายเพื่อพลังเดิมของตน
    นึกเกลียดความรู้สึกทะนงตนในตอนนั้นนัก...คิดอะไรอยู่กันจึงไว้ใจและทิ้งบัลลังก์กลับมาเกิดใหม่
    "พาข้าออกไปที่นี่ได้ก็พอ"
    'งั้นขอรับไปล่ะนะ...แขนของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์' เทพมารเอื้อนเอ่ยเชื่องช้า 'เพื่อการกลับมา'
    สิ้นคำแสงจากภายในอกของชิวเหวินเจี้ยนก็สว่างวาบ ทั่วร่างของเขาอาบไล้ด้วยสีแดงของเปลวเพลิงชั่ววูบหนึ่ง หญ้าบริเวณนั้นปลิวไหวอย่างรุนแรง ลมพายุพัดคลั่งราวกับตอบรับต่อการเซ่นสังเวยนั้น เทพมารได้รับพลังเพียงชั่ววูบ พลังระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างชายหนุ่ม แม้เพียงวูบเดียวแต่เทพมารก็ดูดกลืนมันเอาไว้
    ทันทีที่แสงมอดลง แขนข้างซ้ายของชิวเหวินเจี้ยนก็ขาดสะบั้นก่อนจะถูกแผดเผา เลือดสีแดงสดไหลอาบ ชายหนุ่มกัดฟัน ไม่เปล่งเสียงร้องแม้เนื้อจะขาดออกจากกัน ยังไม่ทันที่มันจะตกสู่พื้นก็สลายเป็นเถ้าถ่าน
    ชายหนุ่มทรุดลงสู่พื้น แขนอีกข้างกอบไหล่ที่ปวดร้าวราวจะขาดใจเอาไว้ เทพมารปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังชายที่กองอยู่กลางทุ่งหญ้าที่ถูกอาบให้เป็นสีแดง ชิวเหวินเจี้ยนเงยหน้ามองมิติของซูเหยียนเป็นครั้งสุดท้าย เป็นจังหวะที่ขวานไฟในมือของเทพมารสะบั้นลงที่กลางอากาศ ฉีกกระชากช่องว่างเปล่าจนขาดวิ่น มิติของซูเหยียนบิดเบี้ยวพร้อมกับแสงสีดำที่กลืนกินชายหนุ่มจนสิ้น

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258