ฉันพยายามดิ้นจนสุดแรงเชือกที่มัดข้อมือไว้อยู่นั้น มันยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม ข้อเท้าของฉันก็โดนมัดเอาไว้เช่นกัน
“พ่อคะ!!! ช่วยหนูด้วย!!ใครอยู่ข้างนอกช่วยด้วยย!!”
อะไรกัน!? เสียงที่ฉันพยายามร้องะโออกไปมันกลับเบามาก
นทีใช้มือถกเสื้อชั้นในฉันขึ้นจนโผล่ให้เห็นเต้านมขาวนวลละมุน ทรงกำลังพอดีมือ ของสาววัยแรกรุ่น
จากนั้นเขาก็รีบกดใบหน้าลงแนบกับเต้านมของฉันแล้วก็หอมอยู่ฟอดใหญ่ แล้วใบหน้าของเขาก็ถูไถกับเต้านมของฉันทั้งสองข้างมันทำให้ฉันจั๊กจี้ แล้วก็เสียวซ่าน
นที : “พี่ชอบกลิ่นของเธอจัง..อยากจะขอดมทุกคืนเลยได้มั้ย..”
ฉัน : “ถ้านายทำแบบนี้พ่อฉันไม่ยอมแน่!!”
เขายื่นใบหน้าของเขาเข้ามาชิดกับใบหน้าฉันทันทีที่ได้ยินฉันพูด
นที : “เราก็อย่าให้คนอื่นรู้สิ..เื่นี้น่ะ.. เก็บเป็ความลับระหว่างเราสองคน”
พูดจบเขาก็ประกบริมฝีปากของฉันทันที
“นี่มันเป็.. จูบแรกของฉันนะ!!”
จูบของเขามันทำให้ฉันพูดอะไรไม่ได้ ทำได้แค่เงียบ..แล้วก็ปล่อยให้เขาได้เชยชมกับร่างกายของฉัน.. ที่ยังไม่เคยให้ใครล่วงล้ำมาก่อน..มันคงเป็เหมือนกับห่อของขวัญ ที่ถูกห่อมา 16 ปี และตอนนี้ ของขวัญห่อนี้กำลังจะถูกแกะออก..
“……..”
“มายด์”
“มายด์...”
…………
…….
…
“มายด์!!.. ตื่นได้แล้วลูก..”
ฉันสะดุ้งเฮือก!ลุกเด้งจากที่นอนทันที..
ฉัน : “ห๊ะ!!”
ฉันหันไปมองเห็นพ่อยื่นหน้าโผล่จากที่ประตู
พ่อ : “พ่อเรียกตั้งหลายรอบกว่าลูกจะตื่นไม่สบายหรือเปล่า? ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
ฉัน : “ปะ..เปล่า พอดีหนูรู้สึกเพลียๆก็เลยเผลอหลับน่ะ”
พ่อ : “งั้นก็ลงมากินข้าวได้แล้ว..นี่มันสองทุ่มแล้วนะ!”
ฉันนั่งเบลอๆอยู่บนที่นอน...“นี่ฉันฝันบ้าบออะไรวะเนี้ย!!”
..................................
..................................
มายด์เดินลงมาทานข้าวพร้อมกับทุกคนที่นั่งรอบโต๊ะอาหาร
นริน : “คงจะเหนื่อยกับการจัดห้องสินะมายด์.. ถึงได้เผลอหลับไป”
ทิม : “วันนี้พ่อซื้อยำไข่เค็มกับซี่โครงหมูย่างที่ลูกชอบมาน่าอร่อยนะ ตักไปกินเยอะๆเลยสิ”
มายด์ : “ค่ะ..”
มายด์ตอบด้วยสีหน้าของคนที่เพิ่งตื่นนอนมาใหม่
นริน : “นทีก็หลับไม่รู้เื่รู้ราวเลย.. แทนที่จะช่วยดูบ้านช่วยดูน้อง นี่ถ้ามีใครแอบเข้ามาในบ้านจะทำยังไงเนี่ย!”
นทีนั่งกินข้าวแล้วมองกลับไปที่แม่ด้วยสีหน้าเซ็งๆ
นที : “ผมไม่ใช่ยามนะแม่ จะให้มาเฝ้านั่นเฝ้านี่”
นริน : “เอ้า! ก็เรามาอยู่บ้านเขาก็ต้องช่วยเขาดูแลบ้านด้วยสิ”
ทิม : “อย่าไปคิดอะไรแบบนั้นสิริน มาอยู่บ้านจะให้มาคอยระแวงนั่นระแวงนี่มันก็ไม่มีความสุขหรอก คนมันอยากนอนก็ต้องนอน บ้านมีไว้พักผ่อนนะ”
นที : “ใช่ครับอาทิม!..”
//ยกนิ้วโป้งถูกใจ
นริน : “เดี๋ยวนี้เข้ากันใหญ่เลยนะสองคนเนี้ย..ฉันต้องกลายเป็คนเห็นต่างตลอดสินะ”
ทิมมองหน้านรินแล้วหัวเราะ
ทิม : “ผมสร้างบ้านมาเพื่อที่จะให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านมีความสุขไม่ใช่ต้องมาคอยระวังว่าบ้านจะเป็อะไร คุณอย่าไปคิดมากเลยริน..”
นรินถอนหายใจ..
นริน : “แล้วอาทิตย์หน้านี่เราต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ แล้วสองคนนี้จะอยู่กันได้มั้ยล่ะเนี้ย?”
ทิม : “เอ่อ.. นั่นสิ!ผมลืมบอกเื่นี้ไปเลย มายด์.. อาทิตย์หน้าพ่อกับน้ารินจะบินไปอเมริกา ลูกยังไม่เปิดเทอมนี่ไปเที่ยวด้วยกันกับพ่อสักอาทิตย์มั้ย?”
มายด์ก้มหน้ากินข้าวพร้อมกับส่ายหัว
มายด์ : “ไม่อ่ะ.. เดือนหน้าก็จะเปิดเทอมละ หนูว่าจะไปติวหนังสือบ้านเพื่อน”
ทิม : “พักสมองบ้างสิ.. ไปเที่ยวให้ผ่อนคลายสักอาทิตย์เรายังไม่เคยไปต่างประเทศด้วยกันเลยนะ”
มายด์ : “ก็หนูไม่อยากไปอ่ะ..”
ทิม : “ลองออกไปเปิดหูเปิดตา ดูโลกภายนอกบ้างจะได้ซื้อของไปฝากเพื่อนตอนเปิดเทอมด้วยไง”
มายด์ : “ก็หนูบอกว่าไม่อยากไปไง...พ่อจะคะยั้นคะยอทำไม”
ทิมเริ่มชักสีหน้านรินเห็นท่าไม่ค่อยดีของทั้งสองพ่อลูก ก็เลยพูดขั้น
นริน : “ถ้ามายด์ไม่อยากไป.. งั้นก็อยู่บ้านกับพี่นทีก็ได้เดี๋ยวพี่นทีดูแลเอง”
นทีหันมามองแม่ของเขา
นที : “ห..ห๊ะ.. ครับ?”
นริน : “อาทิตย์หน้าแม่กับอาทิมจะต้องไปดูงานที่อเมริกาสักอาทิตย์นึงลูกอยู่กับน้อง ดูแลน้องด้วยนะ แม่จะฝากเงินไว้ให้”
นที : “อ๋อ.. ครับ ได้ครับ ไม่ต้องห่วง”
ทิม : “นทีจะพาแฟนมาเที่ยวที่บ้านก็ได้นะ อาไม่ได้ว่าอะไร”
ทิมพูดพร้อมกับยิ้มให้นที
นที : “อะไรกันครับอาทิม? ผมไม่ได้มีแฟนซะหน่อย”
//ท่าทีเขิน
ทิม : “เอ้า.. ก็คนที่เห็นในโพสต์ว่าไปดูหนังด้วยกันไงน่ารักดีนะ ไม่ใช่แฟนเราเหรอ?”
นที : “อ๋อ..นั่น เบล เป็เพื่อนในคณะครับ”
ทิม : “เหรอ.. แล้วทำไมไม่ลองจีบดูล่ะ อาว่าเธอดูสวยเลยนะ”
นที : “เหอะๆ ไม่อ่ะครับ ยัยนั่นชอบใช้กำลังห้าวอย่างกับผู้ชาย ผมคิดกับเธอแค่เพื่อน”
ทิม : “แล้วนทีชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ? หล่อๆหุ่นดีอย่างเรา คงจะหาแฟนได้ไม่ยาก”
นทีกับมายด์เผลอสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ มายด์ใและรีบหลบสายตาทันที
นที : “เอ่อ..ผมไม่ได้คิดสเปคเื่ผู้หญิงหรอกครับอาทิม..ฮ่าๆ”
นทีพูดด้วยท่าทีเขินอาย
นริน : “แม่ว่าหนูเบลเค้าก็ดูโอเคนะ ทั้งขยัน น่ารักแล้วนิสัยดีด้วย ถ้าลูกจะคบกับเขา แม่ก็ไฟเขียวนะจ๊ะ..”
นที : “แม่… ผมก็เพิ่งบอกอยู่ว่าคิดกับเบลแค่เพื่อน”
นริน : “ก็ตอนนี้เป็เพื่อนวันข้างหน้าอาจจะได้เป็แฟนก็ได้นี่ ใครจะไปรู้ โลกนี้ไม่ได้มีอะไรแน่นอนสักหน่อย”
นทีมองค้อนไปที่แม่ของเขา
นริน : “ว่าแต่.. น้องมายด์เองก็โตเป็สาวแล้วมีแฟนหรือยังน๊าา?”
มายด์และนทีหันมาสบตากันอีกรอบแล้วทั้งคู่ต่างก็หลบตากัน
มายด์ : “ไม่มีค่ะ..”
ทิม : “เรายังอายุแค่ 16 อย่าเพิ่งรีบมีแฟนเลยนะพ่อว่าควรจะตั้งใจเรียนให้จบก่อน”
มายด์มองหน้าพ่อของเธอด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจ
มายด์ : “ทุกวันนี้หนูก็ตั้งใจเรียน อยู่แต่บ้าน ไม่เคยตามผู้ชายไปไหนก็คงจะสมใจพ่อแล้วนะ..”
ทั้งโต๊ะต่างนิ่งเงียบดูเหมือนว่าบรรยากาศจะคลุกรุ่นกว่าเดิม
ทิม : “ก็ไม่เห็นจะต้องประชดพ่อเลยนี่”
ทิมมองหน้ามายด์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ
มายด์ : “หนูประชดพ่อตรงไหน.. หนูพูดความจริง!”
ทิม : “มายด์!! เดี๋ยวนี้ไม่เคารพพ่อเลยใช่มั้ย!!?”
มายด์ : “ไม่เคารพอะไร.. หนูยังไม่ได้เถียงพ่อเลยสักคำ!!”
ทิมทิ้งช้อนกับซ้อมที่ถืออยู่บนมือ
>>แกร๊งง!!
ทิม : “นี่ขึ้นเสียงกับพ่อเหรอ!!ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ!! ทำไมถึงทำตัวเป็เด็กมีปัญหาแบบนี้!!”
มายด์ : “แล้วพ่อขึ้นเสียงใส่หนูก่อนทำไมล่ะ!?”
นรินรีบพูดตัดบททั้งสองคน
นริน : “ใจเย็นๆนะ ทั้งคู่ ค่อยๆคุยกันดีๆ”
มายด์ : “ไม่ต้องเสือกได้มั้ยป้า!!..”
ทิมลุกพรวดออกจากเก้าอี้แล้วหันมาตบหน้าลูกสาวของตัวเอง
>>เพี๊ยะ!!
……
…
.
ทุกคนนิ่งชะงักนทีช็อคปากค้าง นรินใอย่างมากพร้อมกับเอามือกุมปากตัวเองทิมยืนนิ่งพร้อมมือที่สั่นๆ นี่เป็ครั้งแรกที่เขาตบหน้าลูกตัวเอง
มายด์ยืนตัวสั่นเอามือจับแก้มตัวเองข้างที่พึ่งโดนพ่อตบ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากอาบเต็มแก้มทั้งสองข้างแล้วก็รีบวิ่งออกไปนอกบ้านอย่างรวดเร็ว
นริน : “มายด์!! กลับมาก่อนลูก มายด์!!”
นรินะโตามหลัง
นริน : “นที! รีบไปตามน้องเร็วลูก!!.. มันมืดแล้ว อันตราย”
นทีรีบลุกออกจากโต๊ะแล้ววิ่งตามหลังมายด์ออกไป
………………..……..
ทิมนั่งก้มหน้ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป มือข้างที่ใช้ตบหน้าลูกของตัวเอง ยังสั่นไม่หาย
ทิม : “ผมเป็พ่อที่แย่ใช่มั้ยริน..”
ทิมพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้นแล้วค่อยๆซบมาที่อกของนริน
นริน : “ไม่หรอกทิม ไม่มีใครจะสมบูรณ์แบบในทุกด้านหรอกคุณทำทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของลูก สักวันลูกต้องเข้าใจคุณ ตอนนี้แกอาจจะยังเด็กอยู่คง้าความเข้าใจของพ่อแม่”
ทิม : “ผมรู้ตัวนะริน ว่าผมไม่มีเวลาให้ลูกแต่เวลาเขาเถียงผม ผมก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้สักที”
นรินโอบกอดทิมพร้อมกับลูบท้ายทอยเบาๆ
นริน : “มายด์น่ะ เขาก็เหมือนคุณนั่นแหละทิม เป็คนเืร้อนไม่ยอมคน ฉันว่าตอนเด็กคุณก็น่าจะเหมือนกับเขาในตอนนี้เลยนะ”
คำพูดของนรินเริ่มทำให้ทิมยิ้มได้
ทิม : “นี่คุณกำลังแอบว่าผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?..”
นริน : “ก็มันจริงมั้ยล่ะ? ทิมน่ะ ภายนอกดูเรียบร้อยสุภาพแต่ข้างในดุร้ายเหมือนสัตว์ป่า..”
ทิมหัวเราะแล้วก็มองหน้านริน ด้วยสายตาเ้าเล่ห์
นริน : “มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไงคะ?”
ทิม : “ผมน่ะ.. เก็บความดุร้ายไว้ใช้กับคุณคนเดียวนะ”
นริน : “เดี๋ยวเถอะ! รู้นะว่าคิดอะไรน่ะ”
//ตีไหล่ทิม
ทิม : “ผมขอโทษแทนลูกด้วยนะ ที่หยาบคายใส่คุณแบบนั้น”
นริน : “ไม่เป็ไรเลยทิม.. ฉันไม่ได้ถือสาเลยคุณเองก็อย่าไปโกรธลูกเลยนะ”
นรินพูดพร้อมกับลูบท้ายทอยทิมไปด้วย
ทิม : “ลูกต้องเกลียดผมมากแน่ๆ ผมควรทำไงดี…”
นริน : “มันต้องใช้เวลานะทิม ่นี้คุณควรจะดูเขาห่างๆอย่าเพิ่งรีบปรับความเข้าใจ ตอนนี้มายด์คงไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น”
ทิม : “ผมเครียดจัง.. เครียดเื่งานแล้วต้องมาเครียดเื่ลูกอีก”
ทิมถอนหายใจแรงนรินเอามือมาจับที่หัวของทิม แล้วลูบเบาๆ
นริน : “เธอยังมีฉันนะทิม ไม่ว่าจะเกิดอะไรฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง”
ทิมเงยหน้ามองนรินด้วยแววตาที่ออดอ้อน
ทิม : “ผมดีใจที่ได้เจอคุณ.. ได้รักคุณนะรินคุณเป็เหมือนกับของขวัญที่ฟ้าส่งมาให้กับผม ไม่เคยมีใครที่เข้าใจผมเท่าคุณเลย”
นริน : “แหม.. พูดเป็ละครไปได้”
ทิม : “ผมพูดจริงๆนะ วันที่ผมเจอรินครั้งแรกผมก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก”
ทิมพูดพร้อมกับเอาใบหน้าซุกแนบเข้าที่ร่องเนินอกของนริน
นริน : “ทำอะไรน่ะทิม!เดี๋ยวพวกลูกๆก็มาเห็นหรอก”
ทิม : “มุมนี้ไม่มีใครเห็นหรอก..ถ้าใครมาก็ต้องได้ยินเสียงก่อนอยู่แล้ว”
ทิมเอื้อมหน้าเข้ามาจูบปากนรินนรินก็จูบตอบอย่างดูดดื่ม จูบนี้เป็เหมือนกับการปลอบประโลมจิตใจของทั้งคู่
ทิมเอามือมาจับที่หน้าอกของนรินแล้วบีบขย้ำอย่างรุนแรง จนนรินต้องถอนออกจากจูบ
นริน : “อุ้ย! มันเจ็บนะทิม”
ทิม : “ก็เวลาทำแบบนี้มันช่วยให้ผมหายเครียดนี่นา..”
ทิมกลับมาจูบนรินต่อนรินก็จูบตอบ แล้วแอ่นเนินอกของเธอให้ทิมได้บีบขย้ำอย่างสาสมใจ
………………….………………….