ภายในห้องทำงานที่หรูหรา ณ ใจกลางเมืองหลวงของจักรวรรดิ บรรยากาศกลับหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหินก้อนมหึมา ชายผู้หนึ่งนั่งนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อหนา แววตาของเขาเยือกเย็นและลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง
ตรงข้ามกันนั้น ชายอีกคนยืนตัวสั่นระริกราวกับลูกนกที่เผชิญหน้ากับพยัคฆ์ เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามไรผมท่ามกลางความเงียบสงัด
“หึ!...” เสียงเค่นลำคอเย็นเยียบดังขึ้นก่อนที่ฝ่ามือหนาจะฟาดตูมลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นกึกก้องไปทั่วห้องจนเครื่องเรือนสั่นไหว
“ได้ข่าวของมันบ้างหรือยัง! ว่าป่านนี้มันเป็ตายร้ายดีอย่างไร!” น้ำเสียงที่แผดออกมาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและชิงชังอย่างปิดไม่มิด แววตาของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างที่สั่นเทาเบื้องหน้า
ชายที่ยืนตัวสั่นอยู่คือชายแก่ที่ได้สั่งการให้คนไปสังหารทริสตันที่นอกเมือง คนที่นั่งอารมณ์เสียอยู่ตอนนี้คือคนบงการ แผนการสังหารครั้งก่อนเขาทำงานผิดพลาด โดนหลอกให้ไปตามล่าสังหารตัวปลอม กว่าจะรู้เื่นี้ ตัวจริงก็ได้ออกเดินทางไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เื่นี้ทำให้สถานะของเขาต่อคนบงการลดต่ำลงไปมาก มันรวบรวมความกล้าพูดเสียงสั่น “ผู้น้อยเพิ่งได้รับข่าวด่วนที่เพิ่งส่งมา… มัน…ทริสตันได้เดินทางไปถึงดินแดนที่มันได้รับการปกครองเรียบร้อยแล้วครับท่าน”
เสียงข้าวของบนโต๊ะถูกปัดโครมลงไปกองกับพื้นด้วยโทสะที่ะเิออกมา ใบหน้าของผู้บงการบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคืองจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน ชายแก่เห็นดังนั้นจึงรีบคลานเข่าเข้าไปเสนอหน้าด้วยความลนลาน “นะ... นายท่าน ให้ผู้น้อยส่งยอดฝีมือไปปลิดชีพมันที่นั่นดีไหมครับ? ครั้งนี้ผู้น้อยจะรับรองว่ามันจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีก!”
ผู้บงการนิ่งงันไป แววตาที่ดุดันเมื่อครู่กลับหรี่ลงพลางนิ่งเงียบจนบรรยากาศในห้องเย็นะเื เขาขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ “ในเมื่อมันหลุดเข้าไปหยั่งรากในดินแดนกันดารนั่นได้แล้ว ก็จงปล่อยให้มันเน่าตายอยู่ที่นั่นไปเสียเถอะ... อย่าได้เสียเวลากับเศษขยะที่ไร้ค่าอีกเลย”
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เขาเอ่ยชื่อใหม่ที่ทำเอาชายชราถึงกับชะงัก “เป้าหมายของเราเปลี่ยนไปแล้ว... ต่อจากนี้ สายตาของเ้าจงจับจ้องไปที่ ฟิโอร่า วินด์สเกล แทน!”
ชายแก่หน้าถอดสีทันทีที่ชื่อของ ฟิโอร่า วินด์สเกล หลุดออกมาจากปากนายท่าน หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทริสตันอาจเป็เพียงบุตรที่ถูกลืมซึ่งาาวินด์สเกลไม่คิดจะเหลียวมอง แต่กับฟิโอร่า... นางคือแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของาาวินด์สเกล! หากเกิดเื่อะไรขึ้นมา มันจะกลายเป็ปัญหาที่ใหญ่โตมาก
“ตะ... แต่ท่านครับ ฟิโอร่านั้นต่างจากทริสตันลิบลับ หากาาวินด์สเกลทรงทราบเข้า”
“หุบปากซะ!” ผู้บงการขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งคำเตือนนั้นไว้ในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจ้องมองลูกน้องที่ขวัญเสียด้วยสายตาสมเพช “ข้าไม่ได้บอกว่าจะลงมือในเร็ววันนี้... และต่อให้ข้าลงมือจริง เ้าคิดหรือว่าข้าจะโง่จนไม่ได้เตรียมการรับมือ?”
เขาสะยะยิ้มที่ชวนให้ขนหัวลุก แววตาฉายประกายอำมหิตที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “าาวินด์สเกลน่ะหรือ? ในสายตาของผู้หนุนหลังข้า... เขาก็เป็เพียงคนเแก่คนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องเกรงกลัว” ชายแก่ฟังจบก็สั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ
เวลาผ่านไปสองวัน ทริสตันก้าวเดินไปตามตรอกซอกซอยของซิลเวอร์เรสอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กลิ่นเหม็นที่เคยรุนแรงจนแทบสิ้นสติบัดนี้จางหายลงไปมาก กองขยะและสิ่งปฏิกูลที่เคยเกลื่อนกลาดถูกกำจัดจนสิ้นซากทิ้งไว้เพียงพื้นดินที่สะอาดตาขึ้น
เสียงแมลงวันที่เคยบินว่อนน่ารำคาญเงียบหายไป แทนที่ด้วยภาพของทหารที่กำลังกวาดล้างรังหนูซึ่งเป็พาหะแห่งความตายเพื่อนำไปฝังกลบในสุสานเฉพาะกิจที่แยกส่วนออกไป แม้จะมีเสียงตัดพ้อจากชาวบ้านเื่ความยุ่งยากในการต้มน้ำดื่ม แต่น้ำเสียงเ่าั้กลับแฝงด้วยความยอมจำนนต่อเหตุผลที่หนักแน่นเกินกว่าจะโต้แย้งได้
ทริสตันหยุดยืนมองห้องน้ำสาธารณะที่สร้างขึ้นจากไม้และฟางอย่างพอใจ แต่นั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้น... ในใจของเขากำลังวาดแผนผังขยับขยายระบบสุขาภิบาลนี้ให้ฝังลึกลงไปในทุกครัวเรือน เพื่อกวาดล้างต้นตอของโรคระบาดให้หมดสิ้นไปจากดินแดนนี้อย่างถาวร
เมื่อเวลาผ่านไปเจ็ดวันทริสตันก็เรียกผู้เกี่ยวข้องมานั่งประชุมสรุปผลงานที่ผ่านมาในหนึ่งอาทิตย์ ทริสตันนั่งอยู่ต้นโต๊ะประชุมท่ามกลุ่มคนชุดเดิมที่นั่งประชุมครั้งที่แล้วที ใบหน้าแต่ละคนเริ่มมีรอยยิ้มแห่งความหวัง อาร์วินขยับกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่องอาจกว่าวันวาน รายงานฉบับแรกถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
“เรียนท่านผู้ปกครองทริสตัน... การจัดการกับสิ่งปฏิกูลและขยะนับว่าเราได้รับชัยชนะอย่างงดงามครับ หลุมขยะขนาดใหญ่นอกเขตเมืองตอนนี้ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตรอกซอกซอยที่เคยสกปรกกลับคืนสู่ความสะอาดตาจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แม้แต่เหล่าหนูสกปรกจำนวนมากก็ถูกกวาดล้างจนแทบไม่พบเห็นในเมืองแล้วครับ”
อาร์วินเว้นจังหวะพลางมองสบตาผู้เป็นายด้วยความเลื่อมใส “ทว่าสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความสะอาด คือ หัวใจ ของประชาชนครับ... ทหารของผู้น้อยแจ้งว่าชาวบ้านเริ่มกล่าวขานถึงนามของท่านด้วยความซาบซึ้งใจ ศรัทธาที่เคยเหือดแห้งกำลังกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในซิลเวอร์เรสแห่งนี้”
ทริสตันยกมือขึ้นปรบเบา ๆ เป็จังหวะเนิบช้า “เ้าทำหน้าที่ได้ดี อาร์วิน... ทว่าจงจำคำเราไว้ให้ดี เื่เงินรางวัลและค่าตอบแทนที่เราให้สัญญาแก่ประชาชนนั้น ห้ามให้ขาดตกบกพร่องไปแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว!”
แววตาของเขาสบประสานกับลูกน้องคู่ใจด้วยประกายตาที่เฉียบคมจนน่าครั่นคร้าม “สัจจะคือลมหายใจของผู้ปกครอง หากเราสิ้นไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ อำนาจใด ๆ ก็เป็เพียงเปลือกนอกที่ผุพัง... อย่าให้ความโลภเพียงชั่ววูบของเ้ามาทำลายรากฐานที่เราอุตส่าห์สร้างมาละ”
อาร์วินขยับตัวนิ่งขรึม ใบหน้าของเขาฉายแววจริงจังจนถึงขีดสุดก่อนจะโน้มตัวลงคำนับอย่างนอบน้อม “ผู้น้อยขอน้อมรับคำบัญชาด้วยเกียรติของทหาร... ผู้น้อยจะคุมทุกเหรียญให้ถึงมือประชาชนตามประสงค์ของท่านอย่างเที่ยงตรงที่สุดครับ!”
เขาเบนสายตาที่แฝงความนัยไปยังหญิงสาวอัศวินผู้ทำหน้าที่เป็หูเป็ตาให้ “กิเซลล์... ในยามที่ออกเดินตรวจตามท้องถนน เ้าได้ยินเสียงข้อเรียกร้องอะไรจากประชาชนบ้างหรือไม่ พวกเขามีสิ่งใดที่ขัดข้องหมองใจอีกไหม?”
กิเซลล์ค้อมตัวลงอย่างสง่างาม น้ำเสียงของนางเรียบเรื่อยทว่าชัดเจนกังวาน “เรียนท่านผู้ปกครองทริสตัน... ตอนนี้เสียงพร่ำบ่นเื่ขยะได้เลือนหายไปแล้ว ทว่าสิ่งที่กลับมาดังก้องแทนที่ คือเสียงวิงวอนขอโอกาสในหน้าที่การงานค่ะ ประชาชนจำนวนมากตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าท่านให้ความสำคัญกับความสามารถของพวกเขา ตอนนี้ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยว่าท่านจะเปิดรับสมัครงานเพิ่มอีกวันไหน”
คิ้วของทริสตันขมวดจนแทบจะชนกัน บรรยากาศรอบโต๊ะพลันเงียบสนิทเมื่อเขาจมดิ่งลงในห้วงความคิด... นี่คือโจทย์ที่ยากที่สุดของเขาที่มีต่อซิลเวอร์เรส หากเขามีทรัพย์สินจำนวนมากแล้วละก็ ปัญหาเื่แรงงานย่อมคลี่คลายได้ในเบื้องต้น ทว่าความจริงกลับโหดร้ายนัก
แม้จะมีถุงทองที่ ฟิโอร่า แอบหยิบยื่นให้ด้วยความห่วงใย หรือการบากหน้าไปกู้ยืมมาจาก ดาเรียน แต่นั่นก็เป็เพียงหยดน้ำท่ามกลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง เงินเหล่านี้ต้องถูกแบ่งสันปันส่วนให้ครอบคลุม เขาตระหนักดีว่าการ จ่ายออก เพียงฝ่ายเดียวคือหนทางสู่หายนะ
“ดินแดนนี้ต้องเริ่ม ผลิต และ สร้างรายได้ ด้วยตัวมันเอง” เขาพึมพำเสียงต่ำ แววตาสั่นไหวด้วยการคำนวณที่ซับซ้อน หากเขาเปลี่ยนความสามารถของชาวเมืองให้เป็เม็ดเงินไม่ได้ ในไม่ช้าความหวังที่เพิ่งผลิบานจะกลายเป็เพียงเถ้าถ่าน ทริสตันพยักหน้าให้กิเซลล์ช้า ๆ เป็เชิงรับรู้ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยัง เอลีเนีย
เมื่อสายตาของทริสตันหยุดลงที่นาง หญิงชราไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก นางเพียงระบายยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความภักดี ก่อนจะค้อมตัวลงช้า ๆ อย่างสง่างาม “ท่านผู้ปกครองทริสตัน ก่อนจะเข้าเื่อื่นใด ผู้น้อยขอเป็ตัวแทนชาวเมืองทุกคนเอ่ยคำขอบคุณจากใจจริง สำหรับทุกสิ่งที่ท่านทำให้แก่ซิลเวอร์เรสในเจ็ดวันที่ผ่านมา”
น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน “ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดเพียงสิบสามคนเท่านั้นคะ ซึ่งหากเป็แต่ก่อน ในสัปดาห์หนึ่งมีผู้เสียชีวิตเยอะกว่านี้มากนัก ผู้น้อยเชื่อเหลือเกินว่าหากยังคงรักษาวินัยที่เข้มแข็งเช่นนี้ต่อไป การตายจากโรคระบาดจะเลือนหายไปจากเมืองของเราในที่สุด”
ทริสตันรับฟังด้วยรอยยิ้มละไมที่หาได้ยากยิ่ง แววตาของเขาดูอ่อนโยนลง “ความสำเร็จนี้ไม่ใช่ของเราเพียงคนเดียวหรอกเอลีเนีย หากประชาชนไม่ร่วมแรงร่วมใจทำตามคำสั่งอันยุ่งยากเ่าั้ เราคงมาไม่ได้ไกลถึงเพียงนี้... ทว่าจงอย่าได้วางใจ เ้าจงกำชับและย้ำเตือนพวกเขาให้รักษาสุขอนามัยแบบนี้ต่อไป ไม่อย่างงั้นการตายจากโรคระบาดจะกลับมาเยือนอีกครั้ง”
“ผู้น้อยรับทราบคะ ต่อไปเป็ข้อมูลของประชากรที่ท่านให้หามา นางคลี่ม้วนกระดาษออก จำนวนประชากรของซิลเวอร์เรสตอนนี้มีทั้งสิ้นที่ 3,852 คน แบ่งเป็ชายที่ 1,786 คน หญิงที่ 2,066 คน ่อายุที่มากกว่าสิบห้าปีอยู่ที่ 2,413 คน โดยมีผู้ที่อายุมากว่าห้าสิบปีที่ 538 คน อาชีพส่วนใหญ่คือหาของป่ามาขาย มีทำการเกษตรบ้างแต่ก็น้อยมาก นอกนั้นก็เป็พวกช่างด้านต่าง ๆ แต่ที่น่ากังวลก็คือมีประชากรถึง 2,254 คนที่ไร้อาชีพเป็หลักแหล่งคะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงนิ้วมือของทริสตันที่เคาะโต๊ะไม้เป็จังหวะเนิบช้า... แต่ละครั้งที่ปลายนิ้วกระทบลงไปเปรียบเสมือนการคำนวณหมากในกระดานที่บีบคั้น แววตาของเขาลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง เขาพยักหน้าช้า ๆ รับรู้ถึงภาระหนักอึ้งที่ต้องจัดการ ก่อนจะเบนสายตาที่คมปลาบไปยัง ไซลัส จนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งสุดตัวและรีบขยับกายออกมารายงานด้วยท่าทีลนลาน
“เรียนท่านผู้ปกครอง ผู้น้อยไซลัส ได้กระจายช่างสร้างห้องน้ำสาธารณะตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมืองเรียบร้อยแล้วครับ จุดต้มน้ำก็กระจายสร้างไปตามจุดส่วนนี้ใกล็จะเสร็จหมดตามที่ได้กำหนดไว้แล้ว นอกนั้นก็เป็การเร่งการขุดเจาะร่องน้ำที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ครับ”
ทริสตันพยักหน้าช้า ๆ สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ความสำเร็จเบื้องหน้า “ทำได้ดีมาก ไซลัส... แต่เรามีเื่หนึ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ” เขาเว้นจังหวะพลางหรี่ตาลงมองช่างหนุ่มอย่างพิจารณา “เหมืองร้างที่ถูกทอดทิ้งไว้มากมายตอนนี้... จากข้อมูลที่เราได้มา พวกแร่เงินถูกตักตวงไปหมดแล้ว แต่ในสายตาของช่างเช่นเ้า เป็ไปได้ไหมว่าเหมืองพวกนี้จะยังมีแร่ชนิดอื่นเหลืออยู่ไหม?”
ไซลัสมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด แววตาของเขาดูเลื่อนลอยคล้ายกำลังขุดคุ้ยความทรงจำสมัยเด็ก "เรียนท่านผู้ปกครอง... ความจริงที่น่าเศร้าคือ เหมืองเ่าั้ถูกทิ้งร้างและปิดตายจากโลกภายนอกมานานกว่าสามสิบปีแล้วครับ ข้อมูลเหล่านี้พ่อของผู้น้อยเคยบอกกล่าวเอาไว้"
เขาเว้นจังหวะพลางลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืด “การจะบอกว่าภายในนั้นยังมีแร่ชนิดอื่นหลงเหลืออยู่หรือไม่... ผู้น้อยมิกล้ายืนยันได้เลย เพราะนับแต่การขุดเจาะครั้งสุดท้ายเงียบหายไปเมื่อสามสิบปีก่อน ก็ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไปในเหมืองเ่าั้อีกเลยครับ”
ดวงตาของทริสตันเปร่งด้วยประกายแห่งความหวังที่ลุกโชน จริงอยู่ที่แร่เงินอาจถูกขุดไปจนหมดแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเหลืออะไรอย่างอื่นเอาไว้ ใครจะรู้... ความละโมบของเหล่าผู้มีอำนาจเมื่อสามสิบปีก่อนอาจจะสนใจแต่แร่เงินก็ได้ จนละเลยอย่างอื่น
นี่คือการเดิมพันที่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง! หากเหมืองแร่เ่าั้ว่างเปล่า เขาก็เพียงแค่เสียเวลาสำรวจ แต่ถ้ามันมีขึ้นมาละ แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกหวยรางวัลใหญ่เลยไม่ใช่เหรอ? ชัยชนะที่จะพลิกฟื้นลมหายใจของซิลเวอร์เรสให้กลับมามั่งคั่งในชั่วพ้ามืดเดียว!