เมื่อซีฮันเดินออกไปแล้วภายในห้องทำงานจึงเหลือเพียงเถ้าแก่หลินไห่และสองพ่อลูกตระกูลจางจางอี้ินั่งอยู่ตรงข้ามกับเ้าของห้อง มีจางอี้เทานั่งอยู่ใกล้ ๆ เด็กน้อยเลือกที่นั่งตรงนี้เพราะอยากเห็นกิริยาท่าทางและสายตาของท่านปู่คนใหม่เมื่อครู่ลองนั่งเยื้องไปด้านข้างแล้วประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก
ท่าทางมั่นอกมั่นใจ ไม่เกรงกลัว แต่ก็รู้จักอ่อนน้อมของลูกชาย ทำให้จางอี้เทาปล่อยอี้ิเจรจาเองส่วนตัวเขานั้นได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ
“ท่านปู่หลินก่อนอื่นข้ามีเื่ต้องแจ้งให้ท่านปู่ทราบไว้ก่อนนะขอรับข้าไม่เคยได้ลงมือปรุงพะโล้ด้วยตนเองเป็ท่านย่าของข้าที่ปรุงอาหารเลิศรสนี้ขึ้นมา ท่านปู่ลองดูตัวข้าสิขอรับ” จางอี้ิว่าพร้อมกางแขนออก อวดเรือนร่างผอมบางที่สวมเสื้อสีซีด
“ตัวข้าเล็กนิดเดียว คงไม่สามารถยกหม้อหรือยกไหได้ท่านย่าสอนให้ข้าเรียนรู้ไว้ เผื่อในอนาคตจะได้ทำอาหารเป็ ภรรยาจะได้ไม่เหนื่อยท่านย่าอยากให้ข้าเป็บุรุษที่ดี และสามีที่ดีขอรับ”
ข้าพูดจริงนะ ข้าไม่เคยได้ทำพะโล้เองสักทีแต่ข้าเป็ผู้กำกับต่างหากเล่า
“โอ้...ิิน้อยท่านย่าของเ้าช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก สำหรับปู่คนนี้แล้ว ข้าหาได้สนใจไม่เพียงแค่เ้าสามารถทำพะโล้ได้อร่อย มันก็ดีที่สุดแล้ว” หลินไห่เอ่ยออกไปพลางลงมือรินชาใส่ถ้วยแล้วยื่นให้พ่อลูกสกุลจาง
“ขอบคุณขอรับ/ขอบคุณขอรับ” เมื่อน้ำชาถูกยื่นมาตรงหน้าจึงรีบยื่นมือรับจางอี้เทาและจางอี้ิขอบคุณออกมาพร้อมกัน
“ในเมื่อิิน้อยไม่เคยปรุงพะโล้มาก่อนแล้วเ้าจะทำเช่นไรให้ข้าได้ลองชิมพะโล้ของเ้าเล่า” เถ้าแก่หลินถาม
“ไม่มีปัญหาเลยขอรับเพียงแต่ท่านปู่ให้พ่อครัวของที่เหลาอาหารทำการปรุงพะโล้ขึ้นมาตามที่ข้าบอกเพียงเท่านั้นท่านปู่ก็จะได้ชิมพะโล้ในวันนี้แน่นอนขอรับ”
“เด็กเ้าเล่ห์”หลินไห่ถึงกับเอ่ยเย้าเด็กชายตรงหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างสนใจเห็นทีเขาจะประมาทเด็กน้อยตรงหน้าไม่ได้แล้ว
“พ่อครัวก็ของข้า วัตถุดิบก็ของข้าเ้าไม่ต้องลงทุนอันใดเลยด้วยซ้ำ”
“ผิดแล้วขอรับท่านปู่ ถึงแม้จะเป็พ่อครัวของท่านวัตถุดิบของท่าน แต่พ่อครัวทำพะโล้ขึ้นมาตามที่ข้าบอกถ้าหากว่าภายหลังท่านปฏิเสธไม่สนใจในสูตรพะโล้ของบ้านข้า ข้าก็ทำอันใดไม่ได้เพราะข้าได้สอนและบอกพ่อครัวของท่านไปจนหมดแล้วเป็ข้าต่างหากที่ขาดทุนั้แ่ยังไม่ได้เริ่มทำการค้านะขอรับ” จางอี้ิเอ่ยตอบช้าๆ และฉะฉาน
เขาไม่ได้รู้สึกว่าตนเองถูกกดดันหรือคุกคามเด็กน้อยรู้ดีว่าท่านปู่ผู้นี้กำลังประเมินสติปัญญาของเขาอยู่คงอยากรู้ว่าเด็กน้อยห้าขวบเช่นเขาจะทำการค้าได้จริงหรือไม่เสียมากกว่า
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” เมื่อได้ฟังคำตอบแล้ว เถ้าแก่หลินถึงกับหัวเราะชอบใจท่านปู่คนใหม่หันไปเอ่ยกับบิดาของเขาด้วยรอยยิ้ม
“จางอี้เทา เ้าช่างเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆตัวกระเปี๊ยกเท่านี้แต่ฉลาดยิ่ง ดี ๆ ดีจริง ข้าถูกใจเ้านัก ิิน้อย เอาล่ะปู่คนนี้ไม่มีข้อสงสัยในสติปัญญาของเ้าแล้ว จะให้ปู่ทำอันใดเ้าแค่บอกปู่มาปู่ยินดีจัดเตรียมไว้ให้เ้าทุกอย่าง”
หลินไห่ถึงกับตบเข่าตนเองเสียงดัง ถูกใจในความฉลาดของหลานคนใหม่ต้องอย่างนี้สิเห็นทีว่าปีนี้เหลาอาหารซิ่งฝูอาจจะมีโอกาสได้ขึ้นเป็เหลาอาหารอันดับหนึ่งของเหมืองไห่ถังแซงหน้าคู่อริสามชั่วรุ่นแล้ว
“ท่านปู่ข้ายอมเสี่ยงบอกสูตรพะโล้ของบ้านข้าให้ท่านปู่โดยที่ไม่ได้ขอดูสูตรพะโล้ของเหลาอาหารซิ่งฝูเพราะข้าอยากแสดงให้ท่านปู่เห็นว่าข้านั้นมีความจริงใจต่อคู่ค้าเสมอท่านพ่อของข้าสอนข้าเสมอว่า การค้าขาย ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุดถ้าอยากได้ใจของคนอื่น เราต้องให้ใจของเราก่อนเสมอขอรับ”
จางอี้ิเอ่ยกับเ้าของเหลาอาหารซึ่งในอนาคตจะกลายมาเป็คู่ค้าคนใหม่ของบ้านจางพร้อมกับหันไปยิ้มให้กับบิดาของตน เขาเป็เพียงเด็กน้อย คงเป็ไปไม่ได้ที่จะคิดเองดังนั้นการอ้างอิงถึงบิดาจึงเป็ทางออกที่ดีที่สุด
หลินไห่ยกยิ้ม “ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ข้าถูกใจเ้ายิ่งนักิิน้อย พวกเ้าสองคนพ่อลูกทำให้ชายชราคนนี้แปลกใจยิ่งไม่นึกว่าชาวบ้านธรรมดาเช่นพวกเ้าจะสามารถเจรจาการค้าได้คล่องแคล่วเช่นนี้ใครเป็ผู้สอนพวกเ้าเช่นนั้นหรือ” หลินไห่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
ตัวเขานั้นสังเกตและลอบมองพฤติกรรมมาสักพักหนึ่งแล้วสองพ่อลูกชาวบ้านคู่นี้เฉลียวฉลาด รู้จักเจรจาการค้าไม่เหมือนชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เคยพบ
“เรียนท่านปู่ ครอบครัวข้าแต่เดิมเป็คนเมืองหลวงท่านพ่อเคยเป็อาจารย์สอนหนังสือในสำนักศึกษา ท่านปู่ท่านตาของข้าเป็พ่อค้าผ้าขอรับ แต่มีเหตุบางอย่างทำให้พวกเราต้องย้ายจากเมืองหลวงมาอาศัยที่หมู่บ้านหลัวถงได้ประมาณเกือบสองเดือนแล้วขอรับ”
“หืมบิดาเ้าเคยเป็อาจารย์ในเมืองหลวงมาก่อนเช่นนั้นหรือ”
“เรียนท่านหลินไห่ข้าเคยเป็อาจารย์สอนหนังสือที่เมืองหลวงจริงขอรับ” จางอี้เทาตอบอย่างสุภาพ
“โอ้เช่นนั้นตอนนี้เ้าคงทำงานเป็อาจารย์สอนหนังสือในเมืองไห่ถังใช่หรือไม่”
“หาได้เป็เช่นนั้นไม่ขอรับครอบครัวข้าถูกโจรดักปล้นระหว่างเดินทางมาที่เมืองไห่ถังทรัพย์สินทั้งหมดที่นำติดตัวมาถูกโจรเอาไปทั้งหมด เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านหลัวถงิเอ๋อร์ล้มป่วยเป็ไข้ป่า นอนไม่ได้สติเกือบหนึ่งเดือน ิเอ๋อร์เพิ่งฟื้นจากไข้ป่าได้ไม่กี่วันมานี่เองขอรับข้าจึงได้แต่เพียงรับจ้างทำงานในไร่ของหัวหน้าหมู่บ้านแลกกับอาหารเพียงเท่านั้น”
“โอ้ พวกเ้าช่างโชคร้ายเสียจริงข้าไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดิิน้อยถึงได้ฉลาดเพียงนี้เพราะได้บิดาเช่นเ้าสอนสั่งนี่เอง ิิน้อย หากขาดเหลือสิ่งใดบอกปู่มาได้นะปู่คนนี้พร้อมช่วยเหลือเ้าอย่างเต็มที่”
หลินไห่รู้สึกสงสารและเห็นใจครอบครัวเด็กน้อยตรงหน้าเมื่อได้ฟังเื่ราวทั้งหมดจนจบคนอื่นเขายังช่วยเหลือมานักต่อนักแล้วแต่นี่เป็เด็กน้อยที่เขารู้สึกถูกชะตามากและยังเอ่ยปากรับเป็หลานกลาย ๆ แล้วด้วยเหตุใดเขาจะไม่เต็มใจช่วยเหลือ
“ข้ากับท่านพ่อขอบคุณท่านปู่มากขอรับขอเพียงท่านปู่ยอมซื้อสูตรพะโล้บ้านข้า ก็ถือว่าช่วยได้มากแล้วขอรับ”
“ิิน้อยช่างเป็เด็กดีจริง ๆ นอกจากจะฉลาดแล้วยังไม่โลภอีกด้วยต้องอย่างนี้สิถึงจะเหมาะกับการเป็หลานชายของข้า” หลินไห่ยิ้มยกใหญ่เขามองดูเด็กน้อยที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วก็นึกเอ็นดู
“เหตุใดนั่งเงียบเช่นนั้นยังไม่รีบยกน้ำชาคารวะท่านปู่คนนี้อีก นี่ข้าพูดมาตั้งนาน เ้าไม่เข้าใจหรือว่าข้ารับเ้าเป็หลานแล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้ฉลาดน้อยเหลือเกิน ฮึ” หลินไห่ดุจางอี้ ิเสียงไม่เบา แต่ดวงตาของชายชรากลับเต้นระริกเหมือนกับเจอของที่ถูกใจนักหนา
“อะ อ้า ใช่แล้ว”
จางอี้ิเมื่อสมองประมวลผลจากสารที่ชายชราตรงหน้าส่งออกมาแล้วเขาจึงหายจากอาการตกตะลึงและรีบลุกขึ้นไปรินน้ำชาเด็กน้อยยกถ้วยน้ำชาคารวะท่านปู่คนใหม่ทันที
“ข้าน้อยจางอี้ิ ขอคารวะท่านปู่ขอท่านปู่ได้โปรดเมตตาหลานตัวน้อยคนนี้ด้วยขอรับ”
อี้ิค้อมกายเมื่อกล่าวคารวะเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยื่นถ้วยน้ำชาให้กับท่านปู่คนใหม่
“ข้า หลินไห่ ยินดีรับจางอี้ิเป็หลานชายของข้าต่อไปเมื่อมีเื่เดือดร้อนอันใด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ขอเ้าอย่าได้เกรงใจ จงบอกท่านปู่คนนี้ ข้าพร้อมจะให้การช่วยเหลือ”หลินไห่รับถ้วยชามาแล้วจึงกล่าวเสียงหนักแน่น เมื่อกล่าวจบก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ ปู่จะพาเ้าไปที่ห้องครัวเอง”
ชายชราลุกขึ้นยืนเป็คนแรกเขาจูงมือเด็กน้อยเดินไปทางห้องครัวของเหลาอาหารด้วยตนเอง ระหว่างทาง ก็เอ่ยแนะนำบริเวณต่างๆ ของเหลาอาหารไปด้วย
เหลาอาหารซิ่งฝูเป็อาคารไม้ขนาดสามชั้น สองคูหาชั้นแรกเป็ส่วนของการต้อนรับซึ่งอยู่ทางด้านหน้าส่วนทางด้านหลังคูหาแรกเป็ส่วนครัว ห้องสุขาและห้องพักอาศัยของคนงานซึ่งเป็คนเฝ้าเหลาอาหารไปด้วย
ในคูหาที่สองตรงกลางโถงยังเป็ที่นั่งรับประทานอาหารสำหรับบุคคลทั่วไปสำหรับชั้นที่สองและสามจะเป็ห้องส่วนตัวซึ่งราคาจะแพงไปตามขนาดของห้องต้องทำการจองล่วงหน้าจึงจะสามารถใช้บริการได้ถึงแม้ว่าจะเป็เหลาอันดับสองแต่ก็มีลูกค้าประจำอยู่เช่นกัน
ท่านปู่หลินพักที่เรือนของตนเองซึ่งห่างออกไปจากเหลาซิ่งฝูไม่กี่ตรอกถนนคนงานทั้งหมดที่ไม่มีบ้านก็จะพักที่บ้านของท่านปู่หลินเช่นกันโดยเ้าของเหลาอาหารสร้างเรือนสำหรับคนงานไว้บริเวณด้านหลังเรือนหลัก
เหลาอาหารซิ่งฝูอยู่ร่วมกันดั่งครอบครัวคนงานส่วนใหญ่เป็ชาวบ้านธรรมดาที่ยากจน เมื่อมาของานทำ หลินไห่ก็ไม่เคยปฏิเสธชายชราจัดหางานให้เหมาะสมตามความสามารถของคนผู้นั้น สำหรับคนงานแล้ว เถ้าแก่หลินไห่เปรียบดั่งพระโพธิสัตว์ของพวกเขาเลยก็ว่าได้
จางอี้เทาไม่กล่าวอันใดเขาเพียงแต่เดินตามบุตรชายและชายชราตรงหน้าไปเงียบ ๆ เท่านั้น
เมื่อทั้งสามหนุ่มที่อายุลดหลั่นกันลงไปมาถึงห้องครัวจางอี้ิก็เห็นถึงความวุ่นวายเล็ก ๆอาจจะเป็เพราะเหล่าคนงานกำลังยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ให้พร้อมสำหรับการเปิดขายอาหารในวันนี้ก็เป็ได้
“อู๋เจ๋อ เ้ามานี่หน่อย”หลินไห่เรียกชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงใหญ่อวบอ้วนใบหน้ามีกระขึ้นประปราย น่าจะเป็เพราะอยู่หน้าเตาไฟตลอดเวลา เขากำลังนั่งนวดแป้งอะไรสักอย่างอยู่
อู๋เจ๋อได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเองจึงหยุดมือแล้วหันมามองเมื่อเห็นว่าเป็เถ้าแก่หลิน เขาจึงเรียกคนงานที่อยู่ใกล้ ๆแถวนั้นให้เอาแป้งไปนวดต่อ ส่วนตนเองก็ลุกขึ้นไปล้างมือแล้วเดินมาหาชายชรา
“อู๋เจ๋อ นี่คือจางอี้เทา เป็บิดาของหลานคนใหม่ของข้าจางอี้ิ เ้าเรียกิิน้อยเช่นเดียวกันกับข้าได้” หลินไห่แนะนำ “อี้เทา อี้ิ นี่คืออู๋เจ๋อ หัวหน้าพ่อครัวของเหลาอาหารซิ่งฝูพวกเ้าทำความรู้จักกันไว้สิ”
“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ/ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ”สองพ่อลูกสกุลจางยกมือขึ้นคารวะพ่อครัวใหญ่ก่อนตามาุโอู๋เจ๋อเมื่อเห็นว่าสองพ่อลูกยกมือคารวะตนเอง เขาจึงพยักหน้ารับและยกมือคารวะตอบเพื่อเป็การให้เกียรติกับทั้งสองแม้ตนจะาุโกว่าเขายังจำได้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าคือหลานชายคนใหม่ของเ้านายตนเองดังนั้นการคารวะก็เป็สิ่งถูกต้องแล้ว
“อู๋เจ๋อิิน้อยจะมาสอนการทำพะโล้สูตรบ้านจางให้กับเ้านะ” หลินไห่บอกพ่อครัวตนเอง
“อะไรนะขอรับ เด็กน้อยคนนี้จะมาสอนข้าทำอาหาร เถ้าแก่ ข้าฟังผิดไปหรือไม่”
“ไม่ผิดหรอกอู๋เจ๋อิิน้อยมีสูตรพะโล้ประจำครอบครัวที่จะเอาสูตรมาขายให้กับเหลาอาหารซิ่งฝูเ้าเด็กน้อยนั่นรับรองเสียใหญ่โตว่าอร่อย แต่ก็อย่างที่เ้าเห็นตัวเล็กกะเปี๊ยกเท่านั้นคงลงมือปรุงอาหารเองไม่ได้ ิิน้อยจึงจะเป็คนบอก แล้วเ้าก็เป็คนลงมือทำง่าย ๆ เพียงเท่านี้เอง หรือเ้ามีปัญหา เห็นว่าหลานชายข้าเป็เด็กเพียงห้าขวบแล้วจะไม่ยอมรับเช่นนั้นหรือ”เ้าของเหลาอาหารเอ่ยถามพ่อครัวใหญ่เสียงเข้ม
“หาได้เป็เช่นนั้นไม่ขอรับ ข้าเพียงแปลกใจเท่านั้นเถ้าแก่ก็ทราบว่าข้ามิใช่คนประเภทนั้น” อู๋เจ๋อลนลาน เขาเอ่ยอธิบายรัวเร็ว
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” เสียงหัวเราะประจำตัวของชายชราดังลั่น
“ข้ารู้ ข้าแค่แกล้งเ้าเล่นเท่านั้นเองอู๋เจ๋อเ้าอย่าได้จริงจังไป ิิน้อย เ้าอยากให้เขาทำอันใดก็บอกได้เลยนะอู๋เจ๋อทำอาหารได้ดีเยี่ยม เสียอย่างเดียว เป็คนจริงจังเกินไป”
“เถ้าแก่ ข้ารักการทำอาหารข้าก็อยากให้ลูกค้าได้กินอาหารที่อร่อยที่สุด ขอแค่ลูกค้ามีความสุขเพลิดเพลินไปกับรสชาติที่อร่อย พ่อครัวเช่นข้าคงไม่มีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว” อู๋เจ๋อบ่นเบาๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกแกล้ง
จางอี้ิได้แต่ยิ้มไปกับความสัมพันธ์ของชายทั้งสองคนตรงหน้าในยุคสมัยนี้คงหายากที่เถ้าแก่จะให้ความเป็กันเองดังเช่นท่านปู่คนใหม่ของเขาถือว่าตนเองโชคดีจริง ๆ ที่ท่านปู่คนใหม่ให้ความเอ็นดู เขาไม่คิดว่าเหลาอาหารเฟิ่งฟูจะเป็เช่นนี้
“ท่านลุงอู๋ รบกวนท่านลุงแล้วขอรับ”
“ได้ จะให้ท่านลุงคนนี้ทำอันใด ิิน้อยบอกมาได้เลยลุงยินดีทำให้อย่างเต็มที่”
“ขอบคุณขอรับ”