สิบวันต่อมา
อีกเพียงสามวันก็จะถึงวันจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮาในวังแล้ว
"หากไม่อยากไปจริง ๆ ก็ไม่ต้องไปเป็เพื่อนข้าก็ได้ ถึงอย่างไรอาการป่วยของเ้าก็ยังไม่หายขาด คิดว่าทางวังก็คงไม่ตำหนิอะไรหรอก"
ภายในเรือนซื่อจื่อ ชุยซื่อที่เพิ่งตรวจบัญชีเสร็จเอ่ยกับสวี่ิอี้ซึ่งนั่งกินขนมอยู่ด้านข้าง
ขนมพวกนี้สวี่ิสือเป็คนซื้อมาส่งให้ ล้วนเป็ของที่สวี่ิอี้ชอบกินเมื่อก่อนทั้งสิ้น
เวลานี้นางกลืนขนมกุหลาบกวนในปากลงไป รับผ้าเช็ดหน้าที่อาขุยยื่นให้มาซับมุมปาก จิบชาไปสองคำ จึงค่อยเอ่ยว่า "ท่านแม่ ข้าหายดีแทบจะร้อยส่วนแล้วเ้าค่ะ ่นี้เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในจวนเพื่อพักฟื้น ไม่ได้ออกไปเดินเล่นตั้งนาน ท่านแม่ก็ให้ข้าตามไปร่วมสนุกด้วยเถอะเ้าค่ะ"
"เดิมทีข้าคิดว่าเมื่อก่อนเ้าไม่ชอบงานสังสรรค์พวกนี้เสียอีก" ในแววตาของชุยซื่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "ในเมื่อเ้าอยากไป ก็ไปเถอะ"
สวี่ิอี้ยิ้มรับพลางพยักหน้า
เมื่อก่อนนางไม่ชอบงานพวกนี้จริง ๆ นั่นแหละ เพราะเหนื่อยที่จะต้องรับมือผู้คน แต่ตอนนี้จะให้นางมัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้านรอคอยฝันร้ายมาเยือนอย่างเดียวไม่ได้
มีเื่ราวมากมายที่นางต้องทำ อันดับแรกคือต้องฟังให้มาก มองให้มาก และคิดให้มาก ถึงจะสามารถบรรจุเื่ราวที่มีประโยชน์ลงในสมองที่ไม่ได้ฉลาดล้ำเลิศอะไรนักของนางให้มากขึ้นได้
"ฮูหยินเ้าคะ"
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่ ชิงอิงก็เดินเข้ามาจากด้านนอก ย่อตัวทำความเคารพพลางกล่าวว่า "ฮูหยินเซียงหนิงป๋อและท่านอื่น ๆ มาถึงแล้วเ้าค่ะ"
"เร็วปานนี้เชียว?" ชุยซื่อวางถ้วยชาในมือลง
นางเพิ่งจะตรวจบัญชีเสร็จ ยังไม่ทันได้คุยกับลูกสาวให้หนำใจเลย!
ชิงอิงอดแปลกใจไม่ได้
ฮูหยินถึงกับมีเวลาที่บ่นว่าฮูหยินเซียงหนิงป๋อมาเร็วเกินไปด้วยหรือนี่...
สวี่ิอี้ลุกขึ้นอย่างรู้จังหวะ "พอดีเลย ข้าว่าจะไปหาท่านอารองสักหน่อย งั้นข้าไม่รบกวนท่านแม่เล่นไพ่หม่าเตี้ยวแล้วนะเ้าคะ"
"ถ้างั้นก็รีบไปเถอะ ไว้แม่เล่นได้เงินแล้ว จะซื้อของกินมาฝากนะ"
สวี่ิอี้รับคำ
ขอแค่ไม่ใช่ปิงเฟิ่นก็พอแล้ว...
นางเดินตามชุยซื่อออกจากห้องด้านใน หลังจากทักทายฮูหยินสวมชุดหรูหราหลายท่านในห้องโถงเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกจากเรือนซื่อจื่อไป
โต๊ะไพ่ถูกกางออกอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่ทั้งสี่คนกำลังคุยสัพเพเหระกันอยู่ ฮูหยินเซียงหนิงป๋อก็มองไปทางชุยซื่อแล้วเอ่ยว่า "ไม่ได้เห็นหน้าคุณหนูจวนพวกท่านตั้งนาน ตอนนี้ช่างดูสง่างามและสะสวยขึ้นทุกวันเลยนะ"
"ก็ดูสิว่าเป็ลูกสาวบ้านไหน" ชุยซื่อไม่ถ่อมตัวเลยสักนิด
"ดูจากท่าทางเช่นนี้แล้ว ข่าวลือข้างนอกนั่นคงจะเป็เื่จริงสินะ" ฮูหยินเวิน ภรรยาของเสนาบดีกรมพิธีการทิ้งไพ่ในมือลงไปใบหนึ่ง พลางเอ่ยปากถาม
ชุยซื่อปรายตามองนาง "ข่าวลืออะไร"
"ก็ข่าวลือเกี่ยวกับซื่อซุนแห่งติ้งหนานอ๋องไงล่ะ ที่เขาว่ากันว่าตอนแรกที่ท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ช่วยคนกลับมาเมืองหลวง ก็เพื่อจะให้มาแต่งงานแก้เคล็ดให้คุณหนูบ้านท่าน ซื่อซุนแห่งติ้งหนานอ๋องปิดบังฐานะมาอาศัยอยู่ในจวนพวกท่านหลายวัน เพราะหลงใหลในความงามของคุณหนูสวี่ ถึงขั้นยอมตอบตกลงเื่แต่งงานแก้เคล็ด... แต่ภายหลังความลับเื่ฐานะแตก เลยถูกท่านแม่ทัพผู้เฒ่าสวี่ไล่ตะเพิดออกจากจวนไงล่ะ!"
จวนเจิ้นกั๋วกงกับจวนติ้งหนานอ๋องไม่ลงรอยกัน เป็เื่ที่ใคร ๆ ก็รู้ดี
ต่อให้ไม่นับเื่อื่น หากสองตระกูลนี้เกี่ยวดองกันได้ นั่นแหละถึงจะเป็เื่แปลกประหลาด
"นี่มันเื่เหลวไหลอะไรกัน" ชุยซื่อฟังแล้วถึงกับหลุดขำ
แม้ว่าด้วยรูปโฉมของเจาเจาบ้านนาง จะมีโอกาสทำให้ฝ่ายตรงข้ามหลงใหลหัวปักหัวปำได้จริง แต่ซื่อซุนอู๋ผู้นั้นไม่เคยมีวาสนาได้พบหน้าเจาเจาเลยต่างหากเล่า
สิบกว่าวันนี้ นางแทบจะได้ยินข่าวลือสารพัดรูปแบบเกี่ยวกับการที่จวนเจิ้นกั๋วกงของพวกนางช่วยเหลือซื่อซุนอู๋เอาไว้ทุกวัน ข่าวลือผุดขึ้นมาเป็ดอกเห็ด ไม่ซ้ำหน้ากันเลย แต่ละเื่ก็ล้วนไร้สาระทั้งสิ้น
เพราะส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกนาง ฟังเป็เื่ตลกขำขันไปก็เท่านั้น
ยังไงคนที่ถูกหัวเราะเยาะก็ไม่ใช่เจาเจาบ้านนางเสียหน่อย แต่เป็ซื่อซุนอู๋คนที่เกือบจะถูกจับมาแต่งงานแก้เคล็ด แถมตอนนี้ในสายตาทุกคนยังกลายเป็คน 'หลงใหลในรูปโฉมสตรี' เอามาก ๆ ผู้นั้นต่างหาก
แต่เื่พรรค์นี้ก็เป็เพียงแค่หัวข้อสนทนาฆ่าเวลายามนี้เท่านั้น ในเมืองหลวงมีเื่ราวมากมาย อีกไม่นานก็คงถูกลืมเลือนไปเอง
ต่อข่าวลือเหล่านี้ สวี่ิอี้ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
นางพาอาขุยมาที่เรือนของสวี่อวิ๋น
"ท่านอารองอยู่หรือไม่"
"เรียนคุณหนู ตอนนี้นายท่านรองอยู่ในห้องหนังสือขอรับ"
สวี่ิอี้ยกมุมปากยิ้มบาง ๆ
ดูท่า่นี้ท่านอารองของนางจะใส่ใจเื่ของนางมากทีเดียว
ประตูห้องหนังสือแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง อาขุยเดินเข้าไปเคาะสองครั้ง ก่อนจะผลักเปิดออกเบา ๆ
สวี่ิอี้เดินเข้าไป มองเห็นกระดาษวาดภาพ พู่กัน และแท่นหมึกวางอยู่บนโต๊ะหนังสือตัวใหญ่ ทว่าหลังโต๊ะหนังสือกลับว่างเปล่า ไร้เงาคน
สายตากวาดมองหาในห้องหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นสวี่อวิ๋นนอนเอนพิงตั่งเตี้ยข้างชั้นหนังสือหลับสนิทอยู่
"ท่านอารอง..."
สวี่ิอี้เดินเข้าไปหาอย่างหมดคำจะพูด เขย่าแขนเขาเบา ๆ
"ทำไมท่านถึงหลับเอาเวลานี้อีกแล้วล่ะเ้าคะ"
หากดูจากเวลาตื่นนอนตามปกติของท่านอารอง เกรงว่าคงเพิ่งจะตื่นได้ไม่นาน... ดูท่าคนในจวนที่โดนพิษหญ้านิทรายาวจนมีอาการหลับใหลผิดปกติน่าจะเป็คนอื่นมากกว่ากระมัง
"เจาเจาเอ๊ย..."
สวี่อวิ๋นฝืนลืมตาขึ้นมองนางแวบหนึ่ง ทำท่าจะหลับไปอีกรอบ
สวี่ิอี้รีบเขย่าตัวเขาอีก "ท่านอารอง รูปวาดที่ท่านรับปากข้าไว้ ยังวาดไม่เสร็จเลยนะเ้าคะ"
ปกตินางย่อมไม่มารบกวนเขา แต่ท่านอารองพึ่งพาไม่ได้ถึงเพียงนี้ ช่างทำให้คนอดหวั่นใจไม่ได้จริง ๆ
"เื่ราวในโลกทำยังไงก็ไม่หมดหรอก... วันนี้ทำไม่หมด พรุ่งนี้ค่อยทำต่อก็ได้" สวี่อวิ๋นพลิกตัวหันหลังให้นาง ปากก็พึมพำงึมงำ "เผื่อว่าโชคดี ตายไปเสียก่อน ก็จะได้ไม่ต้องทำแล้ว..."
"..." สวี่ิอี้ฟังแล้วรู้สึกอารมณ์สลับซับซ้อนยิ่งนัก
จบกัน ดูเหมือน่นี้ท่านอารองของนางจะยิ่งตกต่ำดำดิ่งลงไปอีกแล้ว
เมื่อเหลือบไปเห็นกระดาษวาดภาพที่วาดค้างไว้บนโต๊ะหนังสือ สวี่ิอี้ก็พยายามข่มความรู้สึกอยากจะฝังเข็มสักสองเล่มให้ท่านอารองของตัวเองตาสว่างขึ้นมา ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
ช่างเถอะ เื่วาดภาพแบบนี้ จะฝืนใจกันก็ไม่ได้
ของขวัญวันคล้ายวันประสูติชิ้นนี้จะส่งออกไปได้หรือไม่ ก็คงต้องแล้วแต่วาสนาแล้ว
สวี่ิอี้ค้อมตัวลงเก็บผ้าห่มบาง ๆ ที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาคลุมตัวสวี่อวิ๋นไว้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็พาอาขุยเดินออกจากห้องหนังสือไป
นายบ่าวทั้งสองเพิ่งจะเดินลงบันไดหิน ก็เห็นจ้านอวิ๋นจู๋ที่พาบ่าวรับใช้มาด้วยเดินสวนมาพอดี
"เจา..." จ้านอวิ๋นจู๋เพิ่งจะเปล่งเสียงออกมาได้คำเดียว ก็รีบยิ้มเปลี่ยนคำเรียกอย่างรวดเร็ว "คุณหนูสวี่ก็อยู่ด้วยหรือ"
สวี่ิอี้ยิ้มตอบ
ความสนิทสนมที่เผยออกมาอย่างไม่ตั้งใจเช่นนี้แหละ มักจะทำให้คนหลงเชื่อได้ง่ายที่สุด คนผู้นี้ช่างเป็คนที่คิดคำนวณเอาไว้หมดแล้วทุกคำพูดทุกการกระทำจริง ๆ
"คุณชายจ้านมาไม่ถูกจังหวะเลย ท่านอารองของข้านอนหลับอยู่ในห้องหนังสือเสียแล้ว"
จ้านอวิ๋นจู๋ได้ยินดังนั้นก็มองไปที่ห้องหนังสือด้านหลังนาง น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงรอยยิ้ม "ไม่เป็ไรหรอก ข้าไม่ได้มีธุระสำคัญอะไร แค่เมื่อวานพาคนออกไปล่าสัตว์ป่านอกเมืองมาได้บ้าง เลยเอามาให้
จริงสิ เตรียมไว้ให้เ้าส่วนหนึ่งด้วย เพียงแต่เดิมทีเห็นว่าไม่เหมาะที่จะส่งไปให้ที่เรือนเ้าโดยตรง... ่นี้เ้ากำลังบำรุงร่างกายอยู่พอดี จะได้กินบำรุงเสียหน่อย"
สวี่ิอี้มองไปที่กระต่ายป่าและของอื่น ๆ ในมือบ่าวรับใช้ด้านหลังเขา พลางกล่าวเสียงเบา "น้ำใจของคุณชายจ้าน ข้าขอรับไว้ด้วยใจเ้าค่ะ แต่อีกห้าวันจะเป็วันครบรอบวันตายของท่านย่าข้า ในจวนไม่สะดวกให้มีของคาว ของพวกนี้ คุณชายจ้านเอากลับไปกินเองเถิดเ้าค่ะ"
ก่อนหน้านี้นางเคยได้ยินหมอเทวดาฉิวบอกว่า เนื้อสัตว์ป่าหลายชนิดกินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เผื่อโชคดีขึ้นมา อาจจะกินคนตายได้เลยทีเดียว
จ้านอวิ๋นจู๋ฟังแล้วชะงักไป รีบกล่าวว่า "เป็ความสะเพร่าของข้าเอง... ถึงกับลืมเื่สำคัญเช่นนี้ไปเสียสนิท หย่งคัง รีบเอาของกลับไป"
บ่าวรับใช้รับคำทันทีและเดินออกจากเรือนไป
จ้านอวิ๋นจู๋ยังคิดจะพูดอะไรต่อ ก็ได้ยินสวี่ิอี้เอ่ยขึ้นเบื้องหน้าว่า "คุณชายจ้าน ข้ายังมีธุระ ขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ"
เด็กสาวในชุดสีเรียบ ๆ ย่อตัวให้เขาเล็กน้อย แล้วพาสาวใช้เดินจากไป
จ้านอวิ๋นจู๋มองตามแผ่นหลังของนาง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขามักจะรู้สึกว่าเจาเจาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง แม้จะยังดูเป็คนไม่ใส่ใจอะไรเหมือนเดิม แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป
หรือจะเป็เพราะเื่ถูกวางพิษกันนะ
ไม่นานก็ถึงวันเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง
วันนั้น สวี่ิอี้และชุยซื่อนั่งอยู่ในรถม้าด้วยกัน พลางนึกย้อนไปถึงเื่ราวที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อน
ชาติก่อนนางป่วยจึงไม่ได้เข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง แต่ก็จำได้แม่นยำว่า วันนี้มีเื่ใหญ่เกิดขึ้นเื่หนึ่ง
— ใหญ่ขนาดที่ทำให้คนที่กำลังสะลึมสะลือเพราะพิษไข้อย่างนางในตอนนั้น ยังจำได้ฝังใจ