โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 30 คำทำนาย

    (ต่อจากนี้จะเปลี่ยนสรรพนามของตัวเอกเพื่อให้สอดคล้องกับยุคของเนื้อเรื่องนะครับ)

    เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าเมืองได้บอกเล่นเซนนั้นก็สนใจและจดจ่ออยู่กับเรื่องของโรงเรียนเท่านั้น แถมมันยังอยู่ในอาณาจักรนัวร์ที่เขาตั้งใจจะเดินทางไปอีก

    “โรงเรียนที่ลูกชายเจ้าเรียนอยู่มันเกี่ยวกับอะไร?”

    เจ้าเมืองนั้นไม่ได้นึกว่าเซนถามเขาด้วยสาเหตุอะไร อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดแน่นอนว่าเซนต้องการจะเข้าเรียนที่นั่น

    “ที่นั่นสอนเกี่ยวกับเวทมนตร์และศิลปะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมออร่า ยังรวมไปถึงบทเรียนพื้นฐานอย่างการปรุงยา เรื่องสมุนไพร ชีววิทยาต่างๆ”

    เมื่อฟังที่เจ้าเมืองได้กล่าวเซนก็ทำตาเบิกกว้างทันที เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะเข้าเรียนที่นี่ เขารีบกล่าวกับเจ้าเมืองทันที

    “ข้าต้องการเข้าเรียนที่นั่นช่วยบอกเกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัครเข้าได้หรือไม่”

    “ท่านต้องการเข้าเรียนที่นั่นจริงๆ”

    เจ้าเมืองกล่าวถามซ้ำออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเซนนั้นเกินกว่าจะเป็นนักเรียนไปอย่างมากแม้ว่าอายุเขาจะยังพอๆ กับลูกชายของเขา เมื่อเห็นว่าเซนนั้นพยักหน้าอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองก็ได้กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนที่จะกล่าวบอกรายละเอียดให้กับเจ้าเมืองทราบ

    โรงเรียนที่ประเทศนัวร์นั้นมีชื่อว่าวิลโล เป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ของทวีปแห่งนี้ ซึ่งวัดจากการจัดอันดับการประลองประจำปีของโรงเรียนทั้งหมดในทวีป และโรงเรียนวิลโลมักจะอยู่ในอันดับหนึ่งในห้าเสมอ การเข้าเรียนจะมีการทดสอบที่เข้มงวดเนื่องจากเป็นโรงเรียระดับท็อปที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูง อย่างไรก็ตามการเข้าเรียนในโรงเรียนนี้นั้นกลับฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเนื่องจากนโยบายการสนับสนุนทางการศึกษาของประเทศนัวร์

    ที่น่าตกใจก็คือมีนักเรียนน้อยมากที่ผ่านการทดสอบเข้าเรียนได้ อย่างไรก็ตามกลับมีนักเรียนในอัตราไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์ที่สามารถเรียนจบจากโรงเรียนเหล่านี้ได้ และแต่ละคนที่จบออกมานั้นล้วนแล้วแต่ได้เป็นแร๊งเกอร์แทบทั้งสิ้น มีบางคนถึงขนาดได้รับอุปถัมภ์จากประเทศระดับห้า ที่อยู่ต่างทวีปเพื่อเข้ารับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในการศึกษาของโลกนี้เหมือนกับมหาวิทยาลัยในโลกเก่าของเขา

    “การทดสอบรับนักเรียนใหม่นั้นจะเริ่มในอีกเจ็ดวัน หากท่านเดินทางตอนนี้ไม่มีทางไปทันแน่นอน หากเดินทางอย่างเร็วที่สุดด้วยรถม้ายังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ”

    เจ้าเมืองกล่าวออกมาอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับยิ้มออกมาตัวเขานั้นขอแค่รู้ทิศทางก็เดินไปถึงที่นั่นได้ในเวลาอันรวดเร็วด้วยตัวเขาเอง ทำไมเขาจำเป็นต้องนั่งรถม้าด้วย?

    เจ้าเมืองไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของเซนดังนั้นชายหนุ่มจึงได้กล่าวไปว่า

    “ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางข้าสามารถไปถึงทันอยู่แล้ว แล้วเจ้ามีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีข้าจะได้รีบออกเดินทางสักที”

    เมื่อได้ยินว่าเซนกำลังรีบเจ้าเมืองก็ดูกระวนกระวายขึ้นทันที มันรีบกล่าวออกมา

    “ท่าน…ได้โปรดช่วยมอบคำแนะนำในการบริหารบ้านเมืองให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะจดจำบุญคุณของท่านไปทั้งชีวิต”

    เซนเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเขาต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนในเมืองนี้นั้นดีขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงให้คำแนะนำง่ายๆ ไป อย่างเช่นการทำเกษตรเพื่อเลี้ยงปากท้อง สร้างอาชีพให้กับชาวเมือง บลาๆๆๆ

    “สุดท้ายแล้วข้าฝากท่านดูแลลูกชายของข้าที่โรงเรียนวิลโลด้วย ลูกชายของข้าชื่อว่าแซม ข้าจะส่งจดหมายไปหาเขาให้เขาอำนวยความสะดวกให้ท่านเมื่อท่านอยู่ที่นั่น”

    เซนได้พยักหน้า มันเป็นเรื่องดีที่จะมีคนอำนวยความสะดวกในเมืองที่เขาไม่รู้จัก ก่อนที่เขาจะออกเดินทางเขาก็ได้สอบถามเกี่ยวกับเส้นทางกับเจ้าเมืองเล็กน้อยก่อนที่จะฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

    “ข้าหวังว่าหลังจากการมาเยือนครั้งหน้า ข้าจะเห็นเมืองนี้กลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับประเทศอื่นๆ”

    เจ้าเมืองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกฮึกเหิมในขณะเดียวกันก็รู้สึกกดดันไม่น้อยเขากล่าวตอบทันทีว่า

    “ข้าขอสัญญาข้าจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด!”

    พร้อมๆ กับคำสัญญาของเจ้าเมืองที่ได้เอ่ยจบร่างของเซนก็ได้หายไปทันทีทิ้งไว้เพียงลมกระเพื่อมอันรุนแรงผลักทหารที่อ่อนแอล้มลงกันไปหมด เมื่อเห็นเซนจากไปแล้วเจ้าเมืองก็ได้หันไปกล่าวออกคำสั่งกับองครักษ์ทันที

    “รีบส่งจดหมายให้แซม แล้วจัดการสั่งเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกจำนวนมากซะ! เราจะเริ่มแผนการพัฒนาเมืองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!”

    ……

    ณ ประเทศนัวร์ ภายในปราสาทของราชาผู้ปกครองเมืองนั้น มีชายชราคนหนึ่งซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับกระดาษบางอย่างที่มีตัวหนังสืออยู่ไม่กี่ตัว กระดาษใบนั้นค่อนข้างเก่าและผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว กระดาษแผ่นนั้นทำให้เขานึกถึงเรื่องเลวร้ายที่เขาได้ยินมาจากโหรทำนายที่มีชื่อเสียง

    ชายชราคนนี้นั้นแต่งตัวธรรมดาเหมือนกับสามัญชนทั่วไป อย่างไรก็ตามบุคลิกและท่าทางของเขานั้นแสดงออกถึงความหนักแน่นเหมือนกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เขานั้นคือราชาของประเทศนัวร์มีนามว่าเอวินซ์ที่ 4 และเขานึกถึงคำทำนายของโหรเมื่อหลายเดือนก่อน

    [ประเทศนี้จะถูกทำลายหมดสิ้นด้วยภัยพิบัติที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ มีเวลาเพียงหนึ่งปีครั้งเท่านั้น!]

    นี่คือคำพูดของโหรทำนายที่บอกกับเขาในหลายเดือนที่ผ่านมา โหรคนนี้ได้ช่วยเขาทำนายเรื่องราวของประเทศบ้านเมืองหลายรอบแล้ว และมันกลับถูกต้องทุกครั้งนั่นแสดงให้เห็นว่าคำพูดของโหรนั้นจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน

    ในเวลาที่ราชาเอวินซ์กำลังเหม่อลอยล่องลอยอยู่ในความคิดของตนอยู่นั้น องครักษ์คุ้มครองตัวเขาก็ได้เข้ามาภายในห้องโถง พร้อมกับถวายบังคมก่อนที่จะกล่าวรายงานบางอย่าง

    “ท่านราชา ขณะนี้ท่านโหรต้องการจะพบกับท่านขอรับ ดูเหมือนนางจะมีเรื่องเร่งด่วน ท่านจะให้นางเข้าพบหรือไม่?”

    เอวินซ์ตื่นจากความคิดของเขาทันที เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่วันนี้โหรทำนายที่มักจะอาศัยในป่าลึกได้เดินทางมาหาเขาด้วยตนเอง ซึ่งปกติจะเป็นเขาที่ต้องเดินทางไปหานางด้วยตนเอง

    “เชิญนางเข้ามา!”

    ราชาเอวินซ์ออกคำสั่งกับองครักษ์ องครักษ์ก้มหัวด้วยความเคารพก่อนที่จะจากไป เมื่อผ่านไปสองสามนาทีประตูห้องโถงก็ได้เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของหญิงชราที่มีอายุมากกว่าแปดสิบปี อย่างไรก็ตามอายุที่แท้จริงของนางนั้นไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ แต่นางนั้นมีชีวิตอยู่ในยุคของราชาสามยุคด้วยกัน ตั้งแต่เอวินซ์ที่สองและคอยให้คำปรึกษากับราชวงศ์ตลอดมา

    “ถวายบังคมฝ่าบาท…”

    หญิงชราก้มหมอบถวายบังคมอย่างไรก็ตามราชาเอวินซ์นั้นรีบประคองนางให้ยืนขึ้นด้วยพระองค์เองก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพว่า

    “ท่านมิอาจทำเช่นนี้ได้ มันไม่เหมาะสม สถานะของท่านนั้นสูงส่งกว่าข้ามากนัก”

    หญิงชราทำเพียงยิ้ม เอวินซ์ที่สี่นั้นเป็นราชาที่อ่อนน้อมและถ่อมตนแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เด็ดขาดอย่างมาก ในความคิดของหญิงชราราชาเอวินซ์ที่สี่นับว่าเป็นราชาที่มีความสามารถมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนัวร์

    “ที่ข้าเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง เป็นเพราะข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงานให้กับท่าน!”

    หญิงชรากล่าวเข้าประเด็กในทันที ซึ่งราชาเอวินซ์เองก็อดที่จะสั่นไม่ได้ก่อนที่เขาจะกล่าวถามออกมาว่า

    “มันเกี่ยวกับคำทำนายหรือไม่?”

    “เกี่ยว!”

    หญิงชราได้กล่าวต่อไปว่า

    “มันเกี่ยวอย่างมาก เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ประเทศของท่านสามารถรอดจากการพังพินาศได้!”

    ในตอนนั้นเองราชาเอวินซ์ก็ไม่สามารถรักษาความสงบได้อีกต่อไปหลังจากได้ยินคำกล่าวของหญิงชรา

    “ท่านได้โปรดมอบคำแนะนำให้กับข้าน้อยด้วย!”

    ราชาเอวินซ์ได้ยอมคุกเข่าลงขอขมาในขณะเดียวกันองครักษ์ส่วนตัวของเขานั้นต้องการจะห้ามอย่างไรก็ตามราชากับโบกมือหยุดเขาไว้ไม่ให้เข้ามาก้าวก่าย เพื่อประเทศชาติและประชาชนของเขาแล้วศักดิ์ศรีนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย

    “โปรดอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยราชาของข้า…”

    หญิงชรารีบพยุงให้ราชาเอวินซ์ยืนขึ้นแต่ไม่ว่านางจะทำอย่างไร ราชาเอวินซ์ก็ไม่ลุกดังนั้นนางจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากกล่าวคำทำนาย

    “ในอีกสามวันข้างหน้าที่ทะเลสาบกลืนจันทร์ จะมีการปรากฏตัวตัวขึ้นของมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมนุษย์คนนั้นเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่แม้แต่พระเจ้ายังต้องเคารพเขา เขาเดินทางมาที่นี่เนื่องด้วยจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศของท่านหากท่านสามารถผูกมิตรและทำให้เขารู้สึกติดบุญคุณท่านได้ เขาจะสามารถช่วยท่านปกป้องประเทศได้…”

    “มนุษย์…ที่แม้แต่พระเจ้ายังต้องเคารพท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม?”

    “ท่านอย่าได้ดูถูกเขาเด็ดขาด เขาสามารถทำลายประเทศของท่านได้ด้วยฝ่ามือเดียว ตอนที่ข้าทำนายครั้งนี้ข้ายังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีตัวตนแบบนี้อยู่จริงๆ แต่ข้าทำนายซ้ำถึงสี่รอบและผลมันออกมาเหมือนกันทุกรอบ!”