(ต่อจากนี้จะเปลี่ยนสรรพนามของตัวเอกเพื่อให้สอดคล้องกับยุคของเนื้อเรื่องนะครับ)
เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าเมืองได้บอกเล่นเซนนั้นก็สนใจและจดจ่ออยู่กับเรื่องของโรงเรียนเท่านั้น แถมมันยังอยู่ในอาณาจักรนัวร์ที่เขาตั้งใจจะเดินทางไปอีก
“โรงเรียนที่ลูกชายเจ้าเรียนอยู่มันเกี่ยวกับอะไร?”
เจ้าเมืองนั้นไม่ได้นึกว่าเซนถามเขาด้วยสาเหตุอะไร อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดแน่นอนว่าเซนต้องการจะเข้าเรียนที่นั่น
“ที่นั่นสอนเกี่ยวกับเวทมนตร์และศิลปะการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมออร่า ยังรวมไปถึงบทเรียนพื้นฐานอย่างการปรุงยา เรื่องสมุนไพร ชีววิทยาต่างๆ”
เมื่อฟังที่เจ้าเมืองได้กล่าวเซนก็ทำตาเบิกกว้างทันที เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะเข้าเรียนที่นี่ เขารีบกล่าวกับเจ้าเมืองทันที
“ข้าต้องการเข้าเรียนที่นั่นช่วยบอกเกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัครเข้าได้หรือไม่”
“ท่านต้องการเข้าเรียนที่นั่นจริงๆ”
เจ้าเมืองกล่าวถามซ้ำออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเซนนั้นเกินกว่าจะเป็นนักเรียนไปอย่างมากแม้ว่าอายุเขาจะยังพอๆ กับลูกชายของเขา เมื่อเห็นว่าเซนนั้นพยักหน้าอย่างไม่ลังเลเจ้าเมืองก็ได้กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนที่จะกล่าวบอกรายละเอียดให้กับเจ้าเมืองทราบ
โรงเรียนที่ประเทศนัวร์นั้นมีชื่อว่าวิลโล เป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ของทวีปแห่งนี้ ซึ่งวัดจากการจัดอันดับการประลองประจำปีของโรงเรียนทั้งหมดในทวีป และโรงเรียนวิลโลมักจะอยู่ในอันดับหนึ่งในห้าเสมอ การเข้าเรียนจะมีการทดสอบที่เข้มงวดเนื่องจากเป็นโรงเรียระดับท็อปที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูง อย่างไรก็ตามการเข้าเรียนในโรงเรียนนี้นั้นกลับฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเนื่องจากนโยบายการสนับสนุนทางการศึกษาของประเทศนัวร์
ที่น่าตกใจก็คือมีนักเรียนน้อยมากที่ผ่านการทดสอบเข้าเรียนได้ อย่างไรก็ตามกลับมีนักเรียนในอัตราไม่ถึงสองเปอร์เซ็นต์ที่สามารถเรียนจบจากโรงเรียนเหล่านี้ได้ และแต่ละคนที่จบออกมานั้นล้วนแล้วแต่ได้เป็นแร๊งเกอร์แทบทั้งสิ้น มีบางคนถึงขนาดได้รับอุปถัมภ์จากประเทศระดับห้า ที่อยู่ต่างทวีปเพื่อเข้ารับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในการศึกษาของโลกนี้เหมือนกับมหาวิทยาลัยในโลกเก่าของเขา
“การทดสอบรับนักเรียนใหม่นั้นจะเริ่มในอีกเจ็ดวัน หากท่านเดินทางตอนนี้ไม่มีทางไปทันแน่นอน หากเดินทางอย่างเร็วที่สุดด้วยรถม้ายังต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มๆ”
เจ้าเมืองกล่าวออกมาอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับยิ้มออกมาตัวเขานั้นขอแค่รู้ทิศทางก็เดินไปถึงที่นั่นได้ในเวลาอันรวดเร็วด้วยตัวเขาเอง ทำไมเขาจำเป็นต้องนั่งรถม้าด้วย?
เจ้าเมืองไม่ได้รับรู้ถึงความคิดของเซนดังนั้นชายหนุ่มจึงได้กล่าวไปว่า
“ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางข้าสามารถไปถึงทันอยู่แล้ว แล้วเจ้ามีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีข้าจะได้รีบออกเดินทางสักที”
เมื่อได้ยินว่าเซนกำลังรีบเจ้าเมืองก็ดูกระวนกระวายขึ้นทันที มันรีบกล่าวออกมา
“ท่าน…ได้โปรดช่วยมอบคำแนะนำในการบริหารบ้านเมืองให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจะจดจำบุญคุณของท่านไปทั้งชีวิต”
เซนเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเขาต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนในเมืองนี้นั้นดีขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงให้คำแนะนำง่ายๆ ไป อย่างเช่นการทำเกษตรเพื่อเลี้ยงปากท้อง สร้างอาชีพให้กับชาวเมือง บลาๆๆๆ
“สุดท้ายแล้วข้าฝากท่านดูแลลูกชายของข้าที่โรงเรียนวิลโลด้วย ลูกชายของข้าชื่อว่าแซม ข้าจะส่งจดหมายไปหาเขาให้เขาอำนวยความสะดวกให้ท่านเมื่อท่านอยู่ที่นั่น”
เซนได้พยักหน้า มันเป็นเรื่องดีที่จะมีคนอำนวยความสะดวกในเมืองที่เขาไม่รู้จัก ก่อนที่เขาจะออกเดินทางเขาก็ได้สอบถามเกี่ยวกับเส้นทางกับเจ้าเมืองเล็กน้อยก่อนที่จะฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“ข้าหวังว่าหลังจากการมาเยือนครั้งหน้า ข้าจะเห็นเมืองนี้กลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับประเทศอื่นๆ”
เจ้าเมืองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกฮึกเหิมในขณะเดียวกันก็รู้สึกกดดันไม่น้อยเขากล่าวตอบทันทีว่า
“ข้าขอสัญญาข้าจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด!”
พร้อมๆ กับคำสัญญาของเจ้าเมืองที่ได้เอ่ยจบร่างของเซนก็ได้หายไปทันทีทิ้งไว้เพียงลมกระเพื่อมอันรุนแรงผลักทหารที่อ่อนแอล้มลงกันไปหมด เมื่อเห็นเซนจากไปแล้วเจ้าเมืองก็ได้หันไปกล่าวออกคำสั่งกับองครักษ์ทันที
“รีบส่งจดหมายให้แซม แล้วจัดการสั่งเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกจำนวนมากซะ! เราจะเริ่มแผนการพัฒนาเมืองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!”
……
ณ ประเทศนัวร์ ภายในปราสาทของราชาผู้ปกครองเมืองนั้น มีชายชราคนหนึ่งซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับกระดาษบางอย่างที่มีตัวหนังสืออยู่ไม่กี่ตัว กระดาษใบนั้นค่อนข้างเก่าและผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว กระดาษแผ่นนั้นทำให้เขานึกถึงเรื่องเลวร้ายที่เขาได้ยินมาจากโหรทำนายที่มีชื่อเสียง
ชายชราคนนี้นั้นแต่งตัวธรรมดาเหมือนกับสามัญชนทั่วไป อย่างไรก็ตามบุคลิกและท่าทางของเขานั้นแสดงออกถึงความหนักแน่นเหมือนกับผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เขานั้นคือราชาของประเทศนัวร์มีนามว่าเอวินซ์ที่ 4 และเขานึกถึงคำทำนายของโหรเมื่อหลายเดือนก่อน
[ประเทศนี้จะถูกทำลายหมดสิ้นด้วยภัยพิบัติที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ มีเวลาเพียงหนึ่งปีครั้งเท่านั้น!]
นี่คือคำพูดของโหรทำนายที่บอกกับเขาในหลายเดือนที่ผ่านมา โหรคนนี้ได้ช่วยเขาทำนายเรื่องราวของประเทศบ้านเมืองหลายรอบแล้ว และมันกลับถูกต้องทุกครั้งนั่นแสดงให้เห็นว่าคำพูดของโหรนั้นจะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน
ในเวลาที่ราชาเอวินซ์กำลังเหม่อลอยล่องลอยอยู่ในความคิดของตนอยู่นั้น องครักษ์คุ้มครองตัวเขาก็ได้เข้ามาภายในห้องโถง พร้อมกับถวายบังคมก่อนที่จะกล่าวรายงานบางอย่าง
“ท่านราชา ขณะนี้ท่านโหรต้องการจะพบกับท่านขอรับ ดูเหมือนนางจะมีเรื่องเร่งด่วน ท่านจะให้นางเข้าพบหรือไม่?”
เอวินซ์ตื่นจากความคิดของเขาทันที เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่วันนี้โหรทำนายที่มักจะอาศัยในป่าลึกได้เดินทางมาหาเขาด้วยตนเอง ซึ่งปกติจะเป็นเขาที่ต้องเดินทางไปหานางด้วยตนเอง
“เชิญนางเข้ามา!”
ราชาเอวินซ์ออกคำสั่งกับองครักษ์ องครักษ์ก้มหัวด้วยความเคารพก่อนที่จะจากไป เมื่อผ่านไปสองสามนาทีประตูห้องโถงก็ได้เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของหญิงชราที่มีอายุมากกว่าแปดสิบปี อย่างไรก็ตามอายุที่แท้จริงของนางนั้นไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ แต่นางนั้นมีชีวิตอยู่ในยุคของราชาสามยุคด้วยกัน ตั้งแต่เอวินซ์ที่สองและคอยให้คำปรึกษากับราชวงศ์ตลอดมา
“ถวายบังคมฝ่าบาท…”
หญิงชราก้มหมอบถวายบังคมอย่างไรก็ตามราชาเอวินซ์นั้นรีบประคองนางให้ยืนขึ้นด้วยพระองค์เองก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพว่า
“ท่านมิอาจทำเช่นนี้ได้ มันไม่เหมาะสม สถานะของท่านนั้นสูงส่งกว่าข้ามากนัก”
หญิงชราทำเพียงยิ้ม เอวินซ์ที่สี่นั้นเป็นราชาที่อ่อนน้อมและถ่อมตนแต่ในขณะเดียวกันเขาก็เด็ดขาดอย่างมาก ในความคิดของหญิงชราราชาเอวินซ์ที่สี่นับว่าเป็นราชาที่มีความสามารถมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนัวร์
“ที่ข้าเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง เป็นเพราะข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงานให้กับท่าน!”
หญิงชรากล่าวเข้าประเด็กในทันที ซึ่งราชาเอวินซ์เองก็อดที่จะสั่นไม่ได้ก่อนที่เขาจะกล่าวถามออกมาว่า
“มันเกี่ยวกับคำทำนายหรือไม่?”
“เกี่ยว!”
หญิงชราได้กล่าวต่อไปว่า
“มันเกี่ยวอย่างมาก เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ประเทศของท่านสามารถรอดจากการพังพินาศได้!”
ในตอนนั้นเองราชาเอวินซ์ก็ไม่สามารถรักษาความสงบได้อีกต่อไปหลังจากได้ยินคำกล่าวของหญิงชรา
“ท่านได้โปรดมอบคำแนะนำให้กับข้าน้อยด้วย!”
ราชาเอวินซ์ได้ยอมคุกเข่าลงขอขมาในขณะเดียวกันองครักษ์ส่วนตัวของเขานั้นต้องการจะห้ามอย่างไรก็ตามราชากับโบกมือหยุดเขาไว้ไม่ให้เข้ามาก้าวก่าย เพื่อประเทศชาติและประชาชนของเขาแล้วศักดิ์ศรีนั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย
“โปรดอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยราชาของข้า…”
หญิงชรารีบพยุงให้ราชาเอวินซ์ยืนขึ้นแต่ไม่ว่านางจะทำอย่างไร ราชาเอวินซ์ก็ไม่ลุกดังนั้นนางจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากกล่าวคำทำนาย
“ในอีกสามวันข้างหน้าที่ทะเลสาบกลืนจันทร์ จะมีการปรากฏตัวตัวขึ้นของมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมนุษย์คนนั้นเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่แม้แต่พระเจ้ายังต้องเคารพเขา เขาเดินทางมาที่นี่เนื่องด้วยจุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศของท่านหากท่านสามารถผูกมิตรและทำให้เขารู้สึกติดบุญคุณท่านได้ เขาจะสามารถช่วยท่านปกป้องประเทศได้…”
“มนุษย์…ที่แม้แต่พระเจ้ายังต้องเคารพท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่ไหม?”
“ท่านอย่าได้ดูถูกเขาเด็ดขาด เขาสามารถทำลายประเทศของท่านได้ด้วยฝ่ามือเดียว ตอนที่ข้าทำนายครั้งนี้ข้ายังไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีตัวตนแบบนี้อยู่จริงๆ แต่ข้าทำนายซ้ำถึงสี่รอบและผลมันออกมาเหมือนกันทุกรอบ!”