สองพ่อลูก
ขี่มอเตอร์ไซค์คุยเื่ผีกันไปชิลด์ ๆแป๊บเดียวก็มาถึงที่หน้าตลาดทิดวัฒน์ตั้งใจว่าจะพาลูกพลับไปแวะซื้อลูกชิ้นที่ร้านเจ๊พรเอาไปปิ้งกินที่บ้าน
บ้านที่เขาอยู่ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็จริงแต่มีถ่านและก้อนเส้า[1]เอาไว้สำหรับก่อไฟ
…….
.............
สาบานได้ว่านี่เขาหลงเข้ามาในนิยาย่ พ.ศ.2538 จริง ๆ นะ ไม่ใช่ พ.ศ. 2310 ยุคกรุงธนบุรีสร้างชาติ ก็แค่คุณภาพชีวิตของไอ้เดชามันห่วยแตกผิดชาวบ้านชาวช่องเขามากไปหน่อยก็แค่นั้นที่บ้านถึงได้ไม่มีไฟฟ้าใช้
เฮ้อ…อยากจะมีบ้านใหม่เร็วๆ จังเลย ติดอยู่แค่ว่าดันมีลูกชายกลัวผีนี่สิอุตส่าห์คิดว่าถ้าหาเช่าบ้านผีสิงก็จะราคาถูกพอจ่ายไหวแล้วแท้ ๆ เลย
ตอนที่ขี่รถผ่านมาถึงหน้าตลาดก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยแยกไปที่ร้านของเจ๊พรไตเติ้ลก็เห็นมีคนมาอออยู่ที่หน้าโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วเต็มไปหมดอย่างกับกำลังมีงานเทศกาลอะไรสักอย่างแล้วพอคนพวกนั้นสังเกตเห็นว่าเขาขี่รถเข้ามาทุกคนต่างก็หันมากวักไม้กวักมือเรียกเขาให้เข้าไปร่วมวงด้วยอย่างงง ๆ
พอเฉียดรถเข้าไปใกล้ไตเติ้ลถึงค่อยเห็นว่าที่คนมาออกันอยู่นั้น…
อีท่าไหนหน้าโรงพิมพ์ของเฮียฮั้วถึงได้มีร้านอาหารมาตั้งแผงอยู่เต็มไปหมดได้ล่ะแล้วพวกคนที่มาออกันอยู่นั่นก็คือมาออรอซื้อของ(?)อยู่ที่หน้าร้านอาหารพวกนั้น?
เฮียแกจัดงานเทศกาลStreet food Thailand หรือไงกันเนี่ย ถึงได้มีร้านรถเข็นมากมาย ทั้งร้านผัดไทย หอยทอด ตามสั่งก๋วยเตี๋ยว ยังร้านรถเข็นน้ำชง ชา กาแฟ โบราณ แล้วยังมีร้านไอศกรีมกะทิ ขนมหวานต่าง ๆ อีกเต็มไปหมดเลย
ชายหนุ่มเลียบมอเตอร์ไซค์ไปจอดในเขต 'ชุมชน' ที่หน้าโรงพิมพ์ตามที่โดนเรียกชาวบ้านหลายคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักต่างพากันเข้ามาขอบอกขอบใจเขามากมายด้วยเื่…?
เื่อะไรวะ?
“เื่ที่ทำให้พวกเราได้กินฟรีกันอยู่นี่น่ะสิ”พี่ดำ วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งบอกกับเขา
“ห๊ะ?” ไตเติ้ลยังขมวดคิ้วด้วยหน้าตางุนงง
“อ๊า!!ทิดวัฒน์มาแล้ว มานี่เลย มานี่ ๆ”
เฮียฮั้วเห็นภานุวัฒน์ยืนหน้าเหวออยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ยิ้มร่าตรงมาหาได้ทันควัน
“สวัสดีครับเฮียจัดงานอะไรกันอยู่เหรอครับ”
ไตเติ้ลเห็นเ้าของโรงพิมพ์ฉีกยิ้มหน้าบานรี่เข้ามาก็ยกมือไหว้ทักถามอย่างนอบน้อม
“เมียอั๊วท้องคุณวิภาท้องจริง ๆ ด้วยทิดวัฒน์”
เฮียฮั้วแทบจะพุ่งเข้าไปกอดภานุวัฒน์ด้วยความดีใจ
“จริง ๆด้วยสินะครับ ยินดีด้วยนะครับ”
ไตเติ้ลเริ่มจะเหงื่อตก เมื่อเช้าเพิ่งจะพาเมียไปอัลตราซาวด์พอรู้ผลปุ๊บตกบ่ายมามีร้านค้ามาตั้งปิดทางเท้าอยู่เต็มหน้าโรงพิมพ์ในทันทีได้ยังไงเนี่ย
“ต้องขอบคุณทิดวัฒน์เลยนะถ้าไม่ทักเฮียฮั้วแกก็จะยังไม่รู้หรอกว่าเมียตัวเองท้องแล้วพวกเราก็จะไม่ได้กินข้าวเย็นฟรีกันแบบนี้หรอก”
พี่วินที่อ้าปากค้างคำตอบอยู่เมื่อกี้รีบเฉลยขึ้นทันที
เดี๋ยวนะ? นี่เฮียฮั้วแกดีใจถึงขั้นปิดซอยเลี้ยงกันเลยเร๊อะ นี่แค่เมียท้องนะถ้าลูกคลอดออกมาไม่ปิดถนน ปิดอำเภอ จัดขบวนแห่ โปรยทาน ปูพรมแดง โปรยดอกไม้รับยัยหนูออกจากโรงพยาบาลกันเลยหรือไงเนี่ย?
“ทิดควรค่ากับตำแหน่งคนดีของสังคมประจำซอยมาก ช่วยเหลือชาวบ้านตอนน้ำท่วมไม่พอยังทำให้เฮียฮั้วเหมาลูกชิ้นลุงมาแจกได้ แถมยังทำให้คนอื่น ๆได้กินฟรีกันทั้งซอยอีกด้วย”
ลุงร้านขายลูกชิ้นปิ้งอวยขึ้นมาทั้งที่กำลังปิ้งลูกชิ้นแจกมือเป็ระวิง
“นั่นสิแล้วทิดรู้ได้ยังไงกันว่าคุณวิภาตั้งท้อง” หญิงวัยคุณป้าอีกคนซักขึ้น
อึ่ก!โดนคำถามจุก ๆ ไปเต็มดอก จะบอกว่ามองเห็นผีก็ไม่ได้ถ้าเป็แบบนั้นจะต้องมีคนั้แ่ปากซอยยันท้ายซอยพากันเข้ามาหา เอาแป้งทา ๆ ถู ๆส่องหาเลขเด็ดที่ตัวเขาได้แน่ ๆ
“ก…ก็มันดูออกง่ายอยู่นะครับคนท้องจะผิวพรรณดี ดูมีน้ำมีนวล”
ไตเติ้ลจำคำจากละครหลังข่าวมาพูดเห็นละครทุกเื่เวลาที่นางเอกท้องก่อนแต่งป้าข้างบ้านจะต้องดูออกก่อนใครเสมอว่านางเอกแอบท้องเพราะว่ามีน้ำมีนวล ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา
‘…’
เอาจริง ๆ มันดูออกได้ยังไงเขาก็ยังสงสัยอยู่คนเราอาจจะแค่เดินออกมาจากคลินิกศัลยกรรมหรืออัปคอลลาเจนเสริมโคเอนไซม์คิวเทนมาในปริมาณกำลังดีก็ได้นะเฟ้ยเด็กสาวข้างบ้านไตเติ้ลกินโคเอนไซม์คิวเทนก่อนนอนทุกคืนผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ก็เดินออกจากบ้านมาผิวสวยเด้ง หน้าชุ่มฉ่ำดูมีน้ำมีนวลเหมือนกันนั่นแหละ
“มิน่าล่ะ… ป้าก็ว่าทำไม่นี้น้องภาดูสวยขึ้นทิดวัฒน์นี่ตาดี ช่างสังเกตนะเนี่ย” ป้าอีกคนเสริมขึ้นตบบ่าภานุวัฒน์พลางหัวเราะ
ตลอดเวลาที่มีการถามตอบเฮียฮั้วก็ยืนยิ้มแอบฟังอยู่พอได้ยินภานุวัฒน์ตอบปัดเื่ออกไปอย่างไม่คิดโอ้อวดตนเองก็ให้ยิ่งรู้สึกเลื่อมใสอยู่ในใจ
ตอนยังบวชสงวนท่าทีเพราะมีศีลต้องรักษานั้นก็เื่หนึ่งแต่ตอนนี้สึกแล้ว หากทิดวัฒน์จะอวดตนเองว่าเป็ผู้มีตาทิพย์ มีญาณหยั่งรู้เคยบวชเรียน มีวิชาหลอกขอเงินบริจาคจากชาวบ้านก็สามารถฉวยโอกาสทำได้
แหม่…ดูออกว่าท้องเพราะมีน้ำมีนวลงั้นเหรอ?
คุณวิภาเพิ่งจะท้องได้สามเดือนตอนไปอัลตราซาวด์หมอบอกเองเลยว่ายังดูเพศเด็กได้ไม่ชัด ถ้าอยากรู้เพศเด็กจริง ๆต้องรอให้ได้สักอย่างน้อย 16 สัปดาห์ก่อนค่อยไปอัลตราซาวด์ดูอีกที
แต่นี่ทิดวัฒน์ไม่ได้ทักแค่เื่ท้องยังทักมาถึงว่าเฮียฮั้วจะได้ลูกสาว แบบนี้ต่อให้คุณวิภาจะดูสวยขึ้นมีน้ำมีนวลขึ้นยังไงแต่ก็ดูไม่ออกหรอกนะว่าข้างในนั่นน่ะ เป็ลูกสาวหรือลูกชาย
“ทิดวัฒน์มานี่ เข้ามาข้างในนี่ก่อน” เฮียฮั้วกวักมือเรียก
ภานุวัฒน์พยักหน้าแล้วจูงมือลูกชายเดินตามเข้าไปด้านในโรงพิมพ์อย่างงงๆ
ส่วนด้านในของโรงพิมพ์นอกจากชั้นล่างที่เป็พื้นที่ตั้งแท่นพิมพ์และเครื่องตัดกระดาษแล้วที่ชั้นสองเฮียฮั้วกั้นห้องติดแอร์ทำเป็พื้นที่ส่วนออฟฟิศไว้สำหรับรับรองลูกค้าแล้วไตเติ้ลยังเห็นว่ามีคอมพิวเตอร์เคสนอนตั้งอยู่บนโต๊ะที่มุมห้องฝั่งหนึ่งด้วย
'ค…ค…. ค… เคสนอนในตำนาน!? นี่มันคอมพิวเตอร์เคสนอน[2]ของแท้เลยนี่น่า!'
ไตเติ้ลหยุดยืนนิ่งสายตาจ้องมองเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มุมห้องตาไม่กะพริบ
"อันนั้นเรียกว่าคอมพิวเตอร์ดูเหมือนทีวีใช่ไหมล่ะ แต่มันไม่ใช่ทีวีหรอกนะ เอาไว้พิมพ์ข้อมูลหนังสือลูกค้าชอบเขียนใส่กระดาษมา อ่านยากเย็นเหลือเกิน"
เฮียฮั้วคิดว่าภานุวัฒน์ยืนจ้องคอมพิวเตอร์เพราะไม่เคยเห็นจึงได้แนะนำ
"3.1 หรือ 95 ครับ"ไตเติ้ลซัก
เขาไม่ได้เห็นซากอารยธรรมเก่าในสภาพใหม่เอี่ยมแบบนี้มานานมากแล้วในสมองตอนนี้จึงเผลอรำลึกความหลังถึงเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของตนเอง เคสนอนวินโดวส์ 3.1 แรม 486ฮาร์ดดิสก์ 1 G.
‘...’
พอนึกถึงสเปคของคอมพิวเตอร์ในปี 256X เทียบกับไอ้ซากอารยธรรมที่อยู่ตรงหน้านี้แล้วก็ชักสงสัยแฮะว่าตอนนั้นเขามีชีวิตรอดผ่าน่เวลาอันแสนยากลำบากเช่นนี้ไปได้อย่างไรกันนี่
"ห๊ะ? อะไร 31?95?"
เฮียฮั้วไม่ค่อยรู้เื่คอมพิวเตอร์พอได้ยินทิดวัฒน์ถามแบบนั้นก็ทำหน้าเหวอ
"เอ่อ...ไม่มีอะไรครับว่าแต่งานลูกค้าที่ต้องพิมพ์ปกติมีเยอะไหมครับ?" ไตเติ้ลเปลี่ยนเื่ถาม
เขาก็ลืมนึกไปว่าในยุค พ.ศ. 2538 นี้เป็ยุคแรกเริ่มของคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย คอมพิวเตอร์ PC ยังมีราคาแพงอยู่ในกิจการระดับภาคเอกชนเล็ก ๆ อย่างโรงพิมพ์เฮียฮั้วแบบนี้โดยส่วนใหญ่แล้วยังไม่มีคนที่มีความรู้เื่คอมพิวเตอร์มากพอที่จะมาจัดการดูแลระบบต่างๆ มีคอมพิวเตอร์ติดเอาไว้ก็แค่สำหรับการพิมพ์งานที่ใช้ได้สะดวกสบายและตัวอักษรมีน้ำหนักเท่ากันดูสวยงามมากกว่าระบบการเรียงพิมพ์ก็เท่านั้น
"บางทีก็มีเยอะมากอยู่นะส่วนใหญ่เป็หนังสืองานศพ หนังสืองานแซยิดพวกนี้แหละลูกค้าเอามาให้ก็จะเป็งานพิมพ์ดีดหรือไม่ก็ลายมือเราต้องเอามาใส่คอมพิวเตอร์อีกทีแล้วก็ส่งไปให้ร้านเพลทเขายิงเพลทออกมา"
เฮียฮั้วอธิบายทั้งที่ในสมองของเ้าของโรงพิมพ์เวลานี้ยังจารึกในสิ่งที่ภานุวัฒน์พูดถึงเอาไว้เมื่อกี้….
ถ้าเขาได้ยินไม่ผิดทิดวัฒน์พูดคำว่าสามหนึ่งกับเก้าห้าออกมาแน่ๆ
พอถามแล้วก็ไม่พูดซ้ำด้วย แบบนี้แปลว่าต้องพยายามอยากจะใบ้หวยอย่างแน่นอนถึงได้พูดออกมาลอย ๆ เพียงแค่ครั้งเดียว ใครที่มีบุญจะถูกก็จำได้ส่วนใครถ้าบุญไม่ถึงจะถูกหวยก็จะไม่สนใจแล้วก็ลืมไป
31 กับ 95 นะแบบนี้ต้องขอตามเลขสักหน่อยแล้ว.
[1]ก้อนเส้า หินที่เอาไว้วางรองหม้อตอนก่อกองไฟทำอาหารจะมีอยู่สามก้อน ซึ่งสำนวน รักสามเส้า ก็คือมาจากก้อนเส้าสามก้อนที่เตาไฟนะคะไม่เกี่ยวกับมีคนเศร้าสามคน ดังนั้นคำว่าเส้าของวลีนี้ต้องสะกดว่าสามเส้า ถ้าสามเศร้าอันนี้สะกดผิดค่ะ
[2]คอมพิวเตอร์รุ่นโบราณที่ตัวเคสจะเป็ลักษณะวางแนวนอนและมีจอคอมพิวเตอร์ตั้งวางบนหลังเคสอีกที